1 พฤษภาคม วันกรรมกรสากล:กรรมกรไทย จงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ที่เปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรไปสู่สังคมอุตสาหกรรมมากขึ้น ที่ส่งผลให้ผู้คนอพยพจากการผลิตภาคเกษตรกรรม ไปเป็นแรงงานภาคอุตสาหกรรม ซึ่งผู้ใช้แรงงานต้องประสพกับการถูกกดขี่ขูดรีด จากนายทุนโรงงานอุตสาหกรรม
เช่น ถูกบังคับให้ใช้แรงงานเยี่ยงทาส ต้องทำงานหนักถึงวันละ 14-16 ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด รวมทั้งไม่มีสวัสดิการและมาตรฐานคุ้มครองความปลอดภัย ในการทำงานแต่อย่างใด
สภาพดังกล่าว เป็นสาเหตุทำให้ผู้ใช้แรงงานมีการเคลื่อนไหว เพื่อต่อสู้การกดค่าจ้างแรงงาน และให้ลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งแนวความคิดนี้ได้ขยายไปหลายประเทศทั้งในยุโรป อเมริกา ละตินอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย
ช่วงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2429 คนงานแห่งเมืองชิคาโก ประเทศอเมริกา ได้นัดหยุดงานครั้งใหญ่และจัดการชุมนุมเดินขบวนเพื่อเรียกร้องระบบ สามแปด คือ ทำงาน 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง การต่อสู้ครั้งนั้นอำนาจรัฐนายทุนได้ใช้กำลังเข้าปราบปรามอย่างรุนแรง
ภายหลังจากนั้น ต่อมาสหพันธ์คนงานแห่งอเมริกา ก็ได้ฟื้นการต่อสู้เรียกร้องระบบสามแปดอีกครั้งหนึ่งโดยมีมติให้เดินขบวนทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2433
ขณะเดียวกันในช่วงนั้นก็เริ่มมีแนวคิดที่จะประกาศวันที่แน่นอน ให้เป็นวันสามัคคีต่อสู้ของขบวนการกรรมกรทั่วโลก จนกระทั่ง พ.ศ. 2432 ที่ประชุมของสภาสังคมนิยมสากล ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ได้มีมติให้วันที่ 1 พฤษภาคม 2433 เป็นวันเดินขบวนเรียกร้องให้ลดชั่วโมงทำงาน ตามที่สหพันธ์คนงานแห่งอเมริกา ได้กำหนดไว้แล้ว
และได้กำหนดให้วันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันกรรมกรสากล และเป็นวันเดินขบวนแสดงพลังของชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลก
และกรรมกรสากลทั่วโลก พวกเขาส่วนใหญ่แล้วล้วนต่อสู้ เพื่อให้ประเทศเขาเป็นประชาธิปไตยแทบทั้งสิ้น เพราะประชาธิปไตย นั้น ทำให้มีเสรีภาพในการรวมกลุ่มต่อรอง ในการสร้างพรรคการเมืองของกรรมกรเองได้ ที่สำคัญเคารพว่าคนเท่ากัน
กรรมกรสากล โดยรวมจึงปฏิเสธระบอบอำมาตยาธิปไตย และร่วมต่อสู้กับชนชั้นอื่นๆในการปฏิวัติประชาธิปไตยขอบเขตทั่วโลก
…………
“กรรมกรไทย” ผู้ไร้ปัจจัยการผลิต มีแรงงานเป็นสินค้า เขารักประชาธิปไตยหรือนิยมอำมาตยาธิปไตย?
แม้ว่าความขัดแย้งหลักในสังคมทุนนิยม จะเป็นความขัดแย้งระหว่างทุนกับกรรมกรก็ตาม แต่เงื่อนไขประวัติศาตร์ที่เป็นจริงดำรงอยู่ ในช่วงเปลี่ยนผ่านสังคมไทย อิทธิพลความคิดอุดมการศักดินาครอบงำสังคมไทยภายใต้ทุนนิยมล้าหลัง
และมีความขัดแย้งระหว่างทุนเสรีนิยมกับทุนสามานย์อำมาตย์ ที่เติบโตสะสมทุนผ่านกลไกอำมาย์แบบอภิสิทธิ์ชน มากกว่าการแข่งขันอย่างเสรีและโปร่งใส
ณ ปัจจุบัน ความขัดแย้งรองระหว่างทุนเสรีนิยมกับทุนสามานย์อำมาตย์ เป็นสิ่งที่กรรมกรต้องเลือกว่าจะเป็นแนวร่วมหรือสนับสนุนฝ่ายใด
ความขัดแย้งระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบอำมาตยาธิปไตย เป็นสิ่งที่กรรมกรต้องเลือกว่าจะเป็นแนวร่วมหรือสนับสนุนฝ่ายใด ไม่มีความเป็นกลาง สองไม่ หรือสองเอา?
ประสบการณ์ของ "กรรมกร" ในชีวิตประจำวันนั้น มีกรรมกรจำนวนไม่น้อย ได้ตระหนักในสิทธิและได้มีการต่อสู้อย่างต่อเนื่องไม่ ได้ยอมจำนนแต่อย่างใด ในรูปแบบการรวมกลุ่มในรูปแบบสหภาพแรงงาน เหมือนเฉกเช่นชนชั้นนายทุน พวกอำมาตย์ ที่รวมตัวในนาม สมาคมนายจ้าง สมาคมธนาคาร สมาคมหอการค้า ฯลฯ
การจัดตั้งสหภาพแรงงานของกรรมกร เป็นโรงเรียนประชาธิปไตย ในการจัดการชีวิตของกรรมกรที่ไม่ให้นายจ้างเอารัดเอาเปรียบ
"กรรมกร" ได้เรียนรู้ว่า ผู้นำของพวกเขาในการต่อสู้เพื่อไม่ให้นายทุนกดขี่ ต้องมาจากการเลือกตั้งของพวกเขาเองมิใช่นนายทุนแต่งตั้งให้ กรรมการสหภาพแรงงาน ต้องมีวาระตำแหน่งในการบริหารสหภาพแรงงานที่แน่นอน
ว่ากี่ปี ต้องประกาศเจตนารม มีนโยบาย มีเป้าหมายให้พวกเขาชัดเจนว่าจะนำพาสหภาพแรงงานไปทางไหน เมื่อใดก็ตามที่สหภาพเดินผิดทิศผิดทางเมื่อนั้น พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนผู้นำไม่เลือกคนประเภทนี้อีกได้
เฉกเช่นเดียว กับการเมืองระดับชาติ ที่กรรมกรต้องส่งเสริมประชาธิปไตย ต้องแดง เพื่อสิทธิของกรรมกรที่ต้องต่อสู้กับทุนและรัฐในระดับนโยบาย เช่น การแก้ไขกฎหมายแรงงานที่ล้าหลัง การมีกฎหมายความปลอดภัยในที่ทำงาน การมีสวัสดิการของคนงาน การนโยบายมีค่าจ้างที่เป็นธรรม ฯลฯ
และที่สำคัญต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ทั้งฉบับ และให้กรรมกรมีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนทุกระดับ ในพื้นที่ที่พวกเขาทำงานหรือในสถานที่ประกอบการ เพื่อให้กรรมกรมีสิทธิเลือกผู้แทนทุกระดับ และต่อรองเสนอนโยบายกับผู้แทนของตนเองได้
มิใช่ต้องกลับบ้านไปเลือกตั้งต่างจังหวัด ทั้งๆที่ชีวิตทั้งชีวิต พวกเขาไม่ ได้อยู่บ้านภูมิลำเนาเดิมแล้ว และอนาคตกรรมกรก็ตั้งพรรคการเมืองทางชนชั้นของตนเองได้เช่นกัน
บทเรียนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็ได้บอกให้ "กรรมกร" รู้ว่า เมื่อใดก็ตามที่สังคมไทยเป็นประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง กรรมกรมีเสรีภาพในการเคลื่อนไหวได้อย่างเสรี การเคลื่อนไหวเพื่อชีวิตที่ดีกว่า เพื่อความเป็นธรรมในสังคม
เงื่อนไขที่จะประสบความสำเร็จย่อมมีสูง เช่น หลัง 14 ตุลาคม 2516 มีกฎหมายแรงงานรองรับสิทธิกรรมกร หรือกฎหมายประกันสังคม ก็คลอดในยุคนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณที่มาจากการเลือกตั้ง
เมื่อใดก็ตามที่อำนาจเผด็จการอำมาตย์ทหารครอบงำสังคมไทย เมื่อนั้น "กรรมกร" ต้องถูกกำจัดสิทธิเสรีภาพที่พึงมี เช่น ภายหลังคณะรัฐประหารรสช.ยึดอำนาจ รัฐบาลอานันท์ ปันยารชุณ ได้ออกกฎหมายยกเลิกพรบ.รัฐวิสาหกิจเพื่อกีดกันมิให้บทบาทสหภาพรัฐวิสาหกิจใน การหนุนช่วยแรงงานพื้นฐาน
ปัจจุบันภายหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 รัฐบาลอำมาตย์อภิสิทธิ์ ก็ได้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้เครื่องขยายเสียงทำลายโสตประสาทการชุมนุม เรียกร้องความเป็นธรรมของสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ ตลอดทั้งล่าสุด ได้มีนโยบายจัดระเบียบสหภาพแรงงานหรือลิดรอนสิทธิของกรรมกร อีกแบบหนึ่งนั้นเอง
การต่อสู้เรื่องประชาธิปไตย จึงมิใช่เรื่องไกลตัวจากเรื่องชีวิต "กรรมกร" แต่อย่างใด เป็นภาระกิจทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของ "กรรมกร" เหมือนเช่น คนรากหญ้าในชนบท ผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยด้วยเช่นกัน
และ มีแต่สังคมที่มีประชาธิปไตยและเสรีภาพเท่านั้น เป็นเงื่อนไขสำคัญให้การเติบโตของ พลังชนชั้นกรรมกรได้อย่างกว้างใหญ่ไพศาล และเข้มแข็งได้
"กรรมกร" จึงต้องรัก "ประชาธิปไตย" มิใช่ สยบยอมเป็นทาสต่อ "อำมาตยาธิปไตย"
และวันกรรมกรสากลปีนี้ กรรมกรไทยจึงต้องเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน ต่อต้านการปราบปรามประชาชน ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยด้วยสองมืออันว่างเปล่า
กรรมกรไทย จงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจงเจริญ
โดย เปลวเทียน ส่องทาง
1 พฤษภาคม 2553
ที่มา ไทยอีนิวส์
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์
เขียนโดย admin เมื่อ 8 กุมภาพันธ์, 2012 - 23:13 tags:
วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

