
รายงานพิเศษ แก้รัฐธรรมนูญ : แก้อะไร แก้อย่างไร
รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นดอกผลของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กย. 2549 แม้ว่าการยกร่างจะทำโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ และผ่านกระบวนการลงประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ แต่พรรคฝ่ายค้าน กลุ่มเสื้อแดงและประชาชนจำนวนมาก ได้ต่อสู้ เรียกร้องให้ยกเลิกหรือแก้ไขอย่างไม่หยุดหย่อน จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องและวิกฤติทางการเมืองตลอดมา
แม้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่ ก็ยอมรับว่า เพื่อแก้ไขวิกฤติการณ์ทางการเมืองและปัญหาข้อขัดข้องในระบอบประชาธิปไตยของไทย จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 จนนำไปสู่การประชุมร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือประเด็นที่จะแก้ไข
แต่ปัญหาว่า ควรต้องแก้อะไร และแก้ไขอย่างไร ก็เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันของทุกฝ่ายตลอดมา ทำให้ปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 เป็นปัญหาสำคัญที่บ่งช้ว่า การเมืองของไทยจะมุ่งไปในทิศทางใด จึงขอรวบรวมข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ มาพิจารณา ดังนี้
1. สมคิด เลิศไพฑูรย์ : ‘รัฐธรรมนูญเป็นจำเลย’
"การปกครองประชาธิปไตยคือของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน “ของ”ไม่ต้องพูดนะ ผมจะพูด “โดย” กับ “เพื่อ” รัฐธรรมนูญ 2540 เน้นว่าโดยประชาชน แต่ถามว่าคนในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ 2540 เพื่อประชาชนไหม มีปัญหาเยอะมาก รัฐธรรมนูญ 2550 โดยประชาชนน้อย แต่เพื่อประชาชนเยอะ"
"เรากำลังเอาคนที่มีส่วนได้เสียมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง แน่นอนอาจจะมีคำอธิบายทางวิชาการ แต่ว่าคำอธิบายทางวิชาการก็เป็นคำอธิบายที่นักการเมืองอธิบายกันเอง เช่น การเลือกตั้งเขต 1 คนกับเขตละ 3 คน ทางวิชาการอาจบอกว่าเขตละคนดีกว่า เพราะทำให้การออกเสียงเลือกตั้งของคนมีความเสมอภาค 1 เสียงเท่ากันหมด
แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า คราวนี้พรรคที่อยากกลับไปสู่ระบบเขตละคน ไม่ได้คิดว่าข้อดีของระบบเลือกตั้งคืออย่างนี้หรอก แต่คิดว่าถ้าเขตละคน พรรคฉันได้ดีกว่าไหม คือถ้าคิดไปตามหลักการนี่ผมไม่ว่าเลย แต่มันไม่ได้คิดไปตามหลักการ"
"ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีเขาจะตัดสินไปในทิศทางใด ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะไปรับผิดชอบได้อย่างไรเล่า ผู้พิพากษาไม่ได้เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขามาของเขาเอง เราไปบังคับเขาไม่ได้ ถ้ามองว่าบางช่วงเขาเข้าข้างพรรคนี้ บางช่วงเขาเข้าข้างพรรคนั้น เราก็ไม่อยากให้เขาเข้าข้างหรอก แต่ว่าถ้าเขาเข้าข้างพรรคการเมืองไหน จะโทษรัฐธรรมนูญได้ที่ไหนเล่า"
อ่านต่อที่ ประชาไท
2. วรเจตน์ ภาคีรัตน์ :
‘มันเลยไปแล้ว’
"มันเลยไปแล้ว เราสร้างปมขึ้นมา ขมวดกันจนยุ่งเหยิงขนาดนี้ ผมเห็นว่าเลยมาแล้ว ผมก็นั่งดูแล้วครับตอนนี้ ผมไม่คิดว่าจะเปลี่ยนอะไรกันได้ หลังจากที่เห็นการวินิจฉัยขององค์กรต่างๆ มาในช่วง 2 ปี... เราอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะหักเลี้ยวออกไปทางไหนอย่างไร"
“ข้อจำกัดของการอภิปรายรัฐธรรมนูญของเรา ก็คือข้อจำกัดในเรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ เราจะเห็นว่าตอนที่มีการเปลี่ยนบทบัญญัติเรื่องนี้ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2534 เรื่องของการสืบราชสันตติวงศ์ ที่แต่เดิมเป็นเรื่องความเห็นชอบของรัฐสภา ให้กลายมาเป็นรัฐสภารับทราบ
โดยที่มีการตั้งรัชทายาทเอาไว้ ประเด็นเรื่องอำนาจในการเสนอชื่อผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประเด็นเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ เรื่องเหล่านี้ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในตอนหลัง รวมทั้งประเด็นเรื่ององคมนตรี
ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารของ พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ปี 2490 ซึ่งคราวนั้นคณะอภิรัฐมนตรีได้ถือกำเนิดขึ้นในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2490 คณะอภิรัฐมนตรีนี่เองที่ได้กลายเป็นคณะองคมนตรีในรัฐธรรมนูญปี 2492"
อ่านต่อที่ ประชาไท
3. อมร จันทรสมบูรณ์ :
เราต้องการ Statesman
"ทางออกของประเทศไทย ต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อไม่ให้มีการผูกขาดโดยพรรคการเมืองนายทุนธุรกิจ คนที่จะล้มได้คือหนึ่งแก้ด้วยพลังประชาชน หรือสองโดยรัฐประหาร แต่รัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่ใช่การทำรัฐประหารเหมือนครั้งก่อน
คืออย่าเข้ามาใช้อำนาจรัฐเพื่อตนเอง แต่ต้องตั้งใจที่จะแก้ด้วยการสร้างระบบที่ถูกต้อง"
อ่านต่อที่ ประชาไท
4. แก้วสรร อติโพธิ :
‘รธน.กฎหมายภาษี’
"รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นการร่างรัฐธรรมนูญในเชิงกลยุทธ์ ดูการอภิปราย ดูตรรกะต่างๆ มันเป็นเรื่องเอารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายภาษีอากร เวลาคุณร่างกฎหมายภาษีคุณเห็นช่องว่างแล้วคุณจะร่างไล่ดักอุดรูช่องนั้นช่องนี้ ประมวลรัษฎากร 300 มาตรา ละเอียดยิบจนปัจจุบันก็ยังละเอียดไม่พอ ถ้ากฎหมายภาษีไม่ว่าเพราะเขียนกฎหมายเพื่อที่จะปราบคนหนีภาษี เอาคนเหี้ยมาตั้งแล้วเราก็เขียนดักมัน แต่รัฐธรรมนูญคิดอย่างนี้ไม่ได้"
"ผมว่ามันไม่ปกติแล้วล่ะ มันต้องฟัดกันจนให้รู้เรื่อง ...ขณะที่เราพูดถึงรัฐธรรมนูญอย่างนั้นอย่างนี้ ที่จริงสถานการณ์ประเทศอาจจะหนักหนากว่าที่เราเข้าใจก็ได้ มันอาจจะไม่มีโอกาสมาร่างรัฐธรรมนูญหรืออะไรไม่รู้ด้วยซ้ำไป
เกมมันอาจจะเศร้าขนาดนั้นนะ ส่วนตัวผมลึกๆ ผมกลัวเราจะเหมือนฟิลิปปินส์ มันจะ down"
อ่านต่อที่ ประชาไท
5. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล : ต้องแก้ไข
พระราชอำนาจในการแต่งตั้งองคมนตรีและการสืบสันตติวงศ์
“ประเด็นแรกคือ องคมนตรีที่เป็นปัญหาในปัจจุบันนี้ที่องค์มนตรีเข้ามายุ่งกับการเมืองเยอะมาก.. เพราะรัฐธรรมนูญให้พระราชอำนาจในการแต่งตั้งองคมนตรีทั้งหมด ไม่ให้สังคมควบคุมตรงนี้เลย.. องค์มนตรีถ้าจะมี ก็ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น หรืออยู่ภายใต้การควบคุมของสังคมหรือกระบวนการประชาธิปไตยโดยรวม
“ตัวอย่างที่สองที่ยิ่งสำคัญเข้าไปใหญ่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ก็คือการสืบราชสันตติวงศ์ ..คณะรสช. เมื่อ 2534 ได้ยกอำนาจเกี่ยวกับการสืบสันตติวงศ์ และ..อำนาจในการแก้ไขกฎมณเฑียรบาล 2467 ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ทั้งหมด ..
รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ในบทแรก ๆ ด้วยซ้ำว่า พระมหากษัตริย์ทรงในอำนาจผ่านสภานิติบัญญัติในทางกฎหมาย ซึ่งมันขัดกับหลักการพื้นฐานข้อนี้ เท่ากับยกกฎมณเฑียรบาล 2467 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญเอง
“ยังมีตัวอย่างเล็ก ๆ ซึ่งความจริงไม่เล็ก ก็คือ รัชกาลปัจจุบันสามารถมีพระราชดำรัสโดยสด ก็คือ กล่าวสดๆ ซึ่งมีความสำคัญกับการเมืองไทยมาก และขัดหลักการประชาธิปไตย
คนที่รู้เรื่องนี้ดีมากคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเอง เพราะในปี 2502 ทรงมีพระราชดำรัสสดเป็นครั้งแรกที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วพระองค์ทรงพูดกับนิสิตเองว่า จริงๆ แล้ววันนี้ไม่ได้ร่างมา เป็นการพูดสดๆ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นประเพณีที่ไม่ควรทำ
ฉะนั้นพวกนี้เป็นตัวอย่างของพระราชอำนาจที่ขัดกับหลักการประชาธิปไตย
อ่านต่อที่ เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน
6. ชินวรณ์ บุณเกียรติ : รัฐบาลจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็นต่อไป
วันที่ 22 ตค. 2552 นายชินวรณ์ บุณเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะทำงานยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม 2550 ทั้ง 6 ประเด็น โดยจะให้คณะทำงานไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็น 6 ฉบับ และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายอีกครั้ง ในวันที่ 12 พ.ย.โดยยืนยันว่าจะต้องทำประชามติ เพื่อถามความเห็นของประชาชน
อ่านเพิ่มเติมที่ ไทยรัฐ
7. เฉลิม อยู่บำรุง : ต้องนำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมา
22 ตค. 2552 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ยืนยันหลักการให้นำรัฐธรรมนูญ ปี 2540 กลับมา และให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ และออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่าย ..การแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน
อ่านต่อที่ astvผู้จัดการ
นับจากไทยได้เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เมื่อปีพศ. 2475 นับถึงปัจจุบัน เวลาก็ล่วงมาถึง 77 ปี แล้ว
ที่ผ่านมาระบอบประชาธิปไตยของไทย ได้ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอด ปัญหาหลักๆ ของประชาธิปไตยและการเมืองของไทยคือ ไม่มีเสถียรภาพ ไม่มีประสิทธิภาพและทุจริตคอรัปชั่น มีการรัฐประหารและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สิบกว่าครั้ง ทำให้เกิดวิกฤติการเมืองขึ้นตลอดเวลา ครั้งแล้ว ครั้งเล่า
สังคมไทย กำลังทนไม่ไหวกับความขัดแย้งและวิกฤติทางการเมืองที่ยืดเยื้อเรื้อรังออกไปเรื่อย ๆ ดังกล่าว
ความตื่นตัวทางการเมืองของประชาชนไทย จำนวนมาก บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังจะมาถึง จึงขอให้ผู้รักประชาธิปไตยทุกหมู่เหล่า จงร่วมมือกันผลักดันให้ระบอบประชาธิปไตยของไทย พัฒนาก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงเถิด
เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด
ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ
เขียนโดย ไท เมื่อ 20 มกราคม, 2012 - 00:59 tags:1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4. ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5. ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์
ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่
เขียนโดย admin เมื่อ 20 September, 2011 - 23:54 tags:กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554 ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้
กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน
เขียนโดย admin เมื่อ 5 September, 2011 - 22:35 tags:มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก
ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด
กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น
บทความ
ข่าวน่าสนใจ
นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์
เขียนโดย admin เมื่อ 8 กุมภาพันธ์, 2012 - 23:13 tags:
วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา
เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:42 tags:3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์" จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.
เขียนโดย admin เมื่อ 5 กุมภาพันธ์, 2012 - 15:28 tags:3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

