<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Politics</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>วิปรัฐบาลชี้ ส.ส.ขอระงับการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะประชาชนได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว </title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080513/458</link>
 <description>&lt;p&gt;
นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เชียงราย ในฐานะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือวิปรัฐบาล กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังไม่สามารถกำหนดขั้นตอนและวันเวลาได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เนื่องจากคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ คปพร. ที่นำโดย น.พ.เหวง โตจิราการ เพิ่งมายื่นรายชื่อประชาชนกว่า 150,000 รายชื่อพร้อมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้ ซึ่งต้องใช้เวลาจำนวนมากในการตรวจสอบรายชื่อระชาชน ทำให้มั่นใจว่า &lt;b&gt;จะยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทันสมัยประชุมนี้ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายสามารถ กล่าวอีกว่า การเสนอญัตติของ ส.ส.ต้องยับยั้งไปเพราะประชาชนได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้ว&lt;b&gt;  (ข่าว 1)&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน ยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา &lt;b&gt;ไม่ใช่เรื่องของคณะรัฐมนตรี ซึ่งคณะรัฐมนตรีที่เป็นส.ส.ไม่ต้องร่วมลงชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมูญ&lt;/b&gt;  สำหรับกรณีที่มีผู้คัดค้านนั้นเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะโดยภาพรวมมีคนเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ โดยจะนำร่างไปพิจารณาและหากเห็นว่าใช้ได้ ก็จะลงชื่อเพื่อเสนอต่อรัฐสภา และหากไม่เห็นด้วยในส่วนใด ก็จะแปรญัตติต่อไป โดยยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมูญ จะมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนตามช่องทางของกฎหมาย  &lt;b&gt;(ข่าว 2)&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ด้านรังสิตโพล เผย&lt;b&gt;ปชช.อยากให้รอไปอีก1ปีแล้วค่อยแก้ไขรธน. &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายประเสริฐ กิติรัตน์ตระการ หัวหน้าหลักสูตรผู้นำทางสังคม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต แถลงผลสำรวจรังสิตโพล ที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,315 ตัวอย่าง ในพื้นที่ กทม. ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆ รวม 7 จังหวัด พบว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ร้อยละ 48.29 เห็นควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ควรรอเวลาอย่างน้อยอีก 1 ปี&lt;/b&gt; ร้อยละ 29.58 เห็นว่าไม่ควรแก้ไข และร้อยละ 22.13 เห็นว่าควรแก้ไขโดยเร็ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนการแสดงเจตนาการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ของนักการเมืองในปัจจุบัน &lt;b&gt;ร้อยละ 53 เห็นว่า ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพรรคและนักการเมือง&lt;/b&gt; ร้อยละ 13.23 เห็นว่ากระทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนความเห็นเกี่ยวกับวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 &lt;b&gt;ร้อยละ 48.97 เห็นว่าควรแก้บางส่วนโดยปรับปรุงจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550&lt;/b&gt; ร้อยละ 33.84 เห็นว่าควรแก้บางส่วน โดยปรับปรุงจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ร้อยละ 9.28 เห็นว่าควรแก้ทั้งฉบับโดยการเขียนใหม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนความเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ในมาตรา 237 ร้อยละ 53.18 ไม่ออกความเห็น ร้อยละ 36.75 เห็นว่าควรแก้ไข และร้อยละ 10.07 เห็นว่าไม่ควรแก้ไข ส่วนการแก้ไขมาตรา 259 และ 278 ร้อยละ 47.83 เห็นว่าควรแก้ไข ร้อยละ 34.22 เห็นว่าไม่ควรแก้ไข&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ &lt;b&gt;ร้อยละ 43.88 เห็นว่าผลกระทบของการผลักดันเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความแตกแยก&lt;/b&gt; ร้อยละ 30.04 เห็นว่า ไม่เกิดความเปลี่ยนแปลง และร้อยละ 26.08 เห็นว่าจะพาบ้านเมืองไปสู่ความสงบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายประเสริฐ ยังกล่าวด้วยว่า รังสิตโพลมีข้อเสนอแนะต่อประชาชนคนไทยและนักการเมือง โดยสรุปว่า ในสังคมประชาธิปไตย การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สามารถจะกระทำได้ แต่ควรคำนึงถึง&lt;b&gt;ประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติเป็นสำคัญ &lt;/b&gt;และขอเตือนว่า &lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;อย่านำเงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองและนำไปสู่การแบ่งฝ่ายประชาชนในชาติโดยเด็ดขาด และหากนักการเมืองผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของพรรคและนักการเมือง จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความแตกแยกอย่างแน่นอน&lt;/b&gt; &lt;b&gt; (ข่าว 3)&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;-สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น&lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=108286&quot;&gt; ข่าว1&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=108337&quot;&gt;ข่าว 2&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/Politic.php?nid=108621&quot;&gt;ข่าว 3 &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในที่สุด เมื่อเผชิญกับแรงต่อต้านอย่างรุนแรงจากหลายฝ่าย รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่แสดงความไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กับข้อเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญจากผลโพลหลายแห่ง ที่สำรวจในครั้งหลังๆ ทำให้ที่ประชุมหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลที่ร้านไพซาโนเห็นว่า ข้อเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับของพรรคพลังประชาชน อาจนำไปสู่&lt;a href=&quot;/editorial/20080317/411&quot;&gt;ความแตกแยกและการเผชิญหน้าครั้งใหญ่&lt;/a&gt;ของสังคมไทย ซึ่งอาจทำให้รัฐบาลล้มได้ หากจัดการไม่เหมาะสม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายบรรหาร ได้แถลงว่า สภาฯจะปิดสมัยประชุมในวันที่ 19 พค.ศกนี้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องเสนอก่อนล่วงหน้า 15 วัน ดูเวลาแล้ว ไม่น่าที่จะเสนอได้ทันในสมัยประชุมนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพื่อรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล ที่จะได้มีเวลาในการทำงานและทำอย่างอื่น (?)ที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน สมควรโยนเผือกร้อนนี้ให้พ้นจากมือรัฐบาลให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภาดำเนินการต่อไป  ภาษาฟุตบอล เรียกว่า เมื่อมีความเสี่ยงและอันตรายว่าอาจเสียประตู ให้ทีมตั้งรับ&amp;quot;&lt;b&gt;เตะลูกออกจากสนามไปก่อน&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่นายสามารถ แก้วมีชัย อ้างว่า เมื่อมีประชาชนรวมกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ(ที่เหมือนกับร่างฯของพปช. ยังกับแกะ)เข้ามาแล้ว สส.จากพปช.ก็ไม่จำเป็นต้องเสนอร่างฯเข้ามาอีกนั้น ความจริงคือ การตรวจสอบรายชื่อประชาชน 150,000 คน เป็นเรื่องที่ใช้เวลามาก อย่างน้อยก็ 2-3 เดือน ทั้งกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชน ที่ต้องแก้ไขใหม่ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ยังจัดทำไม่เสร็จ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การหวังจะให้การแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ทันใช้กับคดีความในศาล โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีนี้ น่าจะเป็นเรื่องยุ่งยากและไม่ทันท่วงที ดังนั้นเรื่องที่ว่า จะแก้รัฐธรรมนูญด้วยญัตติที่ประชาชนเข้าชื่อกัน จึงน่าจะเป็น&lt;b&gt;แผนลวง เตะลูกออก ซื้อเวลาไปก่อน &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;แผนจริง คือเสนอร่างแก้ไขฯโดยสส.กับสว.เมื่อสถานการณ์เอื้อมากกว่านี้&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่พรรคพลังประชาชนกริ่งเกรง คือการเคลื่อนไหวต่อต้านของกลุ่มพันธมิตรฯ กลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และเสียงคัดค้านจากคนที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จนกว่าจะสามารถดึงคนเป็นกลาง แน่ใจว่า ทหารไม่ลากรถถังออกมาล้มพวกเขาอีกและโดดเดี่ยวพวกพันธมิตรฯ ได้ การแก้รัฐธรรมนูญ ก็คงต้องชะลอไว้ก่อน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพียงแต่คดีทุจริตของคตส.และคดียุบพรรค ยังเดินหน้า งวดเข้าไปทุกวัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;จะทำอย่างไรกันดี ?
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080513/458#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Tue, 13 May 2008 02:44:32 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">458 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>รายการMetro Lifeทางคลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน ยั่วยุให้ทำร้ายร่างกายโชติศักดิ์ อ่อนสูง</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080503/438</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันพุธที่ 30 เมษายน 2551 รายการMetro Life ซึ่งออกอากาศทาง&lt;b&gt;คลื่นยามเฝ้าแผ่นดิน (&lt;/b&gt;&lt;b&gt;FM 97.75 MHz&lt;/b&gt;&lt;b&gt;)&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;โดยมี &lt;b&gt;ต่อพงศ์ เศวตามร์ วฤทธิ์ นิ่มนวลกุล และอำนาจ เกิดเทพ&lt;/b&gt;
ร่วมกันเป็นผู้ดำเนินรายการ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้จัดรายการ ได้ประกาศเชิญชวนให้ผู้ฟังไปพบโชติศักดิ์&lt;span&gt;  &lt;/span&gt;อ่อนสูง ในงานเสวนา “&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;สิทธิมนุษยชนกับความเห็นที่แตกต่าง&lt;/span&gt;”&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;&lt;span&gt;  &lt;/span&gt;ที่
จะจัดขึ้นที่ห้อง 101 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันศุกร์ที่
2 พฤษภาคม 2551 ซึ่งโชติศักดิ์ อ่อนสูงจะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเสวนา ร่วมกับ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ประวิตร โรจนพฤกษ์ และสุภิญญา
กลางณรงค์&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในตอนหนึ่งของรายการที่ออกอากาศในวันดังกล่าว ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวว่า
งานนี้จะเป็นที่รวมของพวกสิทธิมนุษยชน
ซึ่งเราก็จะไปแสดงสิทธิของเราได้ด้วย&lt;b&gt;การขว้างขวดน้ำ&lt;/b&gt;
เพราะในกฎระเบียบของห้องนั้นมีแต่ห้ามสูบบุหรี่
หรือส่งเสียงรบกวนระหว่างการบรรยาย ถ้ามีขวดน้ำก็น่าจะใช้ได้
หรือยกมือทักท้วง โห่ ถ้าเขาพูดอะไรที่เราไม่เห็นด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้ดำเนินรายการคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า มีคนถามว่า ถ้าเราตีหัวคนแล้วเราต้องจ่าย
500 หรือเปล่า ก็มีการตอบกันว่าต้องจ่ายข้อหาทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกาย
แต่เขาอาจจะตีความว่าพยายามฆ่า เพราะฉะนั้น&lt;b&gt;ต้องใช้หมัด อย่าใช้อาวุธ
ต้องไม่ให้เกิดเลือด หรือถึงเลือดออกก็จ่าย 500 ค่าทำขวัญ ค่าเข็มเท่านั้น&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่ง
เมื่อมีการเปิดสายให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็น
ก็มีคนโทรเข้ามาเสนอให้&lt;b&gt;กำถ่านไฟฉายไปชกปากให้แตก
ไม่ต้องเสียค่าเข็มด้วย เพราะคนเจ็บไม่กล้าเย็บ&lt;span&gt;  &lt;/span&gt;เสียแค่ค่าพยาบาล กับค่าปรับ 500 บาท&lt;span&gt;
&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span&gt;นอกจากนี้ ตลอดทั้งรายการมีการกล่าวย้ำบ่อยครั้งว่า&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span&gt; &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span&gt;การร้องไห้ เจ็บแค้น
นอนไม่หลับอยู่กับบ้าน &lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span&gt;ไม่ได้เป็นการช่วยปกป้องสถาบันฯ
&lt;b&gt;เราต้องมีการลงมือกระทำบ้างแล้ว
หวังว่าประชาชนจะช่วยกันเองในการปกป้องสิ่งที่รัก&lt;/b&gt;
จะคิดและหวังรอให้ทหารมาทำปฏิวัติไม่ได้อีกแล้วโดยเริ่มในวันศุกร์ที่ 2
และวันอาทิตย์ที่ 4 นี้  &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;span&gt;อ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span&gt;นึ่ง
ในวันอาทิตย์ที่ 4 พฤษภาคม 2551
ผู้ดำเนินรายการได้เชิญชวนให้ผู้ฟัง ไปชูป้ายประท้วงนายกฯ
และรักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ที่หน้าห้องส่งกรมประชาสัมพันธ์
ซึ่งนายกฯ จะต้องไปออกรายการนายกฯพบประชาชน ในเรื่องที่นายกฯ
ไม่ทำอะไรเลยกรณีที่จัดให้คนที่ใส่เสื้อ&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span&gt; ไม่ยืนไม่ใช่อาชญากรรม เห็นต่างไม่ใช่อาชญากร ไปออกรายการ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;span&gt;อย่างไรก็ตาม
ในตอนท้ายรายการ ผู้ดำเนินรายการได้ย้ำให้ประชาชนเคลื่อนไหวด้วยความสงบ
มีสติ มีอารยธรรม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือ
หรือทำให้กระบวนการในการต่อสู้เสียหาย ไฟล์เสียงของรายการเดิมเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551 &lt;a href=&quot;http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1003&amp;amp;mmsID=1003%2F1003%2D2110%2Ewma++&amp;amp;program_id=14152&quot;&gt;อยู่ที่นี่&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt;หลังจากมีคนออกมาวิพากษ์วิจารย์ ปรากฎว่าได้มีการลบไฟล์นี้ออกไป
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt;แต่ก็มีมือดีเอาไปโพสต์ไว้&lt;a href=&quot;http://www.yousendit.com/transfer.php?action=download&amp;amp;ufid=97FEE6E901EF3412&quot;&gt;ที่นี่  &lt;/a&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt;ฟังฟล์เสียงของวันที่ 29 เมษายน 2551 ประกอบได้&lt;a href=&quot;http://www3.bigupload.com/files/C14XJPVCWZ...fe.WAV.zip.html&quot;&gt;ที่นี่ &lt;/a&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt; 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt; 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt;&lt;b&gt;ที่มา &lt;/b&gt;- &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/12042&quot;&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt; 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt;&lt;b&gt;สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล&lt;/b&gt; ได้เสนอความเห็นในบทความเรื่อง &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/12043&quot;&gt;&lt;span class=&quot;TextTitle&quot;&gt;ผู้จัดการ-พันธมิตร กำลังก่อกระแส ‘ละคอนแขวนคอ’ ยุคใหม่&lt;/span&gt;&lt;/a&gt; ที่ประชาไทว่า&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt; ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ต้องจัดการด้วยการอภิปราย โต้แย้ง อย่างใช้เหตุผล
ไม่ใช่ปลุกปั่น โดยอ้างสถาบันกษัตริย์
เพื่อนำไปสู่การใช้ความรุนแรงจัดการกับผู้มีความเห็นแตกต่างกับตนอย่างที่กลุ่มผู้จัดการ-พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำลังทำอยู่&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt; 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt;ระดับความบ้าคลั่งในการก่อกระส &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;“&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ละคอนแขวนคอ&lt;/span&gt;”&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ยุคใหม่ ของคนกลุ่มนี้ ได้ถึงจุดที่อันตรายอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot; lang=&quot;TH&quot;&gt; &lt;b&gt;ร่วมกันประณามการเป็น &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style=&quot;font-size: 10pt; font-family: Tahoma&quot;&gt;“&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt;ดาวสยาม-ยานเกราะ&lt;/span&gt;”&lt;span lang=&quot;TH&quot;&gt; ยุคใหม่ของกลุ่มผู้จัดการ-พันธมิตร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;MsoNormal&quot; style=&quot;margin: 0in 0in 0pt&quot;&gt;
&lt;b&gt; 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080503/438#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sat, 03 May 2008 22:05:25 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">438 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ธีรยุทธ บุญมี : ตั้งฉายารัฐบาลพปช.เป็น รัฐบาลลูกกรอก 1</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080503/436</link>
 <description>&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
นายธีรยุทธ บุญมี
อาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา อดีตผู้นำนิสิตนักศึกษาในเหตุการณ์
14 ตุลาคม 2516 ได้แถลงข่าววิเคราะห์การเมืองไทย ที่อาคารเอนกประสงค์ 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 
วิพากษ์จุดแข็งจุดอ่อนและโอกาสของรัฐบาลพลังประชาชน
รวมถึงแนวโน้มอนาคตการเมืองไทยและทางออกของปัญหา
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
นายธีรยุทธ
กล่าวถึงโอกาสของประเทศไทยในขณะนี้ว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เศรษฐกิจอเมริกาถดถอย จีน อินเดีย ญี่ปุ่น
และเอเชียก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในหัวรถจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
มีการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ด้านเศรษฐกิจการเงิน ด้านวัฒนธรรม
ด้านประชากรใหม่หมด ไทยต้องปรับโครงสร้าง (restructuring) ตัวเอง
เพื่อฉวยประโยชน์ให้มากที่สุด
เนื่องจากประชากรเอเชียที่ร่ำรวยขึ้นมีจำนวนมาก
ทำให้อาหารและวัตถุดิบราคาสูงขึ้น
เป็นโอกาสที่ดีของภาคเกษตรวัตถุดิบของไทย 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ไทยยังมีความสามารถเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรม การบริการ การแพทย์ และการท่องเที่ยวที่จะเติบโตขึ้นอีกมหาศาลได้
ในทางภูมิศาสตร์ไทยยังเป็นศูนย์กลางทางคมนาคม
ขนส่งและจัดการสินค้าวัตถุดิบ (logistic hub) ได้ดี
ดังนั้นรัฐบาลต้องฉวยโอกาสนี้ให้ดี อย่าหมกมุ่นกับการแก้ปัญหาตัวเอง
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
นายธีรยุทธ กล่าวถึงจุดแข็ง
จุดอ่อนของพรรคพลังประชาชน (พปช.) ว่า จุดอ่อนของ
พปช.ก็อยู่ตรงที่&lt;b&gt;นโยบายประชานิยม&lt;/b&gt; ซึ่งเกิดข้ออ่อนหลายอย่าง คือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
1.การจัดตั้งรัฐบาลต้องเอาตัวแทนจากท้องถิ่นมาเป็นรัฐบาลมากขึ้น จึงขัดแย้งกับชนชั้นกลางในกทม.
และตัวจังหวัดใหญ่ต่างๆ
ที่คาดหวังการตั้งรัฐบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญหรือมืออาชีพเป็นหลัก 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
2.ระบอบพรรคการเมืองไทยอยู่กับการซื้อเสียงจ่ายเงินให้ชาวบ้าน จึงต้องถอนทุนคืน
การคอร์รัปชันในสมัยรัฐบาลชุดนี้จะนำไปสู่การคัดค้านของสังคมอย่างกว้างขวาง
และขยายตัวเป็นการขับไล่รัฐบาลได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
3.จะเกิดความขัดแย้งผลประโยชน์ระหว่าง&lt;b&gt;จอมขมังเวท กุมารทอง และบรรดาลูกกรอก&lt;/b&gt; ในรัฐบาลสมัคร 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
4.ทั้งพวกรักทักษิณและพวกคัดค้านทักษิณ
มีกลุ่มที่มีความคิดสุดขั้วแฝงอยู่
ในพวกรักทักษิณมีสุดขั้วเชิงอุดมการณ์ ที่ต้องการเปลี่ยนประเทศอย่างสุดโต่ง
ซึ่งจะเป็นตัวเร่งให้ความขัดแย้งในสังคมเกิดเร็วขึ้นและขยายตัวได้ง่าย 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
และ
5.ปัญหาเศรษฐกิจมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อ บุคลากรของ
พปช. ขาดความเป็นมืออาชีพ
อาจทำให้ปัญหาแรงขึ้นกลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของรัฐบาลได้
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ทั้งนี้ นายธีรยุทธ
ได้ตั้งฉายารัฐบาลสมัครใหม่ด้วยว่า เป็น&lt;b&gt;รัฐบาลลูกกรอก 1&lt;/b&gt;
เพราะรัฐบาลสมัครมีลักษณะเป็นผู้มีอาคมปลุกเสกจากทารกที่หมดอายุขัยไปแล้ว
ให้กลับมามีอิทธิฤทธิ์ ควบคุมจิตใจให้ซื่อสัตย์ จงรักภักดี
คอยช่วยทำงานให้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
การที่ พปช.
ถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ซึ่งแปลว่า&lt;b&gt;หุ่นเชิด&lt;/b&gt;นั้นไม่ตรงนัก
เพราะหุ่นไม่มีชีวิตจิตใจ โดยนอมินีมักเป็นบุคคลที่อ่อนวัยวุฒิกว่า
ด้อยคุณวุฒิ ความฉลาดน้อยกว่าเจ้าของ แต่มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีสูง
จึงควรแปล&lt;b&gt; “ นอมินี” ว่า “ ลูกกรอก”&lt;/b&gt; ซึ่งลูกกรอกคณะนี้มีระดับผู้นำอยู่ 2
ตนคือ &lt;b&gt;รักเลี้ยบ ยมมิ่ง&lt;/b&gt; มีฤทธิ์เดชฉกาจฉกรรจ์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ส่วนหัวหน้าคณะลูกกรอกมี 2 ตน
&lt;b&gt;ตนที่หนึ่งเป็นกุมารทองคะนองปาก&lt;/b&gt;
คิดอะไรก็พูดอย่างนั้นทันที จนสร้างศัตรูไปทั่วทุกกลุ่ม กุมารทองตนที่สองเป็น&lt;b&gt;กุมารทองคะนองฤทธิ์ &lt;/b&gt;คะนองอำนาจ ชอบอยู่กระทรวงที่มีอำนาจ
เชื่อมั่นว่า อำนาจจะสามารถทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องเกรงใจใคร 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
“ รัฐบาลคณะลูกกรอก แม้จะมีฤทธิ์เดช
แต่ด้อยวัยวุฒิ คุณวุฒิ ความสามารถกว่า&lt;b&gt;จอมขมังเวท&lt;/b&gt;ผู้เป็นเจ้าของ
จึงทำให้ความชอบธรรมไม่สูงเท่าที่ควรจะเป็น
&lt;b&gt;สองกุมารทองผู้นำ&lt;/b&gt;ก็ทะเลาะกับผู้คนไปในทุกๆ เรื่อง
ทำให้รัฐบาลตกอยู่ในฐานะ &lt;b&gt;มีตำแหน่งอำนาจได้แต่ปกครองไม่ได้&lt;/b&gt; ภายใน 6
เดือนถึง 1 ปี คาดว่าจะถูกผู้คนต่อต้านหนักมากขึ้น
แต่รัฐบาลน่าจะอยู่ได้ยาวกว่านี้เพราะความชอบธรรมที่มีพื้นฐานมาจากการเลือกตั้ง ”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายธีรยุทธ กล่าวด้วยว่า &lt;b&gt;รัฐบาลไม่ควรเร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 50
ในขณะนี้&lt;/b&gt; เพราะหากยืนยันแก้ไขอาจจะนำไปสู่&lt;b&gt;จุดเริ่มต้นของการเกิดวิกฤติรอบ
2&lt;/b&gt; ได้ แต่อย่างไรก็ดี มองว่าการทำงานของรัฐบาลตลอด 3
เดือนที่ผ่านมา ยังไม่นำไปสู่จุดที่จะทำให้เกิดการปฏิวัติอีกครั้งหนึ่ง
เพราะเป็นรัฐบาลมาจาการเลือกตั้งโดยชอบธรรมจากประชาชนและการทำงานยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่สิ่งที่จะนำไปสู่การต่อต้านจากประชาชนคือ&lt;b&gt;การคอรัปชั่นของรัฐบาล&lt;/b&gt;เอง
หากไปสู่จุดนั้นก็จะทำให้เกิดการชุมนุมที่ยืดเยื้อเสี่ยงต่อการเกิดความ
รุนแรง
แต่ยอมรับว่าการเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายในบ้านเมืองได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 237 นั้น
เสนอว่า &lt;b&gt;ควรหาข้อถกเถียงและระดมความคิดเห็นให้กว้างขวางในระดับนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ก่อน&lt;/b&gt;
เพรา&lt;b&gt;ะการมุ่งแก้ไขเพื่อให้พวกพ้องตัวเองพ้นผิดถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พร้อมกันนี้เห็นว่าคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่
รัฐ(คตส.)
และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ควรเร่งทำคดีอย่างเต็มที่เพื่อส่งให้ศาลพิจารณาคดีอย่างเที่ยงธรรมและรวดเร็วทันการณ์
ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาต่างๆ ลงได้ &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ที่มา - &lt;a href=&quot;http://www.thaisarn.com/th/news_reader.php?newsid=258888&quot;&gt;กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์&lt;/a&gt; : 1 พ.ค. 2551 และ &lt;a href=&quot;http://www.posttoday.com/topstories.php?id=235607&quot;&gt;นสพ.โพสต์ทูเดย์&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ธีรยุทธ บุญมี  ได้ออกมาแสดงบทบาทปัญญาชนชั้นนำของสังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยได้วิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันและเสนอคำแนะนำที่มีเหตุผลและเป็นประโยชน์ต่อ&lt;b&gt;การพัฒนาประชาธิปไตย ความสมานฉันท์และการปฏิรูปสังคมไทย
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ลักษณะพิเศษในการวิเคราะห์และคำแนะนำของธีรยุทธที่แตกต่างจากนักวิชาการทั่วไป คือ การศึกษา สังเกตและวิเคราะห์สถานการณ์ของสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้สำนวนโวหารอุปมาอุปไมยแบบไทยๆ ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจได้ง่ายและเห็นภาพอย่างชัดเจน ไม่มีกลิ่นนมเนยฝรั่ง ที่พูดไทยคำอังกฤษคำแบบนักวิชาการคนอื่นๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ที่ผ่านมา ความเห็นและคำแนะนำของเขาในหลายเรื่อง อาจถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่คำแนะนำครั้งนี้ของเขา &lt;b&gt;มีค่าควรรับฟังและไตร่ตรองเป็นอย่างยิ่ง &lt;/b&gt;นับเป็นการเตือนสติคนไทยสองกลุ่มใหญ่ที่กำลังมุ่งมั่นเผชิญหน้ากันทางการเมืองในวิกฤติรัฐธรรมนูญ เตือนสติพรรคการเมืองทั้งหลายรวมทั้งสังคมไทยโดยรวมด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080503/436#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sat, 03 May 2008 01:16:29 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">436 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เอแบคโพลเผยคนกรุุงเทพสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญน้อยลง </title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080423/434</link>
 <description>&lt;p&gt;
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ประชาชนคิดอย่างไรต่อความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้“ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวนทั้งสิ้น 2,625 ตัวอย่าง ซึ่งมีระยะเวลาการดำเนินโครงการ ระหว่างวันที่ 2-14 เมษายน พ.ศ. 2551  เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญและประเด็นร้อนทางการเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 ติดตามข่าวการเมืองเป็นประจำทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 63.9&lt;/b&gt; เห็นว่า กลุ่มที่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกลุ่มที่มุ่งประโยชน์เฉพาะกลุ่ม เฉพาะบุคคล ในขณะที่ร้อยละ 36.1 คิดว่าเป็นกลุ่มที่มุ่งประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ นอกจากนี้ ผลสำรวจพบด้วยว่า เกินกว่าครึ่งหรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 53.9&lt;/b&gt; คิดว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ กลุ่มนักการเมือง ในขณะที่มีเพียงร้อยละ 13.7 เท่านั้น ที่คิดว่าเป็นประชาชนทุกคนได้ประโยชน์ และร้อยละ 32.4 คิดว่าทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ยังระบุว่า&lt;b&gt; คนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการสำรวจเดือนมีนาคม พบว่ามีร้อยละ 59.3&lt;/b&gt; แต่ผลสำรวจล่าสุดพบว่า ได้ลดลงเหลือ&lt;b&gt;ร้อยละ 49.6&lt;/b&gt; ที่เห็นด้วย นอกจากนี้ การสำรวจครั้งก่อนยังพบว่า&lt;b&gt;ร้อยละ 32.9&lt;/b&gt; ไม่เห็นด้วย แต่การสำรวจล่าสุด พบร้อยละ &lt;b&gt;46.9 &lt;/b&gt;ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้เหตุผลว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีแล้ว แก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในกลุ่มการเมืองได้ ไม่ต้องการให้เกิดความวุ่นวาย รวมทั้งเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติ เป็นต้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 76.4&lt;/b&gt; เกรงว่า จะเกิดความวุ่นวายขึ้น ถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ขณะที่ร้อยละ 23.6 ไม่คิดว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้น อีกทั้งส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 75.0&lt;/b&gt; เห็นว่า ควรมีการลงประชามติต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน ขณะที่ร้อยละ 23.1 เห็นว่าไม่ควรมีการลงประชามติ และร้อยละ 1.9 ไม่มีความเห็น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งเมื่อจำแนกตามจุดยืนทางการเมืองต่อเรื่องการลงประชามติ พบว่า &lt;b&gt;ประชาชนทุกกลุ่มคือ กลุ่มหนุนรัฐบาล กลุ่มไม่หนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่หรือเกินกว่าร้อยละ 70 ต่างเห็นควรลงประชามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ.
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อ สอบถามความคิดเห็นต่อคดีความและความขัดแย้งทางการเมืองขณะนี้ ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 88.8&lt;/b&gt; ระบุควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ในขณะที่ร้อยละ 11.2 ระบุควรให้ฝ่ายการเมืองทำอะไรบางอย่าง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 61.4&lt;/b&gt; ไม่เห็นด้วยกับการยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำทุจริต (คตส.) ในขณะที่ร้อยละ 34.3 เห็นด้วย และร้อยละ 4.2 ไม่มีความเห็น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่น่าพิจารณา คือ ประชาชนส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 75.2&lt;/b&gt; เห็นว่า วิธีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบันคือ &lt;b&gt;สันติ สมานฉันท์ รู้รักสามัคคี เลิกทะเลาะกัน&lt;/b&gt; ในขณะที่รองลงมาหรือร้อยละ 13.7 เห็นว่าไม่เห็นแก่ตัวและพวกพ้อง ร้อยละ 10.2 เห็นว่าความเป็นกลางจะช่วยได้ ร้อยละ 6.7 ระบุการไม่แทรกแซงการทำงานของแต่ละฝ่าย และร้อยละ 6.3 เห็นว่า การเปลี่ยนรัฐบาลจะช่วยได้ เป็นต้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่น่าเป็นห่วงคือ เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยตอบได้มากกว่า 1 เหตุการณ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 75.0&lt;/b&gt; คิดว่าจะเกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในกลุ่มนักการเมืองเพื่อถอนทุนคืน &lt;b&gt;ร้อยละ 68.3&lt;/b&gt; คิดว่า จะเกิดการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือนักการเมืองบางคน &lt;b&gt;ร้อยละ 68.0&lt;/b&gt; คิดว่า จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงในกลุ่มนักการเมืองของรัฐบาลเอง และจะเกิดการแทรกแซงสื่อมวลชน &lt;b&gt;ร้อยละ 63.8 &lt;/b&gt;จะเกิดความขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นเผชิญหน้าของประชาชนสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม &lt;b&gt;ร้อยละ 60.9&lt;/b&gt; ก็ยังคิดว่าคนไทยจะช่วยเหลือกันแก้ปัญหาวิกฤตต่าง ๆ ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี &lt;b&gt;ร้อยละ 55.8 &lt;/b&gt;คิดว่าจะมีการเลือกตั้งใหม่ และ&lt;b&gt;ร้อยละ 55.6&lt;/b&gt; คิดว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง และร้อยละ 36.7 คิดว่าจะเกิดปฏิวัติ ยึดอำนาจ ตามลำดับ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ประชาชนครึ่งต่อครึ่งหรือร้อยละ 50.0 ต่อร้อยละ 50.0 เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า ปล่อยให้ปัญหาการเมืองแก้ด้วยวิธีการทางการเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม สำหรับนักการเมืองและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่จะช่วยกันให้ปัญหาวิกฤต ต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 21.5 ระบุ นายสมัคร สุนทรเวช รองลงมาคือ ร้อยละ 19.1 ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 16.1 ระบุรัฐบาล ร้อยละ 13.8 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.1 ระบุ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อประชาชน กลุ่มพันธมิตร และร้อยละ 9.7 ระบุกลุ่มประชาชนทั่วไป ตามลำดับ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่น่าสนใจคือ ข้อเสนอแนะที่อยากบอกกับบรรดา ส.ส. ของพรรค ถ้าถูกยุบ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.0 ระบุให้มีการเลือกตั้งใหม่ ในขณะที่ร้อยละ 17.4 ระบุย้ายไปสังกัดพรรคอื่น และร้อยละ 18.6 ระบุอื่นๆ เช่น เปลี่ยนรัฐบาล เลิกเล่นการเมือง ให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำงานการเมือง และไปประกอบอาชีพอื่น ๆ เป็นต้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และถ้าต้องย้ายพรรค ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 49.5 ระบุย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 40.3 เสนอให้ย้ายไปสังกัดพรรคประชาธิปัตย์
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อสอบถามถึงการสนับสนุนให้ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 47.6 ยังคงสนับสนุน นายสมัคร ในขณะที่ร้อยละ 26.3 ไม่สนับสนุน และที่เหลือร้อยละ 26.1 ขออยู่ตรงกลาง โดยเหตุผลที่สนับสนุน นายสมัคร อันดับต้น ๆ คือ เห็นว่าเป็นคนพูดจริงทำจริง พูดตรงไปตรงมา ควรให้โอกาส รอดูการกระทำ และความชอบเป็นส่วนตัว เป็นต้น ขณะที่เหตุที่ไม่ชอบคือ บุคลิกไม่เหมาะสม พูดมากไป พูดจาไม่ดี ไม่ชอบเป็นส่วนตัว และยังไม่เห็นผลงาน ตามลำดับ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่ ผลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 50.0 จะยังคงเลือกพรรคพลังประชาชน ในขณะที่ร้อยละ 46.9 จะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และร้อยละ 3.1 จะเลือกพรรคอื่น ๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อสอบถามความเห็นต่อท่าทีของ พ.ต.ท. ทักษิณ ที่ทำงานกับมูลนิธิไทยคม และชักชวนนักธุรกิจต่างชาติมาลงทุนในประเทศ พบว่า ร้อยละ 39.9 เห็นด้วยทั้งสองแนวทาง ร้อยละ 24.8 เห็นด้วยกับการชวนนักธุรกิจต่างชาติมาลงทุน ร้อยละ 16.6 เห็นด้วยกับการทำงานกับมูลนิธิ และร้อยละ 18.7 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่า ไม่จริงใจ เป็นการสร้างภาพ มีอะไรบางอย่างแอบแฝง และควรกลับมาเล่นการเมืองและเป็นนายกรัฐมนตรีอีก เป็นต้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อถามว่า จะสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ทำงานการเมืองต่อไปหรือไม่ ผลสำรวจพบเกินครึ่ง หรือร้อยละ 53.0 พร้อมสนับสนุน และร้อยละ 47.0 ไม่พร้อมสนับสนุน โดยคนที่พร้อมสนับสนุนเป็นคนที่สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี มากกว่าคนที่จบปริญญาตรีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.7 ระบุ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรยอมรับคำตัดสิน ถ้าถูกตัดสินว่าผิดจริง ในขณะที่ร้อยละ 33.3 ระบุควรต่อสู้ให้พ้นผิดต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=103836&quot;&gt;1&lt;/a&gt;และ &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=103003&quot;&gt;2 &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ข้อที่น่าสังเกต คือ  ทัศนคติของคนกทม.ที่เคยเห็นด้วยและสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากการสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2550 ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ถึงประมาณร้อยละ 10 คือจาก 59.3 เหลือเพียง 49.6 แสดงให้เห็นว่า ความรู้สึกนึกคิดของคนกรุงเทพฯเปลี่ยนไป&lt;b&gt;อย่างรวดเร็วและอย่างน่าตกใจ
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลการสำรวจของเอแบคโพลนี้ นับเป็น&lt;b&gt;ลางร้าย&lt;/b&gt;ของพรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล ที่กำลังเร่งแก้รัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งข้อเสนอในการแก้ไขได้เปลี่ยนไปเรื่อย แรกๆก็ว่าจะแก้เพียง ม.237 ต่อมาก็มาเพิ่ม ม.309 ต่อมาก็เพิ่มเป็น 5 มาตรา ต่อมาอีกก็จะให้กกต.และปปช.ชุดปัจจุบันพ้นจากตำแหน่ง จนล่าสุดก็เป็นแก้ทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1-2 โดยถือรัฐธรรมนูญ 2540 เป็นหลัก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การครองเสียงข้างในสภา แล้วคิดว่า สามารถใช้เสียงข้างมากแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้พรรคหรือคนของพรรคพ้นผิดจากการพิจารณาของศาล ตามอำเภอใจโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงคัดค้านของประชาชน เป็น&lt;b&gt;ความเห็นผิดที่ลุแก่อำนาจ&lt;/b&gt; ซึ่งอาจชักนำบ้านเมืองไปสู่ความแตกแยกและการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันตามแนวทาง &lt;b&gt;สันติ สมานฉันท์ รู้รักสามัคคี เลิกทะเลาะกัน &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;นี่คืออาณัติจากสวรรค์ !!!&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อุปสรรคขวากหนามที่ทอดตัวอยู่ข้างหน้า บนเส้นทางแก้รัฐธรรมนูญตามอำเภอใจนั้น ขอบอกว่ามีมากมายเหลือที่จะคณานับ ขอให้ดูกันไปเถิด ขืนยังดื้อรั้น ผลสุดท้ายอาจแก้ไม่ได้แม้แต่มาตราเดียว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080423/434#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Wed, 23 Apr 2008 00:51:19 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">434 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>กกต.มีมติส่งสำนวนยุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว </title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080412/431</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ลงมติ
4 ต่อ 1 เห็นชอบตามที่นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน
กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอให้ส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคการเมืองทั้ง 2 พรรค
โดยมติเสียงข้างน้อย 1 เสียง คือ นายสมชัย จึงประเสริฐ
กกต.ฝ่ายกิจการสอบสวนสอบสวน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย ถูกพิจารณายุบพรรค เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งด้วยการทุจริตซื้อเสียง นั่นคือ
นายมณเฑียร สงฆ์ประชา อดีตว่าที่ ส.ส.ชัยนาท เขต 1
และรองเลขาธิการพรรคชาติไทย ที่ถูก กกต. มีมติให้ใบแดงเมื่อ 7 ม.ค.51
หลังพบหัวคะแนนของ นายมณเฑียร เก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน
และเตรียมจ่ายเงินให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน้าหน่วยเลือกตั้งกลางในการเลือกตั้งล่วงหน้า ขณะที่ นายสุนทร วิลาวัลย์ อดีตว่าที่ ส.ส.ปราจีนบุรี
เขต 1 และรองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ก็ถูก กกต.มีมติให้ใบแดง เมื่อ 8
ม.ค.51 เนื่องจากมีพฤติการณ์แจกทรัพย์สิน&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;นายสมศักดิ์
ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย แถลงว่า
พรรคยังเชื่อมั่นกระบวนการไต่สวนในชั้นศาล ที่ต้องนำสืบและมีรายละเอียด
ขั้นตอนการไต่สวนมากกว่า กกต. รวมถึงขั้นตอนการพิจารณา
ของอัยการสูงสุดก็ยังไม่มีมติจะเห็นด้วยกับมติของ กกต.หรือไม่ ดังนั้น
จึงเร็วเกินไปที่จะพูดถึง การหาพรรคสังกัดใหม่&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
นาง
อนงค์วรรณ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
และหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย แถลงว่า พรรคยอมรับในมติของ
กกต. และเชื่อว่า กกต.คงลำบากใจในการตัดสิน
และตนคงจะหารือกับสมาชิกอีกครั้งหลังสงกรานต์
โดยยืนยันว่ายังมีกำลังใจดีและมั่นใจว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นที่พึ่งให้ความเป็นธรรมในการตัดสินยุบพรรคหรือไม่ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ จากการสังเกตน้ำเสียงของหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เป็นไปอย่างสั่นเครือและค่อนข้างตกใจกับผลการตัดสินของ กกต.
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;b&gt;ที่มา &lt;/b&gt;-สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=102271&quot;&gt;ข่าว1&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=102276&quot;&gt;ข่าว 2&lt;/a&gt; และ&lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=102274&quot;&gt;ข่าว3&lt;/a&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
เสียงส่วนใหญ่ของกกต.เห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่มีทางเลือกอื่น ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปอย่างเดียว
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อเป็นเช่นนี้ ลองคิดดูว่า พปช.จะเสียวสันหลังไหม?
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
เกมเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ม.237 พปช.และพรรคร่วมรัฐบาล จึงน่าจะเร่งผลักดันต่อไป ไม่ว่าใครจะต่อต้านและทักท้วงอย่างไร
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;br /&gt;
ฝั่งพันธมิตรฯ นักวิชาการและผู้สนับสนุน ก็ยืนกรานว่า การแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237เพื่อให้พรรค&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;พปช.และพรรคร่วมรัฐบาล&lt;/span&gt;พ้นผิด ไม่ถูกยุบหรือไม่ต้องถูกศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เป็นการทำลายหลักการปกครองโดยกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
ดังนั้น สังคมไทย จึงไม่อาจยอมให้&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;พรรค&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;พปช.และพรรคร่วมรัฐบาล ใช้เสียงข้างมากในสภา ทำเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของฝ่ายตนโดยพลการไม่ได้เป็นอันขาด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
ดูท่า เกมนี้ คงจะประนีประนอมยาก 
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
ถ้าสังคมไทย ไม่อาจหาทางออกที่รอมชอมและถูกต้องเหมาะสมในเรื่องนี้ได้  &lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;b&gt;วิกฤติความแตกแยกและการเผชิญหน้าครั้งใหม่ ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2551 นี้ ก็คงระเบิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่พ้น&lt;/b&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
ที่สำคัญคือ ไม่มีใครรู้ว่า ผลจาการระเบิดที่ว่า จะรุนแรงแค่ไหนและ&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;&lt;span style=&quot;margin-left: 4px&quot;&gt;เสียหาย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;เพียงใด 
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;div align=&quot;left&quot;&gt;
นี่คือความไม่แน่นอนที่ร้ายกาจกว่าความเสี่ยงปกติมากนัก&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;/span&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080412/431#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sat, 12 Apr 2008 00:39:18 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">431 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ไชยา สะสมทรัพย์ กับแรงกดดันให้ลาออกจากรมต.สาธารณสุข(ปรับปรุง 1)</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080409/430</link>
 <description>&lt;p&gt;
8 เมษายน2551 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายไชยาขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
เนื่องจากไม่แจ้งการถือหุ้นของนางจุไร สะสมทรัพย์ คู่สมรส
ที่ถือหุ้นในบริษัท ทรัพย์ฮกเฮง 2.5 หมื่นหุ้น มูลค่า 2.5 ล้านบาท คิดเป็น
50% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งเกินกว่าร้อยละ 5 ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ปปช.ยังได้มีมติให้เสนอเรื่องนี้ ต่อนายกรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎเพื่อดำเนินการต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายไชยาถือว่าเป็นรัฐมนตรีคนแรกในรัฐบาลชุดนี้ที่ต้องออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี
โดยก่อนหน้านี้มี รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ต้องลาออกถึง 5
คนจากกรณีการถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายไชยา กล่าวที่กระทรวงสาธารณสุข หลังทราบผลโดยมีน้ำตาคลอเบ้า ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง
เห็นบอกว่าป.ป.ช.มีคำสั่งออกมาแล้ว ยังไม่ได้ชี้แจงกับนายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี เพราะเรื่องยังมาไม่ถึง  ขอยืนยันว่า
ตนมีความบริสุทธิ์ใจเป็นที่ตั้ง
มั่นใจว่าทำถูกต้อง โดยได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินตามที่กำหนดแล้ว
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
ได้รับแจ้งจากนายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข
ว่าจะลาออกจากตำแหน่งแต่ยังไม่เปิดเผยว่าเมื่อใด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน พร้อมลาออกจากตำแหน่งหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินชี้ขาดให้ตนพ้นจากตำแหน่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอหนังสือยืนยันการลงมติและการวินิจฉัยจากป.ป.ช. ที่ระบุว่า ตนทำผิดมาตรา 269 กรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของคู่สมรสล่าช้ากว่าที่กฎหมายกำหนด จากนั้นจะยื่นให้ 4 องค์กรพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งได้ระบุว่าตนไม่มีความขัดแย้งกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กรณีที่นายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่า ตนได้ขอแจ้งเรื่องเพื่อขอลาออกแล้ว รอเพียงหนังสือลาออกเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นความเข้าใจผิดกัน ซึ่งตนได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งท่านเข้าใจดี และยังกล่าวด้วยว่า ตนไม่จำเป็นต้องลาออกเพราะไม่มีความผิด และยืนยันว่าไม่มีแรงกดดันจากพรรคพลังประชาชนแต่อย่างใด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - ข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์&lt;a href=&quot;http://www.posttoday.com/topstories.php?id=231303&quot;&gt; ข่าว 1&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.posttoday.com/newsdet.php?sec=news&amp;amp;id=231316&quot;&gt;ข่าว 2&lt;/a&gt;  &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=102131&quot;&gt;ข่าว 3 &lt;/a&gt;และ &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/politic.php?nid=102131&quot;&gt;ข่าว 4 &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายไชยา สะสมทรัพย์ ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่า เป็นสายล่อฟ้าของรัฐบาลสมัคร  จากเรื่องจะยกเลิกซีแอลยารักษาโรคเอดส์และมะเร็ง จะย้ายเลขาธิการแพทย์ชนบท และคำสัมภาษณือันลือลั่น ที่ว่า &amp;quot;&lt;b&gt;ไม่มีเงินซื้อยากิน ก็ไปกินดอกไม้จันท์แทนสิ&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ก่อนหน้านี้ เขายังเป็นรัฐมนตรีคนแรกของรัฐบาลสมัคร ที่ถูกล่ารายชื่อเพื่อถอดถอนออกจากตำแหน่ง ซึ่งข่าวว่าประชาชนได้ร่วมกันลงชื่อใกล้ครบ 20000 คนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ครั้นแล้ว ก็มีเหตุให้&lt;b&gt;ตกม้าตาย&lt;/b&gt;ง่ายๆ ด้วยเรื่องยื่นบัญชีทรัพย์สินของภริยาไม่ถูกต้อง แต่เขาก็ดื้อดึงที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป แม้ว่าจะเผชิญกับแรงกดดันที่เข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะจากผู้ใหญ่ของพรรคพปช.เอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เขาได้ต่อรองว่า ขอรักษาโควต้าเก้าอี้ตัวนี้ ให้ตระกูลสะสมทรัพย์ไว้ต่อไป เพื่อเปลี่ยนตัวแทนคนใหม่เข้าไปเป็นรมต. หรือ เปลี่ยนตัวชนใหม่ที่อาจดูดีกว่าเดิม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มาดูกันว่า เขาจะดื้อด้านยื้อยุดเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ไว้ได้กี่วัน ?
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080409/430#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Wed, 09 Apr 2008 23:22:12 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">430 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ : วิกฤติรัฐธรรมนูญ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080406/428</link>
 <description>&lt;p&gt;
&amp;quot;เราดูเฉพาะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเราจึงเขียนว่า &lt;b&gt;รัฐธรรมนูญนี้จะนำไปสู่วิกฤติของชาติ &lt;/b&gt;ทุกครั้งที่เกิดการปะทะของสองอำนาจก็มาจากรัฐธรรมนูญ พฤษภาทมิฬก็รัฐธรรมนูญ
รัฐธรรมนูญคือตัวแทนของการจัดวางอำนาจ  ผมไม่ปฏิเสธว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นดอกผลของการรัฐประหาร  และมีนัยสำคัญที่จะจัดการปัญหาบางอย่างในทางการเมืองที่มีพลังไม่น้อย   ถ้าพลังน้อยๆ   มันยอมไปหมดแล้ว   แต่นี่เขามีพลังอำนาจทุน  พลังอำนาจมวลชนพื้นฐานของเขาอยู่ คนออกแบบในการเคลื่อนไหวเขาก็มีอยู่&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นักวิชาการผู้ร้อนแรงทางความคิด  พันธมิตรฯ ผู้ดุเดือดเลือดข้น นักต่อสู้เพื่อประชาชนคนยากจนโดยไม่เคยลดละ
แต่โดยตัวตน  อาจารย์สมเกียรติไม่ใช่คนที่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช่นักเลงอันธพาลที่ท้าตีท้าต่อย
ฉะนั้น  เมื่อถูก ส.ส.ผู้ทรงถ่อยโดดถีบกลางสภา จึงเรียกเสียงประณามจากทุกสารทิศ เป็นความอัปยศอดสูของสถาบันผู้แทนปวงชน ที่มาจากการเลือกตั้ง
ไม่ว่าจะขัดแย้งทางความคิดเช่นไร  ก็ไม่ควรใช้ความรุนแรง นั่นคือหลักการประชาธิปไตย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างไรก็ดี  ในวิกฤติที่เกิดขึ้นวันนี้ ใช่หรือไม่ว่าความรุนแรงกำลังจะทวีขึ้น ด้วยอารมณ์ที่ยั้งไม่อยู่ของทุกฝ่าย-ไม่เพียงแต่&lt;b&gt;ผู้ทรงถ่อย&lt;/b&gt;รายเดียวเท่านั้น
รุนแรงลามปาม
เราบอกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคล้ายกับเมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่มีการขว้างปาพันธมิตรฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการออกแบบ    เราไม่คาดคิดว่ามันจะลุกลามมา ถึงรัฐสภา   เราดูการอภิปรายของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ  จักรภพ  เพ็ญแข ที่พาดพิงมาถึงพันธมิตรฯ  และก็พุ่งเป้าไปที่สนธิ  ลิ้มทองกุล  หลังจากนั้นการประชุมก็มีการเยาะเย้ยกระแนะกระแหนพันธมิตรฯ  ใน  ส.ส.อีก  4 ท่านก็รวมเป็น 5 ท่าน และคนสุดท้ายก็คือ นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ทุกครั้งที่เขาอภิปราย   ผมก็ต้องนั่งฟังว่าเขาจะพูดอะไร  เพราะรัฐสภาชุดนี้ ไม่ยอมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ   พรรคร่วมรัฐบาลยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครจะลงประธานกรรมาธิการชุดไหน   เลยทำให้ยืดเยื้อ   ก็เปิดให้ ส.ส.หายใจได้ เรื่องราวต่างๆ ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร  ปัญหาหนี้สิน ภัยแล้ง เปิดโอกาสให้  ส.ส.หารือประธาน  หารือตั้งแต่ 2-3 เรื่องมาจนเป็นชั่วโมง  ตอนนี้ชั่วโมงครึ่ง ช่วงแรกที่เปิดประชุมยังไม่เข้าสู่วาระ ก็หารือประธานอยู่นั่นแหละ  เขาก็ใช้ช่องหารือมาพูดพาดพิงพันธมิตรฯ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่าง นพ.ประสิทธิ์ พูดตำหนิอธิการบดีธรรมศาสตร์ที่อนุญาตให้ใช้หอประชุมใหญ่   พอช่วงที่สองก็เอ่ยชื่อผมว่า ถ้าไม่มีความสุขก็ให้ออกมาตั้งพรรค   ให้คุณสนธิเป็นหัวหน้าพรรค  ผมเป็นเลขาธิการ  สุริยะใสเป็นโฆษกพรรค   ระบุชื่อเลย  แล้วร่ายยาวว่าพันธมิตรฯ ไปสัมมนา 28 มี.ค.ที่หอประชุมใหญ่ไม่ใช่การสัมมนา  แต่เป็นการด่ารัฐบาล แล้วยังไปตำหนิงิ้วธรรมศาสตร์ว่ามีคำว่าธรรมศาสตร์ อะไรทำนองนี้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมก็ใช้สิทธิ์พาดพิงว่า อย่ากระแนะกระแหนผมเลย   ถ้าคิดว่าผมทำผิดรัฐธรรมนูญก็โปรดถอนถอนผมซะ   ใช้รัฐธรรมนูญมาตรา  270 ถอดถอนผม ก็อธิบายให้เขาเข้าใจว่าการไปดึงพันธมิตรฯ  มามันไม่ใช่หน้าที่ของ  ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล  เพราะในสภามันต่อสู้กันระหว่างฝ่ายค้าน-ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ดึงพันธมิตรฯ มาเป็นจำเลย แล้วก็ซัดกันทุกวัน  แทนที่จะมาต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์  พรรคพลังประชาชนกลับดึงพันธมิตรฯ มา  ผมบอกว่าถ้ามีอะไรก็ไปคุยกันข้างนอกได้  เพราะเป็นเรื่องของการเมืองภาคพลเมืองเขาหาว่าผมท้าทายเขาให้ออกไปข้างนอก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;หลังจากอภิปรายเสร็จผมก็ไปคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคข้างนอก   ชั้น  2 ที่เป็นห้องอาหาร ไปถึงโต๊ะคุณนิพนธ์   บุญญามณี  ดร.พีรยศ  คุณรัชดาภรณ์ แก้วสนิท ผมก็กำลังจะหาเก้าอี้อยู่  หันกลับมาทางนี้.... ไอ้สัตว์  ไอ้เหี้ยสมเกียรติ  มึงจะเอาอะไรวะ - ถีบเลย โดนตรงหัวเหน่า  ผมเซนิดหนึ่ง แล้วก็จะตามด้วยหมัด คุณนิพนธ์ที่เพิ่งยืนจับมือกับผมก็เลยเอามือไปรับและพยายามผลักให้ไปติดกำแพง  จากนั้นคนนี้ก็ด่าผมเป็นชุดใหญ่  ไอ้ ส.ส.หน้าอวัยวะเพศชาย  ไอ้ ส.ส.หน้าอวัยวะเพศหญิง   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตรงนั้นมี  ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินตั้งหลายคน แล้วพรรคประชาธิปัตย์ตามมา ร่วม 20 คนอยู่ตรงนั้น ผมก็เฝ้ามองเขาด่าไม่พูดสักคำ คุณนิพนธ์ก็พยายามจะบอกเขาว่า ที่นี่เป็นสภานะ  ยังมีด่ามาอีก  ชุดนี้พี่รัชดาภรณ์แกบันทึกไว้ทั้งหมด จากนั้นคุณโกวิท   ที่อยู่ใกล้ๆ  เลยมาเป็นคู่ต่อกรกับเขา ทางนั้นก็บอกว่า&lt;b&gt; มึงรู้จักไหมกูเป็นใคร &lt;/b&gt;โกวิทก็พูดทำนอง - &lt;b&gt;รู้ คนที่ปลอมใบสุทธิ คนที่ตบเตะเมีย&lt;/b&gt; ซัดกันไปซัดกันมา ระหว่างนั้นมือซ้ายเขาพยายามควานหาส้อม ประมาณ 15 นาทีคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ให้อลงกรณ์มาเอาตัวผมไป เขาก็ยังด่าๆ คนก็มุงเต็มไปหมด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;หลังจากนั้นผมก็มานั่งกับคุณสุเทพ  คุณเทพไท  ผมก็ถามเลขาฯ คนนี้เป็นใคร ผมไม่รู้จักจริงๆ นะ เขาเลยบอก  อ๋อ  รู้จักประวัติแล้ว  แต่ตัวผมไม่รู้จัก  ช่วงนั้นคุณสัมพันธ์  เลิศนุวัฒน์  ก็เอาตัวออกไปข้างนอก  ประมาณ  7-8 นาทีกลับมาอีกแล้ว พร้อมถุงอันหนึ่ง คุณนิพนธ์ยืนยันว่าเป็นถุงคล้ายๆ  คัตเตอร์ ผมนั่งอยู่ห้องกาแฟกับสุเทพ  กับเทพไท เขามายืนห่างผม 2 วา คราวนี้ทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลยืนล้อมเขา  ก็เถียงกับอลงกรณ์  หลังจากนั้นคุณชัย ชิดชอบ ก็เอาตัวออกไป เหตุการณ์ทั้งหมดผมว่าเกิดขึ้นราวๆ 30 นาที เป็นการด่าผมมากกว่า 50 ครั้ง มี ส.ส.ผู้หญิงยืนอยู่ไม่ต่ำกว่า 6-7 ท่าน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ความรุนแรงทางวัฒนธรรมอำนาจ มันได้ไหลมาสู่สภาผู้แทนราษฎรแล้ว  คล้ายๆ ความรุนแรงที่อยู่หน้าหอประชุมธรรมศาสตร์   ซึ่งผมอภิปรายตอบโต้  นพ.ประสิทธิ์  ที่ท่านใช้คำว่า&lt;b&gt;ถ่อย&lt;/b&gt;   ม็อบที่มาจัดตั้งอ้างว่าเป็นสัมมนา  ประธานวินิจฉัยว่าไม่สุภาพ  นพ.ประสิทธิ์ก็ถอน  ผมก็ชี้แจงว่า ศัพท์ที่ท่านประธานให้ถอนนั้น   มันมี 2 ม็อบ ม็อบไหนเป็นอย่างที่ท่านประธานวินิจฉัย  เพราะมันมีม็อบที่ขว้างปาก้อนหิน  ขวดน้ำเข้ามา  ไปทำร้ายกลุ่มสันติอโศก  โห-ตอนนี้เขาเดือดมาก  แล้วผมก็บอกว่ามีปัญหาอะไรก็ไปคุยกันข้างนอกได้  หลังจากนั้นคุณการุณถึงมา ความรุนแรงเป็นแบบจำลองที่มุ่งหมาย  และก่อนที่การุณเข้ามาหาผมเขาคุยกับผู้อาวุโสของพรรครัฐบาลมาก่อน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อันนี้ก็คือที่มาของ&lt;b&gt;วัฒนธรรมอำนาจหรืออำนาจ   2 กระแสมาปะทะกัน โดยมีชนวนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ&lt;/b&gt;   เพราะเขามีความรู้สึกว่าพันธมิตรฯ เปิดแนวรบกับเขาเร็วเกินไป ทั้งๆ  ที่เขายังไม่ได้มีมติว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือบางข้อ แต่มีคนของเขาไปแสร้งถามสังคมว่าจะแก้มาตรา  237 เรื่องการยุบพรรค และ 309  พันธมิตรฯ ก็เอาอันนี้ไปพูดถึง  3 ครั้ง  และคุณสนธิยังพูดเรื่องคนบางคนที่คิดเป็นใหญ่เป็นประธานาธิบดี พันธมิตรฯ คราวนี้คนมาค่อนข้างมาก  การที่ประชาชนตื่นตัวอย่างนี้ทำให้เขาต้องออกแบบให้ นพ.ประสิทธิ์กล่าวหามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   กล่าวหาม็อบถ่อย  งิ้วธรรมศาสตร์  ผมจึงคิดว่า เขาได้นำเรื่องราวการต่อต้านรัฐธรรมนูญมาสู่ใจกลางของสภาผู้แทนราษฎรแล้วเป็นสัญญาณว่า &lt;b&gt;แนวรบเขาเริ่มทำงานแล้ว&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;การกลับมาของอดีตนายกฯ  เร็วกว่ากำหนด  ถ้าเราอ่านในหมู่พันธมิตรฯ ก็คือ&lt;b&gt; เขามาควบคุมสถานการณ์เอง&lt;/b&gt;  เพราะสมัครดูเหมือนจะสร้างความขัดแย้งในพรรคสูง  ประกาศไม่เอามาตรา 309 ซึ่งหัวใจก็คือมาตรา  309  อันอื่นเป็นอุปกรณ์ประกอบ  237  ยุบพรรคก็ไม่ได้กระทบอดีตนายกฯ   เราเห็นสัญญาณแล้วว่าพวกนี้ไม่เพียงแต่จะมาเปิดแนวรบกับผมคนเดียว  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เขายังเปิดแนวรบกับคุณพจนาถ  แก้วผลึก  คุณหมวย  ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพันธมิตรฯ พัทยา โดนขู่โดนท้าทายตลอด พรรคก็รับรู้ ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์มีมติสอดคล้องกับพันธมิตรฯ   ปฏิเสธการแก้รัฐธรรมนูญใน  2 มาตรา แล้วสัญญาณตรงนี้บ่งบอกอะไร &lt;b&gt; เปิดแนวรบกับทุกคนที่ต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ยกตัวอย่างสมัครพูดว่าไม่แก้ 309 ชูศักดิ์ ศิรินิล โต้กลับ เป็นหัวหน้าพรรคต้องยอมรับมติพรรค   กุเทพ  ใสกระจ่าง  สั่งสอนหัวหน้าพรรคเลย นี่สะท้อนว่า &lt;b&gt;เขาจะเปิดแนวรบกับทุกคน&lt;/b&gt;   เพียงแต่ว่าจะเลือกใช้ใคร  ถ้ากับสมัครเขาใช้กุเทพ ใช้การุณมาปฏิบัติการกับผม เป็นแบบจำลองของการเมืองพลเมืองนอกสภามาสู่สภา  ความขัดแย้ง 2 ซีกอย่างนี้เคยเกิดมาแล้วในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ  ที่ พล.อ.ชวลิตเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่   พล.อ.สุจินดาอภิปรายพาดพิงเรื่องสภาเปรซิเดียมและเกิดการโห่กัน  และครั้งนี้ก็เป็นการโห่ครั้งที่  2  พอคุณการุณพูดในสภาว่าอาจารย์ครับๆ ผมมาประชุมที่พรรค อ.อภิสิทธิ์เดินมาหาผม อาจารย์ครับๆ เป็นโจ๊กในที่ประชุมพรรคเลย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อ.สมเกียรติบอกว่า &lt;b&gt;บรรยากาศในสภาตอนนี้แยกข้างชัดเจน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ขนาดผมให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่   ส.ส.พรรครัฐบาลเดินมา  เฮ้ยพูดอะไรนักหนา  น่ารำคาญ-อยู่ตลอดเวลา&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตั้งแต่เข้าสภาพี่คุยกับ ส.ส.พลังประชาชนบ้างไหม ?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมยังไม่ได้คุยกับใครสักคน   แม้แต่นักเรียนรุ่นเดียวกับผม  ส.ส.อีสานรู้จักเกินครึ่งเพราะเคลื่อนไหวมวลชนมาด้วยกัน   ผมยังไม่อยากคุยกับเขา  ระยะที่เขาฟักตัวอะไรบางอย่าง  ระยะที่เขาออกแบบทางการเมืองอะไรบางอย่างและอย่าลืมว่าผมขึ้นพูดทีไรผมถูกประท้วงทุกที  ครั้งแรกที่ผมบอกว่าน่าจะให้คนที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯ แสดงวิสัยทัศน์  ร.ต.ท.เชาวรินประท้วงผมเลยว่าผมพูดผิด ผมบอกต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม  ร.ต.ท.เชาวรินท่านก็กรุณาสั่งสอนว่า ประชาชนมีส่วนร่วมตามตรา  87 มันเริ่มตั้งแต่วันลงคะแนนแล้ว  เขามองการเมืองว่าสิ้นสุดแล้ว   คุณไม่ต้องมายุ่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลังจากนั้นผมก็ประท้วงรัฐมนตรีจักรภพที่มาอาศัยเวทีสภาโจมตีพันธมิตรฯ ผมจะขออ่านคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทย ประธานก็ไม่อนุญาต  มาล่าสุดหลังจากที่ผมเกิดเหตุกับการุณ   จตุพรก็อภิปรายพาดพิงผมอีกบอกว่าผมใช้คำพูดไม่เหมาะสม    ไปด่ารัฐมนตรีมหาดไทยว่าไอ้    
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผมก็ชี้แจงว่าผมพูดจริงเพราะว่ารัฐมนตรีท่านนี้ ด่าไอ้  5  พันธมิตรฯ  ผมนับได้  4  ครั้ง มาด่าผมก่อนและผมมีเทปด้วย การจะต่อสู้กับรัฐมนตรีมหาดไทยคนนี้ต้องมีหลักฐาน   ตัวละครเอกๆ  มันล้วนผ่านการออกแบบมากับผมเกือบหมดแล้ว  จักรภพ จตุพร ก็ยังเหลือตัวละครในสภาที่ชอบใช้กำลัง ในส่วนใช้สติปัญญาตอบโต้กันก็ใช้หลายคนแล้ว&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อ.สมเกียรติ บอกว่าส่วนตัวรู้จักกับ   ส.ส.อีสานพรรคพลังประชาชนมากกว่า   50  คน ทั้งผู้นำครู แกนนำเกษตรกร
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;บางคนผมเคยไปนอนบ้านเขาตั้งหลายครั้ง  นักเรียนรุ่นเดียวกันก็หลายคน ตอนที่ผมถูกถีบยังมี  ส.ส.ที่เรียนมหาวิทยาลัยรุ่นเดียวกันยกมือทักทาย  แต่ไม่กล้าเดินจากฝั่งของพรรคพลังประชาชนมา   บรรยากาศในสภาผมมีความรู้สึกว่ามันมีความหมางเมินกันนะ   มันไม่เหมือนเพื่อนที่จะผลักดันภารกิจทางนิติบัญญัติให้เป็นผลประโยชน์ของชาติ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันจะเอาเรื่องราวต่างๆ ของระบอบทักษิณมาพูดกันมากเกินไป  ไม่ว่าจะเป็นญัตติอะไร  การกระจายเม็ดเงินสู่ชนบท  ส.ส.เชียงใหม่ก็อัดรัฐบาลสุรยุทธ์ว่าไม่รู้ใช้สมองส่วนไหนคิด   ประชาธิปัตย์ประท้วง  ประธานก็วินิจฉัยว่า คำว่าไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิดเป็นเพียงไม่สุภาพ  พูดต่อได้  ก็พยายามอัดรัฐบาลสุรยุทธ์ว่าทำงานไม่ประสบความสำเร็จ   ขณะเดียวกันก็ยกย่องอดีตนายกฯ เลยเป็นบรรยากาศของ&lt;b&gt;พันธมิตรฯ  กับอดีตนายกฯ 2 คน&lt;/b&gt; จะถูกประดับประดาในการประชุมสภาแทบทุกครั้ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผมก็มีความรู้สึกว่าเนื้อหาหรือประเด็นวาระทางสังคมในสภามีน้อยเกินไป    พูดเรื่องระบอบทักษิณมากเกินไป  โดยเฉพาะพูดในเชิงสรรเสริญเยินยอและเชิดชู  คล้ายๆ อาลัยอาวรณ์ และก็พูดถึงพันธมิตรฯ  ในแง่ลบมาก  เวทีเราจึงเป็นสภาที่ใช้สติปัญญาด้านนี้หนักไปสักหน่อย และก็ใช้คนมาถีบอาละวาดผมในฐานะอันธพาลทางการเมือง&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมก็คิดว่าสภานี้ไร้เหตุผล    อ.อมร   จันทรสมบูรณ์  บอกว่าประเทศไทยควรจะปฏิรูปทางการเมืองโดยวิธีที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญนิยม&lt;b&gt;  ข้อหนึ่งซื้อเสียง &lt;/b&gt; &lt;b&gt;ข้อที่สองสภาไทยเป็นสภาไร้เหตุผล&lt;/b&gt;  จริงเลย ไร้เหตุผลไม่พอ  &lt;b&gt;มันเป็นสภาของอันธพาล&lt;/b&gt;  ใน  200 ประเทศ พบว่ามีไม่เกิน  5  ประเทศที่มี  ส.ส.ทำร้ายร่างกาย คือเราสู้ในสภาแล้วกระแสมันไม่สิ้นสุด ผมว่าสภาผู้แทนฯ เรามันเปรอะไปแล้ว&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อารมณ์ที่ตอบโต้กัน
ถ้าเรามองมุมกลับ  ฝ่ายรัฐบาลหรือประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลเขาก็โกรธแค้นพันธมิตรฯ  เพราะคิดว่าพันธมิตรอยากให้เกิดความรุนแรง    อยากให้เกิดรัฐประหารอีก  หรือว่าอยากให้ใช้มาตรา  237 ยุบพรรค ซึ่งเขารู้สึกว่าไม่เป็นธรรม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;มี   3 ประเด็นในคำถามนี้ ผมมีความรู้สึกว่าประเด็นยุบพรรคเป็นเรื่องสาระใจความ  เพราะว่ามีพยายามเคลื่อนไหวเรื่องนี้มานาน  แต่ไม่สามารถที่จะตัดตอนทางคดีซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญของระบอบนี้  พยายามจะตัดคดีไม่ให้ถึงศาล  มันมีรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ว่าถ้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคกระทำผิดต้องยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง  5  ปี  และ   กกต.ท่านหนึ่งยังชี้แนะว่าอย่างไรก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัย  เขาเรียกว่ากฎหมายค้ำคอ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และตอนที่จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เราหนักก็คือ   พอชื่อตุลาการรัฐธรรมนูญ  4  คนออกมา นายกฯ สมัครมาบอกว่าเลือกมาได้อย่างไรมีแต่กลุ่มปฏิปักษ์กับรัฐบาล เรามาวิเคราะห์กันในพันธมิตรฯ ว่านี่เป็นอาการของการจนมุมเรื่องกฎหมายและเวลา เราเห็นความเครียดอย่างหนักของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายพรรคชาติไทย    มัชฌิมาฯ มีสูงมาก   ถ้าเราตัดตอนกรรมการบริหารเหล่านี้มันก็จะมีความเครียดเพิ่ม   2 เท่า เพราะกรรมการบริหารถูกเพิกถอนปั๊บ พรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีเสียงข้างมาก อันนี้ก็คือ&lt;b&gt;อาการจนตรอกหรือจนมุมในเรื่องความผิดและเงื่อนเวลา&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ส่วนประเด็นว่าพันธมิตรฯ  จะนำความรุนแรงมาหรือไม่นั้น    พันธมิตรฯ วิเคราะห์ว่า เราจะไม่ก่อเรื่องนี้   แม้จะมีคนเรียกร้องให้ชุมนุมที่รัฐสภาและสนามหลวง  มีบางคนหยิบยกขึ้นมาให้ชุมนุมใหญ่ เราก็ปฏิเสธ  แม้ครั้งต่อไปก็คงใช้หอประชุม เพราะเรารู้ว่าแนวรบนี้มีแรงยั่วยุให้เกิดความรุนแรงขึ้น  เราจึงมีการออกแบบว่า เอาเรื่องงิ้วเข้าไปแทรกหน่อย  อย่าขึ้นเวทีปราศรัยกันนะ เอานักวิชาการมานั่งหน่อย 5 คน  10 คน เอาเอ็นจีโอมานั่ง ซึ่งแน่นอนอาจจะพูดถึงระบอบทักษิณบ้าง ความขี้ริ้วขี้เหร่ของรัฐบาลชุดนี้บ้าง&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่ประเด็นการรัฐประหารเป็นประเด็นที่เราในแกนนำและองค์กรเครือข่ายพูดกัน เป็นพิเศษ  เพราะมันมีสัญญาณบางอย่างว่าจะรัฐประหารตัวเองโดยใช้กลไกกฎหมายที่มีอยู่   คือ พ.ร.บ.กอ.รมน.  เข้ามาจัดการ  เราเรียกว่า&lt;b&gt;การรัฐประหารเงียบ&lt;/b&gt;โดยใช้โครงสร้างอำนาจนิยมที่อยู่ในกฎหมายแล้ว เข้ามาจัดการ เรียกว่ามีโอกาสรัฐประหารตัวเองสูงมาก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;การรัฐประหารมี   2 สาเหตุในประเทศไทย สาเหตุแรกก็คือสาเหตุที่รัฐบาลบริหารประเทศแล้วโกงกินชาติบ้านเมืองและไป แทรกแซงในกองทัพ   ถูกรัฐประหารทุกที  และเป็นข้ออ้างข้อแรกเสมอด้วย สาเหตุที่สอง  ประชาชนขัดแย้งกันอย่างหนัก โดยจะนำไปสู่ความรุนแรง หากปล่อยไปจะเกิดมิคสัญญี อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่ใช้เป็นข้ออ้างใน 19 ก.ย. เชื่อว่าพันธมิตรฯ  กับกลุ่มต่อต้านระบอบทักษิณจะมีการปะทะกัน แต่เราวิเคราะห์แล้วเราหลีกเลี่ยงที่สุด     แม้แต่องค์กรแนวร่วมที่จะประชุมวันเสาร์ก็ไปที่สวนลุมฯ ที่มีบริเวณรั้วล้อมรอบ  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุณไชยวัฒน์  คุณประสงค์ นักวิชาการจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า สมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย  ทุกคนจะหาที่สัมมนาที่มีรั้วรอบขอบชิด  เรารู้ว่าเราจะไม่ไปปล่อยให้การ์ดพันธมิตรฯ ของเราไปปะทะกับกองกำลังที่จัดตั้งมา   เรารู้ว่า  นปก.ก็จะไปขอใช้ธรรมศาสตร์ พันธมิตรฯ อาจจะต้องให้ผู้ประสานงานแถลงว่าเคารพเสรีภาพในการเคลื่อนไหวของเขา จะไม่ไปก่อกวน เพื่อให้แบบอย่างกับสังคม&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าพูดสรุปเหตุผลของอาการยุบพรรคเป็นเหตุผลเบื้องปลาย    แต่เหตุผลอย่างแรกก็คือการจะตัดตอนคดีต่างๆ   ที่กำลังสรุป  เรามีข้อมูลว่าอดีตผู้นำประเทศมีความหนักใจในบางคดีมาก   ถึงขนาดที่คนนี้หลุด  คนนี้ติด  ในบทวิเคราะห์ของทีมงานกฎหมายเขา  เราก็รับรู้  ยิ่งมาซ้ำเติมด้วยคดีที่ค่อนข้างหนักแน่นที่สุด    คดีปล่อยกู้ให้พม่า  และการที่สมัครต้านหรือไม่ทำตามเขาในมาตรา   309  ทำให้พวกนี้ต้องเร่งสร้างสถานการณ์  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะมาตรา  309 เป็นมาตราเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เขารอดพ้นคดีโดยไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณา ของศาล   ซึ่งเราปรึกษานักกฎหมายอาวุโสในกระทรวงยุติธรรม  ถ้ายกเลิกมาตรานี้ได้แม้แต่คดีที่อยู่ในศาลถ้ายังไม่พิพากษาก็จะต้องถูก จำหน่ายคดีไปหมด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ใครตีความอย่างนั้นเพราะ อ.จรัญ อ.สมคิด ก็ไม่ได้บอกว่ามาตรา 309 เกี่ยวกับ คตส.
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ข้อมูลที่เราประชุมกันมันมีกระแสอย่างนี้  ซึ่งเราก็ยืนยันว่าตอนนี้รัฐบาลนอมินีเริ่มหมดความจำเป็นแล้ว  เขาจะลงมาควบคุมและกำกับเองแล้ว  ตอนแรกดูเหมือนว่ามีความจำเป็น แต่เวลาออกแบบอะไรไม่เป็นอย่างที่ออกแบบ  เช่นออกแบบให้เปลี่ยนหัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ   แล้วเอาคนนี้ขึ้น  โอเคคนละครึ่ง  เปลี่ยนให้  แต่เอาอีกคนขึ้น  ไม่ทำตามคำบงการของเจ้าของอำนาจที่แท้จริง   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราต้องยอมรับว่า&lt;b&gt; อำนาจที่แท้จริงกลับมาแล้ว&lt;/b&gt;  กลับมาในเชิงวางโครงสร้าง   ออกแบบ และควบคุม แล้วรัฐบาลนอมินีเริ่มหมดความจำเป็นแล้ว  อาการป่วยของผู้บริหารประเทศ สะท้อนให้เห็นว่ารู้สึกว่าจะต้องกลับมาให้สอดคล้องกับเจ้าของอำนาจบ้าง  เช่น   พอหายป่วยก็มาพูดเรื่องรัฐธรรมนูญว่าเราต้องเดินหน้าเพื่ออนาคตของชาติ   เพื่อคนรุ่นหลัง   ผมไม่ลงสมัครอีกแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันสะท้อนว่าถ้าคุณไม่ทำตามเรา ระวังโฆษกพรรคจะถล่มคุณอีกนะ   และอาจจะเป็นประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลอภิปรายกันเอง ถ้ายังแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากเกินไป    ผมจึงบอกว่าตอนนี้แนวรบในสภาจะทำให้เกิดอาณาจักรแห่งความกลัว  ว่าพร้อมแล้วที่จะเปิดแนวรบทุกพื้นที่ ทุกสถาบันทั้งสถาบันการเมืองภาคพลเมือง การเมืองรัฐสภา&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ว่าพันธมิตรฯ  ไม่ก่อความรุนแรง  ดูการเสวนาในธรรมศาสตร์ก็ไม่มีปัญหา แต่&lt;b&gt;ทำไมต้องใช้คำว่ากลียุค ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดี ?&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;การออกแถลงการณ์ฉบับที่   1  ของเราบอกว่ากลียุคใกล้เข้ามาแล้ว  เราวิเคราะห์ว่าทันทีที่ไปแทรกแซงตุลาการกลียุคจะเกิด   เพราะว่าอำนาจที่หนึ่ง อำนาจนิติบัญญัติมันถูกแทรกแซงเป็นของเขาหมดแล้ว  อำนาจที่สอง อำนาจบริหารเป็นของเขาแล้ว เหลืออำนาจที่สาม เราก็วิเคราะห์ว่าตั้งแต่อำนาจที่สามเข้าไปสั่งให้การเลือกตั้งวันที่  2 เม.ย.เป็นโมฆะ ครั้งที่สองไปสั่งให้จำคุก  กกต.ชุดวาสนา ครั้งที่ 3  ยุบพรรค  แสดงว่าอำนาจตุลาการได้ยื่นมือไปจัดการพวกนี้   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แล้วเรารับรู้ว่ามันกำลังแทรกเข้ามาใน กกต.  เรา&lt;b&gt;เห็นการแปรธาตุของกกต.บางคน&lt;/b&gt; ก่อนที่เราจะออกแถลงการณ์ เราก็ยืนยันว่าเหลือ 2 คนแล้ว เอาไปได้ 3 แล้ว ตอนหลังถึงกลับมา มันเป็นการต่อสู้ช่วงชิงของอำนาจที่จะเข้าไปจัดการในองค์กรตุลาการ   ซึ่ง กกต.ต้องยอมรับว่าเป็นองค์กรตุลาการนะ เพราะวินิจฉัยตัดสินได้เลย  เป็นที่สุดด้วยเวลาเพิกถอนสิทธิ ให้ใบแดง&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;และเรารู้ว่ามีความพยายามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง  เลยเป็นเหตุผลที่สรุปกันในหมู่แกนนำพันธมิตรฯ   ว่าถ้าไปตัดตอนองค์กรตุลาการอย่างที่เรารู้ข้อมูลมา    เราต้องออกแถลงการณ์ว่า&lt;b&gt;กลียุคมาแล้ว&lt;/b&gt;  และท่านจำลองบอกว่