<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>World</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>รายงานข่าวพิเศษ  ยึดวอลล์สตรีท : หน่อปฏิวัติในป่าคอนกรีต ? ! โดย ปิยะมิตร ปัญญา</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20111016/2031</link>
 <description>&lt;p&gt;
กลุ่มยึดวอลล์สตรีท นอนประท้วงที่ ฟรีดอม พลาซา วอชิงตัน ดี.ซี. พร้อมป้ายประท้วงแสดงข้อความ &amp;quot;&lt;b&gt;นักการเมืองจะเป็นตัวแทนท่านได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขารับเงินเรือนล้านจากใครบางคน&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;/files/occupy.jpg&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;450&quot; width=&quot;450&quot; /&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับกันละครับว่า ยากเย็นไม่น้อยที่จะอธิบายให้ได้ภาพกระจ่างชัดว่า กลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;&lt;b&gt;ออคคิวพาย วอลล์สตรีท&lt;/b&gt;&amp;quot; คือใคร ? มาจากไหน ? ต้องการอะไร? ซึ่งทำให้การที่จะบอกว่า ขบวนการ &amp;quot;ยึดวอลล์สตรีท&amp;quot; นี้จะนำไปสู่อะไร? เป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญมากยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็ยากที่จะละเลย ไม่ไยดีกับขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของคนอเมริกันขบวนการนี้ ไม่ใช่เพราะประธานาธิบดีบารัค โอบามา อ้างอิงถึงการคงอยู่ของขบวนการนี้ในเชิงเห็นอกเห็นใจและเข้าใจ ไม่เพียงเพราะ เบน เบอร์แนงคี ประธานธนาคารกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เฟด) ก็ต้องออกมาพูดถึงในเชิงยอมรับเท่านั้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่เป็นเพราะขบวนการยึดวอลล์สตรีท เกิดขึ้น ดำรงอยู่ แล้วยังสามารถคลี่คลายขยายตัวเติบโตในทางกว้างออกไป ไม่เพียงในหลายเมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกา แต่ยังมีเสียงขานรับจากหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนนี้ไม่ได้มีเพียง &amp;quot;ออคคิวพาย นิวยอร์ก&amp;quot; แต่ยังมี &amp;quot;ออคคิวพาย บอสตัน&amp;quot;, &amp;quot;ออคคิวพาย ลอสแองเจลิส&amp;quot;, &amp;quot;ออคคิวพาย น็อกซ์วิลล์&amp;quot;, &amp;quot;ออคคิวพาย เมมฟิส&amp;quot;, &amp;quot;ออคคิวพาย คลาร์กส์วิลล์&amp;quot;, &amp;quot;ออคคิวพาย แชทตานูกา&amp;quot;, &amp;quot;ออคคิวพาย เมอร์ฟรีส์โบโร่&amp;quot; และ &amp;quot;ออคคิวพาย แนชวิลล์&amp;quot; ฯลฯ เท่านั้น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ยังมี &amp;quot;ออคคิวพาย ลอนดอน&amp;quot; ด้วยอีกต่างหาก เพียงแค่ยังไม่ทันครบรอบ 1 เดือนเต็มดี ขบวนการ &amp;quot;ยึด&amp;quot; สารพัดก็ผุดพราวขึ้นมามากกว่า 1,300 ขบวนการทั่วโลก และนับวันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยอาศัยหลักการเดียวกันและแนวความคิดคลุมเครือคล้ายๆ กัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ยังไม่มีเหตุการณ์การปะทะกับเจ้าหน้าที่ใหญ่ๆ เกิดขึ้นมา หลังจากที่เคยมีปัญหาอยู่บ้างครั้งสองครั้ง ยังไม่มี &amp;quot;ข้อเรียกร้อง&amp;quot; อย่างเป็นทางการออกมาจากขบวนการออคคิวพายทั้งหลายในตอนนี้ เป้าหมายของพวกเขายังคงไม่เป็นรูปเป็นร่าง ไม่มีความชัดเจน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตัวขบวนการประท้วงเองก็ยังไม่มีแม้แต่กระทั่ง &amp;quot;ผู้นำ&amp;quot; หรือ &amp;quot;แกนนำ&amp;quot; กระนั้นเสียงของพวกเขาก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ได้รับความสนใจจากหลายๆ ฝ่ายทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อมมากขึ้นเรื่อยๆ และทรงอิทธิพลมากขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่ไม่สนใจก็ไม่ได้แล้ว! &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลายคนให้นิยามของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมอย่าง &amp;quot;ออคคิวพาย วอลล์สตรีท&amp;quot; แตกต่างกันออกไป แล้วแต่พื้นฐานและมุมมอง นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ มองลงไปโดยอาศัยพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ แล้วให้นิยามการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของขบวนการนี้ว่าเป็น &amp;quot;อาการแสดงออก&amp;quot; อันเนื่องมาจาก&lt;b&gt;ความป่วยไข้ของระบบเศรษฐกิจอเมริกัน &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นูรีล รูบินี เจ้าของฉายา &amp;quot;ดอกเตอร์ ดูม&amp;quot; จากการทำนายถึงวิกฤตเลห์แมนฯ เอาไว้อย่างแม่นยำ บอกว่า นี่เป็นการแสดงถึง &amp;quot;ความโกรธ&amp;quot; ของสังคม &amp;quot;สังคมอเมริกันมีความกราดเกรี้ยวอยู่มากมายเหลือเกิน&amp;quot; เขาบอก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นักสังเกตการณ์ทางการเมืองบอกว่า &amp;quot;ขบวนการยึดวอลล์สตรีท&amp;quot; เกิดขึ้นมาเพื่อทดแทน &amp;quot;ที ปาร์ตี้ มูฟเมนท์&amp;quot; ที่ถูกการเมืองในระบบดูดกลืนจนแทบหมดพลังของการเป็นขบวนการทางสังคมไปแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บางคนบอกว่า ถ้าหาก &amp;quot;ที ปาร์ตี้&amp;quot; เป็นการแสดงความไม่พอใจของผู้คนในซีก &amp;quot;อนุรักษนิยม&amp;quot; ในสังคม &amp;quot;ออคคิวพาย มูฟเมนท์&amp;quot; ก็เป็นการแสดงความกราดเกรี้ยวของผู้คนในอีกซีกหนึ่ง &lt;b&gt;ซีกเสรีนิยม สังคมนิยม &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ถ้า ที ปาร์ตี้ เป็นปีกขวา ออคคิวพาย ก็เป็นปีกซ้าย&lt;/b&gt; นักรัฐศาสตร์ ใช้พื้นฐานทางวิชาการของตนเอง มองขบวนการที่เกิดขึ้นว่า เป็นการแสดงออกถึงประชาธิปไตยในรูปแบบของประชาธิปไตย &amp;quot;โดยตรง&amp;quot; ที่จะมีให้เห็น ก็ต่อเมื่อย้อนหลังไปเนิ่นนานในประวัติศาสตร์การเมืองของมนุษยชาติ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&amp;quot;ธนาคารถูกอุ้ม แต่ประชาชนถูกขาย&amp;quot; ของ &amp;quot;ออคคิวพาย นิวยอร์ก&amp;quot;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักคิดร่วมสมัยอีกลางคน ชี้ว่า การบังเกิดขึ้นของ &amp;quot;ออคคิวพาย มูฟเมนท์&amp;quot; เป็นการสานต่อปรัชญาการต่อสู้ของขบวนการชนชั้นกลางในโลกอาหรับ ที่เรียกกันในเวลานี้ว่า &amp;quot;&lt;b&gt;อาหรับ สปริง&lt;/b&gt;&amp;quot; พวกเขาชี้ให้เห็นถึงหลากคุณลักษณะที่คล้ายคลึงกัน &lt;b&gt;ไม่มีผู้นำที่เด่นชัด อาศัยอินเตอร์เน็ต และ &amp;quot;สื่อใหม่&amp;quot; เป็นแกนหลัก&lt;/b&gt; ฯลฯ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็ยอมรับในความต่างที่เกิดขึ้นอย่างสุดกู่ &amp;quot;ออคคิวพาย มูฟเมนท์&amp;quot; ไม่แหลมคมชัดเจนเท่า ไม่กราดเกรี้ยวโกรธามากเท่า ที่สำคัญก็คือ พวกเขาไม่ได้พุ่งเป้าไปที่รัฐบาล ผู้ปกครอง และปัจเจกบุคคลที่ครอบงำพวกเขาอยู่โดยตรง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เป้าโจมตีของ &amp;quot;ออคคิวพาย มูฟเมนท์&amp;quot; เป็น&lt;b&gt;นามธรรมอย่างยิ่ง คลุมเครืออย่างยิ่ง และไม่ได้รวมศูนย์อยู่ที่ใดที่หนึ่ง นอกเหนือจากระบอบและแบบแผนปฏิบัติที่ครอบพวกเขาทั้งหมด&lt;/b&gt;อยู่ภายใน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่ว่าใครจะนิยามพวกเขาอย่างไร &amp;quot;ออคคิวพาย มูฟเมนท์&amp;quot; ณ เวลานี้ ยังคงเป็นเพียง &amp;quot;ขบวนการ&amp;quot; แสดงออกถึง&lt;b&gt;ความไม่พอใจ ความคับข้องใจ และความรู้สึกไม่เป็นธรรม&lt;/b&gt; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทุกคนใช้ที่นี่เป็นที่ &amp;quot;ระบาย&amp;quot; ได้ ทุกคนจากไปเมื่อใดก็ได้ ทุกคนแสดงออกอะไรก็ได้ และสามารถยืนยันได้เพียงว่า พวกเขาแค่พูดความรู้สึกนึกคิดของตัวเองออกมาเท่านั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แนวความคิดเรื่อง &amp;quot;ออคคิวพาย วอลล์สตรีท&amp;quot; ก่อรูปขึ้นมาแรกสุดจากแนวความคิดใน &amp;quot;แอดบัสเตอร์ส์ ดอทคอม&amp;quot; นิตยสารออนไลน์ในนิวยอร์กเมื่อราวเดือนกรกฎาคม ตอนนั้นเป้าหมายยังเป็นเพียงแค่การจัดตั้ง &amp;quot;เครือข่ายระดับโลกของการผสมผสานทางวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์&amp;quot;  นำวัฒนธรรมที่ตนเองมีอยู่ออกมาแสดงร่วมกันในยาม &amp;quot;ว่าง-ไม่มีงานทำ&amp;quot; เพื่อใช้มันเป็นการ &amp;quot;ประท้วง&amp;quot; ให้เห็นถึงความ &amp;quot;ไม่เป็นธรรม&amp;quot; ในสังคม &lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
&amp;quot;เกินกว่าคับข้องใจ&amp;quot; ของกลุ่ม &amp;quot;ออคคิวพาย ฮาร์ทฟอร์ด&amp;quot;&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เดิมที พวกเขากะเก็งกันว่า จะรวมตัวกันที่ &amp;quot;โบว์ลิ่ง กรีน ปาร์ค&amp;quot; เริ่มขบวนการจากการเล่น &amp;quot;โยคะ&amp;quot; แล้วต่อด้วย &amp;quot;สงครามหมอน&amp;quot; ลงเอยด้วยการ &amp;quot;เพนต์ใบหน้า&amp;quot; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;การกำเนิดขึ้นของความคิดประท้วงในเดือนกรกฎาคม ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน &lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
หากย้อนกลับไปดูสภาวการณ์ในเวลานั้น เราจะพบว่า อาการ &amp;quot;หน่าย&amp;quot; นักการเมือง พรรคการเมือง และระบบการบริหารจัดการประเทศของสหรัฐอเมริกา กำลังตกต่ำถึงขีดสุด อันเนื่องมาจากการต่อสู้ทางการเมืองที่&lt;b&gt;ยืดเยื้อ เกินงาม จน &amp;quot;น่ารำคาญ&amp;quot; และ &amp;quot;ชวนหงุดหงิด&amp;quot;&lt;/b&gt; เรื่องการเพิ่มเพดานหนี้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้สำนักงานตำรวจนิวยอร์กไม่อนุญาตให้เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นเกิดขึ้น แต่แนวความคิดนี้ยังดำรงอยู่ และเริ่มแตกหน่อออกไปเป็นการแสดงออกถึงการประท้วงด้วยการ &amp;quot;ยึด&amp;quot; นั่นทำให้เวทีของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลายเป็น &amp;quot;ซัคคอตติ ปาร์ค&amp;quot; ในย่านโลว์เวอร์ แมนฮัตตัน ที่ด้านหนึ่งเป็นตลาดหุ้นวอลล์สตรีท อีกด้านหนึ่งเป็น &amp;quot;กราวด์ ซีโร่&amp;quot; &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;17 กันยายน&lt;/b&gt; พวกเขาเริ่มต้นด้วยจำนวนผู้ประท้วงเพียงไม่กี่สิบคน พยายามกางเต็นท์ของพวกเขาตรงหน้าตลาดหุ้นวอลล์สตรีท หรือที่เรียกกันเป็นทางการว่า ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก หลังจากนั้น จำนวนเต็นท์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บริเวณ ซัคคอตติ ปาร์ค ที่อยู่ใกล้เคียง &lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
24 กันยายน&lt;/b&gt; ผู้ประท้วงราว 100 คนถูกจับกุม อีกหลายคนถูกสเปรย์พริกไทยของเจ้าหน้าที่ฉีดใส่หน้า โดยอาศัยข้ออ้างที่ว่าการเดินขบวนของพวกเขาขัดขวางการจราจร ก่อให้เกิดความไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย &lt;br /&gt;
&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
1 ตุลาคม&lt;/b&gt; เอ็นวายพีดี จับกุมผู้ประท้วงกลุ่มใหญ่ที่สุดคือราว 700 คน หลังจากเกิดการปะทะกันชุลมุน เมื่อขบวนของผู้ประท้วงพยายามเคลื่อนออกจาก ซัคคอตติ เพื่อไปยังสะพานบรู้คลิน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อีกสัปดาห์ต่อมา &amp;quot;ออคคิวพาย มูฟเมนท์&amp;quot; ระบาดออกไปทั่วประเทศ ยิ่งนับวันยิ่งเป็นกลุ่มก้อน มีการบริหารจัดการ ลดการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ แต่หันมา &amp;quot;ให้ความร่วมมือ&amp;quot; ซึ่งกันและกันแทน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาแสดงพลังครั้งใหญ่เมื่อ 7 ตุลาคม ด้วยการประกาศ &amp;quot;มิลเลียนแนร์ มาร์ช&amp;quot; ทั่วประเทศ ทำให้คนอเมริกันได้เห็นการบุกเข้าไปชูป้ายประท้วงถึงในสำนักงานสาขาลอสแองเจลิส ของ &amp;quot;ออคคิวพาย แอลเอ&amp;quot; และการ &amp;quot;ปิดล้อม&amp;quot; คฤหาสน์ของคนอย่าง รูเพิร์ต เมอร์ด็อค ราชาสื่ออเมริกัน-ออสเตรเลียน &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มีผู้ถูกจับกุมไปอีกจำนวนหนึ่งในหลาย ๆ จุดทั่วประเทศ ยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับนัดหมายเคลื่อนไหวครั้งใหญ่อีก 2 ครั้งหลังจากนี้ หนึ่งในวันที่ 15 ตุลาคม อีกหนึ่งในวันที่ 5 พฤศจิกายน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขบวนการ ออคคิวพาย วอลล์สตรีท เป็นการรวมตัวกันหลวมๆ ของ &amp;quot;คนว่างงาน&amp;quot; กับ &amp;quot;คนไร้ที่อยู่อาศัย&amp;quot; มากพอๆ กับ &amp;quot;แม่บ้าน&amp;quot; และ &amp;quot;พ่อบ้าน&amp;quot; หรือนักศึกษา ที่มองไม่เห็นถึงความหวังว่า สิ่งที่เป็นอยู่ในเวลานี้จะทำให้อนาคตของพวกเขาสุขสดใสได้อย่างไร &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาขับเคลื่อนด้วย &amp;quot;การประชุม&amp;quot; ที่เกิดขึ้นทุกๆ เวลาย่ำค่ำ ยิ่งนับวัน พวกเขายิ่งเป็นกลุ่มเป็นก้อนกันมากขึ้น แบ่งงานกันรับผิดชอบชัดเจนขึ้น กลุ่มหนึ่งอาจรับผิดชอบจัดการเรื่องขยะ อีกกลุ่มรับผิดชอบ แอ๊กเคานท์ทวิตเตอร์ อีกคนรับผิดชอบเรื่องครัวเคลื่อนที่ ที่จะเดินทางมาถึงในตอนเย็น &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยามว่าง พวกเขาอาจตีเกราะเคาะกลอง นั่งสมาธิ เล่นทวิตเตอร์ อัพเดตหน้าเฟซบุ๊ก ฯลฯ ตามแต่ใจปรารถนา แนวความคิดของพวกเขาหลากหลาย บางคนชูป้าย &amp;quot;ยึดแบงก์เป็นของรัฐ&amp;quot; อีกคนใช้กระดาษลัง เขียนข้อความด้วยลายมือพออ่านออก &amp;quot;เดอะ วอลล์ มัสท์ ฟอล&amp;quot; สะท้อนถึงความไม่พอใจในบรรดา &amp;quot;ผู้ละโมบ&amp;quot; ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แนวความคิดหลักที่ร้อยรัดพวกเขาไว้ และดูเหมือนจะเป็นที่เข้าใจได้และยอมรับได้ของทุกคนก็คือ พวกเขาเป็น 99 เปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศ ที่ถูกครอบงำและเอารัดเอาเปรียบจากคนมั่งคั่งเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ซึ่งร่ำรวยมหาศาลคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของความมั่งคั่งที่สหรัฐอเมริกามี &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกเขาพยายามแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อความไม่เสมอภาคทางเศรษฐกิจ แสดงความกราดเกรี้ยวต่อการที่ธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ได้รับความช่วยเหลือเป็นเงินมหาศาลจากรัฐบาล ทั้งๆ ที่เป็นต้นเหตุ เป็นที่มาของความฉิบหายทั้งหลายที่เกิดขึ้น &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;
&lt;b&gt;พวกเขาไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีอนาคต พวกเขาจึงต้องกบฏ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/div&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น รัฐบาลสหรัฐอเมริกาในเวลานั้นอยากรู้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้เกิดการปฏิวัติขึ้นในประเทศสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ สำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ได้รับมอบหมายให้หาคำตอบนี้มาให้ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ซีไอเอ ตรวจสอบแล้วจัดทำเป็นรายงานนำเสนอขึ้นมาว่า ประเทศที่จะเกิดการ &amp;quot;ปฏิวัติ&amp;quot; ขึ้นได้นั้น จำต้องมีบุคลิก 3 ประการ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;หนึ่งนั้น ต้องมีช่องว่างทางรายได้ขนาดใหญ่ระหว่างคนรวยและคนจน &lt;br /&gt;
&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;
&lt;i&gt;หนึ่งนั้น ชนชั้นกลางในประเทศนั้นจะต้องถูกทำให้หายไป หรือไม่ก็ ไม่มีชนชั้นกลางตั้งแต่แรก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หนึ่งนั้น ต้องมีคนที่ขุ่นแค้นคับข้องใจเป็นมากมายมหาศาลในประเทศนั้น &lt;br /&gt;
&lt;/i&gt;&lt;br /&gt;
มีบางคนบอกว่า &lt;b&gt;ตอนนี้ ในสหรัฐอเมริกามีเหตุปัจจัยทั้ง 3 ประการครบถ้วนแล้ว&lt;/b&gt;ครับ !!
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดย ปิยะมิตร ปัญญา(&lt;a href=&quot;mailto:piyamitara@gmail.com&quot;&gt;piyamitara@gmail.com&lt;/a&gt;) มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 16 ตค. 2554 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1318745199&amp;amp;grpid=01&amp;amp;catid=01&amp;amp;utm_source=twitterfeed&amp;amp;utm_medium=twitter&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20111016/2031#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/357">usa</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <enclosure url="http://www.arayachon.org/files/occupy.jpg" length="79356" type="image/jpeg" />
 <pubDate>Sun, 16 Oct 2011 16:44:31 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2031 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>จีนชี้วิกฤตหนี้สหรัฐอเมริกาไม่จบ แม้เพิ่มเพดานหนี้สำเร็จ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110805/1999</link>
 <description>&lt;p&gt;
นายกวน เจี้ยนจง ประธานบริษัท ต้ากง โกลบอล เครดิต เรทติ้งส์ ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือของจีน กล่าวว่า แม้ว่าสภาครองเกรสของสหรัฐฯ จะเห็นชอบการลงมติเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐฯ แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า วิกฤติหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จะสิ้นสุดลง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การปรับเพิ่มเพดานหนี้ ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถนำหนี้ก้อนใหม่มาโปะหนี้เก่าได้ตามกฎหมาย ซึ่งเท่ากับเป็นการหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ชั่วคราว และไม่ได้หมายความว่า สหรัฐฯ มีความสามารถในการชำระหนี้ได้ดีขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากวิกฤติหนี้สาธารณะ ยังคงดำเนินอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ นายกวน กล่าวว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังอ่อนแอ และมีช่องทางกระตุ้นการขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย สำหรับประเทศเศรษฐกิจที่เคลื่อนไหวตามการขยายตัวของอุปสงค์ด้านสินเชื่อ เพื่อกระตุ้นการบริโภค&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายกวน กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ จะปรับยุทธศาสตร์ระหว่างประเทศ และปรับแนวทางด้านสวัสดิการสังคมของประเทศเพื่อลดยอดขาดดุลการคลังนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง สหรัฐฯ มีทางเลือกเดียว คือ การพึ่งพา และเพิ่มรายได้จากตราสารหนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถเพิ่มรายได้ และเปลี่ยนแปลงรายจ่ายได้ ขณะนี้จึงเหลือแค่ว่าเมื่อไหร่สหรัฐฯ จะสามารถหลุดพ้นจากวิกฤติหนี้สาธารณะไปได้ เว้นเสียแต่ว่า สหรัฐฯ จะเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ และสังคมอย่างจริงจัง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ก่อนหน้านี้ บริษัทต้ากง โกลบอล เครดิต เรทติ้งส์ ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ จาก A+ สู่ระดับ A พร้อมระบุว่า การตัดสินใจปรับเพิ่มเพดานหนี้ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า หนี้สินของสหรัฐฯ มีมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลก และมีมากกว่ารายได้ด้านการคลังของสหรัฐฯ เอง ซึ่งสภาวะเช่นนี้ จะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89USA%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99--300540_04.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;INN &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110805/1999#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/352">china</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/357">usa</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Fri, 05 Aug 2011 00:03:23 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1999 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สุวิทย์ คุณกิตติ : ไทยถอนตัวจากภาคีมรดกโลกแล้ว</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110626/1983</link>
 <description>&lt;p&gt;
เวลา 18.11 น . วันที่ 24  มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย หรือประมาณ 13.00 น.ตามเวลาประเทศฝรั่งเศส  นาย&lt;b&gt;สุวิทย์ คุณกิตติ&lt;/b&gt; รัฐมนตรีว่าการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   (ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนการเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 35 ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ว่า  ได้มีการเจรจาถึงการหาร่างข้อมติร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาอีกครั้ง โดยมี ผอ.ศูนย์มรดกโลกร่วมด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ ทั้งไทยและกัมพูชา เสนอร่างขอมติร่วมเข้าไปคนละฉบับ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ยังหามติร่วมกันไม่ได้ โดยไทยยังเห็นว่า ร่างข้อมติร่วมของทางฝ่ายกัมพูชา สุ่มเสี่ยงต่อการทำให้ไทยเสียดินแดนและอธิปไตย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น นาย คีชอร์ ราว (Kishore Rao ) ผอ.ศูนย์มรดกโลก จึงขอเสนอร่างข้อมติร่วม ของศูนย์มรดกโลก เข้าพิจารณาก่อน ซึ่งทางไทยได้ขอดูร่างดังกล่าวก่อน และพบว่า ร่างของศูนย์มรดกโลก ก็สุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน และอำนาจอธิปไตย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;จึงยืนยันว่า เราจะไม่รับร่างดังกล่าวนี้เช่นกัน และขอแสดงความเสียใจ หากศูนย์มรดกโลกยังดันทุรัง จะพิจารณาร่างมตินี้ พร้อมทั้งแสดงความเสียใจ ที่อาจจะต้องขอประกาศถอนตัว จากการเป็นภาคีอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกด้วย ซึ่งจะทราบความชัดเจนอีกประมาณ 2 ชั่วโมงนับจากนี้&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายสุวิทย์ กล่าวว่า การจะตัดสินใจถอนตัวออกจากมรดกโลก หากการเจรจาไม่บรรลุเป้าหมาย ได้แจ้งต่อนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแล้ว และนายกรัฐมนตรี ได้ให้อำนาจในการตัดสิน จึงคิดว่า สามารถที่จะดำเนินการได้ทันที หากผลการเจรจาออกมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิทย์ ยังได้แจ้งความคืบหน้าในการเจรจาเพิ่มเติม ผ่านการส่งข้อความทาง &amp;quot;ทวิตเตอร์&amp;quot; โดยระบุว่า ก่อนมาที่ปารีส ครม.ได้ให้อำนาจในการตัดสินใจในบางกรณีมาด้วย เผื่อจำเป็นต้องใช้ หากไม่ได้ข้อสรุปที่เราพอจะยอมรับได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายสุวิทย์ ย้ำว่า ค่อนข้างกังวล กับร่างสรุปฉบับยูเนสโก ทุกคนรับผิดชอบงานคนละส่วน วันนี้ ยังไม่จบ เรายังมีเวลาอีกพอสมควรครับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ทราบว่า มีบางท่านรอผลการประชุมในวันนี้ (คืนนี้เวลาไทย) ผมแจ้งให้ทราบก่อนนะครับว่า การประชุมในบางวาระ อาจเลื่อนไปพิจารณาในวันต่อไปก็ได้ ในกรณีของไทยเรา ผมคาดว่า วันนี้ น่าจะได้ข้อสรุปครับ ดึกสักหน่อย ซึ่งก็ดีครับ ทำให้เรามีเวลาทำงานเพิ่มจากเดิม&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 23.55 น.วันที่ 25 มิ.ย. นายสุวิทย์ คุณกิตติ รักษาการ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจามรดกโลกฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไทยประกาศถอนตัวจากการเป็นคณะกรรมการมรดกโลกว่า &lt;b&gt;ได้ถอนตัวออกเรียบร้อยแล้ว  &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จริงๆ แล้วเราพยายามแล้วในการพูดคุยกับเขา ที่จะให้เขาเข้าใจถึงความอ่อนไหวของเรื่องนี้และปัญหาความเป็นห่วงเรื่องเขตแดน แต่เมื่อเราพูดคุยกับเขาแล้ว เขายังไม่สนใจ และมองเห็นความสำคัญกับอำนาจอธิปไตยและเขตแดน เขามองในเรื่องเดียว คือเรื่องของอนุรักษ์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จริงๆ เราก็บอกเขาว่า การอนุรักษ์เกิดขึ้นทันที ถ้าทางเขมรถอนทหารออกจากตัวปราสาท ซึ่งตรงนี้จะทำให้การดูแลอนุรักษ์ตัวปราสาท ไม่มีใครไปแตะต้อง และไม่เกิดความเสียหาย ถ้าไม่ยิงปืนออกมาจากที่นั่น เราก็อธิบายให้เขาฟังในส่วนนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่เมื่อเขาไม่ฟัง เราก็พยายามที่จะบอกเขาว่า การพิจารณา ถ้าเผื่อว่าจะมีการเลื่อนไปก่อน ก่อนที่จะมีการพิจารณาก็น่าจะเป็นการดี และจะทำให้เกิดปัญหา ความตึงเครียดและเกิดผลกระทบระหว่าง 2 ประเทศ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้น ผมคิดว่า กระบวนการขั้นตอนทั้งหมด วันนี้เราไม่อยากจะเสี่ยง ถ้าเสี่ยงไปแล้วมันมีปัญหาขึ้นมากับการลงมติ มันจะทำให้เกิดผลกระทบกับเราด้วย  ถ้ามันกระทบต่ออำนาจอธิปไตยในเขตแดนไทย มันจะเป็นปัญหาค่อนข้างมาก ผมคุยกับทางคณะทำงานแล้วก็เห็นพ้องต้องกันว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เราควรจะยกเลิกการที่จะถอนตัวจากการเป็นภาคีสมาชิก เพื่อที่จะทำให้เราเองไม่ต้องไปรับผิดชอบ กับข้อมติที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ซึ่งข้อมติที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ก็ยังมีประเด็นที่่จะต้องถกเถียงกันอยู่ถึงแม้ว่า ดูแล้วเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถามว่า ผลจาการถอนตัวจะมีผลอะไรบ้าง นายสุวิทย์ กล่าวว่า  คงไม่มี  ถ้าจะมีผลตามมติใดๆ ของเขาไม่สามารถจะมาบังคับเราได้ เรามีความจำเป็นที่จะต้องไม่ปฏิบัติตามมติของเขา ที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ก็คงไม่มีปัญหาอะไร ก็ต้องขึ้นทะเบียนอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถามว่า แผนจัดการบริหาร ของกัมพูชา ถ้าเขาเข้าสู่ที่ประชุมแล้ว มันจะเป็นผลทางบวกกับเขา ถ้าเราถอนออกมา นายสุวิทย์ กล่าวว่า ตอนนี้คิดว่าหลังจากที่เราถอนตัวออกมา เขาก็ไม่ได้เอาเข้าสู่การพิจารณา แต่ถ้าเข้าไปมีผลกระทบต่ออำนาจอธิปไตยของเรา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะเดียวกันใน twitter นายสุวิทย์ @SuwitKhunkitti ได้เล่าข้อมูลของการตัดสินใจถอนตัวว่า ได้ทำทุกอย่างที่ควรทำไปหมดแล้ว โดยฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอให้คณะกรรมการมรดกโลกเลื่อนการประชุมเรื่องปราสาทพระวิหารออกไป และถ้าไม่เลื่อนฝ่ายไทยจะถอนตัว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายสุวิทย์กล่าวผ่านทวิตเตอร์เป็นระยะว่า เช่น &amp;quot;น่าเสียดายนะครับที่หน่วยงานนานาชาติที่มีภารกิจส่งเสริมการศึกษาและ วัฒนธรรม จะลืมหน้าที่ของตนเองจนทำให้เกิดความขัดแย้งกันในภาคีสมาชิก&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;การตัดสินใจที่คณะกำลังจะดำเนินการในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เป็นไปเพื่อไม่ยอมให้ใครใช้ข้ออ้างในการรุกเข้ามาในพื้นที่ที่เป็นอธิปไตย ของเรา&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ที่ประชุมบรรจุวาระ ผมไม่มีทางเลือกครับ คงต้องถอนตัว&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายสุวิทย์ยังเปิดเผยอีกว่าทางคณะกรรมการมรดกโลก ได้ขอให้ฝ่ายไทยไม่ยื่นหนังสือลาออก แต่นายสุวิทย์ตอบไปว่าสายไปแล้ว และเตือนให้ประเทศไทยพร้อมรับมือการโจมตีจากฝั่งกัมพูชา ซึ่งนายสุวิทย์บอกว่า จะเปิดทุกครั้งเมื่อการเจรจาล้มเหลว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการมรดกโลกตกใจกับการถอนตัวครั้งนี้ เพราะเป็นครั้งแรกที่มีชาติลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก อย่างไรก็ตามการลาออกครั้งนี้ไม่มีผลต่อมรดกโลกของไทยแหล่งต่างๆ ในปัจจุบัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.komchadluek.net/detail/20110625/101375/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;นสพ.คมชัดลึก&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/life/20110626/397260/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A7.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;นสพ.กรุงเทพธรกิจ&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110626/1983#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/438">Cambodia</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Sun, 26 Jun 2011 10:00:55 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1983 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>&quot;ฟิทช์&quot; ขู่ถล่มเรทติ้งสหรัฐสู่ &quot;ขยะ&quot;หากผิดนัดชำระหนี้ใน 15 ส.ค.นี้</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110608/1972</link>
 <description>&lt;p&gt;
นาย&lt;b&gt;เจมส์ บูลลาร์ด&lt;/b&gt; ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐ จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อตลาดโลก โดยกล่าวถึงเรื่องนี้ในเวลาไม่กี่ชั่วโม งหลังจาก&lt;b&gt;ฟิทช์ เรทติ้งส์&lt;/b&gt; ประกาศเตือนว่า ฟิทช์อาจปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ ถ้าหากรัฐบาลสหรัฐผิดนัดชำระหนี้พันธบัตร
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
        นายบูลลาร์ด กล่าวว่า &amp;quot;ถ้าหากสถานการณ์ทางการคลังในสหรัฐ ไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง สิ่งนี้ก็อาจส่งผลกระทบในระดับมหภาคไปทั่วโลก โดยแนวคิดที่ว่า สหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ ถือเป็นแนวคิดที่อันตราย &lt;b&gt;ตลาดโลกจะได้รับผลกระทบต่อเนื่องที่รุนแรงมาก และนั่นคือความเสี่ยงที่แท้จริง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สมาชิกสภาคองเกรส จากพรรครีพับลิกันบางคน กล่าวว่า การผิดนัดชำระหนี้ระยะสั้น อาจจะเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ ถ้าหากการกระทำดังกล่าว สามารถบีบบังคับให้ทำเนียบขาวแก้ไขปัญหายอดขาดดุลงบประมาณที่ระดับสูง&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ สหรัฐอาจผิดนัดชำระหนี้ในเดือนส.ค. ถ้าหากสภาคองเกรสไม่อนุมัติการปรับเพิ่มเพดานหนี้ของรัฐบาลจากระดับ 14.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฟิทช์ระบุว่า ฟิทช์จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์ทั้งหมดของกระทรวงการคลังสหรัฐ ลงสู่ระดับ&lt;b&gt; &amp;quot;ขยะ&amp;quot; หรือ &amp;quot;ต่ำกว่าระดับน่าลงทุน&amp;quot;&lt;/b&gt; ถ้าหากรัฐบาลสหรัฐผิดนัดชำระหนี้ภายในวันที่ 15 ส.ค. และถ้าหากรัฐบาลสหรัฐชำระหนี้ในเวลาต่อมา ฟิทช์ก็จะปรับอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐให้สูงขึ้นอีกครั้ง แต่&lt;b&gt;อาจจะไม่กลับขึ้นไปสู่อันดับ AAA เหมือนในปัจจุบัน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ก่อนหน้านี้ &lt;b&gt;มูดี้ส์และสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) &lt;/b&gt;เคยออกประกาศเตือนที่คล้ายคลึงกัน แต่ฟิทช์เป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่แห่งแรก ที่ระบุว่า  อาจจะมีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือหลักทรัพย์ของกระทรวงการคลังสหรัฐ &lt;b&gt;ลงสู่ขั้นไม่น่าลงทุน ถึงแม้จะเป็นเพียงระยะสั้น&lt;/b&gt;ก็ตาม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
       ฟิทช์ระบุว่า แม้แต่การผิดนัดชำระหนี้ระยะสั้น หรือการผิดนัดชำระหนี้ทางเทคนิค ก็บ่งชี้ว่าได้เกิดวิกฤตการณ์ในการกำกับดูแลขึ้นแล้ว หากมองจากมุมมองด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายเดวิด ไรลีย์ ประธานฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับประเทศของฟิทช์ กล่าวว่า สัญญาณทางการเมืองที่ออกมาจากกรุงวอชิงตันเป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากแต่ ฟิทช์เชื่อว่าสมาชิกสภาคองเกรสจะสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ในเรื่องเพดานหนี้ในอนาคต
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ประสบการณ์ที่ผ่านมาในเรื่องการปิดหน่วยงานราชการและปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐบอกเราว่า ถึงแม้นักการเมืองพยายามทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูงในขณะนี้ แต่ในที่สุดปัญหานี้ก็จะได้รับการคลี่คลาย&amp;quot; นายไรลีย์ กล่าว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฟิทช์ระบุว่า ในขั้นแรกนั้นฟิทช์จะจัดให้อันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐอยู่ใน &amp;quot;เครดิตพินิจเชิงลบ&amp;quot; ถ้าหากสมาชิกสภาคองเกรส ไม่สามารถปรับเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐภายในวันที่ 2 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่กระทรวงการคลังสหรัฐจะไม่สามารถใช้มาตรการพิเศษในการหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ได้อีกต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
บททดสอบแรกสำหรับอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐจะเกิดขึ้นในอีก 2 วันต่อมา ซึ่งเป็นวันที่ตั๋วเงินคลังสหรัฐมูลค่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์ครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งถ้าหากรัฐบาลสหรัฐไม่สามารถชำระหนี้ตั๋วเงินคลังดังกล่าวได้ทั้งหมด ฟิทช์ก็จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของตั๋วเงินคลังประเภทนี้ลงสู่ B+ ซึ่งถือเป็นอันดับความน่าเชื่อถือระดับ &amp;quot;ขยะ&amp;quot; ขั้นที่ 4
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกจากนี้ สหรัฐจะเผชิญกับเส้นตายที่แท้จริงในวันที่ 15 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมูลค่า 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ครบกำหนดไถ่ถอน และรัฐบาลสหรัฐต้องจ่ายดอกเบี้ยหน้าตั๋วพันธบัตร 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ด้วย ซึ่งถ้าหากรัฐบาลสหรัฐ ไม่สามารถจ่ายเงินดังกล่าว ฟิทช์ก็จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลสหรัฐลงสู่ &amp;quot;&lt;b&gt;ผิดนัดชำระหนี้ในวงจำกัด&lt;/b&gt;&amp;quot; และปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรทั้งหมดของสหรัฐลงสู่ B+
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฟิทช์ระบุว่า ถึงแม้เหตุการณ์ประเภทนี้ เช่นการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วเงินคลังสหรัฐระยะสั้น อาจจะไม่สร้างความเสียหายอย่างถาวรต่อความสามารถของรัฐบาลสหรัฐในการชำระหนี้ แต่&lt;b&gt;สหรัฐก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถรักษาอันดับความน่าเชื่อถือขั้น AAA เอาไว้ได้ในระยะสั้นถึงระยะกลาง&lt;/b&gt; ทำเนียบขาวระบุว่า ประกาศเตือนของฟิทช์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เราไม่มีทางเลือกอื่นอีกนอกจากการปรับเพิ่มเพดานหนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของการออกงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม แต่เป็นเรื่องของการทำตามสัญญาที่รัฐบาลสหรัฐได้ให้ไว้ ทั้งนี้  มูดี้ส์ ประกาศเตือนเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ว่า มูดี้ส์จะพิจารณาปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐลงจากขั้นสูงสุด ถ้าหากทำเนียบขาวและสภาคองเกรสไม่มีความคืบหน้าภายในกลางเดือนก.ค.ในการทำข้อตกลงปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณและปรับเพิ่มเพดานหนี้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/foreign/20110609/394734/%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%8A%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B0.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กรุงเทพธุรกิจ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110608/1972#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/274">economics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Wed, 08 Jun 2011 16:21:04 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1972 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>รายงานข่าว:  &quot;โดมิโนดอกมะลิ&quot; จากตูนิสถึงไคโร ตะวันตกสะท้าน เมืองไทยสะเทือน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110205/1909</link>
 <description>&lt;p&gt;
หลังจากชาวตูนิเซียได้ร่วมกันออกมาชุมนุมประท้วงขับไล่อดีต ประธานาธิบดี ไซเน่ เอล อบิดีน เบน อาลี ออกจากตำแหน่ง กระทั่งผู้นำที่ถือครองอำนาจมาอย่างยาวนานถึง 23 ปี ต้องอพยพลี้ภัยไปยังซาอุดีอาระเบีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สถานการณ์ &amp;quot;ปฏิวัติดอกมะลิ&amp;quot; ก็กลายเป็นกระแสการล้มตัวของโดมิโน ที่คุกคามผู้ยึดครองอำนาจรัฐ ในหลายประเทศของภูมิภาคแอฟริกาเหนือและตะวันออก กลางได้อย่างน่าทึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปัญหาการผูกขาดอำนาจในการปกครองประเทศมานานหลาย ทศวรรษและปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนแรงบันดาลใจจากชัยชนะของประชาชนชาวตูนิเซีย ส่งผลให้ประชาชนในเยเมน, ซูดาน และ จอร์แดน ฯลฯ ลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลบ้าง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่เยเมน ประชาชนได้ออกมารวมตัวขับไล่ประธานาธิบดี อาลี อับดุลลาห์ ซาเลห์ ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมานาน 3 ทศวรรษ แต่ประเทศของเขากลับเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลกอาหรับ ผู้คนขาดสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาความมั่นคง จากกลุ่มแบ่งแยกดินแดน, กลุ่มกบฏ, และการเข้ามาตั้งฐานที่มั่นของกลุ่มอัล เคด้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ชาวเยเมนได้นัดแนะกันออกมาเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งพวกเขาและเธอขนานนามให้เป็น &amp;quot;วันแห่งความเดือดดาล&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ ซูดาน กลุ่มเยาวชนก็ได้ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล ณ กรุงคาร์ทูม และการเสียชีวิตของนักศึกษาคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศแห่งนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอก จากนั้น กระแสการต่อต้านรัฐบาลซูดาน ยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน กับผลการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ ที่ชาวซูดานใต้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงจำนวนร้อยละ 99 ตัดสินใจแยกตนเองออกเป็นประเทศอิสระจากซูดานเหนือ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่จอร์แดน ประชาชนจำนวนมากพากันมาชุมนุมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ซาเมียร์ ราฟาอี ลาออกจากตำแหน่ง นอกจากประเด็นเศรษฐกิจ ปัญหาสำคัญอีกประการของประเทศแห่งนี้ ก็คือ การปฏิรูปการเมืองที่ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประชาชนต้องการมีสิทธิ เลือกตั้งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาบริหารประเทศ ขณะที่ในปัจจุบัน สิทธิในการแต่งตั้งนายกฯ และ ครม. ยังถือเป็นอำนาจตามประเพณีของกษัตริย์จอร์แดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล่าสุด นายราฟาอีได้ตัดสินใจลาออกเป็นที่เรียบร้อย ส่วนกษัตริย์อับดุลลาห์แห่งจอร์แดน ก็ยังคงแก้ปัญหาของประเทศด้วยการประกาศ ให้คณะรัฐมนตรีชุดเก่าพ้นจากตำแหน่ง และแต่งตั้งให้อดีตนายกรัฐมนตรี มารุฟ บากิต ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ผู้นำที่ได้ รับผลกระทบจาก &amp;quot;โดมิโนดอกมะลิ&amp;quot; อย่างหนักหน่วงรุนแรงที่สุด เห็นจะเป็น ฮอสนี มูบารัค ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอียิปต์มาร่วม 30 ปี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จาก ที่ประชาชนกลุ่มหนึ่งชุมนุมต่อต้านเขาในช่วงปลายเดือนมกราคม พอย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์ ประชาชนหลักล้านก็ออกมารวมตัวกันใจกลางกรุงไคโร เพื่อแสดงจุดยืนไม่พอใจต่อการเผด็จอำนาจมาอย่างยาวนาน, การเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง และปัญหาปากท้องทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้มูบารัคจะพยายามแก้เกม ด้วยการประกาศแต่งตั้งรองประธานาธิบดีคนแรกของตนเองในรอบ 3 ทศวรรษ รวมทั้งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้ขับเคลื่อนนโยบายปฏิรูปการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ตลอดจนประกาศว่าจะไม่ลงชิง ตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งเดือนกันยายนปีนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องสำคัญประการแรก ที่ผู้ชุมนุมชาวอียิปต์กว่าล้านคนต้องการ ก็คือ &amp;quot;มูบารัคต้องออกไป&amp;quot; โดยฉับพลันทันใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยิ่งเมื่อสถาบันทางการเมืองที่ สำคัญที่สุดอีกสถาบันหนึ่งของประเทศอย่างกองทัพอียิปต์ ออกมาแถลงการณ์ว่า กองทัพจะเคารพสิทธิในการชุมนุมตามกฎหมายของประชาชน และจะไม่ทำร้ายประชาชนเป็นอันขาด สถานภาพทางการเมืองของมูบารัคก็ยิ่งร่อแร่มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในด้านเทคโนโลยี แม้รัฐบาลจะพยายามตัดช่องทางการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง อันเป็นรูปแบบการสื่อสารสมัยใหม่ที่ทรงพลานุภาพท่ามกลางกระแส &amp;quot;การปฏิวัติดอกมะลิ&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทว่า ประชาชนก็ไม่ได้โง่เขลาและยอมถูกกระทำแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะพวกเขาได้หันกลับไปใช้แท็กติกแบบเก่าแก่ดั้งเดิม ด้วยการติดต่อสื่อสารระดมกำลังคนกันผ่านทางการส่งแฟ็กซ์, การต่ออินเตอร์เน็ตผ่านสายโทรศัพท์ ตลอดจนการส่งรหัสมอร์สผ่านเครือข่ายวิทยุแฮม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะ เดียวกัน บริษัทข้ามชาติอย่าง &amp;quot;กูเกิ้ล&amp;quot; และ &amp;quot;ทวิตเตอร์&amp;quot; ก็ออกบริการพิเศษแก่ประชาชนชาวอียิปต์ ด้วยการอนุญาตให้พวกเขา สามารถทวีตข้อความผ่านทางการใช้โทรศัพท์บ้าน และการฝากข้อความเสียงในระบบวอยซ์เมล์ได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากท่าทีของ สองบริษัทยักษ์ใหญ่ในโลกอินเตอร์เน็ต ตลอดจนท่าทีของประธานาธิบดี บารัค โอบามา แห่งทำเนียบขาว สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรกับมูบารัคมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ที่ออกแถลงการณ์บีบให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศอียิปต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คล้ายๆ ว่า &amp;quot;โลกตะวันตก&amp;quot; กำลังถอยห่างจากมูบารัค และพร้อมยืนหยัดเคียงคู่กับการต่อสู้ของประชาชนชาวอียิปต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่แท้ จริงแล้ว บทวิเคราะห์หลายๆ ชิ้นที่ถูกเผยแพร่ในสื่อตะวันตก ได้เปิดเผยให้เรามองเห็นสถานการณ์ในอียิปต์จากอีกมุมมองหนึ่ง มุมมองที่กำลังสร้างความวิตกกังวล ให้แก่ชนชั้นนำในโลกตะวันตกเป็นอย่างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะ หากตัดความโรแมนติกในการปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลและผู้นำประเทศทิ้งไป เราจะพบว่า ประชาชนที่ออกมารวมตัวต่อต้านมูบารัคนั้นไม่ได้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;พวกเขาบางส่วนเป็นฝ่ายเสรีนิยม, น้อยคนอาจเป็นฝ่ายซ้ายอย่างถึงรากถึงโคน ขณะที่อีกหลายส่วนก็เป็นกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คนกลุ่มหลังนี่เองที่กลุ่มชนชั้นนำตะวันตกหวาดกลัว และอาจกำลังพยายามคิดค้นหาวิธีว่าพวกเขาต้องทำอย่างไรบ้าง ระบอบใหม่ภายหลังการเปลี่ยนผ่านในอียิปต์ ตลอดจน &amp;quot;การปฏิวัติดอกมะลิ&amp;quot; ในโลกอาหรับโดยรวม จึงจะไม่ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนา ซึ่งทรงพลังและอิทธิพลอย่างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กระทั่งส่งผลสะท้านกลับไปยังโลกตะวันตก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ ท่าทีของชนชั้นนำหรือปัญญาชนในโลกตะวันตก ที่มีต่อการต่อสู้ของประชาชนอียิปต์ จึงเต็มไปด้วยความลักลั่น กำกวม และคลุมเครือเป็นอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ข้ามทวีปมาที่เมืองไทย นอกจากคำสัมภาษณ์อันสุดแสนจะตลกร้าย ที่แนะนำให้ผู้นำอียิปต์รู้จักอดทนอด กลั้นและเคารพความต้องการของประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีผู้ต้องมีส่วนรับผิดชอบ กับเหตุการณ์นองเลือดกลางกรุงเทพมหานครเมื่อปี 2553 กล่าวผ่านซีเอ็นเอ็นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก็ดูเหมือนว่าชาวไทยจำนวน ไม่น้อยจะได้รับอิทธิพลการต่อสู้บางอย่าง มาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน ตูนิเซียและอียิปต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งหลังสุด มีการชูป้ายข้อความที่อ้างอิงกลับไปยังการต่อสู้ในประเทศตูนิเซีย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่น กันกับสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยและสมาชิกเครือข่าย ที่เดินทางไปชุมนุมประท้วงและยื่นหนังสือ ต่อสถานเอกอัครราชทูตอียิปต์ประจำ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อันเป็นการยึดโยงการต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยในไทยและอียิปต์ให้เข้ามาเชื่อม ร้อยกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมิต้องพิจารณาถึงบริบทเฉพาะหลายต่อหลายด้านที่มีความแตก ต่างกันระหว่างสังคมการเมืองไทยกับสังคมการเมืองอียิปต์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่น อย่างน้อยสังคมไทยก็ไม่เคยเผชิญหน้ากับปัญหา อันเกิดจากการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ ซึ่งมีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ เหมือนที่อียิปต์กำลังเผชิญ หรือสังคมไทยไม่เคยเผชิญหน้ากับกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนาอย่างจริงจัง (เพราะปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ดูจะข้องเกี่ยวกับเรื่องการแบ่งแยกดิน แดนมากกว่า) ฯลฯ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่หากจะลองพิจารณาค้นหาลักษณะร่วมระหว่างสังคมการ เมืองไทยกับสังคมการเมืองอียิปต์ เราก็อาจพบลักษณะร่วมสำคัญอย่างน้อย 2 ประการ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่ง คือ อิทธิพลของ &amp;quot;สื่อใหม่&amp;quot; ที่มีความสามารถระดมมวลชนในทางการเมืองได้อย่างน่าสนใจ และสังคมไทยเองก็เคย ผ่านประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวมาแล้วเมื่อช่วงกลางปี ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สอง คือ สภาวะอึดอัดคับข้องใจต่อระบอบการเมืองที่ดำรงอยู่ ซึ่งถูกมองว่าไม่สามารถให้ความยุติธรรม ต่อผู้คนในสังคมได้อย่างเท่าเทียมกัน และปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ทัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ส่วน กระแส &amp;quot;ปฏิวัติดอกมะลิ&amp;quot; จะส่งผลสะเทือนจากกรุงตูนิส-ไคโร มาถึงประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหนนั้น คงต้องติดตามต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือ ถ้าอยากทราบคำตอบดังกล่าวเร็วขึ้น ก็คงต้องยุให้กองทัพไทยลองลงมือ &amp;quot;ปฏิวัติ&amp;quot; ดูอีกสักครั้ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296808000&amp;amp;grpid=no&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid=&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110205/1909#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/419">muslim</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Sat, 05 Feb 2011 15:42:38 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1909 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ชาวอียิปต์ยังเดินหน้าชุมนุมกดดัน &quot;มูบารัค&quot; ผู้นำอิหร่านออกโรงหนุนให้เกิด &quot;การปฏิวัติอิสลาม&quot;</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110204/1905</link>
 <description>&lt;p&gt;
ประชาชนชาวอียิปต์ที่ต่อต้านประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค ยังคงออกมารวมตัวเคลื่อนไหวกันอย่างเหนียวแน่นเพื่อขับไล่ผู้นำรายนี้ออกจากตำแหน่ง เมื่อวันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กองทัพก็ได้เพิ่มกำลังทหารเข้าไปดูแลจัตุรัสตาห์รีร์ในกรุงไคโร หลังเกิดเหตุความไม่สงบจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มสนับสนุนและต่อต้านนายมูบารัค ซึ่งผลให้ให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 800 ราย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กลับไม่มีสัญญาณว่ากลุ่มผู้สนับสนุนนายมูบารัคจะออกมาก่อกวนกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านเช่นดังเหตุการณ์ในช่วงสองวันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายมูบารัคเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขารู้สึก &amp;quot;หมดเรี่ยวแรง&amp;quot; ที่จะอยู่ในตำแหน่งประาธานาธิบดีอีกต่อไป แต่จำเป็นต้องต่อต้านแรงกดดันที่บีบคั้นให้ตนเองลาออกจากตำแหน่ง เพราะวิตกว่าหากเขาลาออกแล้ว ประเทศอียิปต์ก็จะต้องตกอยู่ในภาวะสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน อยาโตลลาห์ อาลี คาเมนี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกมาระบุว่าการลุกฮือของประชาชนในอียิปต์และตูนิเซียถือเป็น &amp;quot;ขบวนการปลดปล่อยอิสลาม&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยคาเมนีกล่าวระหว่างเข้าร่วมพิธีละหมาดในมหาวิทยาลัยเตหะรานว่า ประชาชนกำลังได้เห็นถึงการสะท้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่งของเหตุการณ์ปฏิวัติอิสลามในประเทศอิหร่าน เมื่อปี พ.ศ.2522&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;การตื่นตัวของชาวมุสลิมในอียิปต์ คือ ขบวนการปลดปล่อยอิสลาม และข้าพเจ้า ในนามของรัฐบาลอิหร่าน ขอแสดงความเคารพต่อประชาชนชาวอียิปต์และตูนิเซีย&amp;quot; ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวและกระตุ้นให้ กลุ่มผู้ประท้วงชาวอียิปต์เดินตามรอยการปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งทำการโค่นล้มผู้นำที่เอียงข้างสหรัฐอเมริกา และสถานปนาสาธารณรัฐอิสลามขึ้นมาแทนที่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;คาเมนีระบุอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตูนิเซียและอียิปต์ถือเป็นสัญญาณแห่ง &amp;quot;การตระหนักรู้ของอิสลามิกชน&amp;quot; ในภูมิภาคอาหรับ นอกจากนี้ ขบวนการเคลื่อนไหวเหล่านั้นยังแสดงให้เห็นถึง &amp;quot;ความพ่ายแพ้ที่หมดทางเยียวยา&amp;quot; ของสหรัฐฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296832048&amp;amp;grpid=03&amp;amp;catid=03&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110204/1905#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Fri, 04 Feb 2011 22:45:33 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1905 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title> ศาลชั้นต้นกัมพูชา ตัดสินจำคุก วีระ  8 ปี ราตรี  6 ปี - จะช่วยทางไหนดี ?</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110201/1904</link>
 <description>&lt;p&gt;
ศาลกัมพูชาตัดสินจำคุก &amp;quot;วีระ สมความคิด&amp;quot;  8 ปี ปรับ 1.8 ล้านเรียล ส่วน &amp;quot;ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์&amp;quot; ถูกตัดสินจำคุก 6 ปี ปรับ 1.2 ล้านเรียลจาก 3 ข้อหา โดยไม่รอลงอาญา และนำตัวเข้าเรือนจำทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วันที่ 1 ก.พ. 54 เมื่อเวลา 19.00 น. ศาลชั้นต้นกัมพูชา อ่านคำพิพากษาในคดีที่นายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ และเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอรัปชั่น (คปต.) และนางราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ เป็นจำเลย โดยถูกตั้ง 3 ข้อหา คือ เข้าเมืองผิดกฎหมาย เข้าพื้นที่ทหารโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ประมวลข้อมูลอันเป็นภัยต่อการป้องกันประเทศ หรือ จารกรรมข้อมูล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยศาลกัมพูชาตัดสิน&lt;b&gt;จำคุกนายวีระ สมความคิด 8 ปี ปรับ 1 ล้าน 8 แสนเรียล และตัดสินจำคุก นางราตรี 6 ปีปรับ 1 ล้าน 2 แสนเรียล โดยไม่รอลงอาญา&lt;/b&gt; เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวทั้ง 2 คนกลับเข้าเรียนจำเปรยซอว์ทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ ระหว่างการไต่สวนในช่วงเช้า ทั้งสองคนยืนยันปฏิเสธข้อหาโจรกรรมข้อมูล โดยเฉพาะนายวีระยืนยันต่อศาลว่าถูกจับในดินแดนไทย ส่วนกล้องวิดีโอเป็นของเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ใช้บันทึกการทำงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/journal/2011/02/32902&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;&lt;b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อศาลชั้นต้นของกัมพูชาพิพากษาแล้ว วิธีการที่จะสามารถช่วยเหลือนายวีระและนางราตรี ที่เหลืออยู่ คือ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1.อุทธรณ์ต่อศาลสูงของกัมพูชา และขอประกันตัวระหว่างอุทธรณ์
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
2.ขอให้นายกฯฮุนเซนขอพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์สีหมุนีของกัมพูชา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3.รัฐบาลอภิสิทธิ์ เจรจากับรัฐบาลฮุนเซน เพื่อขอแลกเปลี่ยนนักโทษ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รัฐบาลอภิสิทธิ์ จะเดินทางไหน? หรือเดินทั้ง 3 ทาง ?
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110201/1904#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/438">Cambodia</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/268">justice</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Tue, 01 Feb 2011 21:04:58 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1904 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>&#039;หู จิ่น เทา&#039; ชี้ ควรยุติสงครามเย็น &#039;สหรัฐ-จีน&#039;  ลั่นหมดยุค &#039;ดอลลาร์&#039; กุมชะตาโลก จะผลักดันหยวนให้แพร่หลาย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110117/1894</link>
 <description>&lt;p&gt;
ประธานาธิบดี &lt;b&gt;หู จิ่นเทา&lt;/b&gt; ของจีนให้สัมภาษณ์สื่อดังแดนลุงแซม รบเร้าให้สหรัฐฯ ร่วมกันยุติความสัมพันธ์แบบสงครามเย็นต่อกัน ในลักษณะที่มองฝ่ายใดเมื่อได้ประโยชน์ ฝ่ายหนึ่งจะต้องเสียประโยชน์ร่ำไป พร้อมกับเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศ กระชับความร่วมมือกันเพิ่มขึ้นในด้านต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่ภาคพลังงานไปจึงถึงด้านอวกาศ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในประเด็นอ่อนไหวเรื่องค่าเงิน เขาระบุว่า ระบบเงินตราที่อาศัยสกุลดอลลาร์ เป็นตัวกำหนดค่าเงินระหว่างประเทศนั้น เป็นผลิตผลที่ล้าสมัยไปแล้ว และถึงเวลาที่จะผลักดันให้เงินหยวน เป็นทางเลือกใหม่สำหรับเป็นแหล่งสำรองเงินตราระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ก่อนหน้าที่ผู้นำแดนมังกรจะออกเดินทางไปเยือนสหรัฐฯ ในแบบรัฐพิธีในวันพุธที่จะถึงนี้ (19) ประธานาธิบดีหู จิ่นเทาซึ่งน้อยครั้งจะตอบคำถามจากสื่อต่างชาติโดยตรง ได้เขียนตอบข้อซักถามต่างๆ ของหนังสือพิมพ์วอลล์สตีท เจอร์นัล และวอชิงตัน โพสต์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในฉบับวานนี้ (17) โดยหูกล่าวถึง ความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจ เบอร์หนึ่งและสองของโลกเวลานี้ ระบุว่า &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“เราทั้งคู่ต่างยืนอยู่บนจุดที่จะได้รับผลประโยชน์ จากภาวะความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่มีสุขภาพดี และในทางกลับกัน เราทั้งคู่จะเสียประโยชน์หากอยู่ในภาวะที่เผชิญหน้ากัน”&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หู กล่าวว่า ประเทศทั้งสองควรละเลิกความคิดแบบยุคสงครามเย็นซึ่งมีลักษณะของ “ซีโร่-ซัม” หรือ การมองว่าหากฝ่ายใดได้ประโยชน์ อีกฝ่ายหนึ่งจะต้องเสียประโยชน์เสมอ โดยที่สองประเทศควรให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ต่อทางเลือกหรือหนทางในการพัฒนาของอีกฝ่ายหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หู ยอมรับว่า “มีความแตกต่างและประเด็นอ่อนไหวบางประการระหว่างเรา (2 ประเทศ) ทว่าจุดยืนของผมก็คือการประนีประนอม และหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงประเด็นขัดแย้ง ที่ฉุดรั้งความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ให้เลวร้ายลงตลอดปีที่ผ่านมา” ซึ่งรวมถึงประเด็นที่เพนตากอนขายอาวุธล็อตใหญ่แก่ไต้หวัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หู ยังเรียกร้องที่จะกระชับความร่วมมือต่างๆ กับสหรัฐฯ ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นทั้งในแนวกว้างและแนวราบ อาทิเช่น การพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ, พลังงานสะอาด, โครงสร้างพื้นฐาน, อุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนโครงการด้านอวกาศ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในด้านของเศรษฐกิจ หู ไม่เห็นด้วยกับหนึ่งในข้อโต้เถียงที่สหรัฐฯ พยายามยัดเยียดให้ว่า จีนควรปรับขึ้นค่าเงินหยวนด้วยจังหวะฝีก้าวที่รวดเร็วกว่านี้ เพื่อที่ว่ามันจะสามารถช่วยให้รัฐบาลปักกิ่ง ควบคุมอัตราเงินเฟ้อภายในประเทศที่กำลังพุ่งสูงลิ่วได้ นอกจากนี้ หู ยังคัดค้านข้อกล่าวหาจากฝั่งอเมริกาที่ว่า จีนพยายามกระตุ้นภาคการส่งออกของตน ด้วยการกดค่าเงินหยวนให้ต่ำกว่าความเป็นจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้นำแดนมังกร ยังวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาถึงมาตรการของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในปีที่ผ่านมา โดยการประกาศรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลขนานใหญ่ หมายจะกระตุ้นเศรษฐกิจของตน ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ดังกล่าว ถูกจีนตำหนิว่าเป็นการหว่านเมล็ดเพาะพันธุ์ภาวะเงินเฟ้อให้แก่กลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่รวมทั้งจีนเองด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;สืบเนื่องจากนโยบายที่ว่านี้ ทำให้ปริมาณดอลลาร์ล้นตลาด และเกิดกระแสเงินร้อนไหลทะลัก เข้าไปเก็งกำไรระยะสั้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ต่างๆ ซ้ำร้ายยังส่งผลให้ค่าเงินของประเทศเหล่านั้น แข็งค่าขึ้นสวนทิศทางกับดอลลาร์ที่อ่อนตัวลงอีกด้วย โดยประธานาธิบดีหู เตือนว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นโยบายด้านการเงินของพญาอินทรี ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพคล่อง และระบบการไหลเวียนของเงินทุนในตลาดโลก ด้วยเหตุนี้ สภาพคล่องของเงินสกุลดอลลาร์ จึงควรอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและมีเสถียรภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;“ระบบเงินตราระหว่างประเทศที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้คือผลิตผลในอดีตกาล” หู บอก โดยระบุว่า ที่ผ่านมาเงินดอลลาร์คือ สกุลเงินหลักที่ใช้เป็นแหล่งสำรองเงินทุนของแต่ละประเทศ รวมถึงใช้เป็นสื่อกลางในการชำระหนี้การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ทว่าโครงสร้างระบบการเงินโลกดังกล่าว ควรมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคตามสถานการณ์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ประธานาธิบดีจีน ยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แนวคิดของผู้ว่าแบงก์ชาติแดนมังกร โจว เสี่ยวชวน ซึ่งเคยออกมาเรียกร้องในเดือนมีนาคมปี 2009 ให้มีการจัดตั้งระบบเงินตราสำรองระหว่างประเทศขึ้นมาใหม่ อีกสกุลหนึ่ง เพื่อไว้เป็นทางเลือกนอกเหนือจากเงินสกุลดอลลาร์ โดยหู ระบุว่า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แนวคิดดังกล่าวเป็นเจตนารมณ์ของจีน ที่หมายจะขยับขยายบทบาทของเงินหยวน ให้เป็นที่แพร่หลายและยอมรับมากขึ้นในตลาดโลก ด้วยการผลักดันให้เงินหยวนเป็นสื่อกลาง ในการทำการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หู ยอมรับว่า กระบวนการดังกล่าวยังคงต้องใช้เวลาอีกยาวไกล
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จาก วอลล์สตรีท เจอร์นัล / รอยเตอร์
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9540000006643&quot;&gt;ASTV ผู้จัดการ&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110117/1894#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/274">economics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Mon, 17 Jan 2011 20:17:30 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1894 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>7 คนไทยถูกนำตัวขึ้นศาลข้อหาเข้าเมืองผิดกม. &#039;วีระ&#039; โดนข้อหาโจรกรรมความลับทางทหารเพิ่ม</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110106/1890</link>
 <description>&lt;p&gt;
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า วันที่ 6 ม.ค.2554 นาย&lt;b&gt;วีระ สมความคิด&lt;/b&gt; อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนาย&lt;b&gt;พานิช วิกิตเศรษฐ์ &lt;/b&gt; ส.ส.พรรคประชาธิปไตย พร้อมด้วยนักเคลื่อนไหวชาวไทยอีก 5 คน ถูกนำตัวขึ้นศาลแขวง กรุงพนมเปญแล้ว ในเช้าวันนี้ เพื่อไต่สวนข้อหาเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีรายงานข่าวจากหนังสื่อพิมพ์กัมพูชา ระบุว่า อาจเป็นไปได้ที่ศาลจะตั้งข้อหา นาย วีระ สมความคิด เพิ่มอีก 1 ข้อหาคือการโจรกรรมความลับทางทหาร หลังจากกัมพูชามีหลักฐานเพิ่มเติม รวมเป็น 3 ข้อหา ขณะทีอีก 6 คน รวมถึงนายนายพนิช วิกิตเศรษฐ โดน 2 ข้อหาคือ การเข้าเมืองผิดกฎหมายและบุกรุกสถานที่ราชการ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/politics/20110106/370489/%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-7-%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กรุงเทพธุรกิจ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110106/1890#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/438">Cambodia</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Thu, 06 Jan 2011 11:51:10 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1890 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>&quot;ออง ซาน ซูจี&quot; เรียกร้อง ผู้นำรบ.ทหารพม่า พูดคุย &quot;ตัวต่อตัว&quot;</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20101115/1867</link>
 <description>&lt;p&gt;
นางออง ซาน ซูจี กล่าวต่อหน้ากลุ่มผู้สนับสนุนนับหมื่นคน ที่ด้านหน้าที่ทำการสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ที่กรุงย่างกุ้ง ในวันนี้ (14 พย.) หลังจากที่ได้รับการปล่อยตัว จากการถูกกักบริเวณในบ้านพักของตนเองมานาน 7 ปี จากรัฐบาลทหารพม่าว่า ตนจะยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และการใช้กฏหมายอันไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้มีการเจรจา &amp;quot;ตัวต่อตัว&amp;quot; กับผู้นำรัฐบาลทหารพม่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยเธอกล่าวด้วยท่าทีผ่อนคลายว่า เธอไม่ได้มีความเคียดแค้นใดๆต่อผู้ซึ่งสั่งกักบริเวณเธอเป็นเวลาถึง 15 ปี ในช่วง 21 ปีนับตั้งแต่หลังที่ผ่านมา นับตั้งแต่รัฐบาลเผด็จการใช้อำนาจเผด็จการภายใต้กฎอัยการศึก สั่งกักบริเวณซูจีให้อยู่แต่ในบ้านพักเป็น ครั้งแรก เวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี 1989 และระหว่างนั้นเธอก็ได้รับการปฏิบัติเป็นอย่างดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ฉันหวังว่าพวกเขาจะไม่รู้สึกว่าถูกฉันข่มขู่ ชื่อเสียงมักได้มาและก็เสียไปอย่างง่ายดาย ฉันไม่คิดว่าใครควรจะรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกมันคุกคามอยู่&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น เธอยังกล่าวขอบคุณผู้ปรารถนาดีต่อเธอทุกคน เธอร้องขอให้พวกเขาสวดภาวนาให้แก่ผู้ที่ยังถูกจองจำ ซึ่งมากกว่า 2,200 คนในปัจจุบัน &amp;quot;ถ้าประชาชนของฉันไม่เป็นอิสระ จะพูดอย่างเต็มปากได้อย่างไรว่าฉันเป็นอิสระ ไม่ว่าเราจะมีอิสระเสรีหรือไม่ก็ตาม&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยนางซูจี ได้ฝากข้อความทางสื่อมวลชนไปยังพลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าว่า &amp;quot;เราน่าจะมาพูดคุยกันตัวต่อตัวดีกว่า&amp;quot; โดยทั้งคู่ได้พูดคุยกันครั้งสุดท้าย นับตั้งแต่การเจรจาแบบลับๆ ในปี 2002 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ฉันมาที่นี่เพื่อต้องการเห็นความปรองดองเกิดขึ้นในชาติ ฉันมาที่นี่เพื่อจะพูด ฉันจะใช้อำนาจอันชอบธรรมเท่าที่ฉันมีทั้งหมด ฉันหวังว่าประชาชนจะให้การสนับสนุนฉัน&amp;quot; เธอกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ฉันเชื่อในเรื่องสิทธิมนุษยชน และฉันก็เชื่อในหลักนิติธรรม ฉันจะยังต่อสู้เพื่อสองสิ่งนี้ตลอดไป&amp;quot; นางซูจีกล่าว &amp;quot;ฉันอยากทำงานด้วยแรงขับเคลื่อนทางประชาธิปไตยที่มีทั้งหมด และด้วยการสนับสนุนจากประชาชน&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนั้น เธอยังแสดงความปรารถนาที่จะเข้าสู่การเจรจากับนานาชาติ เพื่อยกเลิกการคว่ำบาตร ถ้าหากว่าประชาชนชาวพม่าต้องการเช่นนั้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;หากว่าประชาชนต้องการให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตร ฉันก็จะพิจารณาถึงประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน&amp;quot;เธอกล่าว &amp;quot;นี่เป็นเวลาที่พม่า (Burma) ต้องการความช่วยเหลือ&amp;quot; เธอกล่าวโดยเรียกชื่อประเทศในแบบเดิม &amp;quot;ชาติตะวันตก ชาติตะวันออก และทั้งโลก... ทุกอย่างต้องเริ่มจาการพูดคุยทั้งสิ้น&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นางออง ซาน ซูจี เดินทางมายังที่ทำการพรรคเอ็นแอลดี เพื่อพบปะพูดคุยกับนักการทูตจากนานาชาติ โดยประชาชนที่อยู่ภายนอกต่างปรบมือแสดงความยินดี และร้องตะโกนว่า &amp;quot;เรารักซู&amp;quot; อย่างกึกก้อง ก่อนที่เธอมีกำหนดการเดินทางไปร่วมพิธีศพของเพื่อนสนิท และเข้าสักการะเจดีย์ชเวดากองในเวลาต่อมา โดยสถานทูตอังกฤษในกรุงเทพฯ ได้เปิดเผยว่านางซูจี ได้โทรศัพท์พูดคุยกับบุตรชายคนเล็กของเธอซึ่งพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;เราทราบจากแหล่งข่าวใกล้ชิดในครอบครัวว่า นายคิม อาริส ได้พูดคุยกับมารดาของเขาแล้ว เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา&amp;quot; หลังจากที่ทั้งคู่ไม่ได้พบปะพูดคุยกันเป็นเวลาหลายปี โดยการเดินทางมาจากประเทศอังกฤษของคิมครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อร่วมในการปล่อยตัวนางซูจี โดยเจ้าหน้าที่สถานทูตฯ กล่าวว่า บุตรชายวัย 33 ปี ของนางซูจี &amp;quot;ยังไม่ได้รับวีซ่า&amp;quot; เพื่อเดินทางเข้าประเทศพม่าแต่อย่างใด &amp;quot;แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็จะพยายามดำเนินการเพื่อให้ได้รับวีซ่าต่อไป&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยก่อนหน้านี้ ในปี 1999 ศาสตราจารย์ ไมเคิล อาริส สามีชาวอังกฤษของนางซูจี ถูกปฏิเสธการขอวีซ่า จากทางการพม่า หลังจากที่เขาขอเดินทางมาพบเธอเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในปีเดียวกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1289731013&amp;amp;grpid=02&amp;amp;catid=02&quot;&gt;มติชน 
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20101115/1867#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/353">democracy</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/2">World</category>
 <pubDate>Mon, 15 Nov 2010 13:27:25 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1867 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>

