
พอล ครุกแมน : ขั้นสุดท้ายของวิกฤติ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2551 เฮนรี่ พอลสัน (Henry Paulson) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังของสหรัฐ ได้พยายามขีดเส้นบนทราย ไม่ให้รัฐเข้าไปช่วยสถาบันการเงินที่ล้มเหลวอีกต่อไป
สี่วันถัดมา เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤติที่กำลังลุกลามออกไปนอกเหนือการควบคุม ผู้นำส่วนใหญ่ที่กรุงวอชิงตัน ก็ดูเหมือนได้ตัดสินใจว่า รัฐไม่ใช่ตัวปัญหาแต่คือผู้แก้ปัญหา มาตราการที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อน คือ การที่รัฐเข้าไปซื้อหนี้เสียส่วนใหญ่ของสถาบันการเงินเอกชน ก็ได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
สถานการณ์ที่พัฒนามาจนถึงปัจจุบันคือ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐไม่ช่วยเลห์แมนบราเธอร์ การตกใจสุดขีดที่แท้จริง ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะราคาหุ้นในตลาดดาวโจนส์หัวทิ่มลงมา แต่เป็นเพราะผลกระทบต่อเนื่องของตลาดสินเชื่อ
กล่าวโดยพื้นฐานคือ บรรดาผู้ให้กู้หยุดทำหน้าที่กันไปหมด พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งยอมรับกันว่าเป็นตราสารที่ปลอดภัยที่สุดของการลงทุนทั้งหมด (ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่สามารถชำระหนี้ได้ อย่างอื่นจะมีค่าเหลืออะไร ?)ได้ถูกซื้อไปจนหมดเกลี้ยง แม้ว่าแทบจะไม่มีผลตอบแทน ในขณะที่บรรดาผู้กู้เอกชนไม่สามารถหาสินเชื่อได้
ปกติบรรดาธนาคารพานิชย์ สามารถกู้ยืมระหว่างกันด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเช้าวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2551 อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของเงินกู้ระยะ 3 เดือนระหว่างธนาคารพานิชย์ ได้พุ่งขึ้นเป็นร้อยละ 3.2 ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ระยะเดียวกันเท่ากับร้อยละ 0.05 นี่ไม่ใช่การพิมพ์ตัวเลขผิด
การที่กระแสเงินไหลเข้าไปที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ปลอดภัยกันหมด ทำให้ธุรกิจจำนวนมากไม่สามารถหาเงินกู้ได้ รวมทั้งสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ในตลาดการเงิน ดังนั้น จึงนำไปสู่การล้มขนาดใหญ่และการแตกตื่นตามมา มันยังทำให้ธุรกิจลดการใช้จ่าย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมให้เศรษฐกิจที่ซบเซา ตกต่ำลึกลงไปอีก
ธนาคารกลางสหรัฐซึ่งในภาวะปกติ เป็นผู้นำในการต่อสู้กับสภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจ แต่ในเวลานี้ ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เพราะได้ใช้บรรดาเครื่องมือมาตราฐาน ของการดำเนินนโยบายทางการเงินไปเกือบหมดแล้ว
โดยปกติ ธนาคารกลางจะแก้ไขสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ด้วยการซื้อตั๋วเงินคลังระยะสั้นคืนจากตลาดการเงิน เพื่อผลักดันให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดลดลง แต่ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของตั๋วเงินคลังระยะสั้น ก็แทบจะเป็นศูนย์อยู่แล้ว เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง ธนาคารกลางยังสามารถใช้มาตราการอะไรได้อีก ?
ธนาคารกลาง ยังสามารถให้เงินกู้แก่ภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งธนาคารกลางก็ได้ให้กู้ยืมไปแล้วในปริมาณที่มากจนน่ากลัว แต่การให้กู้ยืมเงินดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งสถานการณ์ที่กำลังทรุดตัวลง
ในภาพรวม มีเรื่องที่สดใสอยู่เรื่องหนึ่ง คือ อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อจำนองอสังหาริมทรัพย์ได้ลดลงไปมาก นับตั้งแต่รัฐบาลกลางสหรัฐได้เข้าควบคุมกิจการของแฟนนี่ เมย์ (Fannie Mae)และเฟรดดี้ แมค(Freddie Mac)และได้ค้ำประกันหนี้สินของบริษัททั้งสอง
มีบทเรียนในเรื่องนี้สำหรับคนที่พร้อมจะรับฟัง คือ การที่รัฐบาลเข้าควบคุมกิจการ อาจเป็นทางเลือกเดียว ที่สามารถทำให้ระบบสถาบันการเงินทำงานได้อีกครั้งหนึ่ง
มีบางคนได้โต้แย้งข้อเสนอดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ นายพอล โวคเกอร์ (Paul Volcker) ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนก่อน และผู้มีประสพการณ์จากวิกฤติการเงินที่ผ่านมา 2 คน ได้เขียนบทความในหนังสือพิมพ์วอลสตรีทเจอร์นัล
ประกาศว่าทางเดียวที่จะหลีกเลี่ยง สาเหตุหลักของบรรดาสภาวะสินเชื่อหดตัวทั้งหมด คือ การจัดตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่เพื่อซื้อตราสารที่มีปัญหา ซึ่งก็คือการใช้เงินภาษีของประชาชน ไปซื้อสินทรัพย์ที่มีปัญหา ซึ่งเกิดขึ้นจากฟองสบู่ที่แตกกระจายของตลาดสินเชื่อและตลาดอสังหาริมทรัพย์
เมื่อเสนอโดยนายพอล โวคเกอร์ ทำให้มันเป็นข้อเสนอที่ได้รับความเชื่อถืออย่างมาก
บรรดาสมาชิกที่มีบทบาทของสภาคองเกรส รวมทั้งวุฒิสมาชิกฮิลลารี่ คลินตัน(Hillary Clinton)และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนายบาร์นี่ แฟรงค์(Barney Frank) ประธานคณะกรรมาธิการการเงินของสภาฯ ได้นำเสนอในทำนองเดียวกัน
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2551 วุฒิสมาชิกชาร์ล ชูเมอร์(Charles Schumer) ประธานคณะกรรมาธิการการเงินของวุฒิสภา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนให้จัดตั้งรัฐวิสาหกิจใหม่เพื่อแก้ไขวิกฤติการเงิน ได้แถลงว่า "ธนาคารกลางและกระทรวงการคลัง ได้ยอมรับว่า เราต้องการมาตราการแก้ปัญหาที่ครอบคลุม"
นั่นคือเหตุที่ประธานธนาคารกลางเบ็น เบอร์นานเก้(Ben Bernanke)และนายพอลสัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประชุมร่วมกับผู้นำของสภาคองเกรสเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน 2551 เพื่อปรึกษามาตราการที่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหา" ในเวลานี้ เรายังไม่รู้ว่ามาตราการที่ครอบคลุมในการแก้ไขปัญหาคืออะไร
มีการเปรียบเทียบมาตราการช่วยเหลือทางการเงินของรัฐบาลสวีเดน ในการแก้ปัญหาวิกฤติการเงินเมื่อต้นปีคศ.1990 โดยรัฐบาลสวีเดนได้ช่วยเหลือด้วยการเข้าไปควบคุมสถาบันการเงินส่วนใหญ่ของประเทศเป็นการชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่า ผู้กำหนดนโยบายในกรุงวอชิงตัน ได้เตรียมการในการเข้าไปควบคุมในระดับเดียวกันหรือไม่ และถ้าไม่ มาตราการนี้อาจกลายเป็นการช่วยเหลือที่ผิดพลาด คือการช่วยเหลือบรรดาผู้ถือหุ้นและตลาด ซึ่งผลก็คือการช่วยเหลือภาคสถาบันการเงิน ซึ่งได้รับผลร้ายจากทำธุรกิจด้วยความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวของพวกเขา
ยิ่งไปกว่านั้น ไม่ว่าโครงการช่วยเหลือ จะออกแบบให้ดีอย่างไร มันก็มีต้นทุนในการใช้เงินภาษีอากรของประชาชนจำนวนมหาศาล
รัฐบาลสวีเดนได้วางแผนว่า จะต้องใช้เงินประมาณร้อยละ 4 ของผลผลิตมวลรวมประชาชาติ ซึ่งสำหรับอเมริกา หมายถึงเงินจำนวน 600 พันล้านเหรียญสหรัฐ
แม้ว่าในที่สุด ภาระที่ประชาชนชาวสวีเดนผู้เสียภาษีรับผิดชอบ ไม่ถึงจำนวนดังกล่าว
เพราะรัฐบาลสวีเดนสามารถขายทรัพย์สินที่ซื้อมา ได้ในราคาพอสมควร
และสำหรับทรัพย์สินบางรายการ สามารถทำกำไรได้มาก
แต่ในเวลานี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคาดการณ์ ถึงผลที่จะเกิดขึ้นจากมาตราการช่วยเหลือทางการเงิน
ระบบการเมืองในวันนี้ ไม่สนใจที่จะทำตามคำแนะนำที่น่าขายหน้าของนายแอนดรู เมลลอน(Andrew Mellon)ต่อประธานาธิบดี เฮอร์เบิร์ต ฮูเวอร์ (Herbert Hoover) ที่ว่า " ชำระสะสางปัญหาแรงงาน ชำระสะสางปัญหาหุ้น ชำระสะสางปัญหาเกษตรกร ชำระสะสางปัญหาอสังหาริมทรัพย์ "
การจัดซื้อทรัพย์สินที่มีปัญหาขนาดใหญ่ของรัฐ กำลังจะเกิดขึ้น
คำถามที่เหลืออยู่คือ การจัดซื้อนั้น จะทำกันอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ เพียงใด
00000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000000
แปลและเรียบเรียงจากบทความ เรื่อง Paul Krugman: Crisis endgame
ใน นสพ.อินเตอร์เนชั่นแนลเฮรัล ทรีบูน
หมายเหตุุ : คำว่า Crisis endgame เป็นแนวคิดรวบยอดในบทความนี้ของครุกแมน
โดยมองสถานการณ์ของวิกฤติการเงินและอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ
ที่ยืดเยื้อเรื้อรังมายาวนานว่า
ได้ก้าวมาถึงขั้นสุดท้ายหรือระยะสุดท้ายแล้ว
เปรียบเทียบกับการเล่นหมากรุกทั้งกระดาน ก็คือถึงระยะปลายกระดาน
ที่มีตัวหมากรุกเหลืออยู่บนกระดานแค่ 2-3 ตัว
ผู้เล่นเหลือตัวหมากรุกให้เล่นน้อยเต็มทีแล้ว ไม่อาจทำอะไรได้มากแล้ว
ครุกแมน ไม่ได้ใช้คำตรงๆแบบ final stage แต่ใช้สำนวนของฝรั่งว่า endgame
ดูความหมาย ได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Endgame
ส่วนการมองของครุกแมน จะถูกหรือผิด ใครจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งต้องติดตามดูกันต่อไป
พอล ครุกแมน เป็นนักเศรษฐศาตร์ชาวอเมริกัน
ที่มีชื่อเสียงและมีผลงานทางวิชาการมากที่สุดคนหนึ่ง
ได้รับการยกย่องและจัดอันดับว่าเป็น 1 ใน 50 นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก
เขาเคยวิจารณ์นโบายการตรึงอัตราแลกเปลี่ยนของทางการไทยล่วงหน้ามานานแล้วว่าเป็นความผิดพลาด และจะเป็นสาเหตุนำไปสู่วิกฤติทางการเงินครั้งใหญ่
ซึ่งต่อมาไทยได้เกิดวิกฤติต้มยำกุ้งขึ้นเมื่อปี 2540
ตามที่เขาได้คาดการณ์ไว้
ดูประวัติของเขาเพิ่มเติม ได้ที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Paul_Krugman
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
โปรดเกล้าฯ ครม.ยิ่งลักษณ์ 2 แล้ว !
เขียนโดย admin เมื่อ 18 มกราคม, 2012 - 20:14 tags:ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

