<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>tecnology</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/144</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>เนคเทค : รายงานผลการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตปี 2552</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20100117/1588</link>
 <description>&lt;p&gt;
ศนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค/สวทช.)ได้จัดงานแถลงข่าว เพื่อรายงานผลการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ปี 2552 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งการสำรวจนี้ เป็นการสำรวจออนไลน์ ที่เนคเทคจัดทำอย่างต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อเก็บรวมรวมข้อมูลลักษณะพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในด้านต่าง ๆ สำหรับใช้เป็นแนวทางเสนอแนะเชิงนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดร.&lt;b&gt;พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์&lt;/b&gt; ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า การสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตปีนี้ มีผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามประจำปีนี้ทั้งหมด &lt;b&gt;11,991 คน&lt;/b&gt; และมีคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรมการติดตามข่าวออนไลน์ โดยมีผลการสำรวจที่น่าสนใจสรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พฤติกรรมในการใช้อินเทอร์เน็ตที่แตกต่างจากปีก่อนๆ คือ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ลักษณะของผู้ตอบแบบสอบถาม: ในปีนี้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เข้ามาตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็น&lt;b&gt;เพศหญิงมากกว่าเพศชาย&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตจากแต่ละสถานที่: สัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตจากที่บ้านมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การใช้จากที่ทำงานมีสัดส่วนลดลง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รูปแบบในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต: เป็นที่น่าสังเกตว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปีนี้มีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปัญหาของการใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง: ปัญหาของการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่พบมากที่สุด คือ ความเร็วของการให้บริการไม่ตรงตามที่ระบุไว้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กิจกรรมที่ทำบนอินเทอร์เน็ต: ผู้ตอบแบบสอบถามในปีนี้ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต (e-learning) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่การค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตยังคงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พฤติกรรมในการใช้อินเทอร์เน็ตที่ไม่แตกต่างจากการสำรวจในปีก่อนๆ คือ&lt;br /&gt;
ช่วงเวลาที่ใช้อินเทอร์เน็ต: ส่วนใหญ่ผู้ตอบยังระบุว่าใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในช่วงเวลา 20.01 น. – 24.00 น.
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปัญหาที่พบจากการใช้อินเทอร์เน็ต: พบว่า ปัญหาเรื่องไวรัสยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญอันดับหนึ่ง รองลงมาคือความล่าช้าในการรับส่งข้อมูล ซึ่งเป็นปัญหาที่ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปัญหาการมีแหล่งยั่วยุทางเพศโดยใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อมีผู้ตอบเป็นลำดับสามลดลงจากปีที่ผ่านมา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พฤติกรรมในการใช้อินเทอร์เน็ตที่มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย คือ การซื้อสินค้าและบริการบนอินเทอร์เน็ต: พบว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมีการซื้อสินค้าหรือ บริการออนไลน์เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยการสั่งซื้อหนังสือและสั่งจองบริการต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น ตั๋วภาพยนตร์ โรงแรม ยังคงได้รับความนิยมในอัตราที่สูง ขณะที่การสั่งซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทางอินเทอร์เน็ตในปีนี้มีสัดส่วนลดลง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เหตุผลที่ไม่ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต: ผู้ตอบแบบสอบถามในปีนี้ระบุว่าการไม่ไว้ใจผู้ขาย เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่ซื้อสินค้า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับประเด็นทางด้านอินเทอร์เน็ต ที่ควรได้รับการพิจารณาเป็นลำดับต้น ๆ ได้แก่ ประเด็นเรื่องไวรัสและการรักษาความมั่นคงของเครือข่าย เป็นประเด็นที่ผู้ตอบได้ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ ซึ่งจะสอดคล้องกับปัญหาที่พบจากการใช้อินเทอร์เน็ต 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รองลงมาคือการกระจายความทั่วถึงของบริการอินเทอร์เน็ต และการป้องกันแก้ไขปัญหาการหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแตกต่างจากปีก่อน ที่การป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผยแพร่สื่อลามกอนาจารบนอินเทอร์เน็ต ได้รับความสำคัญเป็นลำดับที่สาม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พฤติกรรมการติดตามข่าวออนไลน์: ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเริ่มให้ความสำคัญกับการบริโภคข่าวผ่านสื่ออินเทอร์เน็ตในฐานะเป็นสื่อทางเลือกใหม่เพิ่มมากขึ้น จากผลการสำรวจ พบว่า ผู้ที่ตอบว่าติดตามข่าวออนไลน์มีมากถึงร้อยละ 88.5 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดตามข่าวออนไลน์ควบคู่กับสื่อกระแสหลักเช่นหนังสือพิมพ์รายวัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยรูปแบบของการติดตามข่าวออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ การอ่านข่าวและแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บบอร์ด รองลงมาคือการอ่านข่าวผ่านเว็บไซต์ที่ให้บริการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ซึ่งประเภทของข่าวออนไลน์ที่ได้รับความสนใจติดตามมากที่สุด คือ ข่าวการเมือง รองลงมา คือข่าวสังคมและเหตุการณ์ทั่วไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับปัจจัยที่ทำให้ติดตามข่าวออนไลน์ที่มีผู้ตอบแบบสอบถามมากที่สุด คือ ความสะดวกในการเข้าถึงข่าว และความมีอิสระในการบริโภคข่าว แต่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ยังให้ความเชื่อถือต่อการนำเสนอข่าวสารผ่านทางสื่อโทรทัศน์มากที่สุด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการติดตามข่าวออนไลน์พบว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของการติดตามข่าวออนไลน์ คือ ขาดการกลั่นกรอง การนำเสนอข่าวที่เป็นอันตรายต่อเยาวชนไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า “ สำหรับแนวโน้มการใช้อินเทอร์เน็ตในปีหน้านั้น จะมีการขยายตัวของการใช้อินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;
เพื่อการติดตามข่าวสารและข้อมูล รวมถึงการเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น ผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่พกพาที่รองรับการให้บริการข่าวออนไลน์และหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) ที่หลากหลาย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เช่น เครื่องอ่านอิเล็กทรอนิกส์ (e-Reader) สมาร์ตโฟน และพีดีเอโฟน เป็นต้น อันจะนำมาซึ่งการสร้างสรรค์เนื้อหาดิจิทัลของไทยอีกมาก และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอุดมปัญญาของประเทศในอนาคต 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จึงเป็นความท้าทายของทุกภาคส่วนในการเตรียมความพร้อมเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติในการกระตุ้นและพัฒนาให้เกิดการสร้างสรรค์เนื้อหาดิจิทัลและแอพพลิเคชั่นที่มีคุณภาพ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รวมถึงแนวทางการกลั่นกรองความเหมาะสมของเนื้อหาดิจิทัล โดยไม่ให้กระทบต่อการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรีของภาคประชาชน และให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนภายในประเทศ”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วันที่ประกาศ: 15/1/2010
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา - &lt;a href=&quot;http://thaiview.wordpress.com/2010/01/16/thailand-internet-user-profile-2009/&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;บลอกทวีศักดิ์ กออนันตกูล&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20100117/1588#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/214">internet</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/144">tecnology</category>
 <pubDate>Sun, 17 Jan 2010 01:51:44 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1588 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>หลักเกณฑ์เงื่อนไขในการประมูล 3G ของ กทช. และข้อเสนอทีดีอาร์ไอ เหมาะสม หรือไม่ ?</title>
 <link>http://www.arayachon.org/sansab/20091024/1532</link>
 <description>&lt;p&gt;
ตามที่ กทช.ได้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการประมูลระบบ 3 จี โดยตั้งราคากลางที่ 4.6 พันล้านบาท สำหรับ แถบคลื่นความถี่ 10
เมกะเฮิร์ตซ์ (MHz) 3 ใบ และที่ 5.2 พันล้านบาท สำหรับแถบคลื่นความถี่
15 MHz 1 ใบ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่ง ดร.&lt;b&gt;สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ &lt;/b&gt;สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)ได้&lt;a href=&quot;/news/20091024/1531&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt; เสนอต่อกทช. ให้กำหนดเงื่อนไขค่าโทรศัพท์ &lt;/a&gt;&lt;a href=&quot;/news/20091024/1531&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ระบบ 3 จี&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;/news/20091024/1531&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt; สูงสุดนาทีละ 50 สตางค์ &lt;/a&gt;ตามที่เป็นข่าวนั้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีข้อพิจารณาเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ในการดำเนินการประมูลระบบ 3G ของ กทช.และข้อเสนอของ ดร.&lt;b&gt;สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ทีดีอาร์ไอ &lt;/b&gt;ดังกล่าว 5 ข้อ ใหญ่ ๆ คือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1.ทีดีอาร์ไอ ให้ความสำคัญกับราคาค่าใช้โทรศัพท์ (price) มากกว่าบริการที่ครอบคลุมประชากร (Coverage ) โดยมองข้ามปัจจัยที่สำคัญที่สุด คือ&lt;b&gt; ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงและใช้บริการระบบ 3G ของประชากร ทั่วทั้งประเทศ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เงื่อนไขพื้นที่ให้บริการระบบ 3G
ที่ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศ (Coverage ) ควรเป็นเงื่อนไขข้อแรก ราคาค่าใช้บริการ ควรมีน้ำหนักเป็นข้อสอง และค่าใช้ใบอนุญาตกับค่าใช้คลื่นความถี่ เป็นข้อสาม
ในการคัดเลือกและตัดสินผู้ชนะการประมูล
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นั่นคือ
ผู้ประมูลรายใด เสนอแผนการให้บริการระบบ 3G
ที่ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศก่อน เสนอค่าใช้บริการต่ำกว่า
และเสนอค่าประมูลสูงกว่ารายอื่น ควรต้องเป็นผู้ชนะการการประมูล 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2. กทช. และ ทีดีอาร์ไอ สนับสนุนการประมูลระบบ 3G ตามแบบของอังกฤษ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขในการประมูลโดย &lt;b&gt;เน้นการประมูลให้ได้ราคาสูงสุด&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การประมูลที่เน้นราคาสูงสุด ก่อภาระทางการเงินแก่ผู้ประกอบการสูงมาก จำเป็นต้องคิดค่าบริการ 3G แพง ทำให้มีผู้ใช้บริการน้อย
สุดท้าย ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นผู้บริโภค ก็เป็นผู้รับภาระดังกล่าว ทำให้การขยายระบบ 3G ไปถึงประชาชนทั่วประเทศ ล่าช้ามาก
ต่างกับประเทศที่เน้น coverage เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3.ทีดีอาร์ไอ ให้ความสำคัญค่าใช้โทรศัพท์ (voice)
โดยไม่กล่าวถึงค่าใช้ข้อมูล ( Data) ทั้งที่การใช้บริการระบบ 3G นั้น ค่าใช้ข้อมูล
จะสูงกว่าค่าใช้โทรศัพท์มาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
4. กทช. จัดสรรคลื่นความถี่อย่างไม่เหมาะสม
โดยแบ่งคลื่นความถี่ 45 Mhz เป็น 4 ใบ สำหรับผู้ให้บริการ 4 ราย
คือ ใบแรก 15 Mhz และอีก 3 ใบ ๆละ 10 Mhz ทั้งที่ กทช. ควรจัดเป็น 3 ใบ ๆ ละ 15 Mhz สำหรับผู้ให้บริการ 3 ราย
เหมือนประเทศญี่ปุ่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ข้อนี้ ทีดีอาร์ไอ ไม่พูดถึง อาจเพราะไม่ติดใจหรือไม่มีความเห็น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตามข้อมูลของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีระบบ 3G ปกติ ผู้ให้บริการระบบ 3G มักมีจำนวนน้อยกว่าผู้ให้บริการระบบ 2G  เนื่องจาก
การลงทุนในระบบ 3G จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
ยิ่งในปัจจุบัน โลกกำลังประสบกับวิกฤติและความผันผวน
ผู้ประกอบการที่สามารถรวบรวมเงินลงทุนก้อนใหญ่นับหลายหมื่นล้านบาท จึงมีน้อยรายมาก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับประเทศไทย ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (มือถือ )ที่เป็นเอกชน
รายหลัก ๆ มี 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ ( ไม่นับรัฐวิสาหกิจ 2
รายคือ ทีโอทีและ กสท เพราะมีผู้ใช้บริการน้อยมาก และขาดแคลนเงินทุน ) การประมูล จึงอาจจัดเป็น  2 รอบ โดยรอบแรก 1- 2 ใบ และรอบที่ 2 ประมูลส่วนที่เหลือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การเพิ่มใบอนุญาตจาก 3 เป็น 4 ใบ เป็นการลดการแข่งขันระหว่างผู้เข้าประมูลอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ผู้ที่จะเข้าประมูล ฮั้วกันได้ง่ายขึ้น คล้าย &amp;quot;ประมูลแบบหลอก ๆ แต่แจกใบอนุญาตและแถบคลื่น แบบจริง ๆ &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การจัดประมูลเช่นนี้ ไม่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้เข้าประมูล เป็นการผิดวิสัยและแบบแผนในการจัดประมูลที่ดี 
ซึ่งนอกจาก ทำให้เกิดความลักลั่นและไม่เสมอภาคแล้ว ยังเป็นการลดการแข่งขัน ในการประมูลอย่างไม่สมเหตุผลด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
5. ปัญหาความชอบธรรมและอำนาจหน้าที่ของ กทช.ชุดปัจจุบัน ในการดำเนินการประมูล 3G เนื่องจาก ปัจจุบัน มี กทช. เหลือเพียง 3 คนจากจำนวนปกติ 7 คน ทั้งยังเป็นชุดรักษาการณ์ชั่วคราว เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ 2550 ได้กำหนดให้มี กสทช. เพียงองค์กรเดียว เพื่อทำหน้าที่แทน กทช.และ กสช.ตามกฎหมายเดิม โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการสรรหา กสทช. ใหม่ดังกล่าว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/sansab/20091024/1532#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/45">3G</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/318">citizens</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/144">tecnology</category>
 <pubDate>Sat, 24 Oct 2009 17:42:19 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1532 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เก่า(เฟซบุ๊ค)ไป ใหม่(ทวิตเตอร์)มา</title>
 <link>http://www.arayachon.org/article/20090223/1116</link>
 <description>&lt;b&gt;&amp;quot; ช่วยด้วย เครื่องบินกำลังจะตก ผู้ก่อการร้ายยึดห้องนักบินแล้ว &amp;quot;&lt;/b&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;“ ชอปปิงเสร็จแล้ว กำลังจะไปลองชิมมัฟฟินสูตรใหม่ที่สตาร์บัคส์ เอาบลูเบอร์รีหรือเลมอนดี ?”&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ข้อความข้างต้นเป็นข้อความบน &lt;b&gt;ทวิตเตอร์&lt;/b&gt; เครือข่ายสังคมออนไลน์น้องใหม่ล่าสุด ที่กำลังมาแรงแซงรุ่นพี่อย่างเฟซบุ๊ค จนเฟซบุ๊คต้องขอซื้อทวิตเตอร์ ในราคาเกือบ 18,000 ล้านบาท แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทวิตเตอร์ที่แปลเป็นไทยว่า เสียงร้องจ๊อกแจ๊กของนก
เป็นระบบการแลกเปลี่ยนข่าวสารดิจิทัลที่ง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพ
เพียงแค่คุณลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกที่ &lt;a href=&quot;http://www.twitter.com/&quot;&gt;www.twitter.com&lt;/a&gt;
คุณก็สามารถ “ทวีต” หรือส่งข้อความสั้นหรือบล็อกฉบับสั้นไม่เกิน 140
ตัวอักษรต่อครั้ง คล้ายกับการส่งเอสเอ็มเอส
เพื่อบอกว่าคุณกำลังทำอะไรหรือคิดอะไรอยู่ หรืออะไรก็ได้ที่คุณอยากจะบอก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพื่อนของคุณหรือบรรดาผู้ติดตามอ่านบล็อกของคุณ ที่สมัครเป็นสมาชิกเพื่อรับ
ข้อความของคุณก็สามารถทวีตหรือส่งข้อความกลับไปยังคุณได้ด้วย
เปรียบเสมือนนกตัวน้อยๆ
ที่เกาะอยู่บนต้นไม้ต้นเดียวกันกำลังส่งเสียงคุยพร้อมๆ กัน
โดยคุณสามารถทวีตผ่านเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็ได้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทวิตเตอร์ก่อตั้งโดยคนหนุ่มวัย 30 ต้นๆ คือ &lt;b&gt;แจ๊ค ดอร์ซีย์ อีแวน วิลเลียมส์&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;บิซ สโตน&lt;/b&gt;
โดยสโตนเล่าว่า พวกเขาได้ไอเดียนี้ มาจากบรรดาแฟนเพลงที่ไปร่วมงานเทศกาลดนตรีเซาท์เวสต์ที่ ใช้รูปแบบนี้ในการพูดคุยแสดงความเห็น เกี่ยวกับการแสดงและนัดหมายกันระหว่างแฟนเพลงคอเดียวกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในขณะที่รุ่นพี่อย่างเฟซบุ๊คซึ่งเพิ่งฉลองวันเกิดครบ 5
ปีด้วยยอดผู้ใช้ราว 150 ล้านคนทั่วโลก มียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเพียง
110 เปอร์เซ็นต์ ปีที่แล้ว น้องใหม่อย่างทวิตเตอร์กลับมียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,000 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีเซเลบริตี้หลายคนเป็นชาวทวิตเตอร์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทำให้แฟนๆ ติดตามการใช้ชีวิตของพวกเขาอย่างใกล้ชิด ตัววัดความนิยมของทวิตเตอร์คือจำนวนของ “ผู้ติดตาม” อ่านบล็อก บล็อกเกอร์ชื่อดังอย่างประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารักโอบามา ซึ่งใช้ทวิตเตอร์ในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง เป็นทวิตเตอร์ที่มีแฟนติดตามอ่านมากที่สุดคือ 2 แสนกว่าคน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ไม่เพียงแต่ชีวิตของเหล่าเซเลบเท่านั้น ที่เป็นตัวดึงดูดให้มีผู้สนใจใช้ทวิตเตอร์ การรายงานข่าวด่วนอย่างทันท่วงทีผ่านทวิตเตอร์ก็ทำให้ทวิตเตอร์กลาย
เป็นที่นิยมเช่นกัน
ที่ผ่านมามีการรายงานข่าวด่วนข่าวใหญ่อย่างแผ่นดินไหวที่เสฉวน ประเทศจีน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การก่อการร้ายที่โรงแรมห้าดาวที่เมืองมุมไบ
อินเดียเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
และล่าสุด ข่าวปาฏิหาริย์ที่แม่น้ำฮัดสันเมื่อต้นปีที่กัปตันนำเครื่องบิน
ร่อนลงจอดบนแม่น้ำเนื่องจากมีฝูงนกบินเข้าไปในเครื่องยนต์
ก็มีผู้โดยสารบนเครื่องบินลำนั้น รายงานเหตุการณ์ผ่านทวิตเตอร์เช่นกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทวิตเตอร์มาไกลกว่าที่ทุกคนคิด เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว ร่างรายงานของข่าวกรองสหรัฐอเมริการะบุว่าทวิตเตอร์เป็น
เครื่องมือที่มีศักยภาพของผู้ก่อการร้าย
และเป็นเครื่องมือทางสังคมของนักสิทธิมนุษยชน คอมมิวนิสต์ พวกมังสวิรัติ
พวกไม่สนใจกฎหมาย นักศาสนา พวกที่ไม่เชื่อในพระเจ้า
พวกหัวรุนแรงทางการเมือง พวกแฮคเกอร์ และกลุ่มอื่นๆ
อีกมากมาย ที่ใช้สื่อสารระหว่างกันและส่งข้อความไปยังผู้รับจำนวนมากในเวลา
พร้อมๆ กัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้ว่าทวิตเตอร์จะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นในเวลานี้ แต่นักวิจารณ์รวมถึงชาวทวิตเตอร์ยุค
ต้นๆ ก็บ่นว่าตอนนี้มีแต่ “ข้อมูลขยะ” เช่น คนกำลังดูรายการอะไร
หรือกำลังสั่งอะไรกิน บางคนก็บอกว่ามันเป็นแค่เรื่องของการหลงใหลตัวเอง
แต่บรรดาแฟนพันธุ์แท้ ก็แย้งว่าทวิตเตอร์ช่วยให้คนได้รับรู้ข่าวหรือเหตุการณ์ใหญ่ๆ หลายเรื่องได้รวดเร็วกว่าสื่อกระแสหลักเสียอีก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่การรายงานข่าวผ่านทวิตเตอร์ก็
มีจุดอ่อน เมื่อมีผู้ส่งข้อความประมาณ 80
ข้อความรายงานข่าวการวางระเบิดที่มุมไบ
หลายข้อความ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับขนาดของความเสียหายและจำนวนผู้
เสียชีวิต
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ปัจจุบันมีชาวทวิตเตอร์อยู่ประมาณ&lt;b&gt; 6 ล้านคนทั่วโลก &lt;/b&gt;นับตั้งแต่ก่อตั้งมาเมื่อ 3 ปีก่อน แต่ทวิตเตอร์ก็ไม่ได้มีการหารายได้จากค่าสมาชิกหรือโฆษณา องค์กรธุรกิจหลายแห่งกำลังใช้ประโยชน์จาก ทวิตเตอร์ เช่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ เดลล์ ที่เปิดหน้าร้านย่อยออนไลน์บน ทวิตเตอร์ และสามารถสร้างยอดขายได้ถึง 35 ล้านบาท ซึ่งทางผู้ก่อตั้งทวิตเตอร์ กำลังคิดจะหารายได้จากส่วนนี้อยู่ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าเกือบ 9 พันล้านบาทต่อปี
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
...............
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต้นฉบับ เดลี่ เทเลกราฟ   และ &lt;a href=&quot;http://www.daniweb.com/&quot;&gt;www.daniweb.com&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/travel/20090221/15783/%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%B2(%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%8B%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B9%8A%E0%B8%84)%E0%B9%84%E0%B8%9B-%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88(%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C)%E0%B8%A1%E0%B8%B2.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กรุงเทพธุรกิจ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/article/20090223/1116#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/214">internet</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/378">online</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/144">tecnology</category>
 <pubDate>Mon, 23 Feb 2009 23:13:38 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1116 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>พลเมืองในยุคการปฏิวัติดิจิตอล </title>
 <link>http://www.arayachon.org/rethink/20081118/829</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;b&gt;หมายเหตุ&lt;/b&gt; ชื่อบทความเดิม - พลเมืองในยุคการปฏิวัติดิจิตอล รากฐานดิจิตอล คือ 0-1 รากฐานประชาธิปไตย คือ ประชาชน โดย &lt;span class=&quot;normalname&quot;&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href=&quot;http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showuser=105&quot;&gt;บก.ลายจุด&lt;/a&gt; จาก &lt;a href=&quot;http://www.sameskybooks.org/board/index.php?showtopic=14381&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
000000000000000000000000000000000000000000
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เป็นเวลานับสิบปีมาแล้ว ที่มีนักพยากรณ์ศาสตร์ ได้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากการปฏิวัติดิจิตอล โลกที่เราเห็นตอนนี้ เปลี่ยนแปลงไปด้วยอัตราเร่ง 7 เท่า (Year Dog) การจากไปของเครื่องพิมพ์ดีด กล้องใช้ฟิลม์ โทรเลข ถูกแทนที่ด้วย คอมพิวเตอร์ในแบบตั้งโต๊ะ วางบนตัก(Laptop)หรือแม้แต่ในฝามือ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การเมืองจะเป็นเช่นใด หากรัฐประหาร 19 กย. 49 ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต&lt;br /&gt;
พวกเราคงได้แต่นั่งดูทีวี อ่านข้อความบนจอที่เขียนว่า &amp;quot;ขออภัยในความไม่สะดวก&amp;quot; และดูผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่แต่งตัวเต็มยศ นั่งบนเก้าอี้ หลังฉากเป็นบรรยากาศเก่า ๆ ที่คนไทยคุ้นเคยกันมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;พลเมือง&lt;/b&gt; ที่แปลว่า &lt;b&gt;พลังในการสร้างชาติ&lt;/b&gt; (ในทัศนะผม) คงทำได้แค่ การเป็นคนเกาะรั้วดูพวกชนชั้นนำในสังคมไทยนี้ เล่นเกมแย่งชิงอำนาจกัน โดยอ้างว่า พวกเขาทำเพื่อพวกเรา (ประชาชน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน การสื่อสารก็เปลี่ยน&lt;br /&gt;
เมื่อวิธีการสื่อสารเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน&lt;br /&gt;
คนเปลี่ยน สังคมย่อมเปลี่ยนแปลง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โลกเคยเปลี่ยนไปอย่างมากมาย เมื่อคนจีนค้นพบกระดาษและเปลี่ยนแปลงใหญ่อีกครั้งเมื่อแท่นพิมพ์ถูกสร้างขึ้น คริสจักรใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ ผลิตไบเบิลจำนวนมากเพื่อเผยแผ่ศาสนา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สถานีวิทยุและโทรทัศน์ในประเทศไทย ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานความคิดด้านความมั่นคง มันจึงไม่แปลกที่คลื่นเหล่านี้เป็นของหน่วยงานรัฐและหน่วยงานความมั่นคงจนถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หนังสือพิมพ์ เป็นเครื่องมือของนักคิด ปัญญาชน นักธุรกิจและกลุ่มการเมืองทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น แต่&lt;b&gt;มันไม่เคยเป็นของประชาชน&lt;/b&gt; ยามบ้านเมืองปกติ นักหนังสือพิมพ์ทำหน้าที่เหมือนสุนัขที่ซื่อสัตย์ คอยดมกลิ่นเน่าเหม็นแม้แต่เพียงน้อยนิด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ยามประเทศชาติวิบัต ด้วยการยึดอำนาจรัฐประหาร เหล่าสื่อมวลชนก็ทำหน้าที่เป็นสุนัขที่รู้จักรับใช้คนที่มีอำนาจ ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ม็อบมือถือ เพจเจอร์ เมื่อเหตุการณ์เดือน พค 35 ยังเป็นการสื่อสารแบบ &lt;b&gt;P2P (บุคคลต่อบุคคล) &lt;/b&gt;ในขณะที่การต่อต้านการรัฐประหาร และการมีส่วนร่วมของประชาชนในโลกอินเทอร์เน็ต คือ ยุค &lt;b&gt;People 3.0 (Many to Many)&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;เครือข่ายสื่อสารของปัจเจกบุคคลที่เป็นอิสระและแข็งแรง สร้างกระแสโต้กลับ TV ดาวเทียม ซึ่งกลุ่มก่อการร้าย พธม.&lt;/b&gt; ใช้เป็นเครื่องมือในการสะกดจิตผู้คน โดยการป้อนสารสนเทศที่เป็นพิษเข้าสู่ระบบการรับรู้และกระบวนการคิดวิเคราะห์ ที่แข็งทื่อ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ข้อมูลหรือทิศทางเนื้อหาในอินเทอร์เน็ต เป็นไปในแนวทาง&lt;br /&gt;
เดียวกัน แต่อินเทอร์เน็ตควรทำหน้าที่เป็น&lt;b&gt;กระจก 6 ด้าน&lt;/b&gt; เพื่อให้ข่าวสารและสารสนเทศในเรื่องนั้น ๆ ถูกนำมาเสนอและวิเคราะห์ในหลากหลายมิติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หมดยุคผูกขาดกระบวนการคิด จากนักปกครอง สื่อมวลชน นักวิชาการ หรือ ปัญญาชนเพี้ยน ๆ ประชาชนไม่ได้อยู่ในฐานะเสพข่าวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ในฐานะ&lt;b&gt;ผู้มีส่วนร่วม&lt;/b&gt;ในข่าวสารนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้รายงานข่าว นักวิเคราะห์ข่าวสาร และเป็นผู้บริโภคไปพร้อม ๆ กัน จากการปฏิสัมพันธ์กับข่าวสารแบบ Passive เป็น &lt;b&gt;Active&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พลเมืองยุคดิจิตอล จะช่วยกันสร้างสมดุลย์ใหม่ ทำลายโครงสร้างการผูกขาดทางความคิด และเมื่อความคิดที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ถูกทำลาย &lt;b&gt;พลเมืองดิจิตอล&lt;/b&gt; จึงมาแทนที่ &lt;b&gt;อภิชน&lt;/b&gt;ในสังคมเก่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/rethink/20081118/829#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/293">citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/144">tecnology</category>
 <pubDate>Tue, 18 Nov 2008 01:42:39 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">829 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เด็กนักเรียนเลียนแบบเกมส์คอมพิวเตอร์ ฆ่าคนขับรถแท๊กซี่ !!!</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080813/592</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.bangkokpost.com/130808_Database/13Aug2008_data002.php&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;นสพ.บางกอกโพสต์ วันที่ 13 สิงหาคม 2551&lt;/a&gt;
รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย&lt;u&gt;พลวัต ชินโน&lt;/u&gt; เด็กนักเรียนมัธยม อายุ
19 ปี ใช้อาวุธปืนจี้รถแท๊กซี่ คนขับต่อสู้ขัดขวาง เขาจึงฆ่าคนขับรถตาย
หลังถูกจับ เขาบอกตำรวจว่า เขาเพียงอยากรู้ว่า &lt;b&gt;การจี้รถจริงๆ
มันจะง่ายเหมือนกับในเกมส์คอมพิวเตอร์ที่ชื่อ the
Grand Theft Auto หรือไม่
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
Grand Theft Auto 4 เป็นเกมส์คอมพิวเตอร์รุ่นล่าสุด
เน้นหนักเรื่องการขโมยรถ การสู้รบปะทะระหว่างแก๊งวัยรุ่นและโสเภณี
ทำยอดขายได้ถล่มทะลาย ลบสถิติที่แล้วมา โดยขายได้มากกว่า  500
ล้านเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย
เปรียบเทียบกับยอดขายตั๋วของหนังดังเรื่อง+ Spider-Man 3 ที่ทำยอดขายได้
381 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์แรกของการฉายในโรงหนัง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตั้งแต่นั้นมา ตำรวจและกระทรวงวัฒนธรรม
ได้สั่งห้ามการจำหน่ายและเผยแพร่เกมส์ดังกล่าวโดยอ้างว่ามีเนื้อหา
ลามกอนาจาร แม้ว่าตามช่องทางใต้ดินเกมส์นี้ยังแพร่หลายทั่วไป
เหตุการณ์นี้นำไปสู่การถกเถียงของผู้เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวางว่า
&lt;b&gt;ควรกำกับดูแลเกมส์คอมพิวเตอร์ในสังคมไทยอย่างไร?
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์&lt;/u&gt; รมต.กระทรวงวัฒนธรรม สัญญาว่า
จะลดการเผยแพร่เกมส์คอมพิวเตอร์ที่มีเนื้อหารุนแรง ให้ได้ร้อยละ 70 ภายใน
3 ถึง 6 เดือนข้างหน้า
โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะขจัดเกมส์พวกนี้ให้หมดสิ้นจากสังคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;u&gt;นายวัฒนา เซ่งไพเราะ&lt;/u&gt; โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ
เรียกร้องให้ใช้มาตราการควบคุมเกมส์คอมพิวเตอร์ โดยจำกัดเวลาเล่น
เฉพาะเวลา 16-18 น.ในวันธรรมดาและห้ามร้านอินเตอร์เน็ต
เปิดให้เล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ ในรัศมี 500 เมตรจากโรงเรียน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ข้อเสนอว่า สังคมไทยควรต้องมีการควบคุมกำกับการจำหน่ายและเผยแพร่เกมส์คอมพิวเตอร์ ที่มีเนื้อหาส่งเสริมความรุนแรงและลามกอนาจาร เป็นข้อเสนอที่ดีและมีเหตุผล 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ก็เช่นเดียวกับการเซ็นเซ่อร์ภาพยนตร์ เทป วิดีโอ ดีวีดี และอินเตอร์เน็ต คือ &lt;b&gt;ไม่ควรให้หน่วยงานของรัฐ เป็นองค์กรที่มีอำนาจดำเนินการไปเงียบๆเพียงฝ่ายเดียว&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ควรต้องให้การกำกับควบคุมดูแล ดำเนินการอย่าง&lt;b&gt;เปิดเผย มีเหตุผลและโปร่งใส ให้ผู้มีส่วนได้เสียจากทุกฝ่ายส่งตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าวอย่างเต็มที่
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080813/592#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/144">tecnology</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/142">อาชญากรรม</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/141">เกมส์คอมพิวเตอร์</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/143">เซ็นเซอร์</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/140">เด็ก</category>
 <pubDate>Wed, 13 Aug 2008 23:33:06 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">592 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>

