<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>มหภาค</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/103</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>ผมมาเพราะประเทศไทย </title>
 <link>http://www.arayachon.org/article/20080810/587</link>
 <description>&lt;p&gt;
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ผู้มาจากนักวิชาการเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง เป็นข่าวตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง เพราะขึ้นรถเมล์ฟรีมาทำงาน วันที่สองก็พาดหัวหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจ  เพราะประกาศว่าแบงก์ชาติจะต้องทำตามนโยบายรัฐบาล  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งเขาและดร.วีรพงษ์  รามางกูรประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรี  มีความเห็นสอดคล้องกันมาตลอดว่า ในภาวะเช่นนี้&lt;b&gt;แบงก์ชาติควรลดดอกเบี้ย ไม่ใช่ขึ้นดอกเบี้ย&lt;/b&gt; ว่ากันว่านี่เป็นแค่ยกแรกเท่านั้น ระหว่าง&lt;u&gt;กระทรวงการคลัง-แบงก์ชาติ ดร.สุชาติ-อัจนา หมอเลี้ยบ-ธาริษา และแบ็กทั้งสองฝ่าย โกร่ง-อุ๋ย&lt;/u&gt; และอาจจะชี้ให้เห็นได้ถึงแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ต่างกันชัดเจน  ระหว่าง&lt;b&gt;แนวคิดโลกาภิวัตน์กับแนวเศรษฐกิจอนุรักษนิยม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt; &lt;/b&gt;&lt;u&gt;ของแพงไม่ใช่เงินเฟ้อ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;&lt;/u&gt;    &amp;quot;เขาไปลงข่าวแรงเกินไป   แต่บนเวทีมันไม่ได้แรง&amp;quot;  รมช.การคลังออกตัว  บอกในหลายตอนที่นั่งสนทนากันว่า เขาไม่คิดจะมาขัดแย้งกับใครแต่มาทำงาน ฉะนั้น ตัวบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องพูดถึงก็จะไม่พูดถึง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;กรรมาธิการการเงินการคลังวุฒิสภา เขาเชิญไป  ท่านรองผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ  อ.อัจนา ท่านอภิสิทธิ์ ก็พูดว่าจะหาทางออกในภาวะวิกฤติอย่างนี้ได้อย่างไร  ผมก็เรียนว่าทางออกที่จะหาได้คือ ปัญหาทางด้านการเมืองและสังคมวันนี้ เป็นปัญหาที่ใหญ่มาก ที่ทำให้ความเชื่อมั่นของคนทั้งโลก รวมทั้งคนไทยที่จะลงทุนลดน้อยถอยลงไปมาก  ดูจากการลงทุนส่วนเพิ่มไม่มีเลย  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ไปคุยกับบริษัทใหญ่  ใครต่อใครที่เป็นนักลงทุน เขาก็คิดว่า จะไปลงทุนในจีน-เวียดนามมากกว่า เพราะเขาเชื่อมั่นในระบบการเมืองการปกครอง ระบบของเราปัจจุบันยังสั่นคลอนอยู่  &lt;u&gt;รัฐบาลก็พูดได้แต่อาจจะทำไม่ได้&lt;/u&gt; เรียกว่าเป็น&lt;b&gt;วิกฤติความเชื่อมั่น&lt;/b&gt; และถ้าวิกฤติความเชื่อมั่นเกิดขึ้นนานๆ มันก็จะคล้ายๆ กับเขมรตอนออกจากคอมมิวนิสต์ใหม่ๆ มี 3 ฝ่ายใหญ่ๆ แต่ละวันก็ลุยกันทุกวัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตอนนั้นเรายังดูว่าเป็นเรื่องน่าขำ ทำตัวอย่างนั้นได้อย่างไร เป็นญาติพี่น้องกัน เด็กๆ ในเขมรก็ผอมจนเห็นกระดูก ทำไมไม่คิดมาร่วมกันฟื้นชาติฟื้นประเทศ จะลุยกันทำไมทุกๆวัน ตอนนี้เขมรเขาก็เลิกแล้ว  วันนี้เขามีตึกสูงที่ได้มาจากการลงทุนของคนในประเทศ คนต่างประเทศ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สมัยนั้นผมไปเขมรเด็กพยายามจะมาขายของเพื่อแลกกับเงิน  10  บาท ผมมองไปในทะเลสาบก็อุดมสมบูรณ์ คือทรัพย์สมบัติมีเยอะแยะแต่คนยากจน  วันนี้ก็จะเป็นภาพของเราบ้าง แน่นอนทรัพยากรเรามี แต่เราไม่ได้มุ่งหน้าทำมาหากิน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อยากฝากฝ่ายการเมืองว่ามันเป็นประเทศของเรา เราก็มีชีวิตอยู่ในครอบครัวประเทศนี้  ถ้าครอบครัวไม่เจริญเติบโต มีปัญหามากมายเราก็ยิ่งยากจนลง ลูกหลานเราก็จะมีงานทำน้อยลง ตกงานแล้วจะรู้สึกว่าชีวิตมันไร้คุณค่าเลยนะ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าแก้ไขได้ความเชื่อมั่นก็จะเริ่มกลับมาอีก แต่อีกกว่าปีจากนี้นะ ถ้าวันนี้หยุด กว่าจะไปตะโกนเรียกความเชื่อมั่น คนเชื่อถือ อีกสัก  1-2  ปี ก็ดูเขมร พอทุกฝ่ายหยุดกว่าจะฟื้นขึ้นมาได้ หรือจีนกรณีเทียนอันเหมิน 1989 กว่าจะฟื้น 1995 พม่าวันนี้ 50 ปีผ่านไป&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ของเราวิกฤติขนาดนั้นหรือ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ปัญหามันมีพลังอำนาจที่ขัดแย้งกัน  แม้กระทั่งคนไทยจะลงทุนเขาก็ไม่แน่ใจ  ฉะนั้นวันนี้อย่าไปเรียกคนต่างประเทศ ญาติเราที่อยู่ในบ้านยังไม่แน่ใจ&amp;quot;&lt;br /&gt;
&amp;quot;เหลืออีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาการไม่สอดคล้องกันของการบริหาร&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;เกริ่นก่อนว่า ปัญหาการเมืองอยู่นอกเหนือความสามารถของเขาและเขาก็จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่ที่จะเข้ามาบริหารนโยบายเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ถ้าทำให้ดีๆ ก็จะมีผลเพียง 20% เท่านั้น&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;80 เปอร์เซ็นต์ขึ้นอยู่กับคนขายข้าวแกงทะเลาะกันอยู่ ข้าวแกงอร่อยราคาถูกไม่มีคนมาซื้อเพราะทะเลาะกันอยู่&amp;quot;  &amp;quot;อย่าคาดหวังอะไรมากจากนักเศรษฐศาสตร์ อย่าคาดหวังอะไรมากจาก อ.วีรพงษ์และผมที่จะมาฟื้นเศรษฐกิจ  เพราะเราแนะนำเครื่องมือกลไก ทำข้าวแกงให้อร่อยทำอย่างไร ราคาถูกทำอย่างไร คนขายต้องสนใจการขายด้วย ไม่ทะเลาะกันและยิ้มแย้มแจ่มใสอีกต่างหาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีเรื่องกินแหนงแคลงใจอะไรก็แอบๆ ไว้  อย่าทะเลาะกันให้เขาเห็น  และก็อย่าไปมองจุดลบของญาติพี่น้องในบ้าน มองมากๆ ก็ฆ่ากันตายหมด ถ้ามองจุดร่วมมากๆ ก็เห็นอนาคต&amp;quot;  &amp;quot;วันนี้ให้นักเศรษฐศาสตร์ที่เหาะเหินเดินอากาศ ก็คาดว่ายังจะแก้ยากเลยนะ เหาะได้จริงๆ ก็แก้ยากอยู่&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;  ฉะนั้นเจ้าตัวขอผ่าน ขอพูดแต่เรื่องที่แก้ได้&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;20  เปอร์เซ็นต์เป็นปัญหาความไม่สอดคล้องนโยบายการเงิน การคลัง ความจริงตัวนโยบายก็ไม่มีปัญหานะ แต่ว่าตัวคนดำเนินนโยบาย ผมคิดว่าเอาหลักการก่อน &lt;b&gt;รัฐบาลรับเลือกตั้งมาจากประชาชน รับผิดชอบต่อประชาชน ก็ต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ออกนโยบายการเงิน การคลัง&lt;/b&gt; ถ้าออกมาแล้วประชาชนไม่ชอบ รัฐบาลก็จะไม่ได้รับเลือกตั้งคราวหน้า  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทางด้านแบงก์ชาติด้านอะไรต่างๆ ก็เป็นฝ่ายดำเนินนโยบาย ผมเห็นด้วยกับ อ.อัจนา ที่ว่าแบงก์ชาติต้องมีอิสระในการใช้เครื่องมือ แต่ต้องใช้ตามเป้าหมายนโยบายนะ ไม่ใช่อิสระในการออกนโยบาย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;&lt;b&gt; หน่วยงานของรัฐรับนโยบายของรัฐบาลที่เลือกตั้งมาจากประชาชน  หน่วยงานของรัฐจะมีนโยบายเองด้วยไม่ได้&lt;/b&gt; เพราะเขาไม่ได้รับเลือกตั้ง และถ้าหน่วยงานของรัฐไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลมากๆ ก็อย่างที่ว่า ถ้าเห็นว่ารัฐบาลผิด อ.ป๋วยท่านก็ลาออก 2 หน ตอนนั้นก็พิสูจน์ว่า อ.ป๋วยถูก-รัฐบาลผิด แต่&lt;u&gt;ออกนโยบายสวนนโยบายของรัฐไม่ได้&lt;/u&gt;   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถ้าทำอย่างนั้นแล้วใครเขาจะเชื่อถือ   บริษัทผลิตรถยนต์  ประธานบริษัทกับผู้จัดการยืนทะเลาะกัน พูดตรงกันข้ามเลย แล้วจะขายรถยนต์อย่างไร&amp;quot;  &amp;quot;เมื่อวานตกลงร่วมกันแล้ว เราก็จะพูดจะคุยว่าเป้าหมายของรัฐบาลคืออะไร นโยบายการคลังจะทำอย่างไร  นโยบายการเงินอยากมีเป้าหมายอย่างไรในภาวะ &lt;u&gt;cost push ซึ่งแปลว่าของแพง ไม่ใช่แปลว่าเงินเฟ้อ&lt;/u&gt; คือเงินมีเท่าเดิม ของต่อชิ้นมันแพงขึ้นเพราะน้ำมันแพง ราคาสินค้าเกษตรโลกแพง และมันก็ไม่แพงต่อไปเรื่อยๆ ถึงภาวะหนึ่งมันก็หยุด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ต้องแยกกันกับ &lt;b&gt;demand pull inflation &lt;/b&gt;เป็นภาวะที่มีของอยู่เท่าเดิม  แต่มีเงินจำนวนมาก  พิมพ์แบงก์ใส่มามาก เช่นสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นพิมพ์แบงก์ให้โกโบริเอาใบละพัน มาซื้อมะม่วงแข่งกับอังศุมาลินใบละ  5  หรือ 10 มะม่วงต้องแพงแน่ๆ เพราะแบงก์ที่ญี่ปุ่นพิมพ์กับแบงก์ที่ไทยพิมพ์ ตอนนั้นมันก็แบงก์เหมือนกัน ภาวะเงินเฟ้อไทยที่หนักๆ ก็มีช่วงนั้นช่วงอื่นๆ ไม่มี&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ให้แยกเรื่องของแพงกับเงินเฟ้อออกจากกัน  ปัจจุบันเรียกเหมือนกันเราเลยแปลผิด  พอเห็น inflation เรียกเงินเฟ้อหมดเลย&amp;quot; &amp;quot;แต่เวลาชาวบ้านดูจะเหมือนกัน-ก็ของมันขึ้นราคา  คือดูแล้วอาการตัวร้อนเหมือนกัน แต่เหตุแห่งตัวร้อน บางทีคนละเรื่องกัน อาจจะตรงกันข้ามเลย &lt;b&gt;แก้ไขปัญหาต้องแก้ที่เหตุไม่ใช่แก้ที่ผล&lt;/b&gt; ผลที่เห็นคือตัวร้อน  แล้วบอกว่าตัวร้อนให้ขึ้นดอกเบี้ย  มันไม่ใช่เสมอไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บางทีตัวร้อนก็ลดดอกเบี้ยได้ ก็ดูที่เหตุก่อน วันนี้ก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่าเหตุคือ cost push ทำให้ของแพง-จริง&amp;quot;  &amp;quot;วันนั้นผมก็วาดกราฟให้ดูว่า  ถ้าเราศึกษาระบบเศรษฐกิจง่ายๆ แกนตั้งคือแกนราคาของของใดๆ เรียกว่าราคาจีดีพี  แกนนอนคือจีดีดี ราคาล้านล้านชิ้น เส้นเสนอขายของมันขนานกับแกนนอน และเส้นที่เราไปซื้อของก็เป็นเส้นที่ตัดกับจุด  A  จีดีพีก็ Y0 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วันนี้ของขึ้นราคา ทำไมมันขึ้นมาอย่างนี้ เพราะต้นทุนแพง  ขายเท่าเดิมขาดทุน  อันนี้เศรษฐกิจก็ตกอยู่แล้ว ราคาก็เพิ่มจาก P0 เป็น P1 จีดีพีก็ตก เราก็ไม่ควรไปซ้ำเติมด้วยการขึ้นดอกเบี้ย  เพราะมันจะมาตัดกันที่จุด  Yd  จีดีพีตกมหาศาลเลย พอตกมาตรงนี้ถามว่าระดับราคามันตกลงไหม มันไม่ได้ตกลง มันเท่าเดิม&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อ.วีรพงษ์กับผมใช้กราฟเดียวกันพูดว่าจริงๆ ภาวะเศรษฐกิจเราโต 4 เปอร์เซ็นต์กว่าๆ มันยังมีคนอยากทำงานอีกเยอะ เครื่องมือเครื่องจักรก็ยังว่างอีกเยอะ แต่ต้องขายของแต่ละชิ้นแพงขึ้น  เพราะต้นทุนมันแพงและก็ขายตกลงมาแล้ว ไม่ขึ้นดอกเบี้ยก็ตกมาแล้ว เพราะคนเงินเดือน 2 หมื่น ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น จ่ายค่าอาหารเพิ่มขึ้น ก็ต้องไปลดของที่ไม่จำเป็นลง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตอนนี้ถ้าขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 หมื่นก็ต้องไปจ่ายค่าผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น  ผ่อนรถเพิ่มขึ้น มิหนำซ้ำพอคนคนนั้นต้องจ่ายค่าผ่อนรถผ่อนบ้านเพิ่มขึ้น น้ำมันก็ไม่ได้ลง เพราะมันขึ้นคนละเส้นกัน มันไม่ได้ขึ้นเนื่องจากคนมีเงินเยอะแยะไปแย่งกันซื้อน้ำมัน มันขึ้นด้วยเส้นต้นทุน แล้วนายจ้างผม ก็จ่ายค่าน้ำมันแพง เครื่องมือเครื่องจักรที่เขาซื้อมา เขากำลังผ่อนอยู่ ค่าผ่อนเครื่องจักรจะแพงขึ้นเพราะดอกเบี้ยขึ้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีผม 10 คน เขาจะเอาออก 3 คน เพราะเขาต้องมีรายได้เท่าเดิม  และคนซื้อของน้อยลงเพราะต้องจ่ายน้ำมันแพง  3 คนตกงานเพราะนายจ้างเขาต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น ฉะนั้นจีดีพีตกมหาศาล&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;นี่คือสิ่งที่ต้องการเคลียร์กัน  ในแง่ของปรัชญาความคิดในเชิงบริหารเศรษฐกิจ จะต้องเข้าใจระบบ  ไม่ใช่คิดแบบ  1 2 3 เรียกว่า common sense และหลักการคิด 1 2 3 มักตรงกันข้ามกับระบบเสมอ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;คำว่าเงินเฟ้ออันเนื่องมาจาก demand pull ภาพมันเป็นอีกอย่าง คือเศรษฐกิจโตค่อนข้างเต็มที่แล้ว  เพราะฉะนั้น  supply  จะขึ้นๆ  อย่างนี้ต้องขึ้นดอกเบี้ย  ซึ่งตอนนี้คือเวียดนาม เงินเฟ้อ 25 เปอร์เซ็นต์  เขาขึ้นดอกเบี้ย เขารู้แล้วว่าพิมพ์แบงก์มาใช้มากเกินไป ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจมากเกินไป&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แล้วทำไมประเทศแถบนี้ขึ้นดอกเบี้ย อย่างอินโดนีเซียก็ขึ้น&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่ประเทศใหญ่ๆ ลงดอกเบี้ยหมด อเมริกา นิวซีแลนด์ อังกฤษ ฮ่องกง แคนาดา เมื่อวานลดดอกเบี้ยหมด น้ำมันก็ขึ้นราคา ประเทศที่ลดดอกเบี้ยคือประเทศเล็กๆ  ส่วนใหญ่ก็มีปัญหาเฉพาะ อย่างอินเดีย อินโดนีเซีย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อินโดนีเซียพิมพ์แบงก์มาใช้มากไป inflation เขา 11 เปอร์เซ็นต์ จีดีพีโต 6 เปอร์เซ็นต์ เวียดนามเงินเฟ้อ  25  คือหลักการผมอยากจะ convince ว่าต่อไปนี้ไม่ใช่บอกเงินเฟ้อต้องขึ้นดอกเบี้ย  มันง่ายเกินไป  ตัวร้อนต้องกินยานี้อย่างเดียว  ตัวร้อนเรื่องอื่นก็มี กินยาคนละอย่าง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต้องศึกษาลึกซึ้ง  ปรัชญาของการบริหารเศรษฐกิจ  ก็คุยกันแล้ว ท่านรองผู้ว่าฯ ท่านก็โอเค. ท่านก็พยายามอธิบายมีการคาดการณ์เงินเฟ้อ  นั่นมันเกิดในฝรั่ง  มีหรือบ้านเราคาดการณ์เงินเฟ้อแล้วเราไปบังคับนายจ้างขึ้นเงินเดือนลูกจ้าง ได้ ไม่เห็นมีใครทำได้เลย คนของเราไม่มีอำนาจต่อรอง&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;เศรษฐศาสตร์ 2 สำนัก    นี่เป็นปัญหาแนวคิดที่ต่างกันหรือเปล่า&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่ใช่แนวคิด เป็นประสบการณ์ทำงาน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; แบงก์ชาติเขาเดินมาแบบนี้&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ต่อไปการบริหารระบบเศรษฐกิจจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านบริหาร   ไม่ใช่ว่า เออ-พอตำแหน่งได้แล้วก็เป็น  อย่างอเมริกาเขาต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญทั้งนั้นนะ  คุณจบอย่างอื่นมาคุณมาเป็นไม่ได้ เดิมที่ชาติล้มละลายไปช่วงนั้นก็คือไม่เชี่ยวชาญกัน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แนวคิดสายแบงก์ชาติกับ ดร.โกร่งต่างกันมาตั้งแต่ตอนมาตรการ 30%&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญ  คิดว่าเขาน่าจะต้องศึกษาอีกเยอะ เขาดูจากข้อมูลและเรียนรู้มา ผมจะไป convince เรื่องนี้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พูดๆ แล้วก็หยิบหนังสือมาแจก &amp;quot;ทฤษฎีหลักว่าด้วยการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ&amp;quot; ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 โดยพิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่ปี  2549  มีอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เขียนคำนิยม บอกว่าเขาแจกทั่วไปหมดตั้งแต่มารับตำแหน่งเพื่อให้เข้าใจแนวคิด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ในหนังสือนี้มีหลายเรื่องนะ  อันที่หนึ่งเรื่อง&lt;b&gt;ของฟรีในระบบเศรษฐกิจ&lt;/b&gt; บางคนเขียนว่าไม่มีของฟรีในระบบเศรษฐกิจ  แต่ถ้าผมเห็นคุณว่างงาน  ผมหางานให้ได้ คุณมีเครื่องจักรทำถนนแต่ว่างงาน ผมให้คุณไปทำถนน  ระเบิดหินมาจากภูเขาใกล้ๆ ถนน ถนนนั้นมาจากอะไร ถนนนั้นได้ฟรี ถ้าคุณไม่ทำถนนคุณก็นอนอยู่บ้าน แล้วคุณตายวันเก่าหรือเปล่า วันนั้นไม่ได้ผลผลิตขึ้นมา ของนั้นได้ฟรีถ้ามีคนว่างงาน มีเครื่องมือเครื่องจักรว่างงาน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;วันก่อนผมบอกว่าการขึ้นดอกเบี้ยทำให้การออมลดลง-ไม่ใช่เพิ่มขึ้น โห-วันนี้มีผู้ใหญ่บอกขึ้นดอกเบี้ยคนก็อยากจะออมมากขึ้น  เอ้าขึ้นดอกเบี้ย ผมจะเอาเงินที่ผมได้เดือนละ 1 หมื่น กินน้อยลงแล้วไปฝากแบงก์มากขึ้น   การออมจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากอัตราดอกเบี้ย-ใช่   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ว่าเถ้าแก่ที่ยืมเงินผม ผ่านแบงก์ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยบนเครื่องจักรนั้นเพิ่มขึ้นด้วย  และถ้าดอกเบี้ยบนเครื่องจักรเพิ่มขึ้น  เขาก็ต้องเอา  3 คนใน  10  คนออกจากงาน ออกจากงานไม่มีเงินแล้วจะเอาเงินที่ไหนไปออม รายได้โดยรวมของ 10 คนนี้จะตก จีดีพีก็ตก การขึ้นดอกเบี้ยทำให้จีดีพีตก  และการออมก็ตกลงอันเนื่องมาจากรายได้  รวมๆ แล้วการออมลดลง ไม่ใช่การออมเพิ่มขึ้น&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ขึ้นดอกเบี้ยแล้วความอยากออมเพิ่มขึ้น-ใช่  ในทุกระดับของรายได้  แต่รายได้มันลง  เราต้องกินจำนวนหนึ่งที่จำเป็น&amp;quot;  &amp;quot;เป้าหมายผมก็บอกว่าเราบริหารเศรษฐกิจ  เราเป็นประเทศยากจน เหมือนเด็กอายุ 5 ขวบกำลังโต   แต่ที่เราไปเรียนหนังสือมา   ไปเรียนบริหาร   เขาสอนวิชาบริหารคนแก่ว่า &lt;b&gt; inflation targeting&lt;/b&gt; แปลว่าอย่าให้หมอนี่กินเยอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย จำกัดอาหาร เพราะหมอนี่มันมีบ้าน 2 หลัง รถ  3  คัน-รวยแล้ว  จะให้หมอนี่ไปทำงานเยอะๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทำไม ทำงานนี่คือจีดีพี งานที่เราทำเรียกว่าผลผลิตของชาติ  งานที่เราทำคือการเปลี่ยนชีวิตของเรา  ที่แต่ละนาทีเราเก็บไว้ไม่ได้ ให้เป็นของ ทำไมสหรัฐอเมริกาไม่อยากมีจีดีพีเยอะๆ  ก็เขามีทรัพย์สินเยอะแล้ว  และก็เป็นเศรษฐกิจที่แก่แล้ว ทำไมเราอยากมีจีดีพีเยอะ  ก็คุณไม่มีจะกิน  คุณเป็นเด็ก ผมให้คุณกินหน่อยก็คือเงินเฟ้อมากหน่อย เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็โต&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ประวัติศาสตร์การพัฒนาของญี่ปุ่น  เกาหลี  จีน  ก็เป็นอย่างนี้  วันนี้เศรษฐกิจจีนโต 11 เปอร์เซ็นต์ มาได้อย่างไร  แน่นอนเมืองไทยโอกาสที่จีดีพีจะโตสูงๆ  ยังมองไม่เห็น  วันนี้ท่านรองผู้ว่าฯ บอกว่ามองไม่เห็น  ใช่-เป็นเพราะวันนี้มันมีปัญหาอุตลุด  แต่ถ้าคุณปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมให้ดี มันก็จะมีโรงงานที่ลอยอยู่ในอากาศอยากจะลง  มันก็จะลงปุ๊ๆๆ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วันนี้ที่เขมร ตอนที่ออกจากคอมมิวนิสต์ใหม่ๆ บอกว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะโต  11  เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครเชื่อ พอถึงเวลาทุนของโลก มันกลายเป็นทุนของประเทศที่บริหารสมเหตุสมผล  มันก็ลงมา ลูกหลานก็มีงานทำ ที่ดินที่ไม่เคยมีค่าในพนมเปญวันนี้สร้างตึกหลายชั้น &lt;u&gt;นี่คือหลักการพัฒนาประเทศ&lt;/u&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผมก็จะสร้างความเข้าใจของการบริหารเศรษฐกิจให้ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ  ฝากอ่านหนังสือเล่มนี้หน่อย มันจะมีอะไรใหม่ๆ จากที่เราเคยเข้าใจจากความรู้สึกนึกคิด เขาเรียกว่า  common sense และก็มีความรู้สึกด้วย มันผิด-เพราะมันเป็นความรู้---สึก (เน้นเสียง) แต่นี่คือความรู้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;วันนี้ผมไปสำนักหนี้สาธารณะ  ผมบอกว่าคุณรู้ไหม การสร้างหนี้ 1 บาท บางครั้งไม่ใช่หนี้จริงหรอก ที่บอกว่าเราเป็นหนี้เยอะแยะ  เอาอนาคตมาใช้ปัจจุบัน มันไม่ใช่ อย่างเช่นรัฐบาลลดภาษีไป 4.6 หมื่นล้าน  แต่ละครอบครัว มี 10 ล้านครอบครัว จะประหยัดเดือนละ 1,000 บาท เท่าเทียมกันหรือไม่ก็ไปเถียงกัน นโยบายด้านนี้มันไม่มีทางเท่าเทียมกันหรอก ขนาดเราเอาเงินให้ลูกยังไม่เท่าเทียมกันเลย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถามว่าเงิน  1,000 บาทเขาเหลือจะไปทำอะไร เขาก็บอกเดี๋ยวจะไปซื้อสินค้า OTOP จากหมู่บ้านข้างๆ  แชมพูว่านหางจระเข้  กล้วยแขก หมู่บ้านที่ 2 ก็จะขายผลผลิตมากขึ้น อันนั้นเรียกจีดีพี ส่วนเพิ่มเลยนะ  เรียกผลผลิตส่วนเพิ่ม  ถ้าไม่มีตรงนี้ก็ขายไม่ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วันนี้มีคนมาซื้อแทนที่จะทำงาน 4 ชั่วโมงก็เป็น  6  ชั่วโมง  ใบลานที่อยู่บนต้นไม้ gross ก็มาเป็นปลาตะเพียน ทาสีเรียบร้อย เรียกจีดีพี หักต้นทุนสินค้าลงไป นั่นเรียกผลผลิตของชาติ มันจะวนไปอย่างนี้ สิ้นปีจากนี้ผลผลิตของชาติจะเพิ่มขึ้น สมมติชิ้นละบาท  8  หมื่นล้านชิ้น  ลดภาษี 4.6 หมื่นล้าน จีดีพีเพิ่มขึ้น 8 หมื่นล้านบาท พอเราได้เงินเพิ่มมา 1 บาท  เราจ่ายภาษีรัฐบาล  15  เปอร์เซ็นต์  อันนี้เป็นสูตรสำเร็จ ประมาณนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะฉะนั้นก็จะได้ภาษี 1.2  หมื่นล้าน  ส่วนเพิ่มนะ เป็นภาษีที่เพิ่มจากการลดภาษีนั้น 4 ปีก็หมดแล้ว ขาดทุนเพื่อกำไร ไม่ขาดทุนอันนี้-กำไรอันนั้นก็ไม่มี  และขนาดมันต้องพอเหมาะ 4.6 หมื่นล้าน สมมติผมลดภาษีทั้งชาติ 4 บาท มันก็ไม่มีผลอะไร ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำใส่ไปก็หายไปหมด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; ดูเหมือนมันเป็นการต่อสู้ระหว่างแนวคิดทางเศรษฐกิจ 2 แนว ทักษิณก็ถูกวิจารณ์เรื่องนี้&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;คุณทักษิณคิดคล้ายๆ กับผม&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แนวคิดถ้าจนก็รัดเข็มขัด กับถ้าจนก็กู้ ฝ่ายหลังก็ถูกด่าว่าเอาอนาคตมาใช้&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าจนแล้วรัดเข็มขัดก็จนต่อไป คำว่าอนาคตมาใช้ปัจจุบัน ผมขอเล่าตอนชาติล้มละลาย คนรวยในชาติเจ๊งด้วยการวิเคราะห์ผิด ลงทุนผิด ต่างชาติถอนเฉียบพลัน รัฐบาลก็เอาเงินไปให้คนจนในต่างจังหวัด  หมู่บ้านละล้าน  เงินมาจากไหน  ไปยืมแบงก์ชาติ  ยืมกรุงไทย  ธ.ก.ส. ยืมเพราะอะไร ก็พวกนี้ปล่อยกู้ไม่ได้  เหมือนน้ำนอกบ่อ เงินในแบงก์คือน้ำอยู่ในถัง นอกบ่อยังไม่ได้เท
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เป้าหมายผม ผมจะต้องไปเอาจากกรุงไทยจากไหนต่อไหน  เอาเงินมาเท  หมู่บ้านไปกู้กรุงไทยเขาไม่ให้กู้ มันต้องรัฐบาลไปกู้ เพราะกรุงไทยไม่รู้ว่ากู้ไปจะได้คืนหรือเปล่า  ผมก็ไปกู้ให้ เหมือนผมไปค้ำประกัน แล้วเอาเงินไปแต่ละหมู่บ้าน  ถามว่าเมื่อวานเป็นยังไง ไม่มีใครมาซื้อของเลย จีดีพีหายไป เพราะเขาตายวันเก่า สิ่งที่เขาจะผลิตมาขายเป็นรายได้ไม่มี  เราก็เอาเงินให้  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตั้งกรรมการ  15  คน  ผู้หญิง 7 คนเพื่อไม่ให้โกง แน่นอนถ้าคุณควบคุมบริหารจัดการไม่ดีโดนโกงหมด ลูกเรายังโกงเราเลย เอาเงินให้ไปเรียนหนังสือยังไม่ไป  ติดยาก็มี แต่ทุกคนให้โอกาสลูกหมดใช่ไหม มีใครบอกเฮ้ย-ลูกไปกระเสือกกระสนกันเอง นี่รัฐบาลเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ต้องให้โอกาสคนยากคนจน   เขาจะทำชีวิตของเขาให้มีค่าได้อย่างไร   เหตุผลเดียวกัน   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะฉะนั้นการเอาเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือแล้วลูกบางคนไปฆ่ากันตาย  ไปติดยาเสพติด เรียกว่าลูกนิยมหรือให้โอกาสลูก  ถ้าให้ไปเยอะๆ ทุกวัน spoil ก็เป็นลูกนิยม ดีกรีมันมากไป แต่ถ้าให้เพียงพอ  กำกับตรวจสอบ  ปรัชญาการบริหารเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เศรษฐศาสตร์ไม่ใช่ common sense&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถามว่าแต่ละครอบครัวมีใครไหมที่ไม่ให้เงินลูกไปสร้างโอกาส ไม่มีใครบอกให้ลูกออกไปๆๆ ยูไปดิ้นรนขายพวงมาลัยเรียน  ป.1  ถ้ามีความสามารถจริงเดี๋ยวก็จบปริญญาตรีได้  ไม่มีหรอก ทุกคนที่พูดๆ ประชานิยม  เอานมไปส่งลูกที่จบปริญญาโทกันทั้งนั้น  ฉันใดก็ฉันนั้นรัฐบาลเป็นหัวหน้าครอบครัว  คนยากคนจนไม่มีทรัพย์สิน ชีวิตเขาก็ไม่ได้อยู่กับที่  ชีวิตเขาก็หมดไปเหมือนกับคนมีสตางค์
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถ้าเราให้เขามีสตางค์สักหน่อย  เขาก็จะใช้ทรัพย์สินเหล่านั้นสร้างผลผลิตต่อชีวิตของเขาให้ดีขึ้น  ใช้มือขุดดินมันจะขุดได้สักเท่าไหร่  ถ้ามีรถอะไรดีๆ ขุดดินก็จะขุดได้เยอะ ปลูกอะไรได้เยอะ เรียกว่าสร้างจีดีพีทั้งนั้น แน่นอนเอาเงินมาตรงนี้ควบคุมบริหารจัดการไม่ดีเขาก็โกงไป  แต่ดีกว่าไม่ให้โอกาส  จริงๆ  แล้วในต่างประเทศใส่ไป 100 หน่วยได้ 30 ก็ดีแล้ว นี่ได้เกิน 50 โอเค.
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บางคนทำบาปมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว ช่วยเหลือยังไงก็ยังจะทำบาปต่อไป  ให้ไปก็หมดๆ  แล้ววันหนึ่งเขาก็จะไปนอนกลางถนนรอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล อย่างอเมริการอเดือนละ  500  เหรียญ  เอามาจากไหน-ก็มาจากคนที่ให้โอกาสแล้วทำดีขึ้นมา เขาก็จ่ายภาษี  &lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;วันนี้เรามีคนที่ช่วยเหลือตัวเองได้ยาก 40 ล้านคน&lt;/b&gt; กองทุนหมู่บ้านเข้าไป ถ้าเข้าไปให้เหมาะสม  20 ล้าน คนจะขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางจะมาจ่ายภาษี แต่อาจจะมี 5 ล้านคนที่ทำตัวไม่ได้เรื่อง ก็ดีกว่าบอก 5 ล้านคนนิสัยไม่ดี อีก 35 ล้านคนไม่ต้องไปช่วย เขาไม่ได้แก่ลงไปหรือ แล้วชาติไม่ได้อายุเพิ่มขึ้นหรือ  ชาติเลยด้อยพัฒนา  อันนี้ไม่ได้เป็นการเอาอนาคตมาใช้ปัจจุบัน  เป็นการทำปัจจุบันที่ดีขึ้นเพื่ออนาคตที่ดีกว่า&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แนวคิดแบบทักษิณคือเสี่ยง แต่อีกฝ่ายคิดแบบอนุรักษนิยม&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เป็นแนวคิดแบบปิด ถ้าเราดูหนังตอนอเมริกาสร้างชาติ (Far and Away) นิโคล คิดแมน เป็นลูกคนมีเงินจากไอร์แลนด์  ทอม ครูซเป็นกรรมกร ลงเรือมาที่โอคลาโฮมา จุดไคลแม็กซ์คืออเมริกาให้โอกาสเท่ากัน ไม่ได้ดูว่าคุณนิสัยดีไม่ดี จะไปดูได้ยังไงตั้ง 40 ล้านคน คุณขี่ม้าแข่งกันแล้วจองที่ดินที่โอคลาโฮมา แล้วก็ปักธง นั่นแหละคือการให้โอกาส 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พ่อแม่ให้โอกาสคุณแล้ว ลูกบางคนแย่ก็มี อาจจะเอาที่ไปขาย  แต่ว่าถ้าคุณทำขึ้นมา  พี่น้องอีก 3 คนก็จะมีเงินโอนในอนาคตไปให้น้องๆ ดีกว่าไม่ให้โอกาสเลยทั้ง  5 คน นโยบายกองทุนหมู่บ้าน เอสเอ็มแอล ไม่ใช่ประชานิยมหรอกครับ เป็นการให้โอกาสประชาชน  เป็น people opportunity policy และผมเชื่อว่าถ้าเราให้โอกาส คนที่เขาคิดได้คิดเป็นก็ต้องมี แค่ครึ่งเดียวก็พอ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;มีข่าวว่าจะสานต่อนโยบายทักษิณเรื่องเอาทุนสำรองไปลงทุนด้วย&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อันนี้ต้องศึกษาด้วยความระมัดระวัง  เงินทุนสำรองวันนี้มีแสนล้าน ต้องหักหนี้สินออกไป สมมติว่าบ้านเราคือหนึ่งประเทศ  ไปเปิดลิ้นชักกลางที่บ้าน  ใครไปทำมาหากินมาก็เอาเงินใส่ลิ้นชักนี้ แล้วจะซื้อกินก็เอาลิ้นชักนี้ไปซื้อ  หรือไปกู้มาใส่ก็มี เป็นเงินทุนสำรอง เราก็ต้องดูว่าวันนี้เราเป็นหนี้เท่าไหร่ 6.5 หมื่น  สุทธิแล้วก็ยังมีบวกอยู่  4  หมื่น ก็ต้องระมัดระวัง ว่าเป็นเงินที่ฝรั่งเอาเข้ามาลงทุนระยะสั้นหรือเปล่า หลายเรื่องต้องดู&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; หลายประเทศในโลกเขาทำใช่ไหม&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;สิงคโปร์ทำ เขาไม่เป็นหนี้ สิงคโปร์ก็ให้โอกาสประชาชน ตอนลีกวนยูเข้ามา 1950 ตอนนั้นคนมี  2  ล้านคน ลีกวนยูก็ worry เพราะ 2 ล้านคนเป็นลูกจ้างกองทัพอังกฤษ ทุกคนก็จบ ป.4 ลีกวนยูต้องคิดว่าอังกฤษถอนฐานทัพแล้ว คนสิงคโปร์จะไปทำอะไรกิน  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ลีกวนยูไปเอาโรงกลั่นของโลกมาเป็นโรงกลั่นของสิงคโปร์  เขาเอาทรัพย์สินของโลกมาลง  ฝรั่งเป็นเจ้าของ  100 เปอร์เซ็นต์ แต่มันอยู่ในชาติสิงคโปร์  มาจ่ายภาษีที่สิงคโปร์  เมื่อก่อนจ่ายที่เนเธอร์แลนด์  วันนี้ 3 ส่วนแรกมาจ่ายภาษีให้สิงคโปร์   เขาย้ายเทคโนโลยีของโลกมาเป็นของเขา   แล้ว ระบบเขาสร้างความเชื่อมั่น good governance คนเชื่อว่าไม่มีโกง ก็มาลงทุนตรงนี้ เดี๋ยวนี้&lt;b&gt;รายได้ประชาชาติ 10 เท่าของเรา&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วันนี้เขามีเงินสำรองเป็นดอลลาร์ก็ไปให้รัฐบาลสหรัฐยืม ซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ  ก็ได้ดอกเบี้ยนิดๆ หน่อยๆ ค่าดอลลาร์ลดพันธบัตรก็ลด สิงคโปร์ก็คิดว่าแทนที่ จะให้รัฐบาลสหรัฐยืมก็ไปซื้อทรัพย์สินของโลก ก็ซื้อใบหุ้นแบงก์ต่างๆ  ในเมืองไทย  ในอินโดฯ ถือทรัพย์สินที่มีผลตอบแทน ของเราก็ต้องประเมินอันนี้ดู ก็ต้องศึกษาไป แต่เรายังต้องกู้เงินมาสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินอยู่เลย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;สำนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักก็ค้านแนวคิดที่อาจารย์ว่ามา เศรษฐกิจก่อนทักษิณเดินแนวนี้มาตลอด&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เขาระมัดระวังไปหมด  ประเทศเราถึงโตช้า คุณจนคุณอย่าไปกู้มาก มี 10 บาทลงทุน 10 บาท แล้ววันรุ่งขึ้นชีวิตไม่หมดไปหรือ ถ้าผมเป็นคนจน  แม้ว่าผมจะไม่ฉลาด  ผมจะไปกู้เพื่อนบ้านมา  100 บาท แล้วผมลงทุน 110 บาทมันเสียหายอะไร ดีกว่าขายก๋วยเตี๋ยวได้ชามเดียวเพราะมีเงินลงทุนเท่านั้น ระหว่างวันชีวิตหมดไปเท่ากัน  โถ คนรวยๆ ในชาตินี้ก็กู้มาลงทุนทั้งนั้น ผมไม่ได้บอกว่ากู้ดีไม่ดีนะ มันขึ้นอยู่กับคน แต่ผมไม่สมมติว่าคนแย่ ผมคิดว่าคนดีแล้วผมให้โอกาส&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ส่วนหนึ่งที่สู้รบกันก็เป็นเพราะแนวคิดที่แตกต่าง คุณทักษิณก็โดนถล่ม&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;โดนด้วยเรื่องอื่น ใครก็ต้องยอมรับว่า&lt;b&gt;คุณทักษิณฟื้นชาติ&lt;/b&gt; ปี 2544 ถนนหน้าบ้านเรามาจากภาคเศรษฐกิจแข่งขันนะ โรงเรียนที่ลูกเราไปเรียนฟรีมาจากไหน มาจากคนเสียภาษีนะ&amp;quot;&lt;br /&gt;
&amp;quot;แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่เราศึกษาเชิงวิจัย   ส่วนใหญ่ที่เขาพูดในหนังสือพิมพ์เขายังไม่เข้าใจ  ทุกคนบวชเป็นพระหมดแต่มีบรรลุโสดาบันกี่องค์  บรรลุอรหันต์กี่องค์ ดูก็เป็นพระหมด ทุกคนก็พูดเป็นพระ ผมไม่ได้บอกว่าจบปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์แล้วจะรู้เรื่องพวกนี้นะ-ไม่ใช่&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แต่คนไทยจะคิดว่าแบบนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อันนี้ผมเคลียร์ ไม่สวนทางกัน กรอบคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประกอบด้วย 3  วง &lt;b&gt;วงที่หนึ่งคือให้ทำอะไรแต่พอประมาณ วงที่สองให้มีเหตุมีผล วงที่สามให้บริหารความเสี่ยง&lt;/b&gt; ตรงกับกรอบคิดเศรษฐกิจแข่งขัน บริษัทหนึ่งเวลาลงทุนไม่พอประมาณคุณก็เสร็จสิ ก่อนลงทุนคุณวิเคราะห์ไหมผลตอบแทน  คุณมีการดูแลความเสี่ยงไหม  กู้เงินมาอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นยังไง ตรงกับกรอบคิดเศรษฐกิจพอเพียง มีความรู้ มีคุณธรรม ตรงกัน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เศรษฐกิจแข่งขันตรงกับเศรษฐกิจพอเพียง  เศรษฐกิจชุมชนก็ตรงกับเศรษฐกิจพอเพียง  เศรษฐกิจชุมชนในหลวงบอกมี 1 ใน 4 ก็พอ นายเขียวกับนายแดง นายเขียวทำอย่างนั้นถูกแล้ว นายแดงอาจจะผิด  ทั้งคู่ไม่มีความรู้ไปทำเศรษฐกิจแข่งขันก็อาจจะสู้ไม่ได้  คุณก็ 30-30-10 แล้วคุณก็พอประมาณ ปลูกพืชหลากหลาย  เวลาทำอะไรมีเหตุมีผล  และคุณก็มีภูมิคุ้มกัน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่มีแต่นายเขียวทั้งหมดก็ไม่ไป  เพราะถนนหน้าบ้านนายเขียว  นายเขียวไม่ได้เสียภาษีนะ ลูกของนายเขียวเขาไปเรียนหนังสือที่ไหน  ก็เรียนจากภาษีที่พวกเราจ่ายไปสร้างโรงเรียน  เดินบนถนนที่เศรษฐกิจแข่งขันจ่ายไป   ไปหาหมอที่ภาคแข่งขันจ่ายภาษี  นายเขียวเสียภาษีน้อยมาก  แต่ทำไมต้องมีเศรษฐกิจ  1  ใน 4 ของนายเขียว เป็นเพราะเขาไม่ได้เรียนหนังสือมามาก เขาทำเศรษฐกิจแข่งขันเขาจะเจ๊ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ถ้าทำแบบนายเขียวทั้งหมดจะไม่มีถนนผ่านหน้าบ้าน จะไม่มีหมอ ไม่มีโรงเรียน แล้วเด็กพวกนั้นจะไปทางไหน  เด็กพวกนั้นก็จะทำอย่างนายเขียวไปเรื่อยๆ จะฝันเป็นมนุษย์อวกาศไปอยู่นาซาไม่ได้  แต่เราทำได้ถ้าเรามีสมองพอ  ทีนี้มีอีก 3 ใน 4 เป็นเศรษฐกิจแข่งขัน ก็ตรงกับเศรษฐกิจพอเพียง ก็ตาม 3 วงนั้น คุณก็วิ่งไปข้างหน้า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมมองว่าชีวิตเหมือนไต่บันไดเชือกขึ้นไป บันไดข้างล่างมันหล่นหายไปๆ ก็เหมือนวิ่งแข่ง คุณว่าโหดไหม  ไม่โหดหรอก คือถ้าเราคิดว่าโหดแล้วชีวิตเมื่อวานคุณอยู่ไหม  ชีวิตเมื่อวานคุณตายไปแล้ว เหมือนกัน-ชีวิตไปข้างหน้า คุณวิ่งช้าแล้วคนวิ่งข้างๆ มันวิ่งเร็วกว่าคุณ คุณต้องเสียเวลาเปลี่ยนชีวิตเป็นทรัพย์สิน ลูกคุณจะแย่ เวียดนามเขาไม่ได้หยุดอย่างคุณ เขาวิ่งไปข้างหน้า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บอกโห-สิงคโปร์ไม่เป็นผู้เป็นคนเลย เขาก็มีกรอบคิดแบบหนึ่ง เราไม่ต้องทำ ถึงขนาดเขาก็ได้   และเวลาผมบริหารเศรษฐกิจ คุณอยากจะหยุดก็เรื่องของคุณนะ    เออ-วันนี้ไม่ไปทำงานนอนอยู่กับบ้านก็เรื่องของคุณ  และถ้าไม่มีจริงๆ คุณก็จนไป  แต่ถ้าผมไปบอกว่าชีวิตก็หมดไป  ลุกขึ้นมาทำงาน ขยันหน่อย มันเสียหายไหม ที่เหลือเอาไปขาย  มีสตางค์ออม ลูกมีเสื้อนักเรียนใหม่ๆ แต่นอนอยู่ลูกไม่มีของใหม่ๆ นะ ให้คิดดู พูดเสร็จแล้วผมก็จะไปนะ ผมไม่ได้ไปบังคับ ลักษณะนี้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; นักเศรษฐศาสตร์อนุรักษนิยมจะคิดสวนทางแบบนี้เลย&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เขาใช้ความรู้สึก  ผมใช้กรอบคิดและผมไม่เคยบังคับใคร  ผมพูดนี่ผมให้เลือก  คุณจะไปทำอย่างนายเขียวก็ได้  คุณจบปริญญาเอกแล้วคุณจะไปมีที่  15  ไร่ทำอย่างนายเขียว คุณก็จะอยู่ได้อย่างดี อายุอาจจะยืนด้วย น้องคุณจบปริญญาโทแต่ยุ่งเหลือเกิน ไปขายประกันชีวิต มันบอกมันอยากได้เงิน เห็นแก่ตัวสูง  ก็เรื่องของเขา  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เขาก็จะจ่ายภาษีมาให้ลูกของพี่ชายที่จบปริญญาเอกที่ไม่สบายไปหาหมอ เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนไปอยู่อย่างนายเขียวหมด  พม่าเป็นแบบนายเขียวหมด ไทยใหญ่ที่เชียงตุง 100 เปอร์เซ็นต์ทำเกษตร  ปลูกข้าวได้มาก็กินหมดแล้ว  หลังคาขึ้นตะไคร่ไม่มีปัญญาซ่อมหลังคา สังคมเกษตร 100  เปอร์เซ็นต์ มันจะไม่มีเทคโนโลยี จะ stand still คือไม่พอกิน ผมเคยไปดู เขามีต้นตะเคียนใหญ่  มองไปรอบๆ  ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมเลย สังคมอย่างนั้น คนที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ มันก็ไม่ไป มันไม่ใช่สังคมที่สามารถจะไปได้&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;บริหารผิด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;ย้อนกลับมาที่แนวคิดของแบงก์ชาติ เช่นเรื่องมาตรการ 30% มาจากแนวคิดที่ต่างกันหรือเปล่า&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;30  เปอร์เซ็นต์คนละเรื่อง ผมว่าเขาบริหารผิด เขาไม่เข้าใจ &lt;b&gt;ไมโครอีโคโนมิกส์จะทำตรงกันข้ามกับแม็กโคร&lt;/b&gt;  คนที่เคยบริหารสถาบันการเงินจะมีวิชั่น ตรงกันข้ามกับคนที่บริหารเศรษฐกิจ  เอาคนบริหารสถาบันการเงินมา แล้วบอกว่าเวลาฝรั่งถอนทุนคุณทำยังไง  เขาบอกขึ้นดอกเบี้ยเยอะๆ ฝรั่งจะได้เอาเงินกลับมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่คนบริหารแม็กโคร ฝรั่งถอนทุนให้ปิดก่อน  เพราะไม่อย่างนั้นเลือดคุณหมดคุณตาย เขาหมดความเชื่อมั่นคุณ แล้วคุณขึ้นดอกเบี้ยเยอะๆ   หวังว่าเขาจะเอามาคืน  คุณจะแลกเช็คเหรอ ก็เขาเห็นๆ  อยู่ว่าคุณจะเจ๊ง  ขึ้นดอกเบี้ยเท่าไหร่เขาก็ไม่เอา  คนบริหารแบงก์จะคิดตรงกันข้าม คนบริหารแบงก์มาบริหารเศรษฐกิจที่คับขันจะยิ่งแย่ไปอีก  เพราะนายแบงก์ถ้า ได้ข่าวว่าคุณจะเจ๊ง-เอาเงินคืนมาก่อน  เพราะว่าตัวเขาต้องอยู่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การบริหารเศรษฐกิจได้ข่าวว่าคุณจะเจ๊งผมต้องเพิ่มเงินให้ เพราะว่าคุณเจ๊งแล้วคุณก็เป็นภาระในชาติของผม  เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจเวลาล่ม  คนตกงานๆๆ ผมต้องจ้างงาน เอาทรัพย์สินมาขายผมต้องซื้อ  แต่บริหารแบงก์บริหารเอกชนทำตรงข้ามกับรัฐบาล คุณขายข้าวแกงอยู่ได้ข่าวว่าโรงงานตรงข้ามจะไล่คนงาน  คุณไล่ลูกจ้างคุณออกก่อนเลยนะ  เรายังขาดทุน ขายตึกแถวครึ่งห้องชำระหนี้ได้เพราะว่าเราต้องอยู่  เราเป็นปลาตัวหนึ่งในบ่อน้ำ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ผมบริหารประเทศ  ลูกจ้างต้องออกจากงานแล้วไปไหน  ก็ยังอยู่ในชาติ ทรัพย์สินมากองขายราคาถูกๆ อยู่ที่ไหน อยู่ในชาติ ก็ต้องซื้อ บริหารเศรษฐกิจให้ทำตรงข้ามกับบริหารธุรกิจ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แปลว่าคนเป็นนายแบงก์ไม่เหมาะจะมาบริหารแบงก์ชาติหรือ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;sense เขาไมโคร เป็นบริหารธุรกิจ sense เขาเหมือนพม่าบุกมา คุณบริหาร 1 ครอบครัวมี 4  คน พม่าบุกมาถึงพิษณุโลกแล้วคุณจะทำยังไง-ต้องหนี เขามาเป็นหมื่นคุณมี 4 คน เห็นๆ อยู่ว่ามันสู้ไม่ได้  แต่พระนเรศวรทำอย่างไร  ทำตรงกันข้ามกับที่ชาวบ้านทำ ส่งกองทัพไปสู้ นี่คือบริหารเศรษฐกิจ แล้วชาวบ้านก็ดูว่าพระนเรศวรจะสู้ได้หรือเปล่า  ถ้าสู้ไม่ได้ต้องหนีต่อ ไม่เชื่อมั่นหนีต่อ ถ้าสู้ได้เดี๋ยวมาสู้กัน ชาติของเรา แบบเดียวกันบริหารประเทศต้องทำตรงข้ามกับชาวบ้าน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; ในเชิงทฤษฎี ความมีอิสระของแบงก์ชาติอยู่ตรงไหน&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อิสระในการใช้เครื่องมือ ต้องตีความว่าเครื่องมือคืออะไร  เพราะรัฐบาลเท่านั้นเป็นผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจ เพราะเรารับเลือกตั้งมา เราบอกประชาชน นโบายการเงิน  การคลัง พลังงาน รัฐบาลกำหนด แต่เครื่องมือที่มาใช้ก็เป็นหน่วยงานของรัฐบาล 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เช่นวันนี้รัฐบาลต้องการสร้างความเจริญเติบโตมากกว่าคุมเงินเฟ้อ  ต้องมาคุยกัน  คุณไม่คุยกับรัฐบาลได้ไง คุณเป็นหน่วยงานของรัฐบาล จะคุมเงินเฟ้อเท่าไหร่ก็ว่ากันไป  เครื่องมือก็ใช้ได้ อัตราดอกเบี้ยใช้ได้ ใช้ได้ตามความพอเหมาะพอสม และก็อย่ามาทะเลาะกันบนหน้าหนังสือพิมพ์   เงินเฟ้อต้องให้ประเมินว่าอันนี้ภาวะของแพงนะไม่ใช่เงินเฟ้อ  ไม่ใช่ตัวร้อนแล้วเรียกเหมือนกันหมด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; เครื่องมืออย่างการกำหนดอัตราดอกเบี้ยว่าควรจะเป็นเท่าไหร่ แบงก์ชาติมีอิสระที่จะใช้ไหม&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เขาอาจจะใช้ได้  ต้องดูว่าเป้าหมายเงินเฟ้ออันเนื่องจาก  demand pull ของรัฐบาลเท่าไหร่ เป้าหมายที่เรียกว่า cost push ควรเป็นเท่าไหร่ แล้วเขาก็เป็นอิสระกัน-ทำได้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ก็เข้าใจยากเหมือนกัน&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ต้องแยกให้ได้ว่าอะไรคือเครื่องมือ อะไรคือนโยบาย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;กำหนดดอกเบี้ย 2 เปอร์เซ็นต์ หรือ 3 เปอร์เซ็นต์ นี่คือเครื่องมือหรือนโยบาย&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่แน่  บางคนก็เรียกเครื่องมือบางคนก็เรียกนโยบาย  ต้องกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อในรูปแบบต่างๆ  เป้าหมายเงินเฟ้อต้องมีหลายแบบ  เป้าหมายเงินเฟ้อเนื่องจาก  cost push แบบหนึ่ง เนื่องจาก demand pull แบบหนึ่ง ปัจจุบันมีแบบเดียว ตัวร้อนต้องกินยานี่&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; แปลว่าถ้าตกลงกันแล้วแบงก์ชาติจะกำหนดดอกเบี้ย 2.5 หรือ 2.75 เป็นอิสระของเขาหรือ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ก็เรื่องของเขา&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ทำไมแบงก์ชาติอเมริกาเขามีอิสระมาก&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่อิสระ เขาก็ต้องไปคุย ประธานาธิบดีเป็นคนตั้ง ผมเชื่อว่าเขาไปคุยแล้วว่าเงินเฟ้อแบบนี้ๆ ทำอย่างนี้ๆ  แบบนั้นๆ ทำอย่างนั้น วันนี้แบงก์ชาติอเมริกาก็ลดดอกเบี้ย ผมเข้าใจว่าแบงก์ชาติอเมริกาก็ได้คุยกับฝ่ายบริหารประเทศว่า-เออช่วงนี้ ประเทศมีปัญหา   เช่นปัญหาซับไพรม์  เครื่องจักรทำงานไม่เต็มที่ แต่ของยังแพงขึ้นนะ น้ำมันขึ้น สินค้าเกษตรขึ้น เขาขึ้นดอกเบี้ยที่ไหนล่ะ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;เป้าหมายเงินเฟ้ออยู่ตรงไหน&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เป้าหมายจริงๆ  ในความเห็นผมนะ  ทำให้คนในชาติมีโอกาสมากที่สุด  และทุกคนทำตามเป้าหมายนี้ ว่าให้โอกาสประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ไม่ใช่กำหนดกรอบว่าเงินเฟ้อไม่ควรเกินกี่เปอร์เซ็นต์&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ไปคุมตรงนั้นแล้วประชาชนอดตาย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; ที่ยกตัวอย่างยุคอาจารย์ป๋วย ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็ลาออก แต่ตอนหลังพิสูจน์ว่าอาจารย์ป๋วยถูก&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่เห็นด้วยท่านก็ลาออกไง  รัฐบาลกำหนดนโยบาย คนระดับรองๆ จะไปกำหนดนโยบายแทนรัฐมนตรีได้อย่างไร  ไม่ว่าหน่วยงานใดๆ ถ้าไม่เห็นด้วยกับรัฐมนตรีเขาก็ต้องขอโยกย้ายไป ในกระทรวงก็เหมือนกัน  รัฐมนตรีพูดอย่างนี้ เฮ้ย-ผมไม่เห็นด้วย แล้วจะให้ทำอย่างไรในเมื่อรัฐมนตรีรับผิดชอบต่อประชาชน แล้วอธิบดีไม่เห็นด้วย ไม่ได้หรอก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แต่เราถือกันตลอดมาว่าแบงก์ชาติต้องอิสระ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ประธานบริษัทกับผู้จัดการต่างคนต่างเป็นอิสระ เราขายอะไรก็เจ๊งหมด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ทำไมแบงก์ชาติทั่วโลกจึงถือหลักว่าต้องเป็นอิสระ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ไม่มีอิสระ   นโยบายต้องดำเนินการโดยรัฐบาล แต่มีอิสระในการใช้เครื่องมือ   แบงก์ชาตินิวซีแลนด์ก็ต้องไปเซ็นสัญญากับรัฐมนตรีคลังว่าเงินเฟ้อแบบ นี้ๆ  คุมอย่างนี้   แล้วคุณก็ไปปรับอัตราดอกเบี้ย ขายพันธบัตร  ไม่ใช่อิสระ จู่ๆ แบงก์จะประกาศว่ามีเป้าหมายอย่างนี้ รัฐบาลว่าไงไม่รู้ แต่เป้าหมายของผมเป็นอย่างนี้ แล้วคุณเลือกตั้งมาหรือเปล่า&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;อย่าเอาแผลมาแปะผม&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ดูแลผมหน่อย  ผมได้ขอร้องผู้สื่อข่าวไว้   ผมตั้งใจเข้ามาช่วยชาติบ้านเมืองเพราะผมมีความรู้ และผมก็ยอมปล่อยโอกาสในการสร้างรายได้จำนวนเยอะ หลุดไปแล้ว&amp;quot; รมช.การคลังกล่าว เมื่อถามบางคำถามที่เกี่ยวข้องกับประเด็นขัดแย้ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมมาเพราะ&lt;b&gt;นี่คือประเทศไทย&lt;/b&gt;  ถ้าเป็นแอฟริกาเรียกไปเป็นผู้นำชาติตำแหน่งใดๆ  ผมก็ไม่เอา ผมก็ได้ขอร้องว่าอย่าเขียนถึงผมในทางเสียๆหายๆ ใส่ร้ายโดยไม่มีข้อเท็จจริง อย่าใช้ความรู้สึกเขียนในเชิงลบตลอดเวลา  เพราะจะไม่มีคนที่มีความรู้เข้า มาดูแลประเทศอีกแล้ว   ผมน่าจะเป็นคนท้ายๆ ด้วยซ้ำไป  เพราะเขาไปถามคนมาเยอะแยะแล้ว  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตอน ม.ค. รัฐมนตรีช่วยผมก็ไม่เอา เพราะเลือกตั้งมาใหม่ๆ   แต่ละคนยังพร้อมอีกเยอะ  เศรษฐกิจตอนนั้นก็ดี ผมก็เป็นที่ปรึกษา แต่วันนี้เขาไปถามมาเยอะแล้ว  ก็ไม่มีใครช่วยดูแลบ้านเมือง   ถ้าเรามองว่าบ้านเมืองขนาดนี้  แล้วพอมีใครขึ้นมา ก็เขียนใส่ร้าย คนเหล่านั้นเขาจะมาทำไม ผมเลยฝากว่าคำถามเชิงลบผมก็จะไม่ตอบ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเข้ามาในจังหวะที่การเมืองแยกขั้ว&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ก็แล้วแต่  ประเทศไทยไม่ใช่ของผม ผมก็เป็นสมาชิกหนึ่งในร้านข้าวแกง และนักเศรษฐศาสตร์ก็ไปบอกคนที่ทะเลาะกัน 50-60 ล้านคนในร้านข้าวแกงให้หยุดทะเลาะไม่ได้  ไม่มีทฤษฎีทางด้านนี้ แต่ผมบอกได้ว่าทำข้าวแกงอร่อยทำอย่างไร  ขายให้ได้มากๆ  มีรายได้ ทำให้ครอบครัวของเราฐานะดีขึ้นมาได้อย่างไร   แต่ผมจะไปบอกให้คนที่ทะเลาะกันให้หันมาขายข้าวแกง-ผมทำไม่ได้  เป็นเรื่องจิตสำนึกของแต่ละคน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;เขากำลังจะเอาชนะกันแล้วมาเข้าข้างนี้&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;รัฐบาลต้องมีคนบริหาร  อันนี้ผมกำลังดูเหมือนกันว่าใครเขียนอะไร  ผมออกจากตรงนี้ก็คงมีงานทำ  วันนี้ผมคิดว่าผมเป็นคนท้ายๆ  ที่เดินเข้ามา  ก็ผู้ใหญ่กว่าผมตั้งเยอะแยะเขาไม่เอา   และถ้ามีการทำลายคนอย่างผมโดยไม่ยุติธรรม หาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากมาย และก็เขียนไปก่อน หรือแม้กระทั่งตั้งคำถามที่ไม่ยุติธรรม  ผมไม่รู้จะตอบไปทำไม  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผมถือว่าเป็นการดูถูกศักดิ์ศรีและเกียรติยศของอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมเดินเข้ามาในห้องทุกคนจะต้องเคารพนับถือผม และผมก็ไม่เคยประพฤติเสื่อมเสีย  อีกไม่นานผมก็จะมีตำแหน่งสูงขึ้นจากนี้ แต่ผมเข้ามาตรงนี้ คือประเทศมันจะล้มละลายถ้าคนมองผู้บริหารประเทศในทางลบหมด  ประเทศไม่มีวันเจริญเติบโต ประเทศที่เขาเจริญเติบโต คนเขายกย่องผู้บริหารประเทศทั้งนั้น  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สิงคโปร์เขายกย่องลีกวนยู  มีแต่คนไทยที่คิดว่าลีกวนยูเป็นคนไม่ดี  แม้แต่จอร์จบุชมีคำถามอะไรต่างๆ  แต่เขาเดินไปคนก็ยกย่อง  ฝรั่งยกย่องผู้นำประเทศ  เขามองว่าคนเหล่านี้เสียสละ   อย่างบุชนี่เงินเดือน  10-20  เท่าถ้าอยู่เอกชน  รัฐมนตรีคลังของบุชมาปีเดียวออกไปแล้ว  สเติร์นพูดตั้งแต่แรกว่าเขามานี่เสียสละนะ เขารับเงินเดือน 1 ใน 10 เท่าที่เขาได้อยู่ ตอนนี้เขาก็ไปแล้ว อเมริกาเขาก็มีเหตุมีผล เขาคิดว่าคนนี้มาเสียสละ ไม่ใช่คนนี้มาเอา คนนี้มาให้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ก็มีคนตั้งแง่ว่าที่รัฐบาลเล่นงานแบงก์ชาติเพราะมีเรื่องเกี่ยวกับทักษิณ  เรื่องการเอาเงินเข้า-ออก เรื่องการอายัดแบงก์&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมไม่รู้เรื่องพวกนี้ และผมไม่ตอบเรื่องพวกนี้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; เราบอกว่าได้อ่านบทวิเคราะห์ในหนังสือพิมพ์บางฉบับ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;คนเหล่านั้นจบอะไรมา  อย่างมากก็ปริญญาตรี  และก็มองคนในแง่ร้ายหมด  ถ้าเขียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ อีกหน่อยจะไม่มีคนดีๆ อยากมา ถ้าผมโดนมากๆ ผมไปอยู่องค์กรระหว่างประเทศก็ได้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ขึ้นรถเมล์ฟรีก็มีคนวิจารณ์เหมือนกัน&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ติชมได้  นั่นเป็นพฤติกรรม  แต่อย่าเขียนเรื่องให้ร้ายป้ายสี ถ้าเขียนว่าคนนี้มาเพื่อจะช่วยคนนั้นคนนี้ คุณคิดคำนึงเอา ผมรับไม่ได้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แ&lt;u&gt;ต่เข้าข้างทางการเมืองแล้วคงเลี่ยงยากที่จะถูกโจมตี&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมไม่ได้เข้าข้างใคร สมาชิกพรรคผมก็ไม่ได้เป็น เขาเชิญผมมาเป็นด้วยซ้ำไป&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;บางคนจะคิดว่ามาทำไม ปล่อยให้รัฐบาลโดนถล่มไปก่อน&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ปล่อยให้ชาติล้มละลายไปดีกว่าใช่ไหม  เหมือนคนในบ้านทะเลาะกัน ขายข้าวแกงไปทำไมให้มันเจ๊งไปก่อน   ให้พี่ชายเราต้องฆ่ากันให้ตายก่อนหรือ   ผมว่าคิดอย่างนี้แย่   คิดแบบสมัยปฏิวัติฝรั่งเศส จับคนข้างๆ  ขึ้นกิโยตินหมดเลย  ในที่สุดไอ้คนจับก็ขึ้นด้วยนะ  แล้วชาติฝรั่งเศสล้มละลาย กว่าจะฟื้นได้อีกนาน วันนี้เป็นวันท้ายๆ ของชาตินะ คิดบวกทำบวก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; อาจารย์คิดว่าจะไม่ยุ่งการเมืองเลย แต่เดี๋ยวมันก็มา&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมก็ไม่ตอบ-รับรอง  ผมมีเกียรติยศศักดิ์ศรี  ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  แล้วผมสอนนายพลมาตลอด นายพลใหม่ผมไปสอนทุกปี วปอ.ผมสอนมา 20 ปีแล้ว&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;วางเป้าอย่างไรกับงานที่จะทำ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้าเศรษฐกิจเรียบร้อยดีอะไรดี   เราสามารถสร้างชาติเราโตปีละ 8 เปอร์เซ็นต์ มีหนังสือพิมพ์หาว่าผมโม้ ผมบอกว่าเศรษฐกิจบ้านเมืองสงบเรียบร้อยแล้วอีก 2 ปีนะถึงจะโต 8% การเงิน การคลัง จะต้องสอดคล้องกัน ประธานบริษัท ผู้จัดการบริษัททะเลาะกันได้ แต่อย่ามาทะเลาะกันข้างหน้า และก็รู้เป้าหมายของบริษัท   รู้ว่าใครเป็นคนวางเป้าหมาย   ไม่ใช่ต่างคนต่างวางเป้าหมาย-ไม่ได้  บริหารจัดการอย่างนี้  ค่าเงินอ่อนหน่อย  ดอกเบี้ยต่ำหน่อย  แล้วชาติจะเจริญ ถึงวันนั้นคนในบ้านเราก็จะเห็นโอกาสของชาติบ้านเมือง จะเอายังไง ถ้าไม่เอาก็ปล่อยไปอย่างนี้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แต่ก็ทำได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมทำได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือผมขอร้อง ไม่ทำก็เรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของผม ผมจะทำเต็มที่ ถ้าเมื่อไหร่ผมรู้สึกว่าประเทศนี้ไม่ได้รักผมเหมือนที่ผมรักประเทศ ผมก็จะคิดดู&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;โดนการเมืองเล่นเมื่อไหร่ก็ไป อย่างนั้นหรือ&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้ามีมากๆ และผมดูว่ามันไม่ยุติธรรม และถ้าไม่มีใครดูแลผมเลย ผมเป็นคนไม่มีแผล แต่ถ้าคนเอาแผลมาปะและมาขยาย&amp;quot;&lt;br /&gt;
&amp;quot;ไม่เห็นด้วยกับความคิดไม่เป็นไรนะ แต่ไม่ใช่มาว่า-มันเกินไป บางท่านบอกว่าเศรษฐกิจชุมชนน่าจะมีมากกว่า  1  ใน  4 น่าจะมีสัก 3 ใน 4 อย่างนี้ไม่เป็นไร บางคนบอกผมไม่เห็นด้วยกับเศรษฐกิจแข่งขัน ทำเพื่อกินแล้วเหลือขายดีกว่า นั่นก็เป็นตัวเขา เขาทำได้ก็ไม่เป็นไร&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;แต่บางคนเขาก็ประณามว่านี่คือแนวคิดทุนสามานย์&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อ.ณรงค์  (เพชรประเสริฐ)  ก็รุ่นพี่ผม ก็คุยกันได้ แกก็รับเงินเดือนจากทุนสามานย์ เงินเดือนราชการรับมาจากไหน  จากภาษีภาคธุรกิจเอกชน คอมมิวนิสต์ในรัสเซียด่าหมดเลย 20 ปีผ่านไปรัสเซียจนมหาศาล  เรียกนายทุนสามานย์มาเปิดบ่อนการพนัน คือพูดน่ะมันมัน พอมารับผิดชอบจริงๆ คุณต้องผสมผสาน  คุณจะสุดโต่งไม่ได้ ผมไม่ได้สุดโต่ง ในหลวงบอกมี 1 ใน 4 เพราะคนเหล่านั้นมาแข่งขันก็แย่นะ เขาไม่เคยมีความรู้&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt; ความคิดสุดโต่งในช่วงปีกว่าที่ผ่านมามีผลมากไหม&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ประเทศนี้อยากได้อย่างนี้ก็เรื่องของเขา ผมมาเสนออย่างนี้ไม่เอาก็ไม่ต้องเลือก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;ใครจะชนะระหว่าง 2 แนวคิด&lt;/u&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ก็แล้วแต่พระสยามเทวาธิราช  เพราะบางประเทศแนวคิดนี้  พม่าปี 1950 เขาเริ่มต้นเท่าสิงคโปร์  เพราะออกจากอังกฤษเหมือนกัน &lt;b&gt;วันนี้สิงคโปร์รวยกว่าไทย 10 เท่า รายได้ของคนพม่าเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของคนไทย-ก็คิดดู&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;-&lt;a href=&quot;http://www.thaipost.net/index.asp?bk=tabloid&amp;amp;iDate=10/Aug/2551&amp;amp;news_id=162274&amp;amp;cat_id=220100&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;นสพ.ไทยโพสต์ 10 สค.2551 &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/article/20080810/587#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/104">การบริหาร</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/103">มหภาค</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/101">เศรษฐกิจ</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/102">ไทย</category>
 <pubDate>Sun, 10 Aug 2008 14:19:43 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">587 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>

