<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>freedom</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/397</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>ฟรีดอมเฮาส์ เผย เสรีภาพสื่อทั่วโลกประสบภาวะเสื่อมถอย ไทยลดจากกึ่งเสรี เหลือ ไม่เสรี</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110504/1938</link>
 <description>&lt;p&gt;
องค์กรฟรีดอมเฮาส์ (&lt;a href=&quot;http://www.freedomhouse.org&quot; title=&quot;www.freedomhouse.org&quot;&gt;www.freedomhouse.org&lt;/a&gt;) เปิดเผยวานนี้ (2 พ.ค.) ว่า จำนวนประชากรทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงสื่อที่เสรีและอิสระได้ลดลงถึงระดับต่ำสุดในรอบกว่าสิบปี
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตามรายงาน &amp;quot;Freedom of the Press 2011: A Global Survey of Media Independence&amp;quot; หรือ &amp;quot;เสรีภาพของสื่อประจำปี 2011: การสำรวจความเป็นอิสระของสื่อทั่วโลก&amp;quot;  พบว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศหลักๆ อาทิ อียิปต์ ฮอนดูรัส ฮังการี เม็กซิโก เกาหลีใต้ ไทย ตุรกี และยูเครน เผชิญกับความเสื่อมถอยลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ภาพรวมทั่วโลกนั้น มีประชากรเพียงหนึ่งในหกเท่านั้น ที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีสื่อเสรี&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;img src=&quot;/files/13044179791304419086l.jpg&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;302&quot; width=&quot;450&quot; /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แผนที่แสดงเสรีภาพของสื่อ สีเขียว-มีเสรีภาพ สีเหลือง-กึ่งเสรี สีม่วง-ไม่เสรี  &lt;br /&gt;
&lt;img src=&quot;/files/13044179791304419931l.jpg&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;297&quot; width=&quot;450&quot; /&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เสรีภาพของสื่อของไทยลดลงจากปี 2010 ที่เป็นสีเหลือง หรือ&amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot; เป็น สีม่วง หรือ&amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot;(ภาพบน)
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากรายงานยังพบว่า ในปี 2010 ประเทศที่สำคัญอย่าง เม็กซิโก ถูกจัดให้ไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่ “ไม่เสรี” อันเป็นผลพวงมาจากความรุนแรงที่เกี่ยวเนื่องกับการลักลอบค้ายาเสพติด ซึ่งนำไปสู่การโจมตีผู้สื่อข่าวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อีกทั้งภาวะ&amp;quot;การเซ็นเซอร์ตนเอง&amp;quot;ที่สูงขึ้น การละเว้นโทษต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และความพยายามจากฝ่ายนอกรัฐที่ควบคุมและชี้นำกระแสข่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ขณะที่แถบภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ เสรีภาพสื่อยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากเหตุการปราบปราบประชาชน ในช่วงก่อนการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2010 สถานะของอียิปต์จึงลดไปเป็น &amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนประเทศอื่นๆเช่น อิหร่าน อิรัก โมร็อกโก และเยเมน เสรีภาพสื่อยังคงลดลงเล็กน้อย การเสื่อมถอยของเสรีภาพสื่อในภูมิภาคนี้ ซึ่งก็มีอยู่อย่างจำกัดอยู่แล้ว เมื่อประกอบกับเสรีภาพการแสดงออกในระดับปานกลาง และสิทธิทางประชาธิปไตยที่ดำรงอยู่ค่อนข้างกว้าง อาจกล่าวได้ว่าช่วยก่อให้เกิดการลุกฮือเรียกร้องการปฏิรูปที่เกิดเป็นลูกคลื่นในหลายประเทศช่วงต้นปี 2011&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ในบางประเทศพบว่ามีการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด เช่น ประเทศในแถบซับซาฮาราของทวีปแอฟริกา และบางส่วนของประเทศที่เคยอยู่ในอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปฏิรูปกฎหมายและบทบัญญัติต่างๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขณะที่ประเทศที่มีการเปิดกว้างขึ้นของระบบการเมืองที่เห็นได้ชัดเจน อาทิ กินี ไนเจอร์ และมอลโดวา ในขณะที่ประเทศ เช่น โคลอมเบีย จอร์เจีย เคนยา เคอร์กิสถาน ไลบีเรีย เซเนกัล และซิมบับเว มีระดับเสรีภาพสื่อที่สูงขึ้นเล็กน้อย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ด้านนายเดวิด เจ. เครเมอร์ ผู้อำนวยการของฟรีดอม เฮาส์ กล่าวว่า ประเทศที่นักข่าวไม่สามารถรายงานข่าวได้อย่างอิสระ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกแทรกแซงจากรัฐบาลหรือกลุ่มใดๆ ยังคงมีความหวังที่ริบหรี่ในการรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&amp;quot;เราไม่แปลกใจนักต่อการที่นักข่าวได้เจอกับบรรยากาศที่อันตรายและจำกัด โดยเฉพาะในประเทศที่ระบอบการปกครองไม่เป็นประชาธิปไตย เช่น ประเทศในแถบตะวันออกกลาง และประเทศอดีตสหภาพโซเวียต
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่เรารู้สึกเป็นปัญหาอย่างมากที่ต้องพบกับการถดถอยเช่นนั้นในประเทศที่ประชาธิปไตยใหม่ หรือยังไม่มั่นคงนัก เช่น &lt;b&gt;เม็กซิโก ฮังการี และไทย&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากทั้งหมด 196 ประเทศที่ได้ทำการสำรวจในปี 2010 พบว่า มี 68 ประเทศ หรือร้อยละ 35 ที่ถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีความเป็นเสรีภาพของสื่อ ขณะที่อีก 65 ประเทศ หรือร้อยละ 33 ถูกจัดให้มีความเป็น&amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot; และอีก 63 ประเทศ หรือร้อยละ 32 ถูกจัดว่า &amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้งนี้รายงานดังกล่าว ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของปัจจัยต่างๆที่สำคัญที่มีผลต่อการคุกคามเสรีภาพสื่อด้วย ได้แก่ การที่รัฐใช้กรอบทางกฎหมายและข้อบังคับต่างๆไปในทางที่ผิด รัฐบาลเริ่มค่อยๆนำกลยุทธิ์ฉ้อฉลทางกฎหมายบางประการมาใช้เพื่อบีบพื้นที่ในการนำเสนอข่าวอย่างอิสระลดลง ซึ่งถือเป็นแนวโน้มของรัฐในการโต้กลับการเติบโตของจำนวนช่องข่าวอิสระทางวิทยุและโทรทัศน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รัฐบาลที่แสดงการกดขี่ พยายามใช้การควบคุมที่รุนแรงต่อการสื่อสารรูปแบบใหม่ๆ เช่น โทรทัศน์ดาวเทียม อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งรวมถึงที่มาของแหล่งข้อมูลข่าวสารนั้นด้วย ขณะที่รัฐประชาธิปไตยและกึ่งประชาธิปไตยบางแห่งได้พยายามเพิ่มกฏข้อบังคับในการใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น รวมถึงเกาหลีใต้และไทย ที่รัฐบาลเพิ่มมาตรการควบคุมเนื้อหาทางอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความรุนแรงที่เลวร้ายมากยิ่งขึ้นต่อสื่อมวลชน และการละเว้นโทษต่อกรณีการบีบบังคับให้นักข่าวต้องเซ็นเซอร์ตนเองหรือลี้ภัยไปต่างประเทศ ระดับความรุนแรงและการคุกคามทางร่างกายที่พุ่งเป้าไปยังนักข่าวโดยตรงยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล ทั้งจากฝ่ายรัฐและจากบุคคลภายนอก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การโจมตีเหล่านี้มีผลกระทบอันน่าตระหนกต่อผู้ประกอบวิชาชีพ และความล้มเหลวในการลงโทษหรือแม้กระทั่งการเอาจริงเอาจังในการสอบสวนต่อเหตุร้ายที่เกิดต่อผู้สื่อข่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;แนวโน้มในรอบ 5 ปี&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จากการสำรวจ พบว่าเสรีภาพของสื่อมวลชนได้ลดลงอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2005 ถึง 2010 และแนวโน้มดังกล่าวได้ส่งผลกระทบในทุกภูมิภาคของโลก อย่างไรก็ตาม พบว่าการเสื่อมถอยที่ชัดเจนที่สุด เกิดขึ้นในแถบอเมริกาใต้ ซึ่งเกิดจากการถูกจำกัดพื้นที่สื่อในหลายประเทศ และในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและอำนาจนิยมในแถบยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก และรวมถึงประเทศอดีตประเทศสหภาพโซเวียต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในรอบห้าปีที่ผ่านมา จำนวนประเทศที่เสรีภาพสื่อมวลชนลดน้อยลงนั้นสูงกว่าประเทศที่มีเสรีภาพสื่อมากขึ้นในสัดส่วน 2 ต่อ 1 สองเท่า ปรากฏการณ์ที่เสรีภาพสื่อเสื่อมถอยนี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในประเทศที่ระบบประชาธิปไตยเพิ่งจะเริ่มเติบโต ที่ถูกทดสอบจากการลุกฮือทางการเมือง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การแบ่งขั้วจากความขัดแย้ง การรัฐประหาร หรือสงครามกลางเมือง เช่น โบลิเวีย เอกวาดอร์ ฟิจิ ศรีลังกา และไทย นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นกับประเทศอื่นๆ ที่มีความโน้มเอียงไปทางรัฐบาลอำนาจนิยม อาทิ อิหร่าน รัสเซีย และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความจริงแนวโน้มเสรีภาพสื่อโลกที่เสื่อมถอยนี้ ดูเหมือนว่าจะลดน้อยลงในช่วงปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แนวโน้มดังกล่าวก็ถูกตีกลับอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2011 อันเป็นผลมาจากการประท้วงระลอกใหญ่ในหลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ณ จุดนี้ ก็ยังไม่ชัดเจนนักว่าจุดสมดุลระหว่างส่วนที่เพิ่มขึ้นและส่วนที่ลดลงนั้นอยู่ที่ใดและจะช่วยให้ภาพรวมของโลกมีส่วนพัฒนาในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ในปี 2011&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;สิ่งที่น่าสนใจจากภูมิภาคต่างๆ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;อเมริกา&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีสองประเทศในภูมิภาคนี้ ที่เปลี่ยนสถานะไปในทางลบ ได้แก่ ฮอนดูรัสและเม็กซิโก ที่ถูกจัดในประเทศที่มีสื่อที่&amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot; เช่นเดียวกับในอาร์เจนติน่า โบลิเวีย และเอกวาดอร์ ก็ประสบกับสภาวะเสรีภาพสื่อที่ลดลง ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006 ที่มีจำนวนประเทศที่ถูกจัดอยู่ในข่ายเช่นนี้  คะแนนเฉลี่ยในปี 2010 ถือว่าแย่ลงเมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคในปี 2009 อันเป็นผลมาจากการถดถอยด้านทางการเมืองและเศรษฐกิจ ขณะที่โคลอมเบียถือเป็นประเทศที่มีความหวังมากที่สุด เนื่องจากมีการปรับปรุงในนโยบายการยกเว้นโทษของเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;เอเชีย-แปซิฟิก&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คะแนนเฉลี่ยลดลงเล็กน้อยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสถานะในด้านลบของสองประเทศคือ เกาหลีใต้ จาก &amp;quot;เสรี&amp;quot; เป็น &amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot; และไทยจาก &amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot; เป็น &amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot; นอกจากนี้ กัมพูชา ฟีจิ อินเดีย และวานูอาตู ยังถือว่ามีคะแนนเฉลี่ยแย่ลง ในขณะที่ในฟิลิปปินส์และบังคลาเทศ มีการพัฒนาขึ้นเล็กน้อย นอกจากนั้น ภูมิภาคนี้ยังประกอบประเทศที่มีสถานะสื่อที่แย่ที่สุดคือ พม่า และเกาหลีเหนือ รวมถึงประเทศที่มีสถานะแย่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอย่างจีน  ซึ่งยังคงมีการคุกคามการแสดงออกอย่างเสรีอย่างต่อเนื่องในปี 2010&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;ยุโรปกลางและตะวันออก/ประเทศอดีตสหภาพโซเวียต&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในปี 2010 คะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคนี้ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ความคงที่ดังกล่าวเป็นผลมาจากความเคลื่อนไหวที่ปรากฏในแถบภูมิภาคสองแห่ง โดยในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่เคยมีเสรีภาพสื่อในระดับที่ดี กลับมีระดับลดลงเมื่อมองในภาพรวม ในขณะที่ประเทศซึ่งแยกมาจากอดีตสหภาพโซเวียต นอกเขตทะเลบอลติก ได้รับผลประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการเมืองในประเทศมอลโดวา ขณะที่จอร์เจียและเคอร์กิสถาน ก็เกิดผลในทางบวกขึ้นเล็กน้อย ในสองภูมิภาคย่อยนี้ ความเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอาเซอร์ไบจาน คาซัคสถาน และรัสเซีย ที่ยังคงเป็นประเทศที่น่าเป็นห่วง ในขณะที่แนวโน้มในทางลบก็ปรากฏขึ้นในฮังการีและยูเครน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คะแนนเฉลี่ยของภูมิภาคนี้ประสบกับภาวะเสื่อมถอยมากที่สุดในบรรดาภูมิภาคอื่นๆ อียิปต์ถูกลดสถานะจาก &amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot; เป็น &amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot; ขณะที่คะแนนของอิรัก อิหร่าน คูเวต โมร็อกโก และเยเมนก็ยังลดลงอีกด้วย โดยลิเบีย ซาอุดิอาระเบีย ซีเรีย และตูนิเซีย ยังคงติดลำดับประเทศที่แย่ที่สุดด้านความอิสระและเสรีภาพสื่อมวลชนต่อไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;ประเทศกลุ่มซับซาฮาราในทวีปแอฟริกา&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คะแนนเฉลี่ยในประเทศแถบนี้เพิ่มอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2009 ต่อเนื่องมายังปี 2010 โดยประเทศกีนี ไลบีเรีย และไนเจอร์ ได้เปลี่ยนสถานะจาก &amp;quot;ไม่เสรี&amp;quot; มาเป็น &amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot; ขณะที่ในเคนยา มอริทาเนีย เซเนกัล แซมเบีย และซิมบับเว มีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ดี ในแองโกลา ไอวอรี โคสต์  กีเนีย-บิสเซา มาดากัสการ์ และซูดาน พบว่ามีคะแนนที่แย่ลง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;ยุโรปตะวันตก&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คะแนนค่าเฉลี่ยของภมิภาคนี้ลดลงในวงกว้างมากที่สุดเป็นอันดับสองเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ซึ่งพบการเสื่อมถอยลงในเดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ และตุรกี ขณะที่สถานการณ์ในสหราชอาณาจักรยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากกฎหมายการฟ้องหมิ่นประมาทที่ยังใช้กันอย่างกว้างขวาง ในขณะที่การถูกจับตามองอย่างเข้มงวด และแทรกแซงจากทางภาครัฐ ในสื่อที่รัฐบาลเป็นเจ้าของส่งผลให้อิตาลีถูกจัดอยู่ในประเภท &amp;quot;กึ่งเสรี&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;เลวร้ายที่สุดของที่สุด&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศที่ติดอันดับสิบที่เลวร้ายที่สุดคือ เบลารุส, พม่า, คิวบา, เอควาทอเรียล กินี,  เอริเทรีย, อิหร่าน, ลิเบีย, เกาหลีเหนือ, เติร์กเมนิสถาน และอุซเบกิสถาน ประเทศเหล่านี้ ไม่มีการปรากฏอยู่ของสื่ออิสระ หรือหากว่ามีก็แทบจะทำงานไม่ได้ สื่อทำหน้าที่เป็นเพียงปากเสียงของรัฐบาล ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของพลเมืองถูกจำกัดอย่างร้ายแรง และผู้ที่เห็นต่างก็ถูกกำจัดโดยวิธีการต่างๆ เช่น การจำคุก การซ้อมทรมาน และมาตรการกดดันอื่นๆ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1304417979&amp;amp;grpid=01&amp;amp;catid=01&amp;amp;utm_source=twitterfeed&amp;amp;utm_medium=twitter&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110504/1938#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/397">freedom</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/328">liberty</category>
 <enclosure url="http://www.arayachon.org/files/13044179791304419086l.jpg" length="75858" type="image/jpeg" />
 <pubDate>Wed, 04 May 2011 00:06:46 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1938 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล  เหยื่อผู้ถูกคุกคามเสรีภาพ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110428/1933</link>
 <description>&lt;p&gt;สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บอกสังคมถูกคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์ครั้งสำคัญ ระบุ ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เขียนบทความทางวิชาการและข้อเขียนอื่นๆ ซึ่งไม่เคยเลย แม้แต่ครั้งเดียวที่จะเสนอให้ &amp;quot;&lt;b&gt;ล้มเจ้า&amp;quot;&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ยืนยัน สิ่งที่พูดและเขียน &lt;b&gt;ล้วนอยู่ในกรอบของการมีสถาบันกษัตริย์ทั้งสิ้น&lt;/b&gt;พร้อมให้ข้อมูลว่า มีบุคคลระดับนำของรัฐบาลระบุว่า มีแรงกดดันจากทหารให้ดำเนินการกับตน รวมถึงการเตรียมจัดการทางกฎหมาย ด้วย ตามด้วยการคุกคามและข่มขู่&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;ลั่นไม่หนี บริสุทธิ์ใจและเปิดเผยสิ่งที่ทำมาตลอด&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เกิด 22 มิ.ย.2501 ปริญญาตรีสาขาประวัติศาสตร์(เกียรตินิยมอันดับ1) คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยโมนาช ออสเตรเลีย จากวิทยานิพนธ์เรื่อง &lt;b&gt;The Communist Movement in Thailand&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำกิจกรรมทางการเมืองมาตั้งแต่เป็นประธานนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยหนึ่งในผู้จัดทำหนังสือ&amp;quot;ศึก&amp;quot; หนังสือรุ่นที่แจกจ่ายในวันสมานมิตร อดีตแกนนำนักศึกษาธรรม ศาสตร์ โฆษกบนเวทีชุมนุม 6 ตุลา 2519 และ 1 ใน 18 คนที่ถูกจับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีผลงานศึกษาค้นคว้าและการตีความประวัติศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาบทบาทสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงเปลี่ยนแปลงทางการเมือง&lt;br /&gt;
ส่วนใหญ่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต รวมทั้งแสดงความเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ&lt;br /&gt;
โดยใช้ชื่อนามสกุลจริง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝากบอกเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าพลเรือนหรือทหาร หากเห็นเป็นการกระทำผิดกฎ หมาย ยินดีชี้แจงโต้แย้งข้อกล่าวหาตามกระ บวนการทางกฎหมายทุกประการ แต่ &amp;quot;&lt;b&gt;ไม่ควรใช้วิธีการกดดันที่ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hNekk0TURRMU5BPT0=&amp;amp;sectionid=TURNd013PT0=&amp;amp;day=TWpBeE1TMHdOQzB5T0E9PQ==&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ข่าวสด  &lt;/a&gt;&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110428/1933#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/397">freedom</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/328">liberty</category>
 <pubDate>Thu, 28 Apr 2011 20:42:10 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1933 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>รายงานข่าว ผลการเสวนาของกลุ่มพลเมืองเน็ต &quot;การเมืองเรื่องอินเตอร์เน็ตและภาระของตัวกลาง&quot;</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20101122/1870</link>
 <description>&lt;p&gt;
เครือข่ายพลเมืองเน็ต (Thai Netizen Network) จัดเวทีเสวนา &amp;quot;&lt;b&gt;การเมืองเรื่องอินเตอร์เน็ตและภาระของตัวกลาง&lt;/b&gt;&amp;quot; เมื่อวันพุธที่ 17 พฤศจิกายน ณ ห้องประชุมสมาคมนิสิตเก่า คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มีสาระสำคัญน่าสนใจ ดังนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูตร รองคณบดี คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวนำเสนองานวิจัยของตัวเอง แสดงให้ถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการใช้อินเตอร์เน็ต ไม่ว่า กฎหมาย การตลาด การออกแบบสื่ออินเตอร์เน็ต และค่านิยมต่างๆ กลุ่มคนที่เลือกใช้อินเตอร์เน็ต อาจเพราะสื่อกระแสโดนมองว่าลำเอียง ยิ่งในช่วงที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. ว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งเว็บไซต์ที่แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  ต่างโดนปิดกั้นเหมือนกัน โดยนำ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.  2550 มาบังคับใช้ ซึ่งพ.ร.บ.ฉบับนี้ได้ระบุว่า ผู้บริการอินเตอร์เน็ตหรือเว็บไซต์ต้องเป็นผู้ผิดชอบต่อการกระทำผิดด้วยเช่นกัน จึงกลายเป็นภาระของตัวกลาง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เว็บไซต์ อย่างมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน  หรือประชาไท หรือเช่น เว็บพันทิปต่างเคยประสบปัญหาในการปิดกั้น ซึ่งการปิดกั้นเว็บไซต์ในปัจจุบันมี 3  วิธี การบล๊อกไอพี สองการปิดกั้น URL(ที่อยู่ของเว็บไซต์) สามปิดกั้นโดยผู้ใหบริการอินเตอร์เน็ตเอง&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ประธานชมรมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ กล่าวว่า  สมัยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีการปิดคลื่นเอฟเอ็ม 92.25 วิทยุชุมชนคนรักประชาธิปไตย หรือในช่วงปลายรัฐบาล มีการขู่ปิดเว็บแมเนเจอร์ ออนไลน์ ที่วิพากษ์รัฐบาลอย่างรุนแรง สิ่งที่รัฐบาลสมัยทักษิณ กลัว คือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ( คมช.)และอินเตอร์เน็ต เพราะเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์จึงกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;การมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ  แน่นอนอยู่แล้วว่าต้องใช้จัดการคนชั่วที่ใช้อินเตอร์ในทางที่ผิด แต่ตัวพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ กลับคลุมเครือ ไม่รู้ใครทราบกันแน่ว่าฝ่ายไหนบล๊อก ได้แต่โยน&lt;br /&gt;
เรื่องให้ฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้กลับไปกลับมา ทั้งมาตารฐานในการบล๊อกเว็บไซต์ก็ไม่มีข้อบังคับชัดเจน ขึ้นกับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เอง&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อาจารย์สาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า อินเตอร์เน็ตกับการเมืองเกี่ยวข้องกันมานานแล้ว ตั้งแต่ในสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ในการติดสื่อสารระหว่างประเทศ ต่อมาจึงมีคนให้ความสนใจเริ่มเข้ามาใช้จนถึงในปัจจุบัน อินเตอร์เน็ตกลายเป็นสื่อทางเลือก เหมือนซอกหลืบลึกลับให้คนสามารถมานัดพบกัน รัฐบาลเข้าถึงได้ยาก อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องสื่อสารการเมืองภายในประเทศกับต่างประเทศ รวดเร็ว จับมือใครดมไม่ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างในกรณีคลิปเสียงเป็นต้น กลายเป็นการเล่นเกมส์การเมือง การปิดกั้นเว็บไซต์จึงเป็นเรื่องถูกกฎหมายไป &amp;quot; หลาย มาตรา 14,15,112  ยังคลุมเครืออยู่  ถ้าอยากแก้ปัญหาเหล่านี้เริ่มแก้ความคลุมเครือในมาตรานี้ก่อน อะไรคือการหมิ่นเบื้องสูงกันแน่&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ เว็บไซต์ที่ถูกสั่งปิด ปี 2549 มีเว็บไซด์ที่ถูกสั่งปิดประมาณ 2,500 เว็บไซต์ ปี 2552 มีเว็บไซต์ถูกสั่งปิด 10,000 เว็บไซต์ ปี 2553 มีเว็บไซต์ที่ถูกสั่งปิดประมาณ 65,000 เว็บไซต์ ซึ่งส่วนใหญ่มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ต่อการกระทบต่อสถาบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สรุปในงานเสวนาแนะทางออก โดยต้องพูดคุยกันทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาจต้องมีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาดูแล ทั้งผู้ประกอบการเองและผู้ใช้บริการ อินเตอร์เน็ตก็เหมือนเป็นผู้กลั่นกรองร่วมกัน   เพราะ ผู้ประกอบการเองก็ไม่สามารถกลั่นกรองได้หมด หลายฝ่ายจึงควรช่วยกัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1289995600&amp;amp;grpid=&amp;amp;catid=01&amp;amp;subcatid=0100&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20101122/1870#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/397">freedom</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/328">liberty</category>
 <pubDate>Mon, 22 Nov 2010 14:13:00 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1870 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย ต่อต้านข้อเสนอดักข้อมูลบนเน็ต หวั่นละเมิดสิทธิส่วนบุคคล</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20100121/1590</link>
 <description>&lt;p&gt;
จากกรณี &amp;quot;คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอิน เทอร์เน็ต&amp;quot; ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เสนอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการต้องติดตั้งอุปกรณ์ดักจับ ข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ Sniffer ไว้ที่เกตเวย์ วานนี้ (19 ม.ค.) (ข้อมูลจาก &lt;a href=&quot;http://www.thannews.th.com/index.php?option=com_content&amp;amp;view=article&amp;amp;id=19658:5-&amp;amp;catid=176:2009-06-25-09-26-02&amp;amp;Itemid=524&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ฐานเศรษฐกิจ&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;จิตร์ทัศน์ ฝักเจริญผล&lt;/b&gt; อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความเห็นว่า การติด Sniffer ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะหากมีการดาวน์โหลด จะแยกไม่ออกว่า กำลังดาวน์โหลดโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หรือถ้ามีการเข้ารหัสไว้ก่อน ก็ยากที่ระบบจะสามารถตรวจสอบได้ ทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะสิ่งที่จะเห็นคือ ข้อมูล text โดยยกตัวอย่างว่า ขณะที่การเก็บข้อมูล log files จะเห็นว่า ใครส่งอีเมลติดต่อกับใคร แต่ถ้าใช้ Sniffer จะเห็นข้อความที่คุยกัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ จิตร์ทัศน์ บอกว่า ปกติแล้ว Sniffer เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น ถ้าอินเทอร์เน็ตใน ม.เกษตรช้า ก็ใช้เครื่องนี้ตรวจดูว่า ปัญหามาจากเครื่องไหน แต่หากนำมาใช้เก็บข้อมูลตลอด คงทำไม่ไหว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีความพยายามในการพัฒนาเทคโนโลยีลายน้ำ นั่นคือ ถ้ามีการใส่ลายน้ำไว้ในหนังเรื่องหนึ่ง ๆ ก็เป็นไปได้ที่จะใช้ Sniffer ตรวจเจอ แต่ก็ยากมาก เพราะนอกจากจะไม่สามารถตรวจสอบ ในกรณีที่มีการเข้ารหัสเพื่อซ่อนเนื้อหาได้ และอาจจะต้องดักข้อมูลตลอดเวลา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทำให้สิ้นเปลืองฮาร์ดดิสท์ และนอกจากผู้ผลิตจะต้องใส่ข้อมูลลายน้ำแล้ว ผู้ที่ตรวจ ก็ต้องมีข้อมูลของลายน้ำนั้น ๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ก็เป็นไปได้ว่าในอนาคตจะมีเทคโนโลยีที่ป้องกันการตรวจนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อประเด็นเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต เขามองว่า การใช้การเข้ารหัสก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งไม่น่าจะยากเกินไป ที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะป้องกันตัวเองได้ เช่น เข้าเว็บด้วย https, ส่งอีเมลแบบเข้ารหัส&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขณะที่ &lt;b&gt;ปรเมศร์ มินศิริ&lt;/b&gt; เจ้าของเว็บไซต์ kapook.com แสดงความเห็นไว้ที่ &lt;a href=&quot;http://board.thaifollow.com/topicboard.php?tid=72&quot; title=&quot;http://board.thaifollow.com/topicboard.php?tid=72&quot;&gt;http://board.thaifollow.com/topicboard.php?tid=72&lt;/a&gt; ว่า หาก กทช.เห็นชอบตามข้่อเสนอของคณะทำงานฯ ก็จะมีผลกระทบหลัก ๆ ต่อสังคมไทย 3 ข้อ ได้แก่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
1. ความเป็นส่วนตัวในการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่จะถูกรุกล้ำอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลทุกอย่างเช่น อีเมลที่ส่งหากัน การเรียกดูเว็บไซต์ต่าง ๆ ของทุกคนมีโอกาสที่จะถูกเห็นโดยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องของผู้ประกอบการที่ ดูแลเกตเวย์รายนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้องโดยมีกฎหมายรองรับ ซึ่งอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงและต่อส่วนตัวมากขึ้นแทนที่จะลดลง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
2. ต้นทุนของผู้ประกอบการเกตเวย์ ในการติดตั้งอุปกรณ์ดักจับข้อมูล และเก็บข้อมูล ตลอดจนสืบค้นข้อมูลจำนวนมาก อาจเป็นภาระกลับไปยังผู้บริโภคที่ต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อตอบสนองต้นทุนที่ เพิ่มขึ้นนี้ และ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
3. ในแง่กฎหมายหากข้อมูลที่ Sniff เก็บไว้ถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ จะมีผลกระทบอย่างมากต่อผู้ให้บริการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ต้นทุนที่สังคมจะต้องเสียไปทั้งหมดนี้ เพียงเพื่องานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ต ทำให้หลายคนมีคำถามว่า คุ้มกันหรือไม่ ? 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จึงเรียนมาเพื่อให้ทางคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะเพิ่มหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการ ตามที่คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวังการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่าย อินเทอร์เน็ตเสนอมา&amp;quot; ปรเมศร์ ระบุ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ด้านผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตหลายคน ในเว็บไซต์ twitter.com มีการแสดงความเห็นด้วยว่า การติด Sniffer น่าจะเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&lt;br /&gt;
มาตรา 8 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot; ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์ และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น มิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้ใส่ tag #thaiNoSniff ในข้อความทวีตเตอร์เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับการติดตั้งเครื่อง Sniffer รวมถึงมีการตั้ง&lt;a href=&quot;http://www.facebook.com/thainosniff&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กลุ่ม ThaiNoSniff ในเว็บไซต์ facebook.com&lt;/a&gt; ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อนึ่ง คณะทำงานกำกับดูแลและเฝ้าระวัง การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต&amp;quot; แต่งตั้งโดยกระทรวงไอซีที ประกอบด้วย  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กระทรวงไอซีที กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และมีนายอาจิน จิรชีพพัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นประธาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/journal/2010/01/27398&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20100121/1590#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/397">freedom</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/328">liberty</category>
 <pubDate>Thu, 21 Jan 2010 02:19:50 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1590 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ตร. เตรียมจัดการอีก 6 เว็บข้อหาผิด พรบ.คอมฯ  ‘พลเมืองเน็ต’ เตือนอย่าผลักพลเมืองที่เห็นต่างเป็นผู้ร้าย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20090410/1220</link>
 <description>&lt;p&gt;
7 เม.ย. 2552 แหล่งข่าวจากกองบังคับการปราบปราม สำนักข่าวตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับ ‘ประชาไท’ ว่า หลังเทศกาลสงกรานต์ เตรียมดำเนินคดีกับผู้ดูแลเว็บไซต์ 6 เว็บตามมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เนื่องจากปล่อยให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา 14 และ 15 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งนี้ แหล่งข่าวคนดังกล่าว ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดว่ามีเว็บไซต์ใดที่อยู่ในข่ายดำเนินคดีบ้าง&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
	&lt;br /&gt;
	มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	(๑) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบาง ส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	(๒) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหาย ต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	(๓) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้น ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้&lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑)(๒) (๓) หรือ (๔) &lt;br /&gt;
	&lt;br /&gt;
	มาตรา ๑๕ ผู้ให้บริการผู้ใด จงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๔ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในความควบคุมของตน ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมา&lt;br /&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;br /&gt;
ด้านนางสาว&lt;b&gt;สุภิญญา กลางณรงค์&lt;/b&gt; ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต &lt;a href=&quot;http://thainetizen.org/&quot; title=&quot;http://thainetizen.org/&quot;&gt;http://thainetizen.org/&lt;/a&gt; แสดงความเห็นต่อกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องที่น่าตระหนกตกใจ เพราะแสดงว่า แนวทางของตำรวจไม่สอดคล้องกับนายกฯ ที่เคยรับปากกับเครือข่ายพลเมืองเน็ตก่อนหน้านี้ว่า จะใช้วิธีที่ละมุนละม่อมกว่านี้ในการดำเนินการ ซึ่งนั่นหมายความว่า นายกฯ ไม่สามารถกำกับตำรวจได้ตามที่มุ่งหวัง หรือ ตำรวจอาจไม่ได้ดำเนินการตามแนวทางของนายกฯ 
&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น เครือข่ายพลเมืองเน็ตอาจตั้งหน่วยให้คำปรึกษาเร่งด่วนและให้ความช่วยเหลือ ทางกฏหมายสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ถูกดำเนินคดี นอกจากนี้ นส.สุภิญญายังเรียกร้องให้ประชาคมผู้ใช้อินเทอร์เน็ต สมาคมผู้ดูแลเว็บ ผู้ประกอบธุกิจไอซีที ลุกขึ้นมาส่งเสียง เพื่อให้รัฐทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ว่าำทำให้ประชาชนตื่นตระหนก และจะส่งผลต่อการพัฒนาทางเทคโนโลยี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
น. ส.สุภิญญา กล่าวต่อว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครจำกัดความว่าอะไรที่ขัดต่อความมั่นคงของรัฐ คดีก่อนหน้านี้ก็ไม่มีข้อมูล เพราะเปิดเผยไม่ได้ จึงเสนอว่าคงต้องมาหามาตรฐานร่วมกัน เนื่องจากที่ผ่านมา เว็บบอร์ดต่าง ๆ ก็ได้ระบุแนวทางแล้ว เมื่อมีการแจ้่งก็ลบแล้ว อย่างกรณีเว็บไซต์เอ็กซ์ทีน หรือเว็บบอร์ดประชาไท 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ตำรวจก็ยังตีความว่าลบช้าเกินไป ซึ่งทั้งหมดอาจกลายเป็นว่า ถ้าไม่ต้องการเสี่ยงก็ต้องควบคุม 100% กลายเป็นพื้นที่ปิด ซึ่งก็จะทำให้อินเทอร์เน็ตไม่ต่างจากสื่อวิทยุหรือโทรทัศน์ ธรรมชาติของสื่อก็จะเปลี่ยนไป ดังนั้น คนในแวดวงไอทีต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อรักษาหลักการตรงนี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ นส.สุภิญญา ได้ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ให้ไตร่ตรองมากขึ้นก่อนจะจับใครเข้าคุก โดยที่ผ่านมาซึ่งตำรวจมักคิดว่ามีขบวนการนั้น เท่าที่ติดตามหลายกรณีพบว่า เป็นการจับคนเล็กคนน้อย ซึ่งเป็นการแสดงออกโดยปัจเจกซึ่งต้องการแสดงออกเท่านั้น ทั้งนี้ตั้งคำถามว่า มีขบวนการดังกล่าวจริงหรือไม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นอกจากนี้ ยังฝากถึงเจ้าหน้าที่รัฐว่า ควรจะใช้วิธีที่อารยะกว่าการจับกุมด้วย แม้อาจมีคนโต้แย้งว่ากระบวนการยุติธรรมก็อารยะกว่าการอุ้มหายหรือทรมานแล้ว ซึ่งก็ใช่ แต่คนที่ถูกจับเหล่านี้เขาถูกทำให้เป็นอาชญากรทางความคิด ซึ่งไม่ใช่อาชญากรรมโดยแท้เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนความคิดของคนก็ควรใช้วิธีอารยะมากกว่านี้ เช่นการพูดคุยเจรจา หรืออะไรก็ตามแต่ แทนที่จะจับคนเข้าคุกอย่างเดียว ซึ่งเป็นการทำให้พลเมืองที่เห็นต่างกลายเป็นผู้ร้าย เป็นศัตรูของรัฐไปโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะพลเมืองในอินเทอร์เน็ต เขาก็แค่อยากแสดงออกทางการเมืองแบบนิรนาม เป็นการคลายความอึดอัดทางหนึ่ง ถ้ารัฐใช้แนวทางปราบปรามรุนแรงก็จะยิ่งสร้างรอยร้าวและความตึงเครียดในสังคมมากขึ้น” น.ส.สุภิญญา กล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
น.ส.สุภิญญากล่าวเสริมว่า อีกประการหนึ่งคือ คนที่ถูกดำเนินคดีฐานกรณีความผิดแบบนี้ซึ่งถือว่าเป็นอาชญากรรมทางความคิด เขาควรจะได้รับการประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีจนถึงที่สุดตามหลักสิทธิมนุษยชนสากลด้วย เพราะคนเหล่านี้ไม่มีอาวุธอย่างปืน ดาบ รถถัง เขามีแค่ความคิดและความรู้สึกทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้เป็นอันตรายต่อใครเลย ถ้าเราเปิดกว้างรับฟังกันและกันมากขึ้น
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/05web/th/home/16250&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20090410/1220#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/397">freedom</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/328">liberty</category>
 <pubDate>Fri, 10 Apr 2009 07:44:09 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1220 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>

