ปรัชญากวี

ศึกษาจากโกวเล้ง




รังสีกระบี่ กระจายไกลสามหมื่นลี้ ประกายกระบี่ คลี่สยบสิบเก้าแคว้น

น้ำใจไมตรี

tags:

น้ำใจไมตรีระหว่างคนต่อคน ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่มีปัญญาคาดคำนวณได้

แต่สามารถตัดสินทุกสรรพสิ่ง เปลี่ยนแปลงทุกสรรพสิ่ง

เพราะเหตุนี้ มโนธรรมสถิตในจิตใจคนชั่วนิรันดร์       (1)

 

บางครั้ง ขอเพียงท่านยินยอม หยิบยื่นน้ำใจไมตรีแก่บุคคลอื่นสักน้อยนิด

ก็จะสร้างความเต็มตื้นกับบุคคลนั้นไปชั่วชีวิต

บางครา ขอเพียงท่านยินยอมแสดงน้ำใจไมตรีสักเล็กน้อย

ก็จะได้มาซึ่งความสุขชั่วชีวิต

น่าเสียดาย ที่ชนชาวโลก กลับตระหนี่น้ำใจไมตรีเพียงเล็กน้อยนี้

กลับแสดงความเยียดหยามและเย้ยเยาะ

แลกมาซึ่งความอาฆาตแค้นของบุคคลอื่น              (1)

 

ท่านหากเห็นคนผู้หนึ่ง พลันกระทำเรื่องที่ผิดปกติวิสัย

อย่างนั้นในใจมัน ต้องบังเกิดความเจ็บปวด ความเศร้าเสียใจอย่างรุนแรง

ท่านหากสามารถเข้าใจถึงความนี้ สามารถให้อภัยมัน

ท่านจึงมีจิตใจกว้างขวาง จึงนับเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง     (2)

(1) จากนวนิยายเรื่อง "เพชรฆาตดาวตก" แปลโดย น. นพรัตน์

(2) จากนวนิยาย เรื่อง "พญามังกรเจ็ดดาว" แปลโดย น. นพรัตน์

 

ภาพจากคลังภาพของคุณ doesan ที่ photobucket.com 

บทศึกษา

น้ำใจไมตรีของคน แสดงออกโดยการให้ โดยการเสียสละหรือโดยการช่วยเหลือผู้อื่น ในทางพุทธศาสนาเรียกว่า "ทาน" ซึ่งถือเป็นการทำบุญสร้างกุศลขั้นพื้นฐาน ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ

การให้ตามหลักพุทธศาสนาจำแนกได้เป็น 3 ระดับ จากขั้นต่ำไปสู่ชั้นสูงคือ วัตถุทาน (การให้วัตถุเป็นทาน) อภัยทาน (การให้อภัยในความผิดพลาดล่วงเกินของผู้อื่น) และธรรมทาน (การให้ธรรมเป็นทาน ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา ทำให้คนพ้นทุกข์)

บางครั้งขอเพียงแต่ท่านสามารถเข้าใจผู้อื่น ให้อภัยต่อความผิดพลาดของผู้อื่น หรือช่วยเหลือเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็นำความเต็มตื้นมาสู่ผู้นั้นแล้ว

การให้หรือน้ำใจไมตรี ที่มีอานิสงค์มาก ที่มีผลและมีพลังมาก จะมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ ความตั้งใจและความเต็มใจที่จะให้ ไม่ใช่ให้พอเป็นพิธี หรือให้อย่างขอไปทีตามเทศกาล กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เป็นการให้ด้วยหัวใจ

ประการต่อมา เป็นการให้ที่ประกอบด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้เป็นเล่ห์กลที่จะค้ากำไรเกินควรกับผู้รับ และ

ประการสุดท้าย เป็นการให้ที่ผู้รับได้รับผลจากการให้อย่างแท้จริงและโดยตรง

เหตุที่น้ำใจมีพลังกับคนมาก ก็เพราะว่าคนแตกต่างกับวัตถุธาตุอื่นในโลก ตรงที่คนเรานั้นมี "ใจ" กล่าวสำหรับคนทั่วไป ใจของคนเคารพความดีงาม รู้จดจำ รู้สำนึกคุณที่ผู้อื่นกระทำต่อตัวเองและรู้สำนึกที่จะตอบแทนคุณต่อผู้มีพระคุณกับตน

ในทางตรงกันข้าม การเหยียดหยาม การดูถูก เย้ยเยาะหรือการทำร้ายผู้อื่น ทั้งโดยวาจาและการกระทำ ซึ่งโดยมากและที่สำคัญคือ โดยวาจา นั้น ก็จะได้รับผลสนองตอบในทางชิงชัง อาฆาตแค้น และหาโอกาสชำระหนี้แค้น หากผู้นั้นไม่มีน้ำใจที่จะให้อภัยกับความผิดพลาดของผู้อื่น

ที่สำคัญในเรื่องผลสะท้อนกลับของจิตใจคือ มันจะไม่สะท้อนแบบกลไก ที่แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา แต่มันจะสะท้อนกลับในสัดส่วนที่เป็นทวีคูณ

ดร. นโปเลียน ฮิลล์ ผู้เขียนหนังสือศาสตร์แห่งความสำเร็จ จึงได้เรียกกฎข้อนี้ว่า " กฎแห่งการตอบแทนทวีคูณ " และได้เสนอว่า คุณสมบัติหรือกฎของผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต ข้อหนึ่งคือ จะต้องมีนิสัยที่ทำงานเกินเงินเดือน

ยกตัวอย่างเช่น นายเฮนรี่ ฟอร์ด เจ้าของบริษัทฟอร์ดมอเตอร์ จำกัด แห่งประเทศอเมริกา ที่ใช้นโยบายจ่ายค่าจ้าง สูงกว่าระดับสามัญ โดยกำหนดเป็นระเบีนบค่าจ้างขั้นต่ำวันละห้าดอลลาร์ ผลก็คือ เขาได้รับแรงงานที่ดีกว่าและมากกว่ากิจการอื่น

ทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายจากการควบคุมดูแลคนงาน เนื่องจากค่าจ้างสูง จึงไม่มีใครที่จะเสี่ยงต่อการถูกไล่ออก ด้วยการอู้งานหรือทำงานที่ไม่มีคุณภาพ ในประเทศไทยมีตัวอย่างทำนองนี้ทั้งสองแบบ

คือบริษัทหนึ่ง กำหนดระเบียบว่าพนักงานคนใดมาทำงานสาย จะถูกหักเงินเดือนเป็นเงินวันละ 5 บาท ผลปรากฎว่า พนักงานส่วนใหญ่มาสายและสายมาก ตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมงในแต่ละวัน อีกบริษัทหนึ่งกำหนดระเบียบว่า พนักงานคนใด ไม่สาย ไม่ขาด ไม่ลา ทั้งเดือน จะได้รับเบี้ยขยันเดือนละ 300 บาท ผลปรากฏว่าอัตราพนักงานที่มาสายของบริษัทนั้น กลับลดลงมาก

ผู้ให้ ไม่มีวันหมด ข้อนี้ดูเหมือนขัดกับเหตุผลของคนสามัญ แต่ก็ได้แสดงถึง กฎแห่งการตอบแทนทวีคูณ ของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

หากกล่าวเปรียบเทียบในทางพุทธศาสนาก็คือ กฎแห่งกรรม หรือกฎที่กล่าวว่า บุคคลหว่านพืชชนิดใด ก็จะได้รับผลชนิดนั้น ส่วนที่ว่า ผลจะได้รับ ช้า เร็ว หรือหนักเบาประการใด ก็อาจจะประกอบด้วยเงื่อนไขอื่น ๆ อีก

โลกปัจจุบัน สอนให้คนคิดแต่จะ เอา จากผู้อื่น และระวังป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมา เอา จากตนเอง ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องที่ต้องมีเหตุผลทางเศรษฐกิจไปหมด

สภาพเช่นนี้ ทำให้คนขาดแคลนน้ำใจไม่ตรีต่อกันและเย็นชาต่อกัน แต่ก็ในสภาพเช่นนี้ นี่แหละ หากท่านเรียนรู้ที่จะให้ผุ้อื่นแล้ว ท่านก็จะพบว่า ไม่เพียงแต่ท่านสามารถทำให้ผู้อื่นเบิกบานใจ มีความสุขเท่านั้น ตัวท่านกลับจะเบิกบานยิ่งกว่า

นี่ยังไม่นับ ผลที่จะสนองกลับในอนาคต ในโลกมีเรื่องดี ๆ ดังเช่นการมีน้ำใจไมตรีต่อคน ไม่มากเลยจริง ๆ 

หมายเหตุ เผยแพร่ครั้งแรกในหนังสือมติชนสุดสัปดาห์ กย. 2531 แก้ไขปรับปรุง สค. 2552 

 

Creative Commons License อนุญาตให้นำงานในคอลัมน์นี้ ไปใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 3.0 ประเทศไทย

 

AttachmentSize
kindness_is.jpg18.62 KB

เรื่องจากคอลัมน์ล่าสุด

ศึกษาวัตถุนิยมวิภาษ บทที่ 3 ความเกี่ยวพันทั่วไปของโลกวัตถุ

tags:
บทนี้ มีเนื้อหาสำคัญคือ

1. จินตภาพของความเกี่ยวพันที่มีลักษณะทั่วไปของโลกวัตถุ
2.ความเกี่ยวพันระหว่างเหตุกับผล
3. ความเกี่ยวพันระหว่างความบังเอิญกับความแน่นอน
4.  ความเกี่ยวพันระหว่างความเป็นไปได้กับความเป็นจริง
5.  ความเกี่ยวพันระหว่างรูปแบบกับเนื้อหา
6. ความเกี่ยวพันระหว่างธาตุแท้กับปรากฎการณ์

ลบล้างผลรัฐประหาร 49 แก้ไข ม.112 เยียวยาผู้เสียหายและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

tags:

กองบรรณาธิการได้พิจารณาแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๑ ปีนิติราษฎร์ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2554  ขอสนับสนุนข้อเสนอ 4 ข้อในแถลงการณ์ดังกล่าว ดังนี้

กสทช.ใหม่คือ ตัวแทนของอภิชน

tags:

มติชนรายงานข่าวว่า วุฒิสภาเลือก 11 กสทช.ใหม่แล้ว แต่ทว่า ผลการเลือกตั้ง กสทช. จากวุฒิสภาชุดนี้ สรุปได้คำเดียวว่า น่าผิดหวังยิ่งนัก

ดังภาษิตที่ว่า " งาช้างไม่อาจงอกออกจากปากของสุนัข" ฉันใด

กสทช.ที่มาจากการเลือกของวุฒิสภาที่สมาชิกมาจากการสรรหาของพวกอภิชนถึงครึ่งหนึ่ง ย่อมถูกครอบงำด้วยตัวแทนของอภิชน ฉันนั้น

บทความ

อ่านบทความย้อนหลังทั้งหมด

ข่าวน่าสนใจ

นักวิชาการเหนือ-อีสาน-ใต้ เสนอผลสรุปวิจัย พลเมืองไทยต้องการประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์

tags:

วันที่ 8 ก.พ. 2555 โครงการสร้างสำนึกพลเมืองเพื่อส่งเสริมประชาธิปไตยและธรรมาภิบาลในท้องถิ่น จัดการสัมมนาสรุปผลการวิจัย ซึ่งทำการวิจัยในพื้นที่อิสาน ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก พิจิตร สุโขทัย ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยะลา

เกษียร เตชะพีระ : ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

tags:

3 ก.พ. 55 เกษียร เตชะพีระ อภิปรายในงาน  “ปรีดี พนมยงค์ กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"  จัดโดย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ มธ. ท่าพระจันทร์

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ : ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ ม.112 ใน มธ.

tags:

3 กพ.2555 วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ชี้แจงกรณีคณะผู้บริหาร มธ.ห้ามเคลื่อนไหว แก้ไข ปอ. ม.112 ใน มธ.ในรายการคมชัดลึก โดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์

 

 

เว็บบอร์ด

กลุ่มศึกษาทฤษฎี

อ่านต่อ

เว็บเพื่อนบ้าน

อ่านต่อ

รวมเว็บไซต์น่าสนใจ

อ่านต่อ

ล็อกอิน หรือ สมัครสมาชิก เพื่อเสนอความเห็นหรือตั้งกระทู้