งานรำลึก 6 ตุลา ครบรอบ 33 ปี : ประชาธิปไตยสมบูรณ์...?
คนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่าสามสิบปีส่วนใหญ่ คงไม่รู้ว่า 6 ตุลา 2519 คืออะไร แต่ในความทรงจำของคนรุ่นก่อน 6 ตุลา หรือคนเดือนตุลา 6 ตุลาอาจเปรียบเช่นเส้นไหมที่สวยงาม รอการถักทอเป็นผืนผ้า หรือเปรียบดั่งลวดหนามที่ร้าวราน บ่งบอกถึงบาดแผลที่เกรอะกรัง
3 ปีที่แล้ว เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การรัฐประหารครั้งใหม่ เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ก็มีส่วนช่วยในการปกป้องสังคมไทย มิให้ตกไปเป็นเหยื่อของความรุนแรง
นับตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยเชื่อว่า เป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดรูปแบบหนึ่ง เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่ละเลยประโยชน์ของคนส่วนน้อย
ระบอบนี้มุ่งเน้นให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง หากแต่ว่าการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทยที่ผ่านมา 77 ปี ยังคงประสบปัญหาหลากหลายประการ ที่ทำให้การพัฒนาประชาธิปไตยไม่บรรลุผล
ขณะที่ความขัดแย้งสำแดงพลังเป็นฝักเป็นฝ่ายจนกลายปรากฏการณ์แย่งชิงมวลชน แย่งชิงพื้นที่สื่อ เพราะฉะนั้น วันนี้หากถามว่า ประชาธิปไตยคืออะไร ...ตรงกันข้ามกับประชาธิปไตยคือเผด็จการใช่หรือไม่
…ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ได้มารึยัง ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจริงหรือ
...ความเสมอภาคมีหน้าตาอย่างไร...ใครกันที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมือง ?
เมื่อคณะราษฎรทำการปฏิวัติ คำประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 โดยท่านปรีดี พนมยงค์ ได้เขียนไว้ว่า “รัฐบาล......(ก่อนหน้าการปฏิวัติ 2475) กล่าว หมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณ เสียภาษีอากรให้......ได้กินว่าราษฎรมีเสียงทางการเมืองไม่ได้ เพราะราษฎรยังโง่
ถ้าราษฎรโง่ ......ก็โง่ เพราะเป็นคนชาติเดียวกัน” ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา ปัจจุบัน มีการกล่าวกันว่า ราษฎรไม่ควรมีสิทธิทางการเมือง ไม่ควรได้รับสิทธิเลือกตั้ง 1 สิทธิ์ 1 เสียง เพราะราษฎรโง่ จริง ๆ แล้วราษฎรโง่หรือใครโง่กันแน่ ?
เมื่อ 33 ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นทุนอนุรักษ์นิยม ทุนขุนนาง ขุนศึก ต่างร่วมมือกันเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ทุกกลุ่มมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ไปสู่ระบอบใหม่อันเป็นระบอบประชาธิปไตยของคนส่วนใหญ่
พวกเขาชูคำขวัญ “ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ” มาสร้างความชอบธรรมในการปราบปราม นักศึกษาประชาชน ที่ชุมนุมอย่างสงบในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ใช้อำนาจป่าเถื่อน ใช้ความรุนแรงเข้าประหัตประหาร เข่นฆ่า จับกุม ตั้งข้อหาสารพัด
ทั้งข้อหากบฏ และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ ประชาธิปไตยที่เบ่งบานจากการปฏิวัติ 14 ตุลา 2516 จึงตายไปพร้อมๆกันในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
เจตนารมณ์ของวีรชน 6 ตุลา ส่วนหนึ่งคือ การต่อต้านเผด็จการ กรณีจอมพลถนอมบวชเณรกลับเข้าไทย หลังจากถูกขับไล่ออกไปเมื่อ 14 ตุลา แต่ การรัฐประหาร 19 กันยายน ปี 2549 ก็นำเผด็จการทหารกลับมาอีกครั้ง
คำถามคือ ประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้ เป็นประชาธิปไตยของใคร
เมื่อโลกต้องเผชิญกับวิกฤตทุนนิยม แนวคิดสังคมนิยมกำลังได้รับการรื้อฟื้น แม้ พ.ร.บ. คอมมิวนิสต์ จะถูกยกเลิกไปนานแล้ว แต่วันนี้มีการปลุกผีคอมมิวนิสต์ ผ่านสื่อของฝ่ายเสื้อเหลืองและสื่อของรัฐอย่างเป็นระบบ ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง ต่างก็มีสมาชิกเป็นอดีตคอมมิวนิสต์ อดีตคนเข้าป่า
มีการเชื่อมโยงถึงการโค่นล้มสถาบันอันเป็นที่เคารพ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถูกนำมาใช้จนกลายเป็นกระแส มีความพยายามยกเลิกอำนาจอธิปไตยของปวงชนไทย
จากหนังสือพิมพ์ มติชน ฉบับวันที่ 26 เมษายน 2549 ในหลวงทรงตรัสถึงความหมายของประชาธิปไตยไว้ว่า
“..... ขอยืนยันว่า มาตรา 7 ไม่ได้หมายถึง มอบให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรตามชอบใจ ไม่ใช่ มาตรา 7 พูดถึงการปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ได้บอกว่า ให้พระมหากษัตริย์ตัดสินใจทำได้ทุกอย่าง ถ้าทำ เขาก็จะต้องว่าพระมหากษัตริย์ทำเกินหน้าที่ ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยขอ ไม่เคยทำเกินหน้าที่ ถ้าทำเกินหน้าที่ ก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ”
ขณะที่กลุ่มการเมืองฝ่ายหนึ่ง กำลังสร้างสถานการณ์ นำไปสู่ประชาธิปไตยสมบูรณาญาสิทธิ์ อดีตซ้ายเก่าเหมาอิสต์บางกระแส เสนอว่า ต้องเร่งสร้างประชาธิปไตยนายทุนให้เต็มใบ ทั้ง ๆ ที่สังคมไทยก็เป็นประชาธิปไตยนายทุนมานานแล้ว ประชาธิปไตยของประชาชนคนยากคนจน คนส่วนใหญ่ คงต้องรอไปก่อน...
“ แนวคิดประชาธิปไตยสมบูรณ์ของปรีดี พนมยงค์ กับ เจตนารมณ์วีรชน ๖ ตุลา ๒๕๑๙ ” คืออะไร ปาฐกถา ดร.ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ จะค้นคว้ามานำเสนอ พร้อมกับการวิจารณ์ ของอาจารย์ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ซึ่งเป็นทั้งคนเดือนตุลา เป็นอดีตสหาย เป็นนักวิชาการและนักการเมือง ในวันอังคารที่ 6 ตุลาคมปีนี้ เวลา 9.30 น.-12.00 น. ณ ห้องแอลที คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ความขรุขระบนหินรูปเขื่อนสีเลือดเกรอะกรัง ของชิ้นงานประติมากรรม 6 ตุลา 2519 ที่หน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สะท้อนให้เห็นด้านที่อัปลักษณ์ของสังคมไทย
เตือนใจให้จำเหตุการณ์ทารุณโหดร้าย เตือนสติแก่ทุกคนว่า เหตุการณ์เช่น 6 ตุลา จะไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต
6 ตุลาปีนี้ ครบรอบปีที่ 33 แล้ว อาจจะเป็นทั้งวิกฤตและโอกาส
-----------------------------------------------------------------------
หมายเหตุ บทความโดย วิภา ดาวมณี octnet72@yahoo.com
* วิภา ดาวมณี ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำ วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เป็นกรรมการโครงการกำแพงประวัติศาสตร์:
ธรรมศาสตร์กับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย กรรมการเครือข่ายเดือนตุลา
และผู้ประสานงานคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
* อยากรู้ความจริงเรื่อง 6 ตุลา คลิก www.2519.net
| Attachment | Size |
|---|---|
| DSCN0117.JPG | 510.07 KB |
| DSCN0203.JPG | 196.1 KB |

