ธง แจ่มศรี : เอกสารประกอบคำแถลงเนื่องในวาระการก่อตั้ง พคท. ครบรอบ 67 ปี

tags:

เอกสารชิ้นนี้ของผมในนาม ธง แจ่มศรี  เป็นการแสดงออกถึงการยอมรับการสิ้นสภาพขององค์การนำชุดที่ 4 ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากสมัชชาผู้แทนพรรคครั้งที่ 4 ดังเหตุผลที่กล่าวในแถลงการณ์ครบรอบ 66 ปีของพรรค

ไม่ได้ออกในนามประชา  ธัญญ ไพบูลย์  อันเป็นชื่อจัดตั้งที่เป็นทางการของเลขาธิการพรรคฯ  ซึ่งต้องดำเนินตามหลักการประชาธิปไตยรวมศูนย์ (เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน องค์การนำได้สิ้นสภาพแล้วในทางพฤตินัยและนิตินัย) 

จึงออกในสถานะสมาชิกพรรคคนหนึ่ง ที่ยึดถืออุดมการณ์และระเบียบการของพรรค  ด้านหนึ่งเพื่อวิจารณ์ตนเอง ในเรื่องการยึดกุมทฤษฎีลัทธิมาร์กซ-เลนิน ที่นำมาประสานกับลักษณะของสังคมไทย เพื่อวิเคราะห์ลักษณะสังคมไทย เพื่อกำหนดหลักนโยบายขั้นต่ำ (เฉพาะหน้า) หรือขั้นตอนการปฏิวัติได้อย่างถูกต้อง


ผมเห็นว่า ปัจจุบันสังคมไทยเป็นสังคมทุนนิยมแล้วในด้านเศรษฐกิจ แต่ภาคการเมือง  การปกครอง วัฒนธรรมและความคิดของผู้คนในสังคม ยังไม่เป็นระบอบประชาธิปไตย  ต้องล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดจากศักดินา ขุนนางและจักรวรรดินิยมอเมริกา 

โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ 14  ตุลาคม  2516  เป็นต้นมา  ศักดินามีบทบาทนำสูงสุดในการบงการรูปแบบการเมืองการปกครองของไทย ไม่ว่ารูปแบบการเลือกตั้ง การรัฐประหาร ประชาธิปไตยครึ่งใบ เหล่านี้เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีเกือบทุกคนเป็นคนของเขา เช่น นายสัญญา ธรรมศักดิ์ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มรว.เสนีย์ ปราโมช  นายธานินทร์ กรัยวิเชียร   พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  นายอานันท์  ปันยารชุน นายชวน หลีกภัย พล.อ.สุรยุทธ  จุลานนท์  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ 

นายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่คนของเขา มักถูกโค่นล้มโดยรูปแบบในสภาและการรัฐประหาร ไม่ว่า พล.อ.เกรียงศักดิ์  ชมะนันท์  พล.อ.ชาติชาย  ชุณหวัณ  พล.อ.สุจินดา  คราประยูร  นายบรรหาร  ศิลปะอาชา  พล.อ.ชวลิต  ยงใจยุทธ  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  นายสมัคร  สุนทรเวช และนายสมชาย  วงศ์สวัสดิ์

หลักฐานยิ่งชัดเจนในสมัย นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เข้าสู่อำนาจรัฐ แต่ไม่สามารถใช้กลไกรัฐได้  ตรงกับคำกล่าวของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็นเจ้าของคอกม้า  รัฐบาลเป็นเพียงจ็อกกี้ม้าเท่านั้น

ดังนั้น ขณะนี้สังคมไทยถูกปกครอง โดยราชาธิปไตยหรือสมบูรณาญาสิทธิราช (ใหม่)  เพราะได้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า สถาบันนี้อยู่เหนือรัฐ กลไกรัฐไม่สามารถควบคุมได้ (ไม่มีความเท่าเทียมกันในทางกฎหมาย)

ซึ่งกลุ่มนี้ได้พัฒนาตนเองเป็น “ทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ” ในทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง วัฒนธรรมและรูปการจิตสำนึก  ซึ่งกลุ่มทุนผูกขาดกลุ่มอื่น ต้องยอมสวามิภักดิ์  เพราะได้เห็นตัวอย่างแล้ว จากการรัฐประหารรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหวันและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีแนวคิดทุนนิยมเสรีใหม่

(เป็นกลุ่มทุนผูกขาดกลุ่มใหม่ที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อ “กลุ่มทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ”)  โดยเฉพาะในกรณีหลังนี้ ศักดินาได้ใช้เครือข่ายของพวกเขาทั้งหมด เช่น ข้าราชการ ทหาร ศาล  กลุ่มประชาสังคม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งสื่อสารมวลชนทุกแขนง ฯลฯ  เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

สรุปลักษณะสังคมไทยเป็น สังคมทุนนิยมที่มีทุนผูกขาดศักดินาที่มีอำนาจเหนือรัฐ ครอบงำอยู่  ดังนั้น ขั้นตอนของการปฏิวัติขั้นนี้จึงเป็น “ การปฏิวัติประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุน ”  ที่มีกลุ่มทุนผูกขาดศักดินาที่มีอำนาจเหนือรัฐเป็นเป้าหมายการปฏิวัติ  เพราะกลุ่มนี้มีอำนาจเหนือกลุ่มทุนผูกขาดกลุ่มอื่น ๆ

ผมเห็นว่า กลุ่มทุนผูกขาดทักษิณ  บัดนี้ถูกพวกเครือข่ายของทุนผูกขาดศักดินา เล่นงานจนอยู่ในประเทศไม่ได้  แสดงให้เห็นว่า ยังเป็นตัวรอง ยังถูกกดขี่รีดไถด้วยซ้ำไป (การออกกฎหมายย้อนหลังเพื่อเอาผิด เป็นเรื่องที่เด่นชัดที่สุด)

เปรียบเทียบอย่างง่าย ๆ ระหว่างสองกลุ่มนี้ ใครมีอำนาจกว่ากัน  ลองเดินไปตลาดแล้วด่าว่าทั้งสองกลุ่ม  ทุกคนคงรู้คำตอบเป็นอย่างดีว่า จะเกิดอะไรขึ้น  อีกตัวอย่างหนึ่ง ที่ป่าสงวนแห่งชาติหรืออุทยานแห่งชาติ มีกลุ่มทุนไหนที่สามารถขยายพื้นที่ทำการเกษตรบนภูเขาสูงได้เป็นหลายหมื่นไร่ทั่วประเทศ  (แม้แต่ประธานาธิบดี หรือนายกรัฐมนตรีในประเทศทุนนิยมที่เจริญแล้วก็ไม่สามารถทำได้)

จุดยืนในทางการเมืองของพรรคเรา ต้องมาจากการวิเคราะห์ลักษณะสังคมไทยโดยใช้หลักลัทธิมาร์กซ- เลนิน หรือทฤษฎีของชนชั้นกรรมาชีพ  ไม่ใช่ไม่ต้องวิเคราะห์สังคมเพราะกลัวสหายแตกแยก  จนกระทั่งเอาทฤษฎีความสับสนวุ่นวาย (CHAOS) และทฤษฎีประชาสังคม (Social Community) มาชี้นำในการเคลื่อนไหวของพรรค  จนกลายเป็นขบวนการปฏิรูป 

มีแนวคิดที่จะตั้งพรรคแบบถูกกฎหมาย จนกระทั่งเอาพรรคไปเป็นเครือข่ายของกลุ่ม ทุนผูกขาดศักดินาที่มีอำนาจเหนือรัฐ แล้วสร้างวาทะกรรมว่า กลุ่มนี้ไม่เคยเข่นฆ่าประชาชน  ไม่เคยกดขี่ขูดรีดประชาชน

บางคนยังคงวิเคราะห์สังคมไทยเป็น “ทุนนิยมกึ่งเมืองขึ้น” แบบเดิมเหมือนเมื่อ 28 ปีมาแล้ว  ซึ่งในทางวิชาการได้มีข้อสรุปว่า จบสิ้นแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2524  จากข้อเขียนของ ดร.ประทีป  นครชัย (ทรงชัย ณ ยะลา)  โดยฝ่ายวิชาการหน่วย 81 ของพรรคฯ ก็ยอมรับข้อบกพร่องการวิเคราะห์สังคมไทยในสมัยสมัชชาฯ 4 เช่นกัน

ลักษณะกึ่งเมืองขึ้น หรือลักษณะประชาชาติ มันจบสิ้นลงในปี 2519 หลังจากสหรัฐอเมริกาถอนทหารออกจากประเทศไทย และปรับนโยบาย Thailandization  คือคนไทยควรแก้ปัญหาคนไทยกันเอง  อเมริกาเป็นเพียงให้การปรึกษาสนับสนุน เช่นเดียวกับประเทศในอินโดจีนก่อนหน้านี้

อนึ่ง ระบอบทุนนิยมโลกได้พัฒนา จนภาคการเงินเก็งกำไรจนมีลักษณะครอบงำไปทั่วโลก  หลังจากการปริวรรตเงินตราที่อิงกับมูลค่าทองคำ ( การยกเลิกข้อตกลง Bretton Wood ในปี พ.ศ. 2514) การอ้างอิงทฤษฎีของกฎมูลค่ามาเป็นกฎราคา ( Price Law)  ที่คิดว่าเงินดอลล่าร์มีค่ามันก็มีค่า 

ยิ่งโลกมีความเจริญทั้งทางด้านอวกาศ คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร ยิ่งเร่งให้เกิดโลกาภิวัตน์อย่างรวดเร็ว (เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 ) จนถึงการสิ้นสุดสงครามเย็นในปี พ.ศ.2532  ระบอบทุนนิยมเก็งกำไร ก็ครอบงำทุกภาคส่วนของระบอบทุนนิยม ทั้งภาคการผลิต ภาคการค้า ภาคการเงินและภาคการบริโภค เร่งการขูดรีดมูลค่าส่วนเกินของผู้คนทุกชาติทั่วโลก

ระบบทุนนิยมเก็งกำไรแบบนี้  ไม่สามารถเอาผิดกับกองทุนเก็งกำไรได้เลย เพราะมีกฎหมายนอมินีคุ้มครองอยู่  (ห้ามเปิดเผยชื่อลูกค้าหรือหุ้นส่วน) นี่หรือ ? คือความโปร่งใส  ตรวจสอบได้ของภาคทุนนิยมเก็งกำไร  แต่รัฐแต่ละรัฐอาจป้องกันได้ ขึ้นอยู่ว่ารัฐนั้นจะมีท่าทีอย่างไร

ศักดินาไทยได้พัฒนาตนเองมาเป็นลำดับ  กระทั่งกลายเป็นกลุ่มทุนผูกขาดเก็งกำไรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย หลักฐานที่เด่นชัดคือ เรื่องทรัพย์สินของกลุ่มนี้  ในปี พ.ศ. 2550  มี 2.29 แสนล้านบาท  เพิ่มเป็น 1.19 ล้านล้านบาทในปีต่อมา  อยากถามว่าทำการค้าอะไรที่ได้กำไรถึง 9 แสนล้านบาทในปีเดียว 

ซึ่งจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากการเก็งกำไร (ไม่ใช่กลุ่มทักษิณที่ทำกลุ่มเดียว)  การที่กลุ่มนี้มีอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมืองและรูปการจิตสำนึกครอบงำทั้งสังคม เขาจะเป็นบริวารของใครได้ ? 

การวิเคราะห์ว่า ลักษณะสังคมไทยเป็นทุนบริวาร หรือเป็นทุนนิยมกึ่งเมืองขึ้นแบบเดิมคือ เห็นจักรวรรดินิยมเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของสังคมไทย ซึ่งจะไปสอดคล้องกับการ วิเคราะห์ของกลุ่มประชาสังคมและทฤษฎีความสับสนวุ่นวาย  ที่เห็นทุนโลกาภิวัตน์จะมาครอบงำประเทศไทย 

ดังนั้น จึงต้องสามัคคีกับกลุ่มอำนาจทุกกลุ่มในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มศักดินา (กลุ่มทุนผูกขาดศักดินาเหนือรัฐ) ต่อสู้กับทุนโลกาภิวัตน์และโค่นล้มทุนผูกขาดในประเทศที่สมคบกับทุนโลกาภิวัตน์ 

ความจริงกลุ่มทุนผูกขาดศักดินา เขาสัมพันธ์กับทุนโลกาภิวัตน์มาก่อนกลุ่มทุนอื่นด้วยซ้ำ นับตั้งแต่จักรวรรดินิยมอังกฤษ,ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น  อเมริกา ฯลฯ ซึ่งต้องให้หุ้นส่วนหรือผลประโยชน์แก่กลุ่มนี้ตั้งแต่ 10 – 40 % เมื่อเข้ามาทำการค้ากับไทย

จากเหตุผลข้อมูลเหล่านี้ ที่อดีตองค์การนำชุดที่ 4 โดยเฉพาะกรรมการการเมืองส่วนใหญ่ นอกจากไม่ยึดกุมระเบียบการพรรค เรียกประชุมตามกำหนดเวลา เพื่อแก้ปัญหาการนำที่ดำรงอยู่ภายในองค์การนำด้วยกันเองแล้ว  ยังละทิ้งทฤษฎีปฏิวัติพื้นฐานของพรรคและก้าวไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เป็นจริง ของระบอบทุนนิยมโลกและสังคมไทยอีกด้วย

ดังนั้น จึงมีปัญหาทางด้านการเมืองของพรรคอย่างแน่นอน ที่เห็นได้ชัดคือ ปัญหาแนวทางการเมืองที่จะต้องกำหนดเป้าหมายการปฏิวัติ  พลังการปฏิวัติและหนทางปฏิวัติ 

อดีตองค์การนำนี้ กลับไปสามัคคี “ กลุ่มทุนผูกขาดศักดินาที่มีอำนาจเหนือรัฐ ” ซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของสังคมไทย  ที่เกิดจากปัญหาความรับรู้กลายเป็นปัญหาจุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค  อันเป็นปัญหาการต่อสู้ตามแนวทางของพรรค อันไม่อาจประนีประนอมกันได้

อีกอย่าง อดีตคณะกรรมการบริหารกลางชุดที่ 4 ถ้าไม่นับบุคคลที่ลาออกจากพรรคโดยสมัครใจ และผู้ที่ไปรับมาตรา 17 สัตตะ ในปี 2530 คงเหลือเพียง 1 ใน 6 เท่านั้น  นี่คือ ความจริงทางภาวะวิสัยที่ไม่ขึ้นต่อเจตจำนงทางอัตวิสัยของใคร 

ผมจึงเห็นว่า ถ้าไม่ประกาศจุดยืนของอดีตเลขาธิการพรรค ก็ยิ่งจะทำให้พรรค คอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยเสียหาย กลายเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมที่มีจุดยืนไปร่วมมือกับชนชั้นปกครองกดขี่ขูดรีดประชาชนไทย

คำแถลงในปีนี้ จึงต้องชี้แจง ทำความเข้าใจกับมิตรสหายทั้งหลาย ด้วยหลักการ “ ช่วยเหลือและต่อสู้ ” ที่ผมพยายามอย่างที่สุดในการรักษาความสามัคคีในหมู่มิตรสหายไว้

ธง  แจ่มศรี

หมายเหตุ เอกสารชิ้นนี้ เป็นเอกสารภายในพคท. ที่ชี้แจงประกอบ คำแถลงเนื่องในวาระการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยครบรอบ 67 ปี

ที่มา บอร์ดไฟลามทุ่ง 

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

ข่าวน่าสนใจ

นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์

tags:

วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา

เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

tags:

3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน  “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"  จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.

tags:

3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

 

 

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้