<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>coup</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>ฆ่าตัวตายหมู่ : ตอบโต้แถลงการณ์ 23 อาจารย์นิติศาสตร์ </title>
 <link>http://www.arayachon.org/article/20111005/2026</link>
 <description>&lt;p&gt;
ขอชื่นชมความกล้าหาญของ 23 คณาจารย์นิติศาสตร์ ที่ออกมาแสดงความเห็นโต้ “&lt;b&gt;นิติราษฎร์&lt;/b&gt;”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะคำแถลงของพวกท่านที่สรุปได้ว่า “&lt;b&gt;ทักษิณมันเลว&lt;/b&gt;” ฉะนั้นไม่ควรใช้หลักนิติธรรมกับทักษิณ พร้อมกับปกป้องรัฐประหารว่า ไม่ใช่ต้นเหตุของความเลวร้าย แต่เป็นเพราะความเลวร้ายของ “เผด็จการทุนนิยม” ต่างหากที่ทำให้เกิดรัฐประหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากๆ ในการลงชื่อ ในฐานะอาจารย์นิติศาสตร์ ซึ่งควรยึดมั่นในหลักนิติรัฐนิติธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“รูปแบบในการปกครองในโลกนี้มีหลากหลายรูป  เช่น รูปแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย สังคมนิยม ฯลฯ ตลอดจนเผด็จการเบ็ดเสร็จโดยผู้มีอำนาจหรือโดยกลุ่มบุคคลหรือพรรคการเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การที่ประเทศใดควรที่จะยึดถือรูปแบบการปกครองใด ย่อมขึ้นอยู่กับค่านิยม อุดมการณ์ทางการเมืองของคนในชาตินั้น ๆ รวมทั้งประวัติศาสตร์ บทเรียน และบริบททางสังคมที่เป็นจริงในประเทศนั้นเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การกล่าวว่ารูปแบบการปกครองใดดีกว่ารูปแบบใดนั้นเป็นการกล่าวอ้างที่มีการโต้เถียงทางวิชาการไม่จบสิ้น เพียงแต่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นประชาชนมีส่วนร่วมและได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกเสรีนิยม”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แค่ขึ้นต้นข้อ 3 ก็แสดงให้เห็นทัศนะที่ชัดเจนของพวกท่านแล้วว่า &lt;b&gt;ไม่ได้ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย&lt;/b&gt; เพราะท่านเหมือนจะบอกว่า บางทีนะ ประเทศไทยอาจจะเหมาะกับเผด็จการมากกว่าประชาธิปไตยก็ได้ (หรืออาจเหมาะกับสมบูรณาญาสิทธิราชย์มากกว่าก็ได้)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ลงท้าย ท่านกลับไปตั้งข้อกังขานิติราษฎร์ว่า “ยังคงมีอุดมการณ์ที่ยึดถือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเป็นระบอบการปกครองที่ประเทศไทยยึดถือมาเป็นระยะเวลายาวนาน นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรกจนถึงฉบับปัจจุบันหรือไม่”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ้าว เฮ้ย ไหงงั้นล่ะ &lt;b&gt;คนที่เสนอให้ลบล้างผลพวงรัฐประหาร กลับถูกตั้งคำถามว่ายังมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยหรือไม่ ในขณะที่ผู้ตั้งคำถามเองกลับไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตย รูปแบบการปกครองใดดีกว่า ยัง “โต้เถียงทางวิชาการไม่จบสิ้น”&lt;/b&gt; (ไม่ทราบวงวิชาการที่ไหน เมื่อร้อยปีก่อนหรือสองร้อยปีก่อน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกท่านอาจจะเน้น “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” แต่&lt;b&gt;ประชาธิปไตยไม่ว่ารูปแบบใด ก็ไม่ยอมรับเผด็จการทั้งสิ้น ไม่ใช่หรือครับ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หรือท่านจะบอกว่าไอ้การที่มีเผด็จการกับการเลือกตั้ง สลับกันมั่ง ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาใน “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากกล่าวหานิติราษฎร์ว่าปกป้องผู้กระทำการทุจริตหยาบช้า ตั้งข้อกังขาว่าไม่ยึดมั่น “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ลงท้ายท่านก็กลับบอกว่า
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“ไม่มีความประสงค์เป็นเผด็จการทางภูมิปัญญา ที่จะประณามผู้หนึ่งผู้ใดที่มีความเห็นแตกต่างว่าไม่รักชาติ ประชาธิปไตย หรือประชาชน หรือกล่าวหาว่าการไม่เห็นด้วยกับความคิดของพวกเราต้องเป็นฝ่ายตรงข้าม แต่ต้องการให้เกิดความงดงามในวิถีประชาธิปไตยที่เคารพความแตกต่างทางภูมิปัญญาและทัศนคติที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;สร้างสรรค์มากเลย นะครับ ด่าเขาเสร็จแล้วตีกันว่า อย่าประณามพวกเรานะ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ประชาธิปไตยคู่นิติรัฐ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ระบอบประชาธิปไตยไม่ได้หมายความแค่การเลือกตั้ง หรือเสียงข้างมากครองอำนาจ แต่องค์ประกอบสำคัญของประชาธิปไตยคือหลักนิติรัฐ ซึ่งกำหนดว่าประเทศต้องปกครองอย่างมีหลักเกณฑ์ ผู้ใช้อำนาจต้องรับผิดชอบ การใช้อำนาจต้องตรวจสอบถ่วงดุลได้ มีการคานอำนาจ 3 ฝ่าย ไม่มีใครใช้อำนาจได้โดยพลการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่นอน ประชาธิปไตยมีจุดอ่อน บางครั้งก็เกิดปัญหาดังที่พวกท่านว่า มีการทุจริตฉ้อฉล ใช้อำนาจแทรกแซงกลไกต่างๆ ผู้มีอำนาจไม่ยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่รัฐประหารคืออะไร รัฐประหารคือการฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มล้างความเป็นนิติรัฐ กองทัพยึดอำนาจด้วยกำลังอาวุธ ตั้งตนเป็น “องค์อธิปัตย์” ใช้อำนาจแต่ผู้เดียวโดยพลการ ออกคำสั่ง ออกประกาศเป็นกฎหมาย ทุกคนต้องปฏิบัติตาม นี่คือการทำลายโครงสร้างของระบบกฎหมาย ทำลายหลักเกณฑ์ ให้อยู่ภายใต้อำนาจผู้ถือปืนแต่ผู้เดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โดยไม่ว่ามันจะเป็น&lt;b&gt; รัฐประหารที่ชั่วร้ายเลวทรามหรือมีคุณธรรมจริยธรรม ก็ล้มล้างนิติรัฐเช่นกัน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉะนั้น ถ้านักนิติศาสตร์คนใด สนับสนุน เห็นด้วย หรืออ้างความจำเป็นของการรัฐประหาร ก็เท่ากับ &lt;b&gt;สนับสนุนให้ล้มล้างนิติรัฐเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ล้มหลักการเพื่อแก้ปัญหาคนคนเดียว&lt;/b&gt; ซึ่งควรจะตั้งคำถามตัวเองว่า &lt;b&gt;ท่านยังเป็นนักนิติศาสตร์อยู่ไหม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เพราะวิธีคิดแบบนี้ ไม่ต้องเป็นนักนิติศาสตร์ก็ได้ ชาวบ้านก็คิดได้ นักเลงเจ้าพ่อก็คิดได้ ไม่จำเป็นต้องใช้สติปัญญามากมายระดับศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ มาสนับสนุนการทำลายระบบกฎหมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าท่านบอกว่านักการเมืองชั่วเลว ไม่มีหนทางอื่นแก้ปัญหา ผมก็จะสมมติว่า ในตำบลบ้านผม มีเจ้าพ่ออิทธิพล ซื้อตำรวจซื้อข้าราชการ ซื้อชาวบ้าน จนเป็นนายก อบต.แล้วทุจริตฉ้อฉล ร่ำรวยมหาศาล แต่ไม่มีทางเอาผิดมันได้ ไม่มีทางไล่มันได้ ถ้าผมมาปรึกษาอาจารย์นิติศาสตร์ อาจารย์จะว่ายังไง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จะบอกว่าไม่มีทางแล้ว ต้องใช้กำลัง ไข้โป้งแม่-เลย อย่างนั้นหรือครับ ถ้าอย่างนั้นทำไมผมต้องปรึกษาอาจารย์นิติศาสตร์ ผมปรึกษานักเลงขี้เมาแถวบ้านก็ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉันใด ก็ฉันนั้น สติปัญญาของคนเป็นอาจารย์กฎหมาย ควรมีมากกว่า บอกว่า &lt;b&gt;ไม่มีทางทำอะไรทักษิณได้ ทักษิณเป็นต้นธารของความเลวร้าย จึงต้องเกิดรัฐประหาร&lt;/b&gt; ถ้าคิดจะพูดอย่างนั้น ก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปิดปากเสียดีกว่าครับ อย่าออกมาพูดให้เสียหลักเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่ต้องพูดเรื่องนี้ก่อนเพราะต้องขีดเส้นให้ชัดเจน แต่ไม่ใช่จะประณามว่า 23 คณาจารย์เชียร์รัฐประหาร เพราะท่านฉลาดเขียนคำแถลง &lt;b&gt;หลบเลี่ยงไม่บอกว่าสนับสนุน แต่ก็ไม่คัดค้านและโทษว่า “เผด็จการทุนนิยม” คือต้นธารของรัฐประหาร&lt;/b&gt; (ขณะเดียวกันใน 23 ชื่อก็มีอดีต คตส.อย่างบรรเจิด อดีต สสร.อย่างคมสัน แอบ ๆ อยู่)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหตุที่ต้องขีดเส้นเรื่องหลักประชาธิปไตยคู่กับหลักนิติรัฐให้ชัดเจน ก็คือคณาจารย์จำนวนมาก ทั้งรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ชอบพูดเรื่อยเปื่อยว่า การปฏิวัติประชาธิปไตย 2475 ก็เป็นรัฐประหาร 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งที่รัฐประหารคือการยึดอำนาจด้วยกำลังอาวุธ ล้มล้างนิติรัฐ ตั้งตนเป็น “องค์อธิปัตย์” แต่ 2475 คือการยึดอำนาจจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่กษัตริย์เป็น “องค์อธิปัตย์” แต่ผู้เดียว (จะมีทศพิธราชธรรมหรือไม่ ก็แล้วแต่) มาเป็นระบอบที่มีนิติรัฐ มีการแยกอำนาจ เราจึงเรียกว่า&lt;b&gt;การปฏิวัติประชาธิปไตย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
23 คณาจารย์ก็หนีไม่พ้นความบ่วงนี้ เพราะท่านยัง&lt;b&gt;เอาการเปลี่ยนแปลง 2475 มาเปรียบเทียบกับ รสช.&lt;/b&gt; ซึ่งทำให้ผมนึกขำ พร้อมกับสงสัยว่า คำแถลงนี้ น่าจะมีสมคิด เลิศไพฑูรย์ ลงชื่อเป็นคนที่ 24 แต่พอดีสมคิดพลาดไปเขียนพาดพิง อ.ปรีดี จนต้องลบเฟซบุคไปก่อน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ความเห็นทางกฎหมาย ?&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่นอน ความเห็นของ 23 คณาจารย์ส่งผลสะเทือนทางการเมือง อย่างที่สื่อยกเอาไปพาดหัวข่าว “&lt;b&gt;กูรูรุมยำ&lt;/b&gt;” อ่านแล้วก็ขำอีกว่า พาดหัวเห็นภาพ เพราะนักวิชาการโต้กับนักวิชาการ ต้องดูหลักการเหตุผล ไม่ใช่ดูจำนวนว่า ข้างไหนมากกว่า ถ้าเอาข้างมากเข้าว่า แบบนั้น &lt;b&gt;มันจิ๊กโก๋ยกพวก “รุมยำ” กัน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมไม่แปลกใจที่นิติราษฎร์ไม่ออกมาโต้ เพราะอ่านความเห็น 23 คณาจารย์แล้ว ผมก็ยังหาไม่เจอว่า &lt;b&gt;ตรงไหนคือความเห็นทางกฎหมาย&lt;/b&gt; ถ้าเปรียบกับ&lt;b&gt;กิตติศักดิ์ ปรกติ&lt;/b&gt; ยังชัดเจนว่าที่แย้งเป็นประเด็น ๆ ว่าอะไรทำไม่ได้ แต่สำหรับพวกท่าน ผมเข้าใจว่า ท่านมองว่าทำได้ เลยไม่รู้จะแย้งอย่างไร ได้แต่ทักท้วงว่าอย่าทำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ข้อเสนอของนิติราษฎร์ &lt;b&gt;ให้รัฐประหารเสียเปล่า ให้ประกาศ คปค.เสียเปล่า ลบล้างคำพิพากษาที่มีที่มาจากประกาศ คปค.และลบล้างการนิรโทษกรรมตัวเองของรัฐประหาร โดยขีดช่วงระหว่างวันที่ 19-30 ก.ย.2549 ที่ คปค.ตั้งตนเป็น “องค์อธิปัตย์” 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเด็นสำคัญคือ &lt;b&gt;การแสดงเจตนารมณ์ปฏิเสธรัฐประหารโดยคำนึงถึงความเป็นจริง ให้เกิดผลกระทบเหตุการณ์ที่ล่วงไปแล้วให้น้อยที่สุด&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่คณาจารย์กฎหมายซึ่งควรจะอ่านเข้าใจ &lt;b&gt;กลับไม่เข้าใจ หรือแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ&lt;/b&gt; กลับพูดประชดประชันเหมือนนักการเมืองว่า ทำไมไม่ย้อนหลังตั้งแต่ 2475 ถึง 2535 ที่บิ๊ก รสช.ให้สัมปทานโทรคมนาคมแก่ทักษิณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถามว่านี่เป็นการโต้แย้งทางกฎหมายหรือไม่ ผมว่า ไม่ ถ้าท่านจะโต้แย้งทางกฎหมายท่านก็ต้องยกหลักวิชามาแย้ง แต่ที่ท่านใช้สำนวนโวหารมาอารัมภ์ ก็เพียงเพื่อจะโน้มน้าวว่า เหตุที่นิติราษฎร์เสนอให้ลบล้างผลพวงรัฐประหาร เฉพาะ 19-30 ก.ย.2549 ก็เพื่อช่วยทักษิณ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี่ไม่ใช่หลักวิชากฎหมาย &lt;b&gt;นี่เป็นวิธีกล่าวหาแบบนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์&lt;/b&gt; (ตรงที่เหน็บแนมเรื่องสัมปทานโทรคมนาคม ยิ่งใช่เลย นี่สำนวนแบบ ปชป.ไม่ใช่สำนวนนักวิชาการ)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากนั้นพวกท่านก็พูดถึงหลักการทางจริยธรรมของนักวิชาการ ซึ่งก็น้ำท่วมทุ่ง ไม่ทราบว่า ด่าพวกเดียวกันหรือด่าใคร เพราะเท่าที่ผมเห็น อ.วรเจตน์และนิติราษฎร์ ก็เสนอความเห็นตามหลักวิชาโดยไม่อคติ มาตั้งแต่สมัยวิพากษ์วิจารณ์ทักษิณ จนวิพากษ์วิจารณ์รัฐประหาร 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตรงกันข้าม พวกนักวิชาการที่เกลียดทักษิณต่างหาก ที่เอาอคติมาบิดเบือนหลักวิชา (สมัยวรเจตน์วิจารณ์ทักษิณ ผมไม่เคยได้ยินชื่อนักวิชาการบางคนด้วยซ้ำ แต่พอกระแสเสื้อเหลืองฮิต ก็โผล่หน้ามาโหนกันล้นหลาม)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกท่านน้ำท่วมทุ่ง แล้วก็วกมาตีขลุม ด่านักวิชาการที่เลือกกล่าวแต่เรื่องเอื้อประโยชน์แก่บุคคลหรือพวกพ้อง &lt;b&gt;ไม่กล้าพูดตรงๆ ด้วยซ้ำว่าด่าใคร&lt;/b&gt; &lt;b&gt;กลัวถูกฟ้องหรือครับ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักวิชาการต้องเสนอความเห็นตามหลักวิชา คำนึงถึงความถูกต้อง โดยไม่คำนึงว่าจะทำให้ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ เพราะไม่ว่าคุณเสนอแบบไหน มันก็ต้องมีฝ่ายได้ฝ่ายเสีย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;แต่พวกท่านกำลังจะโหนกระแสสังคมไร้สติ&lt;/b&gt; ที่เห็นว่าใครเสนออะไร แล้วทักษิณได้ประโยชน์ ต้องไม่ถูกต้องต้องเป็นคนชั่วคนเลว ไร้จริยธรรม รับจ๊อบ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
มิน่า ถึงบอกว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ระบอบที่ดีที่สุด เพราะประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง เลือกทีไร ก็แพ้ทักษิณ ฉะนั้น &lt;b&gt;หลักการประชาธิปไตย จึงไม่ถูกต้อง ใครยึดมั่นหลักการประชาธิปไตยคือ พวกทักษิณ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
หลักการทางจริยธรรมที่พวกท่านพูดมาทั้งหมด ยิ่งไปเน้นความกล้าหาญของนิติราษฎร์ ที่กล้ายืนหยัดในหลักการทั้งที่รู้ว่าทวนกระแส นี่สิครับ คือความกล้าหาญที่แท้จริง &lt;b&gt;ไม่ใช่แค่กล้าลงชื่อแสดงความเห็นข้าง ๆ คู ๆ ประจานตัวเองไปชั่วลูกชั่วหลาน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อะไรคือนิติธรรม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พวกท่านพูดถึง “หลักนิติธรรม” ก็น้ำท่วมทุ่งอีกแหละ มีแต่คำพูดสวยหรู เลื่อนลอย อ่านแล้วสรุปความรวมกับหัวเรื่องได้ว่า อย่าใช้หลักนิติธรรมปกป้องพวกกระทำการทุจริตหยาบช้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฟังเหมือนถูกอีกนั่นแหละครับ แต่ในฐานะนักกฎหมาย มันแปลว่าอะไร มันแปลว่า ต้องไม่ใช้หลักนิติธรรมกับผู้มีอำนาจที่กระทำการทุจริตหยาบช้า อย่างนั้นหรือ แล้วถ้าอย่างนั้น อะไรคือหลักนิติธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมตีความคำแถลงของพวกท่านเป็นภาษาชาวบ้านแล้ว ก็เข้าใจได้ว่า ท่านบอกว่าทักษิณมันเลว มันมีอำนาจแล้วทุจริตฉ้อฉล มันอ้างหลักนิติธรรมเพียงเพื่อปกป้องตัวเอง ฉะนั้น เราไม่ควรใช้หลักนิติธรรมกับทักษิณ นักวิชาการควรใช้หลักนิติธรรมโดยคำนึงถึงประชาชนผู้สุจริต&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วอะไรคือหลักนิติธรรม &lt;b&gt;หลักนิติธรรมต้องใช้โดยเลือกดูหน้าคนก่อน ท่านสอนลูกศิษย์อย่างนั้นหรือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;หลักนิติธรรมต้องไม่ใช้โดยเสมอภาค ต้องมีการแยกแยะ ถ้าไอ้นี่มันคนชั่วคนเลว ก็ไม่ต้องใช้หลักนิติธรรม อย่างนั้นหรือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฟังเหมือนถูกต้องนะครับ แต่แล้วอะไรคือหลักนิติธรรมล่ะ &lt;b&gt;หลักนิติธรรมไม่ใช่การอำนวยความยุติธรรมแก่ทุกคนโดยเท่าเทียมกันหรือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ.วรเจตน์เคยพูดกับผมว่า &lt;b&gt;กฎหมายกับความยุติธรรมต้องไปด้วยกัน เมื่อเป็นนักกฎหมาย ไม่ว่าคนที่อยู่เบื้องหน้าเราเป็นคนชั่วหรือไม่ แต่พอมาอยู่เบื้องหน้า ก็เสมอกันในทางกฎหมายและต้องมีหลักวินิจฉัย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สัญลักษณ์ของกฎหมายในตำนานกรีกโบราณ เป็นรูป&lt;b&gt; เทพีมีผ้าปิดตา มือถือตราชู อีกมือถือกระบี่ ผ้าที่ปิดตาแสดงให้เห็นว่า เบื้องหน้ากฎหมาย ทุกคนเสมอกัน ไม่ได้ดูว่าเป็นใคร ตราชูคือความเที่ยงธรรม กระบี่คืออำนาจ&lt;/b&gt; ประกอบกัน 3 ส่วนความยุติธรรมถึงเกิดขึ้นได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี่ไม่ใช่หรือคือหลักนิติธรรม หรือพวกท่านจะบอกว่าไม่ควรใช้ผ้าปิดตา หรือปิดไว้แต่แอบขยิบดูว่า ไอ้นี่เป็นคนที่สังคมประณาม ผู้คนเกลียดชัง ขับไล่ แล้วใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการมัน &lt;b&gt;นี่หรือคือหลักนิติธรรม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมคิดว่า นี่เป็น 2 แนวคิดที่ต่อสู้กันอยู่ในวงการนิติศาสตร์ไทย&lt;b&gt; ฝ่ายหนึ่งใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการ “คนชั่ว”ในทัศนคติของตน แต่นิติราษฎร์เห็นว่ากฎหมายต้องใช้อย่างเที่ยงธรรม&lt;/b&gt; แยกออกจากการต่อสู้ทางการเมืองซึ่งเป็นเรื่องของทัศนคติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นิติราษฎร์ไม่เคยบอกว่า ทักษิณเป็นคนดีเลิศประเสริฐศรีนะครับ ไม่เคยคัดค้านการไล่ทักษิณที่อยู่ในกรอบของการเคลื่อนไหวตามระบอบประชาธิปไตย เพราะ อ.วรเจตน์ก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลทักษิณมาตลอด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่นิติราษฎร์ยืนยันว่า &lt;b&gt;การเอาผิดทักษิณต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และต้องเป็นไปตามหลัก “นิติธรรม”&lt;/b&gt; ส่วนคุณจะก่อม็อบขับไล่ ชุมนุมประท้วง เป็นเรื่องทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับนักกฎหมาย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ใครถูกใครผิด ผมว่าเราเห็นกันชัดเจนแล้ว การจัดการกับทักษิณโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติธรรม ออกประกาศ คปค.ตัดสิทธิย้อนหลังกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ตั้ง คตส.รอบแรก อ้าว กลัวเป็นกลางไป ตั้งใหม่ แล้วผลออกมา &lt;b&gt;เอาผิดได้แค่ 2 คดีที่ไม่กระจ่างแจ้งในใจคน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;“ไม่ทุจริต แต่ติดคุก”  ได้ประโยชน์ “โดยไม่สมควร”ต้องยึดทรัพย์&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
บ้านเมืองมันถึงได้วุ่นวายมาตลอด 5 ปีตั้งแต่รัฐประหาร เพราะ&lt;b&gt;หลักนิติธรรมของพวกท่าน มันขัดกับหลักนิติธรรมที่มีอยู่โดยสามัญสำนึกในจิตใจของประชาชนทั่วไป&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เผด็จการทุนนิยม ?&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักวิชาการไทยมีความสามารถอันแปลกประหลาด ในการคิดค้นบัญญัติศัพท์และคำอธิบายว่า ประเทศไทยไม่สมควรปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ปกติอย่างสากลโลก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในความเห็นผม&lt;b&gt; คำแถลงข้อ 3 ของ 23 คณาจารย์ เป็นข้อที่ตื้นเขินที่สุด และไม่น่าเป็นความเห็นของนักนิติศาสตร์&lt;/b&gt; เพราะดังกล่าวแล้วว่า &lt;b&gt;นิติรัฐอยู่คู่กับประชาธิปไตย&lt;/b&gt; ถ้าไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตย แล้วจะเอาอะไรมายึดถือ เพราะ&lt;b&gt;เผด็จการไม่มีหลักนิติรัฐ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่นอนว่า ในยุคทักษิณเรืองอำนาจ รัฐบาลไม่ยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม กระบวนการตรวจสอบอ่อนแอ แต่ถามว่า นั่นเป็นเผด็จการจริงหรือ ผมอ่านคำแถลงของพวกท่านแล้วนะครับ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“ได้มาซึ่งอำนาจรัฐโดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่ชอบธรรม ทุจริตการเลือกตั้ง ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง หลอกลวงปิดบังประชาชน แทรกแซงกระบวนการตรวจสอบและกระบวนการยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของบุคคลหรือพวกพ้อง ไม่อาจถือได้ว่าเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในเนื้อหาที่แท้จริง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่กลับกลายเป็นเพียงการปกครองใน &lt;b&gt;ระบอบเผด็จการเสียงข้างมาก&lt;/b&gt; ที่อาศัยรูปแบบแอบแฝงภายใต้เสียงข้างน้อยที่มากกว่ากลุ่มเสียงอื่นเป็นฐานเพื่อกระทำการอันเป็นประโยชน์แก่บุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผมว่าท่านตกไปข้อหนึ่ง ข้อสำคัญที่สุดด้วยคือ &lt;b&gt;ทักษิณเรืองอำนาจด้วยความนิยมของประชาชน&lt;/b&gt; ซึ่งไปใช้สิทธิเลือกพรรคไทยรักไทยถล่มทลาย ข้อนี้สำคัญเพราะมันบอกว่า รัฐบาลทักษิณได้อำนาจมาโดยชอบธรรม แต่การใช้อำนาจนั้นไม่ได้ใช้โดยชอบธรรม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แน่นอน นี่ไม่ใช่ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ใช่เผด็จการ เป็นแค่รัฐบาลที่มีอำนาจมากจากความนิยมสูง ซึ่งก็เป็นเพียงสถานการณ์สัมพัทธ์ ไม่ได้ยั่งยืน &lt;b&gt;รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย ล้วนมีช่วงเวลาที่ความนิยมสูง ความนิยมตกต่ำ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักวิชาการไทย รวมทั้ง&lt;b&gt; ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ&lt;/b&gt; (ซึ่งบางเรื่อง ก็พูดเป็นสาระ แต่ส่วนใหญ่ใช้สำบัดสำนานถากถางมากกว่าเนื้อหาสาระ) เอาทักษิณไปเปรียบเทียบกับฮิตเลอร์ว่า ชนะการเลือกตั้งมาเหมือนกัน ทั้งที่ยังไม่ใช่เลยครับ เพราะฮิตเลอร์เป็นเผด็จการจากการที่รัฐสภามอบอำนาจเด็ดขาดให้ (ซึ่งละเมิดหลักนิติรัฐ ไม่ใช่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ ดังทวีเกียรติประชดประชัน)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทักษิณจึงยังไม่ใช่เผด็จการรัฐสภาอย่างฮิตเลอร์ ที่นักวิชาการไทยชอบอ้าง และข้อสำคัญคือ การรัฐประหารไม่ได้เกิดขึ้นในขณะที่ทักษิณกำลังจะรวบอำนาจดังว่า &lt;b&gt;แต่รัฐประหารเกิดขึ้นในขณะที่กำลังจะมีการเลือกตั้งต่างหาก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อย่าความจำสั้น&lt;/b&gt; นะครับ รัฐประหารเกิดขึ้นในขณะที่จะมีการเลือกตั้ง วุฒิสภาเลือก กกต. กันแล้ว เพียงแต่ยังไม่ทันโปรดเกล้าฯ ทุกพรรคการเมืองพร้อมลงเลือกตั้ง แต่อยู่ ๆ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พันธมิตรก็ประกาศนัดชุมนุม 20 ก.ย.แล้วทหารก็ชิงทำรัฐประหารตัดหน้าในวันที่ 19 ก.ย.&lt;b&gt;โดยอ้างว่า จะเกิดการปะทะกัน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รัฐประหารไม่ได้เกิดเพราะกลัวทักษิณเป็นฮิตเลอร์ &lt;b&gt;แต่เกิดเพราะกลัวทักษิณชนะการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยต่างหาก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วที่อ้างว่า ทักษิณแทรกแซงได้ทุกองค์กร ไม่เว้นศาล ก่อนรัฐประหาร ศาลก็เพิ่งตัดสินจำคุก กกต. “3 หนา” ต้องลาออกก่อน ถึงจะให้ประกัน (แบบเดียวกับคดีสเตราส์คานส์ ตุลาการภิวัตน์นิวยอร์ก)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ฉะนั้น ที่พวกท่านบอกว่าปัญหามีมาก่อนรัฐประหาร จึงไม่ผิด (แต่ไม่ใช่ต้นธารแห่งความเลวร้าย ต้นธารแห่งความเลวร้าย ต้องย้อนไปพูดถึงระบอบประชาธิปไตยที่ถูกทำลายมาตั้งแต่รัฐประหาร 2490) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่รัฐประหารไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง และกลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น รัฐประหารเป็นเพียง&lt;b&gt; การแย่งยึดอำนาจจากขั้วหนึ่งไปสู่อีกขั้วหนึ่ง ซึ่งก็ไม่เป็นประชาธิปไตยเช่นกัน และมากกว่าด้วยซ้ำ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่คนเป็นอาจารย์นิติศาสตร์ จะต้องมาเรียกร้องความเห็นใจให้รัฐประหาร พร้อมกับปฏิเสธการนำ “คนทุจริตหยาบช้า”ขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรมปกติ แต่พึงพอใจกับกระบวนการยุติธรรมแบบพิเศษ ที่สร้างวิกฤตศรัทธาต่อสถาบันตุลาการและสถาบันสำคัญต่าง ๆ กระทั่งเกิดความแตกแยกรุนแรงในสังคมการเมืองปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ขอย้ำอีกครั้งว่า ที่พวกท่านลงท้ายว่า “ต้องการให้เกิดความงดงามในวิถีประชาธิปไตยที่เคารพความแตกต่างทางภูมิปัญญาและทัศนคติที่แตกต่างอย่างสร้างสรรค์ ” นั้น ขัดกับคำแถลงที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สันนิษฐานว่า ผู้ร่วมลงชื่อบางท่าน ไม่ต้องการให้มีการกล่าวหาโจมตีกัน แต่ผู้ร่างก็ซุกประเด็นไว้ โดยบางเรื่องก็ไม่กระจ่าง เช่นที่ตั้งข้อกังขานิติราษฎร์ว่า ยังมีอุดมการณ์ “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”อยู่หรือไม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เหมือนจะยกมาจากกรณีที่นิติราษฎร์เสนอแก้ ม.112 แต่ก็ไม่พูดว่าเห็นด้วย เห็นต่างอย่างไร กลับยกมาลอย ๆ โดยไม่มีเหตุผลทางกฎหมาย เป็นแค่&lt;b&gt;คำกล่าวหาตัดแปะ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหนือสิ่งอื่นใด การออกมาแสดงปฏิริยา “นิติราษฎร์เอฟเฟกท์”อย่างต่อเนื่องยาวนานครั้งนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่า &lt;b&gt;ข้อเสนอของนิติราษฎร์สร้างความตื่นตระหนก&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;เพราะเป็นข้อเสนอที่ทำได้จริง อำนาจอธิปไตยของปวงชนสามารถลบล้างรัฐประหาร และย้อนไปเอาผิดรัฐประหาร ซึ่งเป็นการเปิดหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์กฎหมายไทย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แม้ทักษิณและพรรคเพื่อไทย คงไม่ทำตามข้อเสนอนิติราษฎร์ &lt;b&gt;แต่ข้อเสนอนี้ ก็ทำให้อำมาตย์และทหารที่คิดจะทำรัฐประหารครั้งต่อไป คิดหนัก พวกถึงได้เต้นกันน่าดู&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ให้สังเกตด้วยว่า &lt;b&gt;เนติบริกรชั้นครูเงียบกันหมด ไม่มีใครกล้าบอกว่า ทำไม่ได้&lt;/b&gt; ขนาด&lt;b&gt;มีชัย ฤชุพันธ์&lt;/b&gt; มีคนเขียนไปถามในเว็บไซต์ &lt;b&gt;ยังตีลูกมึน อ้างว่าอ่านแล้วไม่เข้าใจ (โห มือระดับนี้ มีหรือไม่เข้าใจ)&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt; ใบตองแห้ง&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
4 ต.ค.2554
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ชื่อบทความเดิม ฆ่าตัวตายหมู่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.voicetv.co.th/blog/561.html&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;VoiceTV &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/article/20111005/2026#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/353">democracy</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/491">rule of law</category>
 <pubDate>Wed, 05 Oct 2011 15:26:58 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2026 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สัมภาษณ์พิเศษ พนัส ทัศนียานนท์   : ประชาชนคือรัฏฐาธิปัตย์ ตอบคำถามสมคิด 15 ข้อ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20111003/2025</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;b&gt;พนัส ทัศนียานนท์ &lt;/b&gt;อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ., อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 และ ส.ว.เลือกตั้งสมัยแรก ตอบทุกประเด็นเพื่อลบล้างวิวาทะ &amp;quot;&lt;b&gt;รัฐประหารยังเลวน้อยกว่าโกง&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;http://img.zuzaa.com/image.php?id=E501_4E82E129&amp;amp;jpg&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;400&quot; width=&quot;500&quot; /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(ภาพจาก &lt;a href=&quot;http://img.zuzaa.com/image.php?id=E501_4E82E129&amp;amp;jpg&quot;&gt;zuzaa.com&lt;/a&gt; ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;2490 ต้นแบบรัฐประหาร&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;นักนิติศาสตร์กระแสหลักมักยืนข้างรัฐประหารโดยบอกว่าประเทศไทยมีบริบทเงื่อนไขเฉพาะ ฉะนั้นกลุ่มนิติศาสตร์หัวก้าวหน้าไม่ควรยึดแบบแผนตะวันตกมากเกินไป&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“ผมว่ามันก็ตะวันตกด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ แต่เขาก็เอามาประยุกต์ คือถ้าจะอ้างทฤษฎีอ้างหลักนิติปรัชญา ก็เถียงกันได้ในมุมมองทางวิชาการ คือมุมมองในทางปรัชญาความคิดทฤษฎีกฎหมายเถียงกันได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ว่าที่จริงสมัยผม ข้อขีดคั่น มันเป็นลักษณะ civil law กับ common law หมายความว่าพวกที่เรียนมาจากฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ภาคพื้นยุโรป เขาจะเป็นประเทศที่ใช้ระบบประมวลกฎหมาย มีฝรั่งเศสเป็นแม่แบบ แต่เยอรมนีก็แน่นคือ หลังจากที่แพ้สงครามโลก เขาก็สร้างระบบขึ้นมาเพื่อไม่ให้เกิดลัทธินาซีขึ้นมาอีก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กฎหมายของเยอรมนีก็ต้องถือว่าก้าวหน้ามาก เขามีบทเรียนกับนาซีมาอย่างสาหัสสากรรจ์  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ อย่างนาซีฮิตเลอร์ก็บอกว่า ของเขาก็นิติรัฐเหมือนกันนะ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในเชิงของนิติปรัชญา ถ้าหากว่าเป็นสังกัดสำนักกฎหมายบ้านเมือง Positivism เขาก็ต้องยอมรับว่า &lt;b&gt;ถ้าใครมีอำนาจสูงสุดในบ้านในเมือง คนนั้นก็ต้องเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เป็นผู้มีอำนาจอธิปไตย&lt;/b&gt; เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาสั่งเขาบังคับบัญชา ออกกฎหมายได้ เขามีอำนาจสูงสุด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้นอันนี้ก็คือสิ่งที่เรายึดมา เนื่องจากในประเทศไทยการเมือง มันมีการต่อสู้กันดุเดือด เพราะตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองมา เรามีรัฐธรรมนูญครั้งแรก ถ้าผมจำไม่ผิด มีสิ่งที่คณะราษฎรพยายามสร้างขึ้นมาก็คือว่า &lt;b&gt;รัฐธรรมนูญเปรียบเสมือนหนึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ข้าราชการต้องปฏิญาณสาบานตนเลยว่า ต้องพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญ จะโค่นล้มรัฐธรรมนูญไม่ได้ ถือว่าเป็นความผิด ฉะนั้นในช่วงระยะเวลาประมาณสิบกว่าปี แนวความคิดนี้ ลงรากไปลึกพอสมควร เพียงแต่ว่า มันมีในช่วงที่จอมพล ป.ขึ้นมาเป็น นายกรัฐมนตรี ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จอมพล ป.ก็ได้รับอิทธิพลมาจากทางด้านฟาสซิสต์มุสโสลินี และจากของญี่ปุ่น โดยเฉพาะหลวงวิจิตรฯ นำมาเผยแพร่ในยุคนั้น เลยทำให้กระแสทางด้านขวามันไปมาก แต่ก็เป็นขวาแบบมุสโสลินี ขวาตกขอบ ว่าที่จริง&lt;b&gt;เป็นขวาที่ไม่เอาระบบเจ้าด้วย&lt;/b&gt;”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“คณะราษฎรเองก็มีหลายส่วน ส่วนที่เป็นทหาร ก็มีแนวโน้มเป็นแบบจอมพล ป. ยกเว้นพระยาพหลฯ ซึ่งต้องยอมรับว่า ท่านเป็นนายทหารประชาธิปไตยจริง ๆ พอจอมพล ป. ขึ้นเป็นนายกฯ ความนิยมในระบอบประชาธิปไตยโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามรูปแบบของตะวันตก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งก่อนที่จอมพล ป.จะขึ้นเป็นนายกฯ ทิ้งช่วงจากเปลี่ยนแปลงการปกครองก็ไม่กี่ปีเท่านั้น ฉะนั้นในช่วงนั้นอาจจะเรียกได้ว่ามันมีความเป็นประชาธิปไตยค่อนข้างจะเต็มใบ มันถึงมีวันรัฐธรรมนูญอะไรต่ออะไร คือในยุคนั้นมีความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย คนชั้นสูงชั้นกลางเชื่ออย่างนั้น มีบรรยากาศของประชาธิปไตยโดยเรารับมาจากตะวันตกค่อนข้างจะสูงมาก”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;จอมพล ป.ดึงอำนาจกลับมาที่ทหารเต็มรูปแบบ&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“คือพอตัวเองขึ้นมาเป็นใหญ่ อันนี้มันเป็นกฎธรรมชาติอีกอย่างหนึ่ง ก็คืออำนาจและขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องจากข้างนอกด้วย เพราะขณะนั้นกระแสทางด้านขวาขึ้นแรงมากนะ คนที่นิยมในอำนาจจะมีความเชื่อว่า ทางเยอรมนีจะชนะสงครามมากกว่า และผมก็เชื่อว่าจอมพล ป.ท่านคิดอย่างนั้นเหมือนกัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถึงตัดสินใจว่า เอาหละยอมเป็นพันธมิตรยอมให้ญี่ปุ่นเข้ามา ตรงนั้นก็เป็นช่วงหนึ่งที่ชะงักไปแต่พอสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง จอมพล ป.ถูกดำเนินคดีฐานเป็นอาชญากรสงคราม ก็หมดอำนาจไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คณะราษฎรสาย อ.ปรีดี ก็ขึ้นมา ถึงมีการเลือกตั้งและมาเป็นรัฐธรรมนูญ 2489 ซึ่งว่าที่จริง ก็พัฒนามาดีมากๆ แล้วหละในตอนนั้น เข้าที่เข้าทาง 2489 มาสู้กันหนักก็เรื่องพฤฒสภาเท่านั้นเอง และก็เป็นมรดกตกทอดต่อมา ซึ่งสร้างปัญหาให้กับการปกครองระบอบประชาธิปไตยก็คือวุฒิสภานี่เอง”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“พอคณะราษฎรสายก้าวหน้า สายที่นิยมประชิปไตยคือสาย อ.ปรีดี ขึ้นมาครองอำนาจ มันก็ดูจะเข้าที่เข้าทางดีแล้ว แต่ฝ่ายที่สูญเสียไม่ใช่ฝ่ายจอมพล ป.เท่านั้นนะ ฝ่ายที่เขามีความรู้สึกว่า เขาน่าจะได้มีโอกาสกลับมาอีก ตอนนั้นก็คิดกันว่า จอมพล ป.จะหมดอำนาจแล้ว แต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะจอมพล ป.มีลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นทหาร โดยเฉพาะจอมพลสฤษดิ์ พวกนี้เขาก็มีความรู้สึกว่า ทหารถูกทอดทิ้ง ถูก treat เป็นผู้แพ้สงครามเหมือนญี่ปุ่นด้วย ที่ไปยึดเชียงตุงไว้ ต้องเดินนับหมอนรถไฟกลับมา มันเป็นความเจ็บช้ำน้ำใจของฝ่ายทหาร เขาก็มีความรู้สึกต้องการจะกลับมามีอำนาจอีก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ก็มองเห็นจอมพล ป. ตอนที่แกชนะกบฏบวรเดช นี่แกเป็นวีรบุรุษของฝ่ายทหารเลย ทำไปทำมา ก็เลยมาจับมือกัน แล้วก็โค่นรัฐบาลประชาธิปไตยเมื่อปี 2490 เพราะฉะนั้น &lt;b&gt;แบบฉบับของรัฐประหารที่มันเกิดขึ้นเต็มรูปแบบที่สุดก็คือ 2490&lt;/b&gt; ซึ่งเป็นการขึ้นมาทำรัฐประหารล้มระบอบประชาธิปไตยในขณะนั้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันนี้แหละที่เรียกว่าเป็นการรัฐประหารอย่างแท้จริง หลัง ๆ มีรัฐประหารเงียบ รัฐประหารเนียน แต่ครั้งนี้ มันเป็นการรัฐประหารที่เข้ายึดอำนาจการปกครอง ซึ่งเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะขณะที่ปี 2490 เรามีรัฐธรรมนูญ 2489  ซึ่งเพิ่งประกาศใช้ใหม่ๆ ยังอุ่นๆ อยู่เลยก็ว่าได้ ก่อนจะมาถูกรัฐประหาร“
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;แม้จะผ่านมาหลายสิบปี แต่ อ.พนัสยังเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2489 เป็นรัฐธรรมนูญที่จัดความสัมพันธ์ของอำนาจในสังคมไทยได้สมดุลที่สุด&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“ผมว่าเป็นรัฐธรรมนูญซึ่งมีความพอดี มีความสมดุลในการจัดวางอำนาจต่างๆ ไว้อย่างเหมาะสมที่สุด เพราะ 2475 กดอำนาจพระมหากษัตริย์ลงมาก มีข้อห้ามต่าง ๆ ค่อนข้างเข้มงวดมาก แต่รัฐธรรมนูญ 2489 ผ่อนคลายลงมาเยอะ เพราะทางฝ่ายเจ้าเองก็มีบทบาทไปทำรัฐธรรมนูญ 2489 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ว่าที่จริงแล้วคนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงก็คือ อ.เสนีย์ (ปราโมช) เพราะฉะนั้นกว่าจะคลอดออกมาได้ ถึงมีปัญหาตรงพฤฒสภานี่แหละ เดิมทีเดียวรัฐธรรมนูญ 2475 ไม่มีพฤฒสภา มีสภาเดียว ดังนั้นที่จะพัฒนามาเป็น ร 2489 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เจตนาของ อ.ปรีดี จริง ๆ คงต้องการให้มีสภาเดียว และก็มาสมาชิกประเภทเดียวก็เป็นผู้แทนราษฎรได้รับการเลือกตั้งมาโดยตรง แต่ฝ่าย อ.เสนีย์ ฝ่ายเจ้าฝ่ายอำมาตย์บอกไม่ได้ ต้องมีพฤฒสภา สุดท้าย อ.ปรีดี ก็ต้องยอม ต้องประนีประนอม และต้องมาต่อสู้กันดุเดือดมากเพื่อที่จะช่วงชิงเข้าไปในพฤฒสภา&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;จริงอยู่ที่รัฐธรรมนูญ 2489 ไม่มีคำประกาศคุณค่าระบอบประชาธิปไตยหรือกำหนดให้ต้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญ แต่คณะราษฎรต้องการยังคงมีเจตนาเหนียวแน่นที่จะสร้างให้เป็นธรรมเนียมประเพณีของการปกครองระบอบประชาธิปไตย &lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เหมือนอย่างอเมริกา เขาก็ถือว่ารัฐธรรมนูญของเขาเหมือนเป็นคัมภีร์ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ นั่นก็คือสิ่งที่คณะราษฎรพยายามจะสร้างว่า รัฐธรรมนูญล้มล้างไม่ได้เพราะเป็นเสาหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น ยุคนั้น ก็ไม่มีใครกล้า แม้กระทั่งจอมพล ป.เอง ก็ยังต้องยอมรับในหลักการนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่พอมาถึง 2490 ความคิดพวกนี้มันไป ความคิดที่ว่าจะต้องผูกพันอยู่กับหลักการว่าเราจะต้องเทิดทูนรัฐธรรมนูญ มันไม่มีแล้ว ถึงขนาดว่า หลวงกาจทำรัฐธรรมนูญไว้ก่อนเลย ที่เรียกว่า&lt;b&gt; รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม&lt;/b&gt; เพราะได้ทำการร่างรัฐธรรมนูญไว้ก่อนแล้วและซ่อนไว้ใต้ตุ่ม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลังจากรัฐประหารเสร็จก็นำออกมาปรับปรุงก่อนประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญปี 2490 นี่คือจุดเริ่มต้นของการไม่ยึดถือรัฐธรรมนูญ ยึดอำนาจรัฐประหาร ซึ่งเราก็เรียกสลับไปมาว่าปฏิวัติ-รัฐประหาร แต่ในยุค 2475 ไม่ใช่การรัฐประหารเพราะถ้ารัฐประหารมันคือการยึดอำนาจล้มล้างระบอบประชาธิปไตย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;และในตอนนั้นก็มีคำพิพากษาศาลฎีกาตัดสินรับรองตรงนี้บอกว่า เมื่อเขายึดอำนาจได้สำเร็จแล้ว คนในบ้านเมืองยอมรับแล้วว่า เขามีอำนาจในการปกครอง เพื่อให้บ้านเมืองสามารถเดินหน้ากันต่อไปได้ มันไม่มีทางอื่นใด ก็ต้องรับรองว่าเขาเป็นรัฏฐาธิปัตย์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คำว่ารัฏฐาธิปัตย์ก็เกิดขึ้นมาตั้งแต่นั้น คนที่ออกมาเขียนเลยก็คือ &lt;b&gt;อ.หยุด แสงอุทัย&lt;/b&gt; ท่านจบจากเยอรมนีและในยุคนั้น ท่านก็ดังพอๆ กับ อ.ปรีดี เป็นคนให้ความเห็นในทางกฎหมาย ขนาดคำพิพากษาศาลฎีกาปกติแล้ว คนที่จะไป comment ทำความเห็นต่อท้ายคำพิพากษาในลักษณะของการอธิบายหรือเป็นการวิจารณ์&amp;quot;  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อ.หยุดก็ comment คำพิพากษา 45/2496 ว่า เป็นคำพิพากษาซึ่งยืนยันว่าการรัฐประหาร 2490 เป็นการกระทำที่ชอบ โดยอาศัยหลักรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าหากว่าผู้ที่มายึดอำนาจสามารถกระทำการได้สำเร็จและผู้คนประชาชนโดยทั่วไปก็ยอมรับ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2496 : 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“…ข้อเท็จจริงได้ความว่าในพ.ศ.2490 คณะรัฐประหารได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศได้เป็นผลสำเร็จ การบริหารประเทศชาติในลักษณะเช่นนี้ คณะรัฐประหารย่อมมีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไขยกเลิกและออกกฎหมายตามระบบแห่งการปฏิวัติ เพื่อบริหารประเทศชาติต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มิฉะนั้นประเทศชาติจะตั้งด้วยความสงบไม่ได้ ดังนั้นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2490 จึงเป็นกฎหมายอันสมบูรณ์…”) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะฉะนั้นตรงนี้สำคัญ ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาอย่างนี้ เพราะในสมัยก่อนการรัฐประหารประชาชนไม่ว่าอะไรทั้งนั้น นี่จึงเป็นบรรทัดฐาน เป็นคำพิพากษาของศาลสูงสุด&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;รัฐประหาร 2490 ซึ่งอันที่จริงแล้ว มันก็เป็นความร่วมมือกันระหว่างฝ่ายจอมพล ป. ก็คือคณะราษฎรที่เหลืออยู่ แต่เป็นคณะราษฎรซีกขวาสุด และอีกฝ่ายก็คือ ฝ่ายอำนาจเก่า แต่ฝ่ายจอมพล ป.ถือว่ามีอำนาจสูงสุด โดยอาศัยจอมพลผิน(ชุณหะวัณ) เป็นนอมินี ฉะนั้น คนที่เป็นหัวหน้าในการทำรัฐประหารจริงๆ คือจอมพล ป. 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คล้ายว่าเป็นการตกลงกันว่า จะจับมือกันก่อนนะ แล้วก็ร่วมกันทำลายทางฝ่ายคณะราษฎรและเสรีไทยให้หมด พอ อ.ปรีดี พยายามที่จะกลับมา ทำที่เรียกว่ากบฏวังหลวงซึ่งก็แพ้ เพราะทหารเรือไม่มาตามนัด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นั่นแหละคือ จุดเริ่มต้นของการกวาดล้างแนวความคิดในทางประชาธิปไตยที่ อ.ปรีดี เรียกว่าสิทธิประชาธิปไตยของคนไทยที่จะต้องพิทักษ์รัฐธรรมนูญอะไรต่างๆ พวกนี้ มันถูกทำให้ลดความสำคัญลง&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;โอเคว่า 2490 จอมพล ป.กลับมามีอำนาจ แต่ฝ่ายอำนาจเก่าไม่แฮปปี้ เพราะเดิมเป็นข้อตกลงว่า พอทำรัฐประหารให้นายควง (อภัยวงศ์ ) เป็นนายกฯ แต่เป็นอยู่ไม่กี่วัน ก็มาไล่ออกไปแล้วเอาจอมพล ป.ขึ้นมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฉะนั้นในช่วง 2490 มาจนถึง 2500 ที่จอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจ มันจึงเป็นการต่อสู้กันระหว่างจอมพล ป.กับฝ่ายอำนาจเก่า และการที่จอมพลสฤษดิ์ยึดอำนาจปี 2500 ครั้งนั้นเรียกได้ว่า &lt;b&gt;คณะราษฎรไม่ว่าปีกไหนถูกทำลายหมดสิ้น&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แนวความคิดของจอมพล ป.ก็จะถูกดิสเครดิต เอามาประณาม ยกเว้นอย่างเดียวคือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ&lt;b&gt;ลัทธิชาตินิยม&lt;/b&gt; เพราะเป็นเรื่องที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้ ที่จริงใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยเลยนะเรื่องนี้ ซึ่งเราก็เห็นอยู่ ซึ่งการยึดอำนาจ 2500 ในความเห็นของผม มันพาเอาแนวความคิดในเรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตยไปด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างธรรมศาสตร์เองจอมพลถนอมเป็นอธิการบดี และเขาก็เปลี่ยนระบบจากมหาวิทยาลัยเปิดมาเป็นมหาวิทยาลัยปิด เปลี่ยนแม้กระทั่งเพลงประจำมหาวิทยาลัย เห็นชัดเจนเลยว่าต้องการที่จะล้างให้หมด&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;ในช่วงหลังๆ นักกฎหมายมักจะเข้าไปเป็นกุนซือให้คณะรัฐประหาร ไม่ใช่แค่การตั้งเป็น สนช. แต่เริ่มวางแผนกันเลยทีเดียว&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ยุคแรกๆ ก็มี แต่อาจจะไม่ออกหน้าออกตา คือถึงอย่างไร เขาก็ต้องมีนักกฎหมายอยู่ด้วย เพราะพอยึดอำนาจปุ๊บ พวกฝ่ายกฎหมายก็มีตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย เพราะฉะนั้นการวางแผนในทางกฎหมายของเขา มันต้องมีอยู่แล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปี 2490 ผมคิดว่าการวางแผนในทางกฎหมายเพื่อที่จะรับรองความชอบธรรมของการยึดอำนาจครั้งนั้น คงจะได้มีการปรึกษาหารือมีการวางแผนกันอย่างลึกซึ้งพอสมควร และที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำอย่างไรที่จะโน้มน้าวตุลาการได้ การที่จะโน้มน้าวตุลานั้นก็แน่นอนแบบไทยๆ ก็ไปล็อบบี้กันได้ อาจจะไม่ร่วมวางแผนกันมาตั้งแต่แรก &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;คณะรัฐประหารยุคนั้นก็เขียนนิรโทษกรรมตัวเอง ไม่ต่างจากมาตรา 36-37 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2549&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เหตุที่เขาเปลี่ยนรูปแบบตรงนี้อันนี้เป็นสิ่งที่น่าศึกษา เพราะว่ารูปแบบที่เขาทำซึ่งต้นแบบก็คือการรัฐประหาร 2490 ก็คือการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แต่ถามว่านิรโทษกรรมเมื่อ 2490 ไม่ได้ทำหรือ เพิ่งมาทำหรืออย่างไร คำตอบก็คือไม่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รู้สึกว่าตอนที่เปลี่ยนแปลงการปกครองก็มีกฎหมายนิรโทษกรรมเหมือนกัน และตอนที่พระยามโนปกรณ์ฯ ปิดสภา ซึ่งก็เท่ากับเป็นการยึดอำนาจอย่างหนึ่ง หมายความว่าไม่ยอมรับอำนาจของประชาชนจึงปิดสภา พระยาพหลฯ ก็เข้าไปยึดกลับคืนมา เมื่อปี 2476  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฝ่ายโน้นเขาก็อ้างว่า นี่ถือเป็นรัฐประหารเหมือนกัน ก็อย่างที่เถียงกันมาตั้งแต่หลัง 19 กันยาว่า คราวพระยาพหลฯ ไม่เป็นรัฐประหารหรือไง ซึ่งอันนี้ก็นำมาสู่การที่บอกว่าสมัย อ.ปรีดี ไม่เรียกปฏิวัติแต่เป็นอภิวัฒน์&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&#039;จิตวิญญาณ&#039; ยังมี&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ ท้ายที่สุดแล้วก็อยู่ที่การลงประชามติของประชาชน  &lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เขาก็ไม่ได้เสนออะไรที่มันออกไปนอกกรอบของหลักวิชานิติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนิติศาสตร์กระแสหลักที่เรายึดถือกันมา ก็คือ Positivism หลักสำนักกฎหมายบ้านเมือง เพียงแต่ว่า นิติราษฎร์เขายืนยันว่า &lt;b&gt;อำนาจรัฏฐาธิปัตย์คือประชาชน&lt;/b&gt; &lt;b&gt;เขายึดถือระบอบการปกครองประชาธิปไตย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะฉะนั้น ถ้าใครจะมาแอบอ้างจะโดยวิธีการใดก็แล้วแต่ ใช้กำลังเข้ามายึดอำนาจยึดบ้านเมืองแล้วบอกว่า ตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นิติราษฎร์เขาปฏิเสธตรงนั้น ในยุคสมัยก่อน ความรู้สึกที่ว่า การยึดอำนาจมันแทบจะไม่เป็นเรื่องผิดร้ายอะไร ในความรู้สึกของคนไทยก็คือ มันก็พวกเดียวกัน ก็คือเป็นพวกอำนาจนิยมด้วยกันทั้งนั้น แล้วมาสู้กันเท่านั้นเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฉะนั้นพอจาก 2490 มาแล้ว ถึงแม้จะมีการยึดอำนาจครั้งแล้วครั้งเล่า มันก็เป็นการต่อสู้กันในระหว่างชนชั้นนำ มันไม่ได้มีการต่อสู้กันเพื่อประชาชนหรือเพื่อประชาธิปไตย พอหลังจาก 2490 เรามีกบฏมีปฏิวัติรัฐประหารตั้งหลายครั้ง จอมพล ป. ก็ปฏิวัติตัวเอง จอมพลถนอมก็ปฏิวัติตัวเอง ที่เราเรียกว่าปฏิวัติเงียบ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และคำว่าปฏิวัติเริ่มใช้ตั้งแต่ 2500 เพราะจอมพลสฤษดิ์เรียกตัวเองว่าคณะปฏิวัติ ฉะนั้น อ.ปรีดี ถึงออกมาอธิบายในตอนนั้น ท่านบอกว่าของท่าน revolution คืออภิวัตน์ ฉะนั้นการปฏิวัติแบบที่ทำอยู่เป็นการปฏิวัติเพื่อช่วงชิงอำนาจกันในกลุ่มอำนาจนิยม&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าปฏิวัติหรือรัฐประหาร ความรู้สึกของคนในสังคมตอนนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว ที่เคยรู้สึกว่าได้ผิดอะไร ผมคิดว่าสาเหตุที่เปลี่ยนไปเนื่องจากว่า คนไทยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักกับการยึดอำนาจของทหาร   โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้านับเนื่องมาตั้งแต่ 14 ตุลาเป็นต้นมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การบาดเจ็บล้มตายของนักศึกษา ยิ่งพอมาถึง 6 ตุลา กระทบความรู้สึกของคนไทยมากๆ มันถึงทำให้ทหารเขาต้องเปลี่ยนท่าที ในยุคจอมพล ป. จอมพลสฤษดิ์ เราอาจจะเรียกได้ว่า ทหารเป็นผู้ถืออำนาจที่แท้จริง เป็นเผด็จการทหารเลย&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;จิตวิญญาณเสรีประชาธิปไตยที่ถูกบอนไซตั้งแต่ 2490 ทำให้เราไม่เห็นคุณค่ารัฐธรรมนูญและยอมรับรัฐประหารที่อ้างว่าปราบนักการเมืองคอรัปชั่น&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมไม่ได้บอกว่าจิตวิญญาณมันไม่มีอยู่ ผมเพียงแต่บอกว่า มันเป็นความพยายามของฝ่ายที่ต้องการจะทำลายประชาธิปไตยให้สิ้นซาก แม้กระทั่งความคิดความอ่านที่เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องการที่จะล้างออกไปให้หมด นั่นเป็นความพยายามและได้กระทำกันมา แต่สุดท้ายแล้วมันพิสูจน์ให้เห็นว่า สิ่งนี้มันล้างออกไปไม่ได้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และสิ่งที่มันแปลกไปกว่านั้นก็คือ คนที่มีจิตสำนึกเรื่องประชาธิปไตย เมื่อก่อนจะพูดคุยกันเฉพาะคนในระดับปัญญาชนคนชั้นกลางขึ้นไป แต่ตอนนี้ มันลงไปอยู่ระดับล่าง ตรงนี้สำหรับฝ่ายอำนาจที่ยังต้องการรักษาอำนาจของตัวเองไว้ในลักษณะเดิมมันก็เป็นการคุกคามเขา&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;ปัญญาชนคนชั้นกลางกลับเห็นด้วยว่ารัฐประหารเลวน้อยกว่าโกง  &lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;เป็นความพยายามที่จะสร้างเงื่อนไขให้ทำรัฐประหารได้ เป็นข้อยกเว้นสำหรับการที่จะเข้ามายึดอำนาจกลับไปเป็นของพวกตัวเอง โดยที่คนชั้นกลางปัญญาชนในยุคซึ่งถูกปกครองมาหลังจาก 6 ตุลา ได้รับการปลูกฝังในความคิดจิตวิญญาณของตัวเองในลักษณะว่า ตัวเองไปเป็นฝ่ายอำนาจโดยไม่รู้ตัว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าในเมื่อรัฐบาลเลวคอรัปชั่น มันก็มีความชอบธรรมที่จะรัฐประหารได้ มันเป็นวิธีคิดของคนชั้นกลาง พวกปัญญาชนซึ่งในที่สุดแล้วพวกนี้ก็กลายพันธุ์&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;โดยที่ปากก็บอกว่า ไม่เอารัฐประหาร&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ที่เขาบอกว่าไม่เอารัฐประหาร ผมสันนิษฐานว่า มันเป็นเพราะในความรู้สึกของปัญญาชนในช่วงที่มีการต่อสู้ตั้งแต่ 14 ตุลามา คือ &lt;b&gt;คนที่จะเรียกว่าตัวเองเป็นปัญญาชนได้ทุกคน จะต้องบอกว่า ไม่เอารัฐประหาร&lt;/b&gt; เพราะสู้กับเผด็จการทหารมาตลอด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ในเมื่อตัวเองมีความรู้สึกว่า กำลังถูกคุกคามจากสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเมื่อทักษิณเข้ามา แล้วใช้นโยบายหาเสียงจนปลุกฐานคนระดับล่างขึ้นมาทั้งหมด พวกนี้ก็เลยเหวี่ยงตัวเองไปอีกด้านหนึ่ง เรียกว่าเป็น&lt;b&gt;อำมาตย์ใหม่&lt;/b&gt;ก็ได้ เพราะว่ากันตามจริง เขาก็เป็นอำมาตย์กันอยู่แล้วทั้งนั้น โดยฐานะตำแหน่งของเขาเพียงแต่คราบยังทำให้คนเข้าใจผิดอยู่ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะหลายๆ คนได้เคยร่วมต่อสู้มาตั้งแต่ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ เคยต่อสู้กับเผด็จการทหาร ซึ่งมันทำให้อย่างน้อยที่สุด เขามีความรู้สึกว่า เขายังเป็นนักสู้นะ ยังมีความภูมิใจตรงนี้อยู่ ยังมีความรู้สึกว่า ยอมรับไม่ได้ที่จะให้ทหารมามีอำนาจเหนือตัวเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันนี้มันเป็นสภาวะจิตใจของคนไทยอย่างหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันปัญญาชนไทยฝ่ายที่ในที่สุดแล้วก็ยอมรับว่า &lt;b&gt;มันมีการรัฐประหารที่ดีได้นะ (หัวเราะ) ก็คือรัฐประหารที่มาทำลายคนเลว การรัฐประหารอาจจะเป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการเอามากำจัดคนชั่วโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือทักษิณ&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;ก็เลยยึดเอา &#039;ผล&#039; เป็นหลัก ไม่ต้องสนใจ &#039;กระบวนการ&#039;&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;อย่างที่สมศักดิ์ (เจียมธีรสกุล) เขียนไว้ว่า โดยเนื้อหาหรือโดยกระบวนการอันไหนสำคัญกว่ากัน แต่ถ้าดูให้ดีจะเห็นว่า ของเรายึดอย่างนี้มานานแล้ว คือวิธีคิดแบบไทยถ้าจะให้ classified แบบฝรั่ง อาจจะเรียกว่าเป็นพวก pragmatic ก็ได้ หมายความว่า&lt;b&gt;เอาของอะไรที่มันจริงและมันเกิดผลได้จริงและเป็นประโยชน์&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนวิธีการจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ ก็ให้มันเป็นที่พอใจเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากมีการตั้งเป้าว่าจะเอาอย่างนี้ อย่างนี้เป็นสิ่งที่พึงพอใจเป็นสิ่งที่เราต้องการ ถือว่า ideal ที่สุด ไปให้ถึงตรงนั้น จะอย่างไรก็ได้ขอให้ไปถึงตรงนั้นให้ได้แล้วกัน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;การประกาศความเสียเปล่าของรัฐประหาร 19 ก.ย.49 เป็นสิ่งใหม่สำหรับเมืองไทย ซึ่งคงไม่ได้เกิดขึ้นง่ายนัก&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;กลุ่มนิติราษฎร์ก็บอกไว้ว่า สิ่งที่เขาเสนออกมาไม่คิดว่า มันจะต้องสำเร็จผลตามที่เขาเสนอในทันทีทันใด แต่อย่างน้อยที่สุดความคิดอันนี้มันออกมาแล้ว &lt;b&gt;เขาเปรียบเทียบดี มันเหมือนความคิดของสังคมไทยเราอยู่ในกรงขัง&lt;/b&gt; คือคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็คิดว่า เออ ในเมื่อเขายึดอำนาจได้สำเร็จ เขาก็ต้องเป็นรัฏฐาธิปัตย์ เขาก็มีความชอบธรรมที่จะปกครองบ้านเมือง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่สิ่งที่ อ.วรเจตน์กับคณะเสนอ มันคือการคิดนอกกรอบอันนั้นออกมา ว่าแท้ที่จริงมันคิดอีกอย่างหนึ่งได้ แต่ส่วนที่ว่า จะไปถึงสิ่งที่เขาเสนอเมื่อไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในสังคมไทยเราเอง อาจจะไม่เกิดในตอนนี้หรืออาจจะเกิดในเร็ว ๆ นี้ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างสมมติว่า มันไปโดนใจตุลาการ ซึ่งผมเชื่อว่ามีเยอะ ในสังคมไทยเราไม่กล้าที่จะแหกคอก เพราะเป็นห่วงสถานภาพของตัวเอง เคยทำมาอย่างไร ก็ต้องทำไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่เห็นด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อย่างการตัดสินว่า ในเมื่อเขายึดอำนาจได้แล้ว เขาก็เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ศาลฎีกาเคยตัดสินไว้อย่างไรก็ตัดสินตามนั้นไป แต่ถ้าเกิดพวกนี้เขามีความรู้สึกว่า แล้วทำไมเขาจะต้องทำอย่างนั้นต่อไปล่ะ ก็เริ่มมีแล้วไงล่ะ &lt;a href=&quot;http://www.supremecourt.or.th/file/criminal/keerati%209-52.pdf&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ผู้พิพากษาทำความเห็นแย้งในคดียงยุทธ&lt;/a&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;หรือแม้แต่ทหารชั้นผู้น้อยก็เริ่มรู้สึกว่า ทำไมต้องทำตามผู้บังคับบัญชา &lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ใช่ สิ่งนี้ไงคือสิ่งที่วรเจตน์กับคณะนิติราษฎร์ที่เขาเสนอมา มันไม่ได้เป็นการเสนอว่าจะต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ เขาเพียงบอกว่า ถ้าอยากให้มันสำเร็จผล มันมีวิธีอยู่ เพียงแต่ว่าเงื่อนไขที่จะไปสู่วิธีนั้นมันยังเป็นไปไม่ได้ ข้อเสนอนั้นมันเป็นตัวกระตุ้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งเมื่อก่อนคนไทยอาจจะมีความรู้สึกว่า โอ้ย ป่วยการคิด บ้านเมืองไม่ได้เป็นของเราคนเดียว คิดไปก็เท่านั้น เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าสิ่งพวกนี้ฉันจะไม่ยอมรับมันเราก็ต้องทนอยู่กับมันต่อไป สิ่งที่นิติราษฎร์โยนลงมา มันทำให้คนเริ่มมาคิดว่า เอ๊ะ มันทำได้นี่หว่า ฉันไม่จำเป็นต้องทำตามก็ได้นี่หว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และว่าที่จริงถ้าอ่านใจกันจากเงื่อนไขที่มีในเวลา และนิติราษฎร์โยนอันนี้ลงมา คิดว่าทางทหาร เขาก็ต้องคิดหน้าคิดหลังเยอะไหมล่ะ ถ้าเขาคิดจะทำ โดยเฉพาะเงื่อนไขที่สำคัญคือ ขณะนี้ไม่มีใครทราบหรอกว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คนที่คิดแบบเสื้อแดงมันมากน้อยแค่ไหน อาจจะไม่ใช่เสื้อแดง แต่ไม่อยากได้แบบเก่า เบื่อเต็มทีแล้ว ฉันอยากจะเป็นประชาธิปไตยจริงๆ เสียที คนคิดแบบนี้ผมก็ว่ามีเยอะเหมือนกัน&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;คนที่ออกมาต่อต้านนิติราษฎร์หนักๆ คือคนที่จะได้รับผลกระทบอย่าง คตส.-อดีต ส.ส.ร. เพราะอาจต้องโดนข้อหากบฏ&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมยังเคารพอยู่นะว่า หลายๆ ท่านที่ทำก็จำเป็นต้องทำ เพราะไม่กล้าที่จะแหกคอกออกไป ไม่กล้าที่จะแหกกรงออกไป เพราะฉะนั้นในเมื่อขนาดชาวบ้านยังคิดได้ ทำไมพวกนี้เขาจะคิดไม่ได้ เพียงแต่ว่าอย่าง คตส.เอง เขาจะโดนผลกระทบโดยตรงเลยจากข้อเสนอนิติราษฎร์ นอกเหนือไปจาก คมช.ก็คือคตส.นี่แหละ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส.ส.ร.50 น่าจะห่างออกไปด้วยซ้ำ แต่ คตส.เขาก็ต้องทำเหมือนกับกลุ่มอื่นๆ นั่นแหละ เขาเกิดขึ้นมาก็เนื่องจาก คมช.สั่งให้เขาทำอย่างนั้น เพราะฉะนั้นตัวการที่แม้จริงคือ พวกที่รวมกลุ่มเป็น คมช.ในการเข้ามายึดอำนาจทำรัฐประหารนี้เท่านั้น ผมคิดว่า ข้อเสนอของวรเจตน์ เขาไม่ได้เสนอถึงขั้นที่ว่าจะเอาพวกทำรัฐประหารมาลงโทษนะ ไม่ได้ชัดเจน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เขาเสนอเพียงแต่ว่าไม่ให้ถือว่ามีผลเท่านั้นเอง ทีนี้คนก็ไปบอกว่าอย่างนั้นถ้าถือว่าไม่มีผล พวกนี้ก็ต้องเป็นความผิดฐานกบฏ แต่จะเป็นความผิดฐานกบฏตามหลักกฎหมายอาญา ต้องเป็นผู้ที่คบคิดเป็นตัวการ คนที่มาช่วยทีหลังเขาเรียกว่า after fact มันไม่ใช่ผู้สนับสนุนในทางกฎหมาย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้สนับสนุนที่จะมีความผิดร่วมด้วย จะต้องสนับสนุนด้วยกันมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่นี่เขายึดอำนาจสำเร็จแล้วบอก เฮ้ย คุณมาช่วยเขียนกฎหมายให้หน่อยสิ คุณมาออกคำสั่งอะไรต่างๆ ให้หน่อยสิ อันนี้มันหลังจากเกิดการยึดอำนาจแล้ว ถ้าจะเอาหลักกฎหมายอาญามาจับจริงๆ พวกนี้เขาไม่ผิดในฐานะที่เป็นตัวการสมคบหรือเป็นผู้สนับสนุนด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะความผิดมันเกิดขึ้นแล้วในการยึดอำนาจ ที่จะผิดฐานทำรัฐประหารเป็นกบฏ คือผู้ที่สมคบคิดกันมาตั้งแต่ต้นและก็ลงมือกระทำ และเมื่อเขายึดอำนาจสำเร็จแล้วส่วนใหญ่เขาก็จะเรียกคนโน้นคนนี้เข้ามาช่วย พวกที่ถูกเรียกเข้ามาทุกคนก็อ้างได้ ก็ฉันไม่ได้ไปสมคบคิดกับเขา เขาเรียกมา ฉันมีหน้าที่ก็ต้องไป เขาบอกให้ทำอย่างนี้ก็ต้องทำ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ว่าจะเอาโทษฐานเป็นกบฏกันจริงๆ มันคือคนที่คบคิดกันแล้วมาทำการยึดอำนาจเท่านั้นเอง ทีนี้มันก็ขึ้นอยู่กับการตีความอีก หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับหลักฐานอีกว่า ได้ไปสุมหัวกันที่บ้านนั้นบ้านนี้หรือเปล่า มันอยู่ที่การพิสูจน์หลักฐาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่คนที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ คนที่เอารถถังออกมา ออกมาประกาศนั่งเรียงแถวหน้ากระดานอ่านคำแถลงการณ์ นอกนั้นคนอื่นๆ ก็อ้างได้ว่าตั้งเขาขึ้นมา เขาไม่ได้ไปสมคบด้วย อย่าง คตส.ก็พูดได้เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้ การที่เขาไปอยู่ตรงนั้นบางคนเขาไปอยู่ด้วยความเต็มใจ ไปด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฉะนั้นถ้ามีใครมาเสนอว่าสิ่งที่คุณทำมันไม่ถูก มันอาจจะผิดกฎหมายด้วย แน่นอนว่ามันก็ต้องกระทบกระเทือนกับเขา เขาก็ต้องโดดมา โดยสัญชาตญาณเขาก็ต้องป้องกันตัวเขาเอง&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้ไม่มีรัฐประหารในประเทศไทยอีก&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ถ้ามันสามารถสร้างให้เป็นประเพณีนิยมของคนไทยในที่สุดว่า เฮ้ยไม่ได้ คนที่จะเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจต้องเป็นประชาชน นี่คือสิ่งที่นิติราษฎร์เขาเสนอออกมา ถ้าสิ่งที่เขาเสนอมา มันไปกระตุ้นต่อมสำนึกของคนส่วนใหญ่ ให้ถึงขนาดที่ว่า เฮ้ย ไม่ใช่ใครจะมาใช้อำนาจบาตรใหญ่ ถือว่าตัวเองมีกำลังมีอาวุธเข้ามายึดอำนาจ อำนาจเป็นของฉันนะ เป็นของประชาชนนะ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถ้าเขาสร้างสามัญสำนึกอย่างนี้ได้ มันก็เหมือนสหรัฐอเมริกา นายพลทั้งหลายในกองทัพอเมริกาถ้ามันสั่ง อาวุธมันขนาดไหน แต่ไม่เคยเห็นมีใครมาคิดโค่นประธานาธิบดี เพราะฉะนั้นในความเห็นของผม ผมคิดว่าขณะนี้มันเป็นพลวัต เป็นพัฒนาการของสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถูกกระตุ้นด้วยเหตุการณ์หลายอย่างที่เกิดขึ้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งมันทำให้คนไทยมีความรู้สึกโหยหากับสิ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตย จะคืออะไรก็แล้วแต่ แต่นั่นหมายความว่าเขาต้องการจะมีสิทธิ์มีเสียง เขาจะไม่ยอมสยบกับใครก็แล้วแต่ ที่บอกว่าฉันมีอำนาจมากกว่าแกนะ แกต้องฟังฉัน ผมว่าตรงนั้นต่างหาก ไม่ใช่เป็นเพราะนิติราษฎร์ ซึ่งนิติราษฎร์เข้ามาในจังหวะที่คนอยากจะเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่มันหาอะไรมา spark ไม่ได้ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ที่มีการต่อสู้กันระหว่างรัฐบาลกับเสื้อแดงแล้วทหารเข้ามา อันนี้มันทำให้คนมีความรู้สึก ฉะนั้นถ้าใครมาเสนออะไรลักษณะที่เรียกว่าจะสามารถเอาไปต่อสู้ หรือเอาไปทำลายล้างกับสิ่งที่เขาคิดว่ามาย่ำยีทำลายเขา เขาเอาทั้งนั้นแหละ&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงมันก็มีอยู่อย่างเดียว คือเมื่อมีอำนาจอยู่ในมือจริงๆ แล้ว เป็นอำนาจของประชาชน ยังจะเป็นประชาธิปไตยต่อไปอีกหรือเปล่าเท่านั้นเอง นี่คือสิ่งที่น่าห่วง เพราะในความคิดของคนเรา ถ้ามีความรู้สึกของความแค้น ความเกลียดชังอะไรต่างๆ รวมอยู่ด้วย มันไม่ใช่เป็นความรู้สึกในแง่ที่ว่า ฉันต้องการจะต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของฉันอย่างเดียว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อไม่ใช่เป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์แบบนั้น โอกาสที่เขาจะรูสึกว่า เฮ้ยไม่ได้ ถ้าเราแย่งอำนาจมาอยู่ในมือเราได้แล้ว เราจะต้องยึดมันไว้ให้ได้อย่างเหนียวแน่นที่สุดเท่าที่จะเหนียวแน่นได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม มันก็จะเริ่มคิดอย่างนี้เกิดขึ้นมาอีก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;หากคิดมุมกลับว่าข้อเสนอของนิติราษฎร์ อาจทำให้ต่อไปนี้จะเป็นรัฐประหารแบบเบ็ดเสร็จ และกุมอำนาจยาวนานเหมือนในอดีต ไม่ใช่ยึดอำนาจแล้วจัดให้มีการเลือกตั้ง&lt;/i&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมว่าเงื่อนไขมันไม่ได้แล้ว เพราะตัวอย่างที่คิดแบบนี้ก็คือพม่า ซึ่งมาจนถึง ณ เวลานี้ พวกผู้นำทหารของพม่าเอง ก็ยอมรับแล้วว่า มันไม่น่าจะทำได้แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่า จากการที่มันมีความเคลื่อนไหวทางความคิด จากการที่ทางนิติราษฎร์เป็นคน spark มันทำให้คนไทยเกิดความรู้สึกร่วม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ถึงแม้ว่าจะไม่ลงไปถึงในระดับล่างทั้งหมด อย่างน้อยที่สุดในระดับปัญญาชนคนชั้นกลางด้วยกันเอง ซึ่งพูดง่ายๆ ว่าเลือกที่จะอยู่ข้างประชาธิปไตย มันมีความรู้สึกว่าเขามีความหวังมากขึ้นเยอะ พวกนี้จะเป็นพลังที่ต่อต้าน พวกนี้จะบอกว่า เฮ้ย ฉันไม่กลัวแล้วต่อไปนี้ ลองออกมาสิ จะสู้แล้วล่ะ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มันจะมีคนอย่างนี้เพิ่มมากกว่าเดิมเยอะเลย จะมีคนเชื่อมั่นว่าการรัฐประหารมันสามารถต่อต้านได้ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะมีความชอบธรรมอีกต่อไปแล้ว และมันจะมีแรงกดดันไปยังสถาบันตุลาการที่จะไม่ให้ออกมารับรองอีก&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ต่างมีจุดยืน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;i&gt;เห็นชัดว่าสำนักอธิการบดีเห็นต่างจากคณะนิติราษฎร์ และแม้แต่อาจารย์คณะนิติศาสตร์ด้วยกันเองต่างก็มีจุดยืนเป็นของตัวเอง แต่ในฐานะศิษย์เก่าและอดีตคณบดี อ.พนัสเห็นว่า ในแวดวงวิชาการควรจะได้ดีเบตทางความคิด เพราะคณะนิติศาสตร์ไม่ได้อยู่ในวัฒนธรรมเด็กเดินตามผู้ใหญ่เหมือนแต่ก่อนแล้ว&lt;/i&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;คณะนิติศาสตร์ในยุคผม เราไม่เคยรู้จักคณบดีเลย เรารู้จักแต่ชื่อไม่เคยเห็นท่าน ท่านอยู่ที่ศาล และอาจารย์ที่มาสอนทุกท่านเป็นอาจารย์พิเศษหมด และส่วนใหญ่ก็เป็นผู้พิพากษา เวลาเราต้อนรับอาจารย์มาสอนเรา ก็เหมือนต้อนรับขุนนางชั้นผู้ใหญ่ การพูดคุยแลกเปลี่ยนเป็นเรื่องที่เราไปเสาะแสวงหากันเอาเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คุยกันในระหว่างพวกเรากันเอง หรือไม่ก็ไปหาคนที่เราเคารพนับถือ ขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ลูกหาอะไรไปอย่างนั้น เราแทบจะไม่มีโอกาสได้ไปใกล้ชิดกับอาจารย์ เพราะฉะนั้นอาจารย์แต่ละคนของเราเรารู้จักแต่กิตติศัพท์ท่านเท่านั้น อย่างสมมติ อ.เสนีย์ (ปราโมช) สอบได้ที่หนึ่งเนติฯ อังกฤษ ว่าความเก่งมาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อันนี้ก็เป็นกิตติศัพท์ ฝรั่งเขาเรียกว่ามัน spin สร้างกิตติศัพท์ โดยเฉพาะการสร้างกิตติศัพท์ในแง่ดี มันเหมือนมี spin ดอกเตอร์ในยุคนั้นกิตติศัพท์ดีๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นเราเห็นอาจารย์แต่ละคน เราจะรู้สึกชื่นชม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และกิตติศัพท์ของผู้พิพากษาก็เรียกว่าเป็นเหมือนพระ หลายๆ คนในสมัยนั้นผมก็เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นนะ แต่ในยุคหลังนี่เป็นนายทุนมากกว่าผู้พิพากษา&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ว่าที่จริงในคณะนิติศาสตร์ เขาก็เรียนมาแหล่งเดียวกันแทบทั้งนั้น เรียนฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่ ตอนหลังเยอรมนีก็เพิ่มมากขึ้น พวกที่ไปเรียนอังกฤษ อเมริกา จะน้อยลงไปเรื่อยๆ ถึงอย่างไรก็ตามแต่ มันมีการสืบทอดในแง่ความคิดอยู่ จากอาจารย์ถึงศิษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เข้ามาเป็นอาจารย์ในคณะ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งในความคิดในเชิงนิติศาสตร์ของคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ คือในยุคผม อิทธิพลทางความคิด จะมาจากอาจารย์ส่วนใหญ่ที่เป็นผู้พิพากษา และผู้พิพากษาที่ดีกรีพอจะเป็นอาจารย์ได้ ส่วนใหญ่ก็จบจากเมืองนอก เป็นเนติฯ อังกฤษ พวกที่จบดอกเตอร์อังดรัวต์มีเหมือนกันแต่น้อย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฉะนั้น แนวความคิดต่าง ๆ ที่อาจารย์เอามาแทรกให้เราด้วยการสอนกฎหมายก็เป็น tradition เป็นธรรมเนียมประเพณีของทางระบบกฎหมายอังกฤษ เราก็ชื่นชมตามนั้น&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;แต่ต่อมามันมีการต่อสู้กันในทางความคิด ฝ่ายที่ไปเรียนทางภาคพื้นยุโรป เรียนฝรั่งเศส เขามาบอกว่า ระบบกฎหมายในเชิงนิติศาสตร์ที่มันสมบูรณ์แบบมากกว่า มันต้องเป็นระบบประมวลกฎหมาย เป็นระบบ civil law 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แล้วท่านอาจารย์ที่มาอุทิศตัวให้คณะนิติศาสตร์ และขึ้นมาเป็นคณบดีคือท่าน อ.&lt;b&gt;ปรีดี เกษมทรัพย์&lt;/b&gt; ท่านจบมาจากเยอรมนี และก็มีการสืบทอดต่อเนื่อง อาจารย์นิติศาสตร์ได้ทุนไปเรียนฝรั่งเศส เยอรมนี ออสเตรีย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทีนี้ในแง่ความคิดที่มันมาเกี่ยวข้องในเรื่องที่พูดง่ายๆ ว่ามันมามีผลในทางการเมืองด้วย อย่างเช่นนิติราษฎร์ออกมา อันนี้มันไม่ใช่เป็นการแบ่งแยกแบบสมัยก่อน ที่แบ่งว่านี่พวก common law นี่พวก civil law 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นิติราษฎร์ใช้ชื่อราษฎร์ซึ่งเขาก็จงใจอยู่แล้ว ก็หมายความว่าเขามีความคิดบุกเบิกของเขาเหมือนอย่างคณะราษฎร เขาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แต่การต่อสู้อันนี้มันก็จำเป็นที่จะต้องมีการแยกตัวออกมา จากแนวคิดกระแสหลักทางนิติศาสตร์ที่นักนิติศาสตร์ไทยเรายึด&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;โดยเฉพาะกระแสหลักของนักนิติศาสตร์ไทย ก็คือการเชื่อกันมาโดยไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอย่างอื่นไปได้ เชื่อว่าถ้าหากว่า ใครขึ้นมาปกครองประเทศและเป็นที่ยอมรับของประชาชน คนคนนั้นก็มีความชอบธรรมในการที่จะปกครองประเทศได้ เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ถ้าในเชิงนิติปรัชญาจะพูดอย่างนี้ก็ได้ว่า &lt;b&gt;กระแสหลักเป็น Positivism หมด&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตัวที่เป็นหลักฐานที่สำคัญก็คือ ถ้าไปถามนักกฎหมายว่า ยอมรับไหมที่ศาลฎีกาตัดสินว่า อย่างนี้ถูกต้องแล้ว ก็เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็ต้องตอบว่าถูกต้อง &lt;b&gt;ในเมื่อเขายึดอำนาจสำเร็จแล้วไปเรียกว่ากบฏได้ไง ส่วนใหญ่จะเชื่อกันอย่างนี้&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และความเชื่ออย่างนี้ มันตรงกับความคิดของคนในสังคม เพราะอย่าลืมว่า สังคมไทยชนชั้นปกครองในระบอบพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ดั้งเดิมมา มีการต่อสู้ช่วงชิงอำนาจมาโดยตลอด ใครมีกำลังอำนาจ มายึดได้ ก็ปราบดาภิเษกตัวเองขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ &lt;b&gt;อันนี้ก็คือไทยแท้&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพียงแต่เอาเหตุผลของฝรั่งในทางนิติศาสตร์ที่เรียกว่า Positivism มาสนับสนุนเท่านั้นเอง แต่โดยจารีตประเพณีแต่ดั้งเดิมของไทยเรา หลักนิติศาสตร์ไทยก็คืออันนี้ นี่คือ&lt;b&gt;หลักนิติศาสตร์ไทยแท้ ๆ&lt;/b&gt; คือถ้าใครยึดอำนาจได้เขาไม่เรียกว่ากบฏ มีสิทธิ์ที่จะปราบดาภิเษกตัวเองด้วยซ้ำไป มันเป็นเรื่องของอำนาจล้วน ๆ &lt;b&gt;อำนาจไหนชนะก็ถือว่ามีความชอบธรรม&lt;/b&gt;&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;quot;ในความเห็นผม เวลานี้ตัวชี้ขาดมันอยู่ที่สำนึกของประชาชน แต่ถ้าในที่สุดมันมุ่งไปสู่การเป็นประชาธิปไตยจริงๆ ผมก็ยินดี แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ &lt;b&gt;คนไทยเราคุ้นเคยกับอำนาจนิยมมานาน&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผลสุดท้ายถ้าแนวทางของคณะนิติราษฎร์ชนะ จะสถาปนาตัวเองหรือเปล่าล่ะ สุดท้ายจะไม่ต่างกันหรือเปล่า มันจะเป็น choice of evil ของสังคมไทยหรือเปล่า จะหาวิถีทางทุกอย่างเพื่อจะกุมอำนาจไว้ตลอดไป &lt;b&gt;มันก็จะไม่ต่างอะไรกับเผด็จการ&lt;/b&gt;&amp;quot;   &lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;blockquote&gt;
	&lt;div align=&quot;center&quot;&gt;
	&lt;b&gt;ถาม-ตอบ &lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;b&gt;     สมคิด-พนัส&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
	&lt;/div&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;1.เราสามารถยกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่ เช่นการยกเลิก รธน.2549&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; นิติราษฎร์ไม่ได้เสนอให้ยกเลิก รธน.2549 แต่ให้ถือว่าการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ทำรัฐประหารตามมาตรา 37 ไม่เกิดผลตามกฎหมาย
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt; 2.ถ้าตำรวจจับคนร้ายที่ทำผิดจริงมา แต่ไม่ได้สอบสวนโดยละเอียด ต่อมาคนร้ายถูกฟ้องศาล มีการโต้แย้งว่ากระบวนการของตำรวจไม่ค่อยถูกต้อง แต่ศาลเห็นว่าไม่เป็นไร ศาลก็พิพากษาไป ตกลงคำพิพากษาของศาลใช้ได้หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ตาม ป.วิ. อาญา. การสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีผลทำให้การฟ้องคดีของอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย ซึ่งโดยหลักการพิจารณาคดีก็ต้องถือว่าไม่ชอบทั้งหมด แต่ศาลไทยบอกไม่เป็นไร หากพิจารณาว่าจำเลยกระทำผิดจริง ก็ลงโทษจำเลยได้ ซึ่งก็เหมือนกับการยอมรับว่าการรัฐประหาร (การกระทำความผิดฐานกบฏ) เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหากทำสำเร็จนั้นเอง
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;3.ถ้ามีคนเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมในช่วง คมช.ไม่ถูกต้อง ก็ให้ดำเนินการใหม่ คนอีกกลุ่มเห็นว่าการตัดสินคดีซุกหุ้น ศาลตัดสินผิดโดยสิ้นเชิง คนกลุ่มหลังจะขอให้ยกเลิก รธน.2540 ตั้งศาล รธน.ใหม่ แล้วพิพากษาคดีซุกหุ้นใหม่ จะได้หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินคดีซุกหุ้นของทักษิณ เกิดจาก รธน. 2540 ที่มิได้มีที่มาจาการรัฐประหารเหมือน รธน.2550 หากมีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าศาลตัดสินผิด ก็น่าจะมีการออกกฎหมายมาให้รื้อฟื้นคดีใหม่ได้ โดยไม่ต้องยกเลิก รธน.2540 ซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการกระทำผิดกฎหมายฐานกบฏ (การทำรัฐประหาร)
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;4.ประชาชนจะลงมติแก้ รธน.ที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; เป็นคำถามประเด็นเดียวกันกับคำถามที่ 1 คำตอบก็คือไม่ใช่การแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่เป็นการยกเลิกเพิกถอนผลของการกระทำที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ที่เป็นผลพวงของการรัฐประหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;5.รธน.2550 ได้รับการลงประชามติโดยประชาชน ในทางกฎหมายเราจะพูดได้หรือไม่ว่า ประชาชนลงมติโดยไม่ถูกต้อง หรือ รธน.2550 ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ?&lt;/i&gt; 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; พูดได้ เพราะมีการหลอกลวง ขู่เข็ญบังคับให้ประชาชนลงมติ จึงเป็นการลงประชามติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;6.คตส.ตั้งโดย คมช. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ตั้งโดย คมช.ใช่หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; คตส.ตั้งโดย คมช.แน่นอน ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองก็เกิดจากรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่ง คมช.เป็นผู้ให้กำเนิดเช่นกัน ดังนั้น เมื่อการกระทำรัฐประหารของ คมช.เป็นการกระทำที่ละเมิดบทบัญญัติมาตรา 63 แห่ง รธน.2540 และเป็นความผิดฐานกบฏตาม ป.วิ. อาญา. มาตรา 113 ทั้ง คตส.และศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง จึงเป็นองค์กรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วยกันทั้งคู่
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;7.การดำเนินการตามแนวคิดของนิติราษฎร์ ไม่มีผลทางกฎหมายต่อนายกฯ ทักษิณเลยใช่หรือไม่&lt;/i&gt; 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ตามที่นิติราษฎร์แถลง มีผลโดยตรงแน่นอน คือต้องพิจารณาคดีใหม่โดยกระบวนการยุติธรรมที่ชอบด้วยหลักนิติธรรม ถ้ากระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหาก็ต้องถูกลงโทษ
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;8.มาตรา 112 ขัดแย้งกับ รธน.จริงหรือ และขัดกับ รธน.2550 ที่จะถูกยกเลิกใช่หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ป.วิ. อาญา. ม.112 เท่าที่มีการตีความและใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มีผลขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะเป็นการลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ซึ่งเป็นสิทธิ์ขั้นมูลฐานตาม รธน.ของประชาชนโดยสิ้นเชิง แต่อาจไม่ขัดแย้งกับ รธน.2550 เพราะเจตนารมณ์ของผู้ร่าง (ส.ส.ร. 2550) ไม่ถือว่าขัดแย้งอยู่แล้ว
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;9.ประเทศทั้งหลายในโลกรวมทั้งเยอรมนี เขาไม่คุ้มครองประมุขของประเทศเป็นพิเศษแตกต่างไปจากประชาชนใช่หรือไม่&lt;/i&gt; 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ทุกประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ แต่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอย่างเช่นเยอรมนี, อังกฤษ, อเมริกา เขาถือว่าเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งความคิดเห็นของประชาชน เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามหลักนิติธรรม ประมุขของประเทศจึงอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ หากมีการกระทำใดๆ ที่มีผลต่อการเมืองการปกครองของประเทศ ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;10.ถ้ามีคนไปโต้แย้งนิติราษฎร์ในที่สาธารณะ เขาจะไม่ถูกขว้างปาและโห่ฮาเหมือนกับหมอตุลย์ใช่หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; หากท่านคิดจะไปโต้แย้งกับนิติราษฎร์ ท่านอธิการก็จัดเวทีที่ธรรมศาสตร์สิครับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครกล้าโห่ฮาท่านแน่นอน
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;11.ถ้าเรายกเลิกกฎหมายที่ถูกยกเลิกไปแล้วได้ เราจะล้มเลิกการกระทำทั้งหลายและลงโทษคณะรัฐประหารกี่ชุด สุจินดา-ถนอม-ประภาศ-สฤษดิ์-จอมพล ป.-อ.ปรีดี หรือจะลงโทษเฉพาะคณะรัฐประหารที่กระทำต่อนายกฯ ทักษิณ&lt;/i&gt; 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; การประกาศให้ผลของการรัฐประหารไม่เป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้กระทำผิดฐานกบฏ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และให้ประชาชนลงประชามติตามที่นิติราษฎร์เสนอ เป็นการยกเลิกการนิรโทษกรรมที่กำหนดไว้ใน รธน.2550 ไม่ใช่ยกเลิกกฎหมายที่ยกเลิกไปแล้ว 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	ส่วนที่ถามว่าทำไมไม่ยกเลิกผลของการกระทำรัฐประหารของสุจินดา-ถนอม-สฤษดิ์-จอมพล ป.-ปรีดี แล้วเอาตัวคนเหล่านี้มาลงโทษฐานกบฏด้วย เห็นด้วยว่าสมควรทำในสิ่งที่ยังพอกระทำได้ เช่นการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ที่ได้รับผลร้ายจากการกระทำรัฐประหารเหล่านั้น 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	(โดยเฉพาะผู้ที่ถูกลงโทษ โดยไม่ผ่านการพิจารณาคดีตามกระบวนการยุติธรรม) แต่การนำตัวผู้กระทำรัฐประหารมาลงโทษคงกระทำไม่ได้แล้ว เพราะผู้กระทำผิดส่วนใหญ่ตายไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่คดีก็ขาดอายุความหมดแล้ว
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;12.ความเห็นของนักกฎหมายที่เห็นไม่ตรงกับนิติราษฎร์ แต่ดีกว่านิติราษฎร์ รัฐบาลนี้จะรับไปใช่หรือไม่&lt;/i&gt; 
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ช่วยเสนอให้หน่อยว่าความเห็นของท่านที่ดีกว่าของนิติราษฎร์คืออย่างไร ถ้าดีกว่าจริงจะขอสนับสนุนเต็มที่เลย ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายด้วยกัน
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;13.ศาล รธน.ช่วยนายกฯ ทักษิณคดีซุกหุ้นถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ช่วยคดียึดทรัพย์ถือว่าใช้ไม่ได้ เป็นตุลาการภิวัฒน์ใช่หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ตุลาการภิวัฒน์ คือ ตุลาการที่ยอมตนเป็นเครื่องมือและอาวุธให้แก่ผู้มีอำนาจกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้ใช้ เพื่อประหัตประหารและทำลายล้างศัตรูของตน ตุลาการศาลทั้งในคดีซุกหุ้นและคดียึดทรัพย์ทักษิณ จึงเป็นตุลาการภิวัฒน์ด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าในคดีซุกหุ้นตุลาการภิวัฒน์เป็นฝ่ายแพ้
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;14.บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชนตาม รธน.2550 แย่กว่า รธน.2540, 2475 ที่นิติราษฎร์จะนำมาใช้ใช่หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; บทบัญญัติว่าด้วยสิทธิเสรีภาพตาม รธน.2550 และฉบับอื่นทุกฉบับไม่มีความหมายอะไรเลย ไม่มีฉบับใดดีกว่ากัน เพราะตราบใดที่ตุลาการไทยยังยอมรับว่ารัฏฐาธิปัตย์คือผู้ที่ได้อำนาจอธิปไตยมาโดยรถถังและปืน และอำนาจอธิปไตยไม่ใช่อำนาจของประชาชน
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;i&gt;15.คมช.เลว ส.ส.ร.ที่มาจาก คมช.ก็เลว รธน.2550 ที่มาจาก ส.ส.ร.ก็เลว แต่รัฐบาลที่มาจาก รธน. เลว เป็นรัฐบาลดีใช่หรือไม่ ส.ส.ร.ที่มาจากรัฐบาลชุดนี้ และที่ อ.วรเจตน์จะเข้าร่วม ก็เป็น ส.ส.ร.ที่ดีใช่หรือไม่&lt;/i&gt;
	&lt;/p&gt;
	&lt;p&gt;
	&lt;b&gt;ตอบ&lt;/b&gt; ไม่ใช่เรื่องใครดี ใครเลว แต่เป็นเรื่องของหลักการในทางนิติศาสตร์ ที่จะต้องมีการยืนยันว่าระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของประชาชน และระหว่างระบอบเผด็จการกับระบอบประชาธิปไตย นักกฎหมายควรจะยืนอยู่ข้างใดมากกว่า
	&lt;/p&gt;
&lt;/blockquote&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://thaipost.net/tabloid/021011/45911&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ไทยโพสต์ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20111003/2025#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/353">democracy</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Mon, 03 Oct 2011 00:21:47 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2025 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ข้อเสนอคณะนิติราษฎร์ ทำลายกล่องดวงใจคณะรัฐประหาร ทำให้ต่อไปพวกเขาจะไม่มีที่ยืน</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110925/2021</link>
 <description>&lt;p&gt;
หลังจาก &lt;b&gt;คณะนิติราษฎร์&lt;/b&gt; ได้จัดแถลงข้อเสนอทางวิชาการ &amp;quot; &lt;b&gt;5 ปี รัฐประหาร 1 ปี นิติราษฎร์&lt;/b&gt; &amp;quot; เมื่อวันอาทิตย์ที่18ก.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า แถลงการณ์ดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง    
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;http://www.matichon.co.th/online/2011/09/13169496471316950065l.jpg&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;350&quot; width=&quot;500&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งคณะนิติราษฎร์ เห็นว่า คำวิจารณ์มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์ จนสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณะชน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอให้ &amp;quot;&lt;b&gt;ลบล้างผลพวงจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549&lt;/b&gt;&amp;quot;  ประกอบกับมีผู้ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ได้ศึกษารายละเอียดของข้อเสนอดังกล่าวให้เข้าใจอย่างแท้จริง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ล่าสุด วันที่ 25ก.ย. ที่ห้องประชุม LT 1. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์แถลงข่าว กรณี &amp;quot;&lt;b&gt;ข้อเสนอให้ลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร&lt;/b&gt;&amp;quot; ประกอบไปด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์, อ.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา, อ.สาวตรี สุขศรี, อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล, อ.ธีระ สุธีวรางกูร, อ.ปูนเทพ ศิรินุพงศ์ และ อ.ฐาปนันท์ นิพิฏกุล&lt;/b&gt; ได้ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีข้อเสนอให้ลบล้างผลพวงจากการรัฐประหาร หลังข้อเสนอถูกบิดเบือนจากสื่อและนักการเมืองตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา กล่าวเปิดว่า คณะนิติราษฎร์ไม่มีความสามารถทางอื่นเลย นอกจากสู้กันด้วยเหตุด้วยผลทางวิชาการ อืกทั้งเรื่องสำนวนโวหารนั้นเราสู้ไม่ได้ ขณะเดียวกัน เมื่อข้อเสนอของนิติราษฎร์ออกสู่สาธาณชน ก็มีคนสนใจอย่างกว้างขวาง ได้รับกำลังใจ ข้อเสนอแนะมากมาย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ก็พบว่า ข้อเสนอของนิติราษฎร์มีผู้ที่ยังสงสัย ตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และส่วนหนึ่ง ก็เป็นไปในทิศทางที่เสนอภาพลบอย่างยิ่ง ทำนองว่า ข้อเสนอของนิติราษฎร์จะทำให้เกิดกลียุคในบ้านเมือง ระส่ำระสายวุ่นวายนองเลือด จึงเห็นว่าจำเป็นต้องมาถกแถลงอีกครั้ง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ เมื่อผู้อ่านเป็นสุจริตชนที่อ่านข้อเสนอแนะของคณะนิติราษฎร์อย่างละเอียดพอสมควร และถ้ามีใจเป็นกลาง ไม่มีอคติ ไม่มีประโยชน์เกี่ยวเนื่องกับรัฐประหาร ก็จะเห็นว่า ข้อเสนอดังกล่าวเป็นการผ่าทางตันข้อขัดแย้งที่ฝังรากลึกในสังคมไทย ที่ไม่ยอมรับผลพวงของรัฐประหาร มุ่งหมายให้เปลี่ยนผ่านทางการเมืองอย่างสันติ ไม่อยากให้มีการเสียเลือดเนื้อต่อไป 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ด้วย&lt;b&gt;การเสนอให้ทำประชามติ เพื่อให้ไทยพ้นจากวังวนของรัฐประหาร ด้วยการไม่ยอมรับการนิรโทษกรรมจากการรัฐประหาร&lt;/b&gt; และเป็นการเสนอโดยไม่มองหน้าคน แต่ให้ทุกคนที่ถูกกล่าวหาได้เข้าสู่กระบวนการการพิสูจน์ตัวเองตามกระบวนการตามปกติ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ &lt;/b&gt;กล่าวว่า หลังจากที่ได้ออกแถลงการณ์ไปเมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ไม่คิดว่าจะต้องมาอธิบายขยายความเพิ่มเติม ซึ่งก็รู้ดีว่าการเสนอประเด็นนี้ จะมีความสั่นสะเทือนสังคมอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ไม่คาดคิดว่าจะส่งผลต่อเนื่องหลายวงการ และในแถลงการณ์ของคณะนิติราษฎร์นั้น ก็ชัดเจนว่าไม่ใช่การนิรโทษกรรม ไม่ใช่การล้างมลทิน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้แต่การพูดอย่างนี้ สื่อบางสำนักก็ยังบอกว่าเป็นการล้างความผิด ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เสนอให้ตรงไปตรงมาในเบื้องต้นก่อน แล้วค่อยมาวิจารณ์กันภายหลัง โดยเข้าใจว่า การนำเสนอเช่นนั้นอาจะเป็นไปได้ว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การปกครองระบอบประชาธิปไตย 2475 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งไม่เคยมีที่ไหนมาก่อน สื่อจึงไม่สามารถเสนอตามความเป็นจริง มากกว่านั้น เหตุผลของคณะนิติราษฎร์มีน้ำหนักมากจนกระทั่งการเสนอข่าวตามความเป็นจริงจะทำให้สังคมคล้อยตาม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เหตุผลที่ต้องลบล้างคำวินิจฉัยนั้น ถ้าปฏิเสธการรัฐประหารต้องปฏิเสธผลของรัฐประหารนั้นด้วย เมื่อถามว่าการประกาศลบล้างคือการไม่เคารพอำนาจศาลหรือศาลจะขุ่นเคืองใจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าผู้พิพากษาท่านนั้นเป็นคนอย่างไร ถ้าผู้พิพากษาท่านนั้นมีจิตใจฝักใฝ่เผด็จการรับเผด็จการทหาร เขาย่อมขุ่นเคืองใจ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ถ้าเกิดผู้พิพากษาจำนวนหนึ่งมีจิตใจฝักใฝ่ประชาธิปไตย และสถานการณ์ขณะรัฐประหาร ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากต้องตัดสินไปตามคำสั่งนั้น ผู้พิพากษานั้นต้องขอบใจกลุ่มนิติราษฎร์ เพราะสิ่งที่เราทำอยู่คือการช่วยศาล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ&lt;b&gt;การลงโทษผู้ที่กระทำรัฐประหาร&lt;/b&gt; ซึ่งป็นประเด็นที่สื่อมวลชนส่วนใหญ่ไม่พูดถึง ทั้งๆ ที่มีการพูดแล้วในการแถลงข่าวครั้งที่ผ่านมา เพราะข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ มีข้อเสนอที่น่าสนใจคือ การเสนอให้ลบล้างมาตรา 36-37 ของ รัฐธรรมนูญปี 2549(ฉบับชั่วคราว) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะเป็นบทบัญญัตินิรโทษกรรมให้กับการรัฐประหาร ซึ่งประเทศไทยมักมีการนิรโทษกรรมให้กับการรัฐประหารทุกครั้ง และนวัตกรรมการรับรองรัฐประหารในสังคมไทยนั้น ได้สร้างให้เกิดการพัฒนาการเขียนกฎหมายสนับสนุนรัฐประหาร ขณะเดียวกัน ก็พอจะทราบว่าทำไมสื่อมวลชนไม่เสนอประเด็นนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะมองว่า &lt;b&gt;มาตรา 37 เป็นกล่องดวงใจของคณะรัฐประหาร ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์นั้น เป็นการทำลายกล่องดวงใจของคณะรัฐประหาร&lt;/b&gt; และจึงเป็นที่เข้าใจว่า ทำไมข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ จึงถูกทำให้กลายเป็นการช่วยคนๆ เดียวให้พ้นผิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot; &lt;b&gt;นิติราษฎร์ดูไม่มีความหมาย เพราะเขากลัวอำนาจประชาชน&lt;/b&gt; &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การที่มีคนบอกว่า ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์เป็นข้อเสนอที่สุดโต่ง เป็นบุคคลอันตรายแน่ต่อคนที่ทำรัฐประหาร จริงๆ แล้วคณะนิติราษฎร์เป็นการลบล้างประกาศ คปค. ตั้งแต่ 19 ก.ย. 2549 ซึ่งไม่ได้ลบล้างรัฐธรรมนูญ 2549 หรือ รัฐธรรมนูญ 2550 ด้วย 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แปลว่า ถ้าไม่เข้าใจเพียงพอ เขาก็อาจจะแกล้งไม่เข้าใจ เพราะรัฐธรรมนูญ 2549 คณะนิติราษฎร์ก็ไม่ได้เสนอให้ลบทั้งหมด แต่ลบเฉพาะมาตราที่เกี่ยวกับผู้ทำรัฐประหาร เพราะถ้าลบทั้งหมดจะเกิดความวุ่นวายทางกฎหมายที่ตามมา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งนี้ คณะนิติราษฎร์ได้ไตร่ตรองข้อเสนอนี้แล้วอย่างรอบคอบ และมีการกระทำกันแล้วในต่างประเทศ แต่จะเป็นของใหม่มาก ในระบบกฎหมายของไทย และถ้ามันทำได้สำเร็จ ก็เชื่อว่าการทำรัฐประหารจะเกิดขึ้นได้ยากมาหรืออาจจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ประเด็นสุดท้ายคือ ทำไมข้อเสนอของคณะนิติราษฏร์ จึงถูกมุ่งไปที่คดีของทักษิณ กลายการเป็นชวนทะเลาะ เหตุที่เป็นเช่นนี้เ พราะฝ่ายที่ทำให้ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ดูไม่มีความหมายไม่มีคุณค่า &lt;b&gt;เพราะเขากลัวอำนาจประชาชน เขากลัวว่าวันหนึ่งข้อเสนอนี้ถูกผลักดันเกิดเป็นจริงขึ้นมา &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เห็นด้วยกับคณะนิติราษฎร์ เขาจะไม่มีที่ยืน และการที่มีคนบอกว่า ข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ไม่ต่างกับเผด็จการที่ได้อำนาจแล้วออกกฎหมายตามใจชอบ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตรงนี้อธิบายได้ว่ามันต่างกันมาก&lt;b&gt;ราวสวรรค์กับนรก&lt;/b&gt; เพราะคณะนิติราษฎร์ไม่มีอำนาจอะไรที่จะล้มล้างอำนาจรฐัประหาร มีแค่กำลังความคิดและกำลังสติปัญญา แต่สิ่งที่เป็นไปได้ก็คือ ถูกเอาไปให้ประชาชนตัดสิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ท้ายที่สุดถ้าท่านยังเข้าใจไม่ชัด ผมจะอธิบายจนกว่าจะสิ้นลม จนกว่าท่านจะเข้าใจ คนเราถ้าไม่รู้ต้องถาม อย่าไปคิดเอาเอง อย่าไปตีความบิดเบือน&amp;quot; อ.วรเจตน์ย้ำ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot; &lt;b&gt;ต่อไปนี้รัฐประหารจะไม่หมูอย่างที่คิด&lt;/b&gt; &amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อ.&lt;b&gt;ปิยบุตร แสงกนกกุล&lt;/b&gt; กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า หลังคณะนิติราษฎร์แถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา มีคนพูดประเด็นกฎหมายและหลักการน้อยมาก แต่ถูกบิดเบือนเป็นเรื่องการช่วยทักษิณเป็นส่วนใหญ่ ในที่นี้ขอยืนยันว่า สิ่งที่คณะนิติราษฎร์กำลังทำเป็นสิ่งที่ประเทศอื่นทำมาแล้ว และทำด้วยวิธีแตกต่างไป เช่น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในเยอรมัน ฝรั่งเศส โดยเฉพาะประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ที่ได้ตราพ.ร.บ.เพิกถอนคำพิพากษาของศาลที่ลงโทษบุคคลที่ให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากนาซี ให้ประกาศความเสียเปล่าของคำพิพากษาเหล่านั้นทั้งหมดและตั้งคณะกรรมการเยียวยาขึ้นมาชุดหนึ่ง หรือประเทศสเปน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลังนายพลฟรังโกออกจากอำนาจและเข้าสู่ประชาธิปไตย แม้รัฐสภาสเปนก็พยายามปรองดองและนิรโทษกรรมให้นายพลฟรังโกไป แต่มีกลุ่มนักสิทธิมนุษยชนและนักกฎหมายบางส่วนรวมทั้งเครือญาติผู้ได้รับผลกระทบ มีความพยายามผลักดันกันในระดับสภาให้มีการเอาโทษผู้ทำการรัฐประหาร เป็นต้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากกรณีที่กลุ่มนิติราษฎร์เรียกร้องให้ยกเลิกผลทางกฎหมาย เฉพาะการรัฐประหาร 19 ก.ย. ก็เพราะว่าผลพวงความเลวร้ายยังเกิดอยู่ในปัจจุบันเต็มไปหมด ในเบื้องต้นต้องจัดการกับผลของการรัฐประหารครั้งนี้ก่อน ส่วนการที่บางคนบอกว่าให้ถอยไปเมื่อ 24 มิ.ย. 2475 นั้น คงเข้าใจผิด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นั่นคือการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง เปลี่ยนอำนาจสูงสุดมาเป็นของราษฎรทั้งหลาย เขาเรียก&amp;quot;ปฏิวัติ&amp;quot; และจากการโยงไปที่ศาล แม้จะไม่เกี่ยวกับการรัฐประหารเลย ในเบื้องต้นไม่มีอะไรเกี่ยวอยู่แล้ว แต่บังเอิญว่าเรื่องที่ชงเข้ามาเริ่มจาก คตส. ถึง 2 ชุด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ชุดแรก มีนายสวัสดิ์ โชติพานิชย์ เป็นประธาน ก่อนตั้ง คตส. ชุดใหม่ พอเรื่องเหล่านี้มาถึงศาล ศาลก็ตัดสินจากคดีที่เริ่มมาจากตรงนั้น เราจึงต้องไปลบล้างคำพิพากษาซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อเนื่องมาจากรัฐประหาร 19 กันยา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อีกประเด็นคือ กรณีที่มีนักกฎหมายตั้งข้อสงสัยว่า สิ่งที่คณะนิติราษฎร์ทำ ไม่ต่างกับรัฐประหารนั้น ต้องขอยืนยันว่าต่างกันชัดเจน แม้กระทั่งเด็กอมมือก็เห็นว่าสิ่งที่มาจากรัฐประหารมาจากคนไม่กี่คน เอามาเทียบกับประชามติของคนทั้งประเทศ ถ้าท่านยืนยันว่าเหมือนกันแปลว่าท่านไม่ให้น้ำหนักของประชาชน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะเขาคิดไม่เหมือนท่าน จึงฝากไปยังบรรดาสื่อ นักวิชาการว่า อย่าความจำสั้นเกินไป ก่อนจะวิจารณ์คนอื่น ก็ช่วยพิจารณาการกระทำของตัวเองก่อน เนื่องจากข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์มีคนมาถกเถียงในเนื้อหาน้อยมาก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพราะอะไร เพราะข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ &lt;b&gt;มันบีบพวกท่านไม่เห็นด้วยแบบอัตโนมัติ ทำให้คิดไปโดยปริยายว่า ท่านสนับสนุนรัฐประหาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันขยายผลให้เป็นประเด็นร้อนในสังคม อย่างน้อยสังคมไทยได้หันมาฉุกคิดว่ามีวิธีการลบล้างผลพวงการรัฐประหารจริง เป็นผลพลอยได้ ต่อไปนี้รัฐประหารไม่หมูอย่างที่คิด เพราะบรรดานักกฎหมายที่เข้าไปรับใช้กลุ่มที่ฝักใฝ่รัฐประหารก็ทำงานไม่หมูอย่างที่คิด&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จากคำกล่าวของ ฌอง ปอล ซาร์ต ตอนหนึ่งว่า &lt;b&gt;ปัญญาชนต้องผูกมัด (engage) กับสิ่งที่ไม่เป็นธรรมกับการกดขี่ เราก็ผูกมัดตัวเองกับประชาธิปไตยและประชาชน เราไม่ผูกพันตัวเองกับรัฐประหารและวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นี่คือการขับเคลื่อนทางความคิด เพื่อให้อุดมการณ์แบบประชาธิปไตยและนิติรัฐได้ลงหลักปักฐาน จนกว่าวันหนึ่งอำนาจสูงสุดจะเป็นของราษฎรทั้งหลายอย่างแท้จริง&amp;quot; อ.ปิยบุตร กล่าว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316949647&amp;amp;grpid=01&amp;amp;catid=01&amp;amp;utm_source=MatichonOnline&amp;amp;utm_medium=MatichonOnline&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ฟังคลิปการแถลงข่าวทั้งหมดได้ &lt;a href=&quot;http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=18943.msg28270#new&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ที่นี่ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110925/2021#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sun, 25 Sep 2011 21:14:56 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2021 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>รายงานการเสวนาเรื่อง  5 ปี รัฐประหาร 19 กย. 2549 ′เผด็จการ...โปรดฟังอีกครั้ง′</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20110917/2019</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันที่ 17 ก.ย.2554 เวลา 13.00 น. มีการจัดเสวนา  &lt;b&gt;5 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ′เผด็จการ...โปรดฟังอีกครั้ง′&lt;/b&gt; ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ โดยมีวิทยากรผู้ร่วมเสวนา อาทิ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;http://www.matichon.co.th/online/2011/09/13162622461316262364l.jpg&quot; width=&quot;500&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;350&quot; /&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และ รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีนายจอม เพชรประดับ เป็นผู้ดำเนินการเสวนา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;5 ปี รัฐประหารที่ผ่านมา ประเทศไทยได้อะไร เสียอะไร?&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายจอม เพชรประดับ พิธีกรเกริ่นนำว่า ตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมานั้น ถ้าไม่นับความสูญเสียชีวิตของกลุ่มคนเสื้อแดงแล้ว การรัฐประหารดังกล่าว ก็ยังมีข้อดีที่ว่า ทำให้ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น และทำให้ประชาชนเกิดอาการ &amp;quot;&lt;b&gt;ตาสว่าง&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ต่อมา รศ.ดร.พิชิต วิทยากรคนแรกได้กล่าวว่า ในการต่อสู้ของขบวนการคนเสื้อแดงที่ผ่านมานั้น ตนมีคำถามมาตลอดว่า &amp;quot;นักวิชาการไปอยู่ที่ไหน&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;แต่ผ่านมาครบ 5 ปีแล้วก็ยังคงไม่มีคำตอบอยู่ดี หลังการเข่นฆ่าประชาชนในปีที่ผ่านมา (เหตุการณ์เมษา-พฤษภา  53) คนเสื้อแดงเลิกถามไปแล้วว่า นักวิชาการอยู่ที่ไหน ในสองสามปีนี้ &lt;b&gt;ประชาธิปไตยจะไม่ได้ได้มาด้วยนักศึกษาหรือนักวิชาการ แต่จะได้มาด้วยประชาชน&lt;/b&gt;&amp;quot; อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รศ.ดร.พิชิตกล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ไม่กี่ปีมานี้ แต่การต่อสู้ดังกล่าวมีมาตั้งแต่ครั้งปฏิวัติ พ.ศ. 2475 แล้ว นอกจากนี้ ขบวนการเสื้อแดงยังเป็นกลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ประชาคมโลกให้การยอมรับ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ก่อนช่วงเมษา-พฤษภา 2553 สื่อต่างชาติยังไม่ค่อยเข้าใจกลุ่มคนเสื้อแดง เวลาที่สื่อเหล่านี้เรียกคนเสื้อแดง ก็จะมีคำต่อท้ายมาด้วยว่า ′พวกทักษิณ′ หรือ ′Thaksin′s supporters′ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ตั้งแต่เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 เป็นต้นมา เวลาที่สื่อต่างชาติเรียกขบวนการเสื้อแดง ไม่มีคำว่า ′Thaksin′s supporters′ อีกแล้ว มีแต่คำว่า ′&lt;b&gt;ขบวนการเสื้อแดงประชาธิปไตย′&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;&lt;b&gt;ทุกวันนี้ นักข่าวต่างชาติมองว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงคือขบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่เครื่องมือของนักการเมืองคนใดคนหนึ่ง&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
รศ.ดร.พิชิตกล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่ประชาชนลุกฮือขึ้นมาโค่นล้มระบบเผด็จการซึ่งเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ตูนิเซีย อียิปต์ ซีเรีย ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงนั้นไม่มีใครเป็นแกนนำ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่เป็นการเคลื่อนไหวโดยอาศัยสื่อออนไลน์อย่างอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก สื่อต่างชาติมองเหตุการณ์ในตะวันออกกลางว่า มีลักษณะการเคลื่อนไหวแบบเดียวกับของกลุ่มคนเสื้อแดงในประเทศไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ตอนนี้ ขบวนการของคนเสื้อแดงกลายมาเป็นหัวข้อถกเถียงกันในวงวิชาการทั้งไทยและต่างประเทศ จากงานวิจัยของอาจารย์ท่านหนึ่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า &lt;b&gt;คนเสื้อแดงนั้นมีทุกลำดับชั้น ตั้งแต่ชนชั้นสูงจนถึงคนรากหญ้า คนเสื้อแดงมีในทุกอาชีพ ทุกระดับการศึกษา&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งลักษณะที่หลากหลายของคนเสื้อแดงนั้น มีจุดร่วมอยู่อย่างหนึ่งคือ &lt;b&gt;ความไม่พอใจกับความอยุติธรรม&lt;/b&gt; ที่ในช่วงเวลา 4-5 ปีมานี้ มีการใช้อำนาจทั้งในและนอกกฏหมายมากระทำอยู่ฝ่ายเดียว มีการผูกขาดอำนาจและความร่ำรวยของคนกลุ่มหนึ่งที่เอาอำนาจการปกครองมาอยู่ในมือตัวเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;นี่คือแรงขับดันที่สำคัญที่สุดของคนเสื้อแดง&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นักวิชาการจากคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. ระบุด้วยว่า คนเสื้อแดงนั้นถูก &amp;quot;รุม&amp;quot; จากทุกสถาบัน ทั้งทหาร องค์กรยุติธรรม นักวิชาการ และที่สำคัญคือสื่อกระแสหลัก โดย&lt;b&gt;ปัจจัยสำคัญของฝ่ายเผด็จการคือ การกุมสื่อไว้ในมือ ในขณะที่คนเสื้อแดงไม่มีสื่อกระแสหลักอยู่ในมือ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;ปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐประหารครั้งนี้ไม่สำเร็จในระยะยาว ก็เพราะว่า คนเสื้อแดงมีสื่อชนิดหนึ่งที่ควบคุมไม่ได้ สื่อชนิดนี้คือสื่อออนไลน์ ′&lt;b&gt;สื่ออินเตอร์เน็ตคือกระดูกสันหลังของการสื่อสารของคนเสื้อแดง&lt;/b&gt;′ เมื่อปิดทีวี ปิดวิทยุแล้ว คนเสื้อแดงก็ยังสื่อสารกันได้&amp;quot; รศ.ดร.พิชิตกล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อาจารย์ธรรมศาสตร์กล่าวในช่วงท้ายว่า เราจะสามารถเข้าใจเหตุการณ์ทางการเมืองทุกวันนี้ได้ไม่ยาก หากเรามองย้อนไปในเหตุการณ์เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายเผด็จการยังคงมีกลไกอำนาจอันเดิมอยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;&lt;b&gt;การยึดอำนาจอย่างเปิดเผยเป็นความเสี่ยงของฝ่ายเผด็จการ เพราะว่าตอนนี้ นานาชาติเขาก็ไม่เอาด้วยแล้ว&lt;/b&gt;&amp;quot; รศ.ดร.พิชิต สรุป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วน พ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีการรัฐประหารมากครั้งที่สุด &amp;quot;เรามีการยึดอำนาจรัฐทั้งหมด 24 ครั้ง เป็นการปฏิวัติเสีย 2 ครั้งซึ่งได้แก่การปฏิวัติในปี พ.ศ.2475 และการปฏิวัติตนเองของจอมพลถนอม กิตติขจร นอกจากนั้นแล้ว ที่เหลือคือการรัฐประหารทั้งสิ้น&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การรัฐประหารของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลินไ ด้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่ง ซึ่งการรัฐประหารดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดความแตกแยกทางการเมืองอย่างชัดเจน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่ทั้งนี้ การรัฐประหารดังกล่าวก็มีข้อดีคือ &amp;quot;ทำให้เรารู้ว่า &lt;b&gt;บ้านเมืองของเราแบ่งเป็นฝ่ายเผด็จการ กับฝ่ายประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย&lt;/b&gt;&amp;quot;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&amp;quot;การรัฐประหารในปี 2549 ก่อให้เกิดพัฒนาการของมวลชนที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเห็นได้จากประชาชนจำนวนมากที่ลุกขึ้นมาต่อต้านการรัฐประหาร บ้านเมืองได้มาถึงจุดนี้แล้ว แต่ถ้าถามว่าบ้านเมืองได้พัฒนามาจนถึงจุดที่เป็นประชาธิปไตยหรือยัง ก็ต้องตอบว่ายัง&amp;quot; อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา&lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1316262246&amp;amp;grpid=01&amp;amp;catid=01&amp;amp;utm_source=MatichonOnline&amp;amp;utm_medium=MatichonOnline&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt; มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20110917/2019#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sat, 17 Sep 2011 23:24:49 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">2019 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ม๊อบเส้นใหญ่ ปะทะ รัฐบาลผัดซีอิ๊ว มหามิตรบาดหมาง ฝุ่นควันรัฐประหาร 2554</title>
 <link>http://www.arayachon.org/article/20110205/1910</link>
 <description>&lt;p&gt;
มหากาพย์เรื่องดินแดนพิพาท ระหว่าง &amp;quot;ไทย&amp;quot; และ &amp;quot;กัมพูชา&amp;quot; นำมาสู่วิกฤติทางการเมืองประเทศไทย ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฐมเหตุ กรณี &amp;quot;กัมพูชา&amp;quot; จับกุม &amp;quot;พนิช วิกิตเศรษฐ์&amp;quot; ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย &amp;quot;วีระ สมความคิด&amp;quot; แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ รวมไปถึง &amp;quot;แซมดิน เลิศบุตร&amp;quot; และ &amp;quot;ตายแน่ มุ่งมาจน&amp;quot; ศิษย์ก้นกุฏิ &amp;quot;สมณโพธิรักษ์&amp;quot; เจ้าสำนักสันติอโศก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ถือสถานะเป็นหนึ่งในคนใกล้ชิด &amp;quot;พล.ต.จำลอง ศรีเมือง&amp;quot; แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในบริเวณพื้นที่พิพาทไทย-กัมพูชา ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ พร้อมด้วยเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จน มีคำพิพากษาของศาลกัมพูชา ตัดสินลงโทษ จำคุกคนไทยกลุ่มดังกล่าวในท้ายที่สุด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นำ มาซึ่งการประกาศชุมนุมยืดเยื้อ &amp;quot;พล.ต.จำลอง ศรีเมือง&amp;quot; ในนามของ &amp;quot;เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; ในวันที่ 25 มกราคม 2554&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปิด ตั้งแต่เชิงสะพาน &amp;quot;มัฆวานรังสรรค์&amp;quot; ถนนราชดำเนิน จรด &amp;quot;แยกมิสกวัน&amp;quot; ถนนพิษณุโลก รอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพื่อเรียกร้องให้ &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot; นายกรัฐมนตรี ดำเนินการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ก่อนที่จะเสียดินแดน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย ยื่นเงื่อนไข 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลยกเลิกเอ็มโอยู 2543 2.ให้ถอนตัวจากคณะกรรมการมรดกโลก และ 3.ผลักดันทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่ทับซ้อน ยื่นคำขาดให้ &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดและทันทีทันใด!&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้ ในอดีต &amp;quot;พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; และ &amp;quot;พรรคพรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; จะถูกมองว่าเป็น &amp;quot;มหามิตร&amp;quot; ทางการเมือง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะในการต่อสู้ขับไล่ &amp;quot;ระบอบทักษิณ&amp;quot; ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 4 ปี กว่าจะทำให้ &amp;quot;รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร-สมัคร สุนทรเวช และ สมชาย วงศ์สวัสดิ์&amp;quot; ต้องพ้นจากวงจรโคอำนาจนั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รับ รู้กันเป็นการทั่วไปว่า &amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; คือผู้อยู่ &amp;quot;เบื้องหลัง&amp;quot; ความสำเร็จ และ &amp;quot;เบื้องหน้า&amp;quot; ในการรับมรดก จากผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ปฏิกิริยาของ &amp;quot;กลุ่มพันธมิตรฯ&amp;quot; ที่มีต่อพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ภายใต้ &amp;quot;เงื่อนไข&amp;quot; 3 ข้อที่ &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ไม่สามารถปฏิบัติได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะการกดดันให้ &amp;quot;กองทัพ&amp;quot; แสดง &amp;quot;แสนยานุภาพทางทหาร&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เป็นบริบทการเมืองที่มีนัยยะสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทำให้ทุกฝ่ายมองได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่าง &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; กับ &amp;quot;พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;quot; ได้เปลี่ยนแปลงไป&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ประกอบ กับ การปราศรัยบนเวทีกล่าวหา &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; ด้วยข้อหาหนักๆ ว่าขายชาติ! การกำหนดเป้าหมายที่จะเคลื่อนพล ไปในสถานที่สำคัญ พร้อมขู่บุกบุกเข้าไปสำรวจพื้นที่ภายใน &amp;quot;ทำเนียบรัฐบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ไปจนถึงการ ขยายประเด็นเรียกร้องไปถึง &amp;quot;การทุจริตคอร์รัปชั่น&amp;quot; ภายใน &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ลง ความเห็นได้ทันทีว่า &amp;quot;มหามิตร&amp;quot; ได้บาดหมางกันขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จึงไม่แปลกที่ &amp;quot;อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;quot; นายกรัฐมนตรี และ &amp;quot;สุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;quot; ผู้จัดการรัฐบาล จะแสดงมุมมองที่เปลี่ยนแปลงไปต่อ &amp;quot;พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ความพยายามที่จะตั้งโต๊ะเจรจากับ &amp;quot;ผู้ชุมนุม&amp;quot; ในระยะแรกของการก่อตัว ได้เปลี่ยนเป็น &amp;quot;นิ่งเฉย&amp;quot; และ &amp;quot;ตอบโต้กลับอย่างรุนแรง&amp;quot; ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย &amp;quot;อภิสิทธิ์&amp;quot; นอกจากจะยืนยันแข็งขันว่าเงื่อนไข 3 ข้อของ &amp;quot;พันธมิตรฯ&amp;quot; ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ และหากทำไป อาจจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี แล้ว &amp;quot;ผู้นำรัฐบาล&amp;quot; ยังแสดงอาการหัวเสียและตอบโต้ &amp;quot;พันธมิตรฯ&amp;quot; เป็นระยะ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ทั้ง &amp;quot;ผมไม่เคยกล่าวหาเลยว่าพันธมิตรฯ ไปรับเงินกัมพูชามาหรือเปล่า&amp;quot; และ &amp;quot;ผมไม่เคยกล่าวหาพันธมิตรฯว่าขายชาติบ้าง ทั้งที่เห็นว่าประเมินไม่ถูกต้อง&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดย ไม่ต้องพูดถึง &amp;quot;สุเทพ เทือกสุบรรณ&amp;quot; ที่ออกอาการหัวเสีย และออกปากไล่ &amp;quot;พล.ต.จำลอง&amp;quot; และ &amp;quot;มวลชน&amp;quot; ให้ไปรบกับ &amp;quot;กัมพูชา&amp;quot; เสียเอง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นอกจากนี้ ท่าทีของ &amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; ผ่านสารพัด &amp;quot;โฆษก&amp;quot; แสดงออกถึงร่องรอยความปริแยกของ &amp;quot;อดีตมหามิตร&amp;quot; อย่างรุนแรง ที่นับวันจะมีแต่มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ปฏิเสธไม่ได้ว่า &amp;quot;เหตุการณ์รัฐประหาร 2549&amp;quot; โดย &amp;quot;พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน&amp;quot; อดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และปรากฏการณ์ รัฐประหารหน้าจอโทรทัศน์ 2552 ในยุคของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. ล้วนแต่มีจุดก่อกำเนิดจากปรากฏการณ์การชุมนุมของ &amp;quot;กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดัง นั้น รอยปริร้าวระหว่าง &amp;quot;ประชาธิปัตย์&amp;quot; กับ &amp;quot;พันธมิตรฯ&amp;quot; ที่มากขึ้น จึงไม่แปลกที่ &amp;quot;ข่าวลือ&amp;quot; ของการเตรียมการ &amp;quot;รัฐประหาร 2554&amp;quot; จะดังขึ้นตามไปด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยเฉพาะกระแสการเคลื่อนไหวของ &amp;quot;บุคคลในกองทัพ&amp;quot; และปฏิกิริยาของ &amp;quot;นายทหารระดับคุมกำลัง&amp;quot; ที่เดินสายปรึกษาหารือกันถึงสถานการณ์การเมือง ในหลายวาระและหลากโอกาส&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวม ไปถึงการรวมตัวไปขอคำแนะนำจากผู้มีชื่อเสียงในสังคม เพื่อปรึกษาหาหนทางในการคลี่คลายปม &amp;quot;ปัญหาการเมือง&amp;quot; ประเทศไทย ที่ยังไม่สามารถแก้ได้ตก ซ้ำยังจะถึงทางตัน ในเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งมี ข้อมูลการประเมินศักยภาพของรัฐบาลอภิสิทธิ์ และ &amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; ที่ไม่ได้สร้างความมั่นใจให้กับ &amp;quot;ผู้มีอำนาจตัวจริง&amp;quot; ได้ว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจะสามารถเอาชนะ &amp;quot;พรรคเพื่อไทย&amp;quot; เพื่อเดินหน้าโรดแม็ปสำหรับแก้ปมวิกฤติ หลุดออกมาเป็นระยะๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หรือแม้ แต่ความห่วงใยว่า หาก &amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; สามารถเอาชนะ &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; ได้ ก็ยังจะต้องอาศัย &amp;quot;นักการเมืองหน้าเก่า&amp;quot; เข้ามาช่วยประคับประครองสถานะ &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ซึ่งจะทำให้การต่อรอง &amp;quot;ผลประโยชน์&amp;quot; มีสูงขึ้น ควบคู่ไปกับการ &amp;quot;ทุจริต-คอร์รัปชั่น&amp;quot; ที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ที่ สำคัญคือการวิเคราะห์ถึง &amp;quot;มวลคนเสื้อแดง&amp;quot; และ &amp;quot;พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; ที่ &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ยังไม่สามารถกำจัดให้สิ้นลงไปได้ แม้จะมีอำนาจอยู่ในมือมากว่า 2 ปีแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ล้วนแต่เป็นองค์ประกอบของ &amp;quot;ข่าวลือ&amp;quot; ที่มีหนาหูขึ้นทุกวันๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รวมไปถึงปัญหากับประเทศเพื่อนบ้าน ยังดูเหมือนจะบานปลาย จนสร้างความกังวลให้กับ &amp;quot;กองทัพ&amp;quot; อย่างสูง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผล สรุปของความห่วงใยทั้งหมด ที่คุยกันปากต่อปากว่าการปล่อยให้ &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; แก้ปัญหากันเอง อาจจะไม่ใช่คำตอบที่สามารถชี้ทางออกประเทศในระยะเวลาอันใกล้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และ การเว้นวรรคให้ &amp;quot;กองทัพ&amp;quot; เข้ามารักษาการ โดยจัดหาบุคคลที่มีความเด็ดขาด เข้ามาจัดระเบียบการเมืองใหม่อีกสักครั้ง อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ปัญหา &amp;quot;เรื้อรัง&amp;quot; และ &amp;quot;ลุกลาม&amp;quot; ต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จึงเป็นกระแสที่รุนแรงขึ้นพร้อมๆ ไปกับการต่อตัวของ &amp;quot;กลุ่มพันธมิตรฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;และเมื่อมีการเปิดฉาก ปะ ฉะ ดะ กันอย่างจริงจัง ระหว่าง &amp;quot;ม็อบเส้นใหญ่&amp;quot; กับ &amp;quot;รัฐบาลผัดซีอิ๊ว&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;จึงถูกจับสังเกต ถึงโอกาสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยมี &amp;quot;มวลชน&amp;quot; เป็นเครื่องมือในการ &amp;quot;ไขกุญแจ&amp;quot; เปิดประตูให้ &amp;quot;กองทัพ&amp;quot; ได้เคลื่อนกำลังพล&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้วันนี้ &amp;quot;กองทัพสีเหลือง&amp;quot; ที่ยึดเอาเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ เป็นป้อมค่าย ยังมีจำนวนน้อยนิด เมื่อเปรียบเทียบกับการชุมนุมใหญ่ ปี &amp;quot;2548-2549&amp;quot; และการบุกเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล ปี &amp;quot;2552&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่การปล่อยให้ &amp;quot;ม็อบอาชีพ&amp;quot; ของ &amp;quot;พล.ต.จำลอง&amp;quot; ได้สุมเชื้อ-เผาหัวและปลุกระดมมวลชน เพิ่มกำลังพล นับว่าอันตรายอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เพราะจะเท่ากับว่า &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ปล่อยให้ &amp;quot;ฝ่ายที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลง&amp;quot; มีโอกาส มีเวลา และรวบรวมเงื่อนไขให้พร้อมได้มากขึ้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แม้วันนี้ทั้ง &amp;quot;บิ๊กกองทัพ&amp;quot; ทั้งหลาย จะออกมาปฏิเสธว่า &amp;quot;การรัฐประหาร 2554&amp;quot; แทบจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ จากปากคำของ &amp;quot;พล.ต.จำลอง ศรีเมือง&amp;quot; คนที่คุ้นเคยกับการรัฐประหารหลายครั้ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โดยมีประสบการณ์ทั้ง &amp;quot;ฝ่ายก่อการ&amp;quot; และ &amp;quot;ฝ่ายถูกรัฐประหาร&amp;quot; ยังยืนยัน ระหว่างยืนอยู่บนถนนราชดำเนินว่า &amp;quot;อย่าพูดว่าในยุคนี้การรัฐประหารในประเทศไทยเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะการเมืองไทยยังไม่เข้มแข็ง ดังนั้น ประตูของการยึดอำนาจ จึงเปิดรออยู่ตลอดเวลา&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ฝุ่นควันของการ &amp;quot;รัฐประหาร 2554&amp;quot; ที่ตลบอบอวลจากมูลเหตุแห่งความบาดหมางของ &amp;quot;อดีตมหามิตร&amp;quot; ครั้งนี้ จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง !
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1296806687&amp;amp;grpid=no&amp;amp;catid=&amp;amp;subcatid=&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/article/20110205/1910#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <pubDate>Sat, 05 Feb 2011 16:11:50 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1910 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>สนนท. ประกาศกร้าว ต่อต้านการรัฐประหาร ! นัดชุมนุม 1 ก.พ.นี้ หน้า บก. ทบ.</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20100131/1661</link>
 <description>&lt;p&gt;
29 ม.ค. 53 ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี นาย&lt;b&gt;อนุธีร์ เดชเทวพร&lt;/b&gt; เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) กล่าวกับประชาไท ภายหลังจากการสัมมนาเรื่อง บทบาทนักศึกษากับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน” ว่า กิจกรรมดังกล่าว สนนท.ได้จัดร่วมกับกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาและกลุ่มเยาวชนในภาคอีสาน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ได้แก่ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาภาคอีสาน(สนนอ.) เครือข่ายนักศึกษาเยาวชนพิทักษ์ประชาชน ( คพช.) สถาบันเพื่อการพัฒนาเยาวชนประชาธิปไตย และกลุ่มกิจกรรมนักศึกษาทั่วประเทศ เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ทางเมือง กำหนดการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษา ต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยที่ประชุมสัมมนาแกนนำนักศึกษาทั่วประเทศ มีมติร่วมกันดังต่อไปนี้คือ  &lt;b&gt;หากเกิดการรัฐประหาร ทางเครือข่ายองค์กรนักศึกษาทั่วประเทศ จะร่วมกันออกมาต่อต้านทันที&lt;/b&gt;  และทาง สนนท.จะร่วมกับองค์กรนักศึกษาเยาวชนที่ยึดมั่นในแนวทางประชาธิปไตย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จัดมหกรรมกรรมประชาธิปไตยสัญจรตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เปิดเวที รณรงค์ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นประชาธิปไตย โดยการนำรัฐธรรมนูญ ปี 40 เป็นต้นร่าง &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เลขาฯ สนนท.ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า  ทหารเข้ามามีบทบาท เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ข่มขู่ ดูถูกประชาชนเจ้าของประเทศ ด้วยการทำรัฐประหาร 19 กันยา 49 และในช่วงเวลาอันใกล้นี้ ก็มีกระแสข่าวว่า ทหารจะออกมาทำรัฐประหารอีกครั้ง   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แม้ว่า ผบ.ทบ.จะออกมายืนยันว่า จะไม่มีการทำรัฐประหาร &lt;b&gt;แต่คำพูดของท่าน ก็ไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ&lt;/b&gt; เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า มีกิจกรรมหลายๆอย่างของกองทัพ ที่ส่อให้เห็นถึงเจตนาที่ทหารจะเข้ามาแทรกแซงการเมืองอีกครั้ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นับแต่การเคลื่อนย้ายกำลังอาวุธ การตบเท้าให้กำลังใจผู้นำทหาร ของนายทหารในระดับคุมกำลังพล จนถึงการออกมาพูดในเชิงข่มขู่ ของนายทหารหลายท่าน ที่อ้างแต่จะปกป้องชาติ ปกป้องสถาบันฯ  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อนุธีร์ ยังกล่าวอีกว่า สนนท.ได้กำหนดการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป โดยจะ&lt;b&gt;จัดชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองต่อต้านการรัฐประหาร ที่หน้ากองทัพบก เวลา 10.00น. ในวันที่  1 กพ. 53 &lt;/b&gt;   
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“ พวกเขามักจะอ้างว่าจะปกป้องชาติ ปกป้องสถาบัน แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทำให้เราได้เห็นว่าพวกเขาปกป้องแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผมอยากจะถามว่า &lt;b&gt;พวกเขามีความคิดที่จะปกปักรักษา ระบอบประชาธิปไตย หรือประชาชนอยู่ในหัวของพวกเขา บ้างหรือไม่ ?&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การชุมนุมที่หน้า ท.บ.ที่ทาง สนนท. จัดขึ้น จะเป็นการประกาศยืนยันว่า ถ้าทหารมีความกล้าพอที่จะทำรัฐประหาร สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ก็พร้อมที่จะออกมาต่อต้านทันที ”&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/journal/2010/01/27543?utm_source=feedburner&amp;amp;utm_medium=feed&amp;amp;utm_campaign=Feed:+prachatai+(%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97+Prachatai.com)&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20100131/1661#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sun, 31 Jan 2010 17:12:22 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1661 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>กลุ่มคนเสื้อแดง ชุมนุมหน้า บก.ทบ. เรียกร้องทหารชั้นผู้น้อยต้านรัฐประหาร ประกาศลั่น - ถ้ามึงปฏิวัติ กูเผา </title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20100131/1660</link>
 <description>&lt;p&gt;
ช่วงบ่ายวันที่ 29 ม.ค.2553 ที่หน้ากองบัญชาการทหารบก (บก.ทบ.) กลุ่มคนเสื้อแดงตั้งเวทีปราศรัย โดยนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง สวมเสื้อสีม่วงขึ้นเวทีกล่าวโจมตีรัฐบาลและพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;อนุพงษ์-ประยุทธ์ ไม่อยู่ บก.ทบ. ไปปัตตานี&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ได้ทำงานด้านใน บก.ทบ. โดยตั้งแต่เวลา 09.30 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้เดินทางมา เพื่อเข้าร่วมประชุมหารือ รับทราบผลการปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พล.อ.อนุพงษ์ เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมกับหน่วยกำลังว่า จากการประเมินสถานการณ์ในภาพรวม ปัจจุบันประชาชนได้มีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุก ๆ เรื่อง การแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยรวมเป็นไปในทางที่ดี มีแนวโน้มที่ดีขึ้น ภายใต้การใช้การเมืองไปแก้ปัญหาก็ทำได้ดี หรือสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่พยายามจะทำให้ดีกว่านี้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;จตุพรลั่น ถ้ารัฐประหารให้ยึดศาลากลาง สกัดหน้าค่ายทหาร โอ่ถ้าตายให้เอาศพไปสู้ด้วย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนบรรยากาศชุมนุมที่หน้า บก.ทบ. ตั้งแต่ในช่วงบ่าย คนเสื้อแดงได้ทยอยรวมกัน เพื่อสอบถาม พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงข้อมูลที่ทางกลุ่มทราบว่า จะมีการทำรัฐประหาร โดยมีการรวมกันจนเต็มหน้าทางเข้า บก.ทบ. จนต้องปิดถนนราชดำเนิน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายจตุพร พรมพันธ์ ปราศรัยเมื่อเวลา 16.00 น. ว่า ถ้ามีการรัฐประหาร คนเสื้อแดงทุกจังหวัดให้ไปที่ศาลากลางจังหวัด และยึดทันที และให้ไปจอดรถหน้าประตูค่ายทหาร เอารถบรรทุกมาเทดินหน้าค่ายทหาร เพื่อห้ามไม่ให้ทหารนำรถถังออกมาทำรัฐประหาร ให้ปิดทุกเส้นทางที่ทหารจัดเข้าเมืองหลวง ส่วนในกรุงเทพฯ ให้มารวมกันที่สนามหลวง หน้า บก.ทบ. และทำเนียบรัฐบาล และให้จัดการตามที่เห็นสมควร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายจตุพร ปราศรัยว่า ถ้ามีนายพลคนไหนที่คิดทำรัฐประหาร ให้ประกาศมาเลยว่าวันไหนจะยึดอำนาจ แต่คิดว่านักปฏิวัติไม่เป็นลูกผู้ชาย เป็นหมาลอบกัดทำปฏิวัติทุกครั้ง นายจตุพรยังปราศรัยด้วยว่าถ้าตนตาย ให้คนเสื้อแดงพาศพของตนไปสู้ด้วย ถ้าหาศพไม่เจอ ให้เอารูปไปวางบนเวที แล้ววิญญาณของตนจะมาสู้อยู่กับท่าน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายจตุพรปราศรัยว่า การต่อสู้ของคนเสื้อแดงจะทำให้อำมาตย์บ้านสี่เสาฯ ไม่สามารถสู้ได้อีกต่อไป พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ควรเป็นอำมาตย์คนสุดท้ายที่ได้อยู่บ้านสี่เสาฯ ต้องเอานวมทอง ไพรวัลย์ และวีรชนที่เสียชีวิตจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปอยู่ที่นั่นแทน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;วีระบอกมาถามจะปฏิวัติหรือไม่ ชี้รัฐประหารแต่ละครั้งเพิ่มปัญหาประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
เวลาประมาณ 16.30 น. นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช. ปราศรัยว่า ที่มาในนี้ มาผูกมิตรทหารกล้า ต่อต้านขี้ข้าอำมาตย์ มาถามว่าจะปฏิวัติหรือไม่ ถ้าปฏิวัติมาก็ปฏิวัติไป ถ้าไม่ปฏิวัติก็ไม่ปฏิวัติ มาชุมนุมพอหอมปากหอมคอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวีระกล่าวว่า คนเสื้อแดงได้รับผลโดยตรงจากการทำรัฐประหาร จากการยึดอำนาจทุกครั้ง และผลลัพธ์ที่ปรากฏกับคนเสื้อแดงคือได้แต่ความทุกข์ ความเดือดร้อน การรัฐประหารเพิ่มปัญหาประชาชน ไม่เคยแก้ปัญหาประชาชนแท้จริงได้เลย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ชี้ในอาเซียน มีแต่ไทยกับพม่าที่รัฐประหาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่น้องในกองทัพครับ ไม่ต้องไปดูไกล ดูมิตรประเทศในอาเซียน 10 ประเทศ มีประเทศไหนบ้างที่เถียงกันว่า จะปกครองด้วยเผด็จการดีหรือประชาธิปไตยดี ไม่มีเลย ของเขาลงตัวหมดแล้ว ไม่เถียงกันแล้ว ประชาชนไม่ต้องลุกขึ้นมาเดินขบวน เสียเวลา เพื่อทวงหาสิทธิเสรีภาพ ประเทศเหล่านั้นแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ไม่ต้องเถียงเรื่องการปกครอง มีสองประเทศเท่านั้นคือไทยกับพม่า เสมอสูสีกัน น่าจัดให้ชกที่เวทีราชดำเนินมาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พี่น้องทหารหาญเราเดินตามหลังลาว กัมพูชาแล้ว รู้ตัวกันบ้างไหมเล่า มิตรประเทศเหล่านั้นเขากำลังพัฒนาเศรษฐกิจ มีสิทธิเสรีภาพ ส่วนพม่าก็ดิ้นรนขวนขวายพยายามอยู่ นานาประเทศทั่วโลกก็บีบเข้าไป เค้นเข้าไป เพื่อให้มีการเลือกตั้ง รัฐบาลทหารพม่าก็สัญญาว่าปีนี้จะเลือกตั้งแล้ว ของเราล่ะครับ อย่ามาบอกว่านี่เป็นรัฐบาลเลือกตั้ง อย่าพูดเป็นอันขาด เพราะรู้ว่าทำคลอดรัฐบาลนี้กันในค่ายทหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;เล็งดำเนินคดีอภิสิทธิ์ ใช้เอกสารเท็จ&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวีระ ปราศรัยด้วยว่า อย่างที่จตุพรบอก ที่กองทัพไปยกย่องคนหนีทหารมาเป็นนายกรัฐมนตรี แม้อายุความการหนีการเกณฑ์ทหารหมดไปแล้ว แต่การใช้เอกสารเท็จเข้ารับราชการทหารยังมีอายุความและมีความผิด ผมเห็นช่องทางแล้ว เดิมผมไม่เคยความสำคัญกับรัฐบาลนี้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพอำมาตย์จะอยู่หรือไปก็ไม่สำคัญ เพราะแม่ปลวกยังอยู่ ไล่ลูกยังไงก็ไม่ไป&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความคิดนั้นแม้ดำรงอยู่ แต่ผมเกิดความคิดใหม่ แม้รัฐบาลนี้จะเป็นลูกปลวกที่ไม่มีความสำคัญมากมายนัก แต่มันกัดกินเสาเรือนเราจนจะพังอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องกำจัดปลวกด้วย และจัดการแม่ปลวกไปพร้อมๆ กัน การกำจัดปลวกนั้นตั้งประเด็นชัดเจน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายกรัฐมนตรีไม่มีคุณสมบัติ ส.ส. เพราะใช้เอกสารเท็จรับราชการทหาร กองทัพพิจารณาแล้ว ทุกคนมีความผิดถูกลงโทษตามลำดับขั้น ยกเว้นอภิสิทธิ์ที่กองทัพไม่ดำเนินการ และเรามีหลักฐานมีสำนวนการสอบจากกองทัพบก ท่านทราบไหมว่าเราได้ยังไง ถ้าคนในกองทัพไม่ส่งให้ก็คงไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ดังนั้นถือว่า คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นผู้ต้องหามอบตัวให้กองทัพบกไปดำเนินคดี ถ้าไม่เช่นนั้น คนเสื้อแดงก็จะชุมนุมให้กองทัพบกนำตัวอภิสิทธิ์ไปดำเนินคดี ถ้าท่านปกป้องอภิสิทธิ์เท่ากับช่วยเหลือผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ประชาชนเสื้อแดงที่รักชาติสามารถจับกุมได้ ถ้าประวิตร วงษ์สุวรรณ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ถ้าไปปกป้องอภิสิทธิ์ก็จะถูกจับ เราจะไม่ให้อภิสิทธิ์ทำงานแล้ว แต่ให้ไปมอบตัวสู้คดี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ย้ำรัฐประหารอีกครั้ง ไทยจะไปต่อคิวหลังพม่า&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวีระย้ำว่า รัฐประหารไม่เกิดประโยชน์ ถ้าทำอีกครั้ง เราจะไปต่อคิวหลังพม่า อย่าทำอีก ที่ทำกันมาครั้งสุดท้าย 3 ปีมาจนบัดนี้เห็นแล้วใช่ไหมไม่มีอะไรดีขึ้น ทุกอย่างเลวลง มันกู้ไม่ฟื้นเวลานี้ เพราะเราแก้ผิดวิธี ไปแก้โดยรัฐประหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้าพี่น้องในกองทัพเห็นพ้อง ประชาชนเห็นพ้อง ต่อไปนี้ขอให้จับมือกัน ผูกมิตรกันต่อต้านรัฐประหาร ส่วนบ้านเมืองจะเดินไปยังไง แก้เศรษฐกิจ สังคมยังไง ตอบได้ว่า ถ้าทุกคนจริงใจ และจริงจัง น้อมนำพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราโชวาทชัดเจนทุกอย่างจะดีขึ้นเอง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทหารอย่าออกมาตั้งรัฐบาล อย่าแทรกแซงรัฐวิสาหกิจ ตำรวจรักษากฎหมาย ครูสอนหนังสือ หมอรักษาคนไข้ คนเสื้อแดงทำงาน อาบเหงื่อต่างน้ำ เสียภาษี เลี้ยงประเทศ ทุกคนเคารพซึ่งกันและกัน ประเทศอาเซียนไม่มีที่ไหนสู้เราไม่ได้ แต่เพราะทำผิดหน้าที่ไขว้เขวอย่างนี้ เราถึงลำบาก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“กี้” ขู่กรุงเทพฯ จะเป็นทะเลเพลิง ถ้าทหารทำรัฐประหาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เวลาประมาณ 17.00 น. นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงปราศรัยว่า ถ้ามีการทำรัฐประหาร ให้ประชาชนเข้ากรุงเทพฯ แล้วเอาขวดแก้วมาใบเดียว มาเติมน้ำมันเอาข้างหน้า ถ้ามาล้านคน ก็เติมล้านลิตร กรุงเทพฯ เป็นทะเลเพลิงแน่นอน ขอบอกให้ทหารได้รับทราบ ส่วนทหาร ให้ประชาชนเสื้อแดง 3 คน ต่อทหาร 1 คน ไปทหารมัด แล้วยึดปืนเอาไว้ ปฏิบัติตามนี้ รับรองได้ว่าคนเสื้อแดงชนะอำมาตย์แน่นอน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“ณัฐวุฒิ” ถามตอนสนธิใช้ผ้าอนามัยเช็ดพระบรมรูปทรงม้า ไม่เห็นนายทหารทำอะไร&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ต่อมานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ปราศรัยว่า นายทหารที่ตบเท้าออกมาปกป้อง พล.อ.อนุพงษ์ จาก เสธ.แดง นั้น ขอถามว่าตอนที่สนธิ ลิ้มทองกุล เอาผ้าอนามัยเช็ดลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ของผู้ก่อตั้งโรงเรียนนายร้อย จปร. แท้ๆ แต่นายทหารกลับไม่เห็นออกมาทำอะไร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายณัฐวุฒิปราศรัยด้วยว่า สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีข่าวว่าประเทศไทยจะเป็นโน่น จะเป็นนั่น พอสมัยอภิสิทธิ์ เป็นหนี้อย่างเดียว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ชี้นายทหารชั้นผู้น้อยไม่ควรถูกใช้ทำรัฐประหาร-ถูกอมเบี้ยเลี้ยงภาคใต้&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่า ทหารชั้นผู้น้อยไม่ควรเป็นเครื่องมือให้นายทหารใช้ทำรัฐประหาร ถ้านายทหารชั้นผู้ใหญ่จริงใจกับนายทหารชั้นผู้น้อยจริง ทหารที่ไปอยู่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คงไม่ถูกอมเบี้ยเลี้ยงเหมือนในปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นี่เสื้อเกราะยังได้ไม่ครบคน แต่ส่งอุปกรณ์ GT200 ที่หลักการทำงานเหมือนไม้ล้างป่าช้า ไปให้ตรวจระเบิด ในเมื่อนักวิชาการอย่างอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งผมก็ไม่รู้จักท่านเป็นการส่วนตัว ท่านตรวจสอบแล้วว่ามันใช้ไม่ได้ผล 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่อ้างว่าข้างในมีชิบตรวจระเบิด พอข่าวบีบีซีไปแกะปรากฏว่าชิบหาย มันชิบหายมาตั้งแต่ต้น แล้วไปให้ลูกหลานประชาชนถือ ผมเจ็บปวดแทนท่าน แทนพ่อแม่ลูกเมียท่าน ถือท่านเดินถือ GT200 โดยเข้าใจว่านายเอาของดีมาให้ใช้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ถามทหารจะรบกับใคร ย้ำถ้าเสื้อแดงชนะ จะเอาประชาธิปไตยให้ทุกคน&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทหารกล้าที่เคารพ วันนี้ผมพูดตรงไปตรงมา บอกให้เข้าใจว่าสิ่งที่คนเสื้อแดงสู้ ถ้าพวกผมแพ้ พวกผมแพ้เอง ถ้าถูกจับ ก็จับ ถ้ายิงพวกผมโดนก็ตาย ยิงไม่โดนพวกผมก็หลบ ไม่ได้สนใจ ไม่ได้อินังขังขอบกับผลที่ตามมาถ้าพ่ายแพ้ ไม่มีที่ยืนหรือไร้อิสรภาพ ไม่มีปัญหา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่ถ้าผมชนะ ผมจะเอาชัยชนะให้ท่าน ให้ครอบครัว ให้ลูกหลานท่าน ได้เติบใหญ่มีประชาธิปไตยในวันข้างหน้า คนเสื้อแดงยินดีสละร่างให้ทุกท่าน เดินในบ้านเมืองที่มีประชาธิปไตยในวันข้างหน้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
จึงถามใจท่านว่า ทหารท่านจะรบเพื่อใคร เขากล่าวหาว่าคนเสื้อแดง จ้องทำลายสถาบัน ขอเรียนว่าถ้าผมคิด ถ้าผมทำ พวกผมไม่เดินกันมาขนาดนี้ คงไม่มีที่ยืนในประเทศนี้มานานแล้ว ผมไม่เคยคิด ไม่เคยทำ ขอให้ถามนายท่านดีกว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มีปัญหาเรื่องนี้ ตอนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมปิดเส้นทางพระราชดำเนิน พันธมิตรฯ ไม่เปิดเส้นทาง ทำให้พระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ต้องเปลี่ยนไปใช้ ถ.หลานหลวง ตอนนั้นนายทหารท่านเจ็บปวดบ้างไหม แต่พวกผมเจ็บปวด ท่านรู้สึกเหมือนพวกผมไหม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ตอนที่อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า ถูกนายสนธิ กระทำการอย่างนั้น นายของท่านไม่กล้าแม้แต่จะสบตาดุสนธิด้วยซ้ำไป แต่พวกผมเจ็บปวด ท่านรู้สึกเหมือนพวกผมไหม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ลั่นศึกครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้ เรียกร้องทหารชั้นผู้น้อยต้านรัฐประหาร&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ท่านถามใจตัวเองสิครับ ท่านจะรบเพื่อใครในศึกนี้ ศึกนี้เลี่ยงไม่ได้ ถ้าท่านรัฐประหารผมก็สู้ ถ้าไม่ทำรัฐประหารพวกผมก็โค่นอำมาตยา ศึกนี้เลี่ยงไม่ได้ ถามใจท่านว่าจะสู้เพื่อใคร รบเพื่ออนุพงษ์ เพื่อประยุทธ์ ซื้ออาวุธ เอา GT200 ใส่มือท่าน ท่านจะรบเพื่อคนพวกนี้หรือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขณะเดียวกันถ้าท่านรบเพื่อประชาชน ประชาชนมามือเปล่าสู้ไม่กลัวตาย เหนื่อยไม่ย่อท้อ สามปีกว่าถูกเขาไล่ขยี้ตลอดมา แต่พวกเรายังยืนอยู่ได้ ถ้าหากเราชนะ ชีวิตหลังจากนี้ไปของท่านทุกวันทุกเดือน ท่านจะยิ่งใหญ่เป็นเจ้าของประเทศเท่าเทียมกับประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ถ้ารบเพื่ออนุพงษ์ ก็ช่วยอนุพงษ์ รบเพื่อประยุทธ์ ก็ช่วยประยุทธ์ ถ้ารบเพื่อประชาชน ก็ช่วยตัวเอง ช่วยพ่อแม่ ช่วยประชาชน ถามใจตัวเองเถิด ถ้าอาวุธเขาจ่ายมาทำรัฐประหาร รองเท้าบู้ทที่ท่านจะเดินเป็นเส้นทางไปฆ่าประชาชน หรือจะเดินเคียงข้างประชาชนท่านตัดสินใจเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ชูทหารชั้นผู้น้อย รศ.130 – คณะราษฎรต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในไทย มาจากนายทหารยศไม่ใหญ่ทั้งนั้น บรรพบุรุษของเรา กบฏ รศ.130 ก็เป็นนายสิบ เป็นจ่ามากมาย แม้ รศ.130 จะไม่สำเร็จ แต่เป็นก้าวย่างฐานสำคัญของคณะราษฎรในย่ำรุ่ง 24 มิถุนายน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แล้วคณะราษฎรก็ไปหาแกนนำ รศ.130 ว่า ถ้าไม่มีพวกท่านวันนั้น ก็ไม่มีพวกเราวันนี้ ถ้าท่านทำเพื่อประชาธิปไตยอีก 10 ปีข้างหน้า ลูกหลานมันจะเดินมาหาท่าน แล้วบอกว่าถ้าไม่มีพวกท่านวันนั้น ก็ไม่มีประชาธิปไตยในวันนี้ ขอถามท่าน กระบอกปืนของท่านมีไว้เข่นฆ่าทำลาย หรือมีไว้สร้างสรรค์ มีไว้ปลิดชีวิต หรือสร้างชีวิต มีไว้รับใช้เผด็จการ หรือสร้างประชาธิปไตย คิดให้ดีทหารกล้า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ย้ำอีกครั้ง ถ้าปฏิวัติจะเผา ก่อนสลายการชุมนุม&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
“ขอกราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.เปรม และนายทหารใหญ่น้อย อยากเรียนว่า &lt;b&gt;ถ้ามึงปฏิวัติ กูเผา&lt;/b&gt; โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง &lt;b&gt;ถ้ามึงปฏิวัติ กูเผา&lt;/b&gt;” นายณัฐวุฒิกล่าว จากนั้นในเวลา 18.00 น. นายณัฐวุฒิได้เชิญชวนให้ผู้ชุมนุมร้องเพลงชาติ ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนสลายการชุมนุม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/journal/2010/01/27525&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ประชาไท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20100131/1660#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/1">Politics</category>
 <pubDate>Sun, 31 Jan 2010 04:12:11 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1660 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>วิเคราะห์การทำรัฐประหาร : พัลลภ สหรัฐฯ ประยุทธ์ และรอยเตอร์</title>
 <link>http://www.arayachon.org/rethink/20100131/1658</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : พัลลภกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการยากที่จะทำการรัฐประหาร&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : พัลลภ อดีตคีย์แมนของ กอ.รมน. ซึ่งเวลานี้หันมาสนับสนุนทักษิณและเสื้อแดง พัลลภเป็นบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีอนุพงษ์ของเสธ.แดง และเป็นกุญแจสำคัญในการวางแผนทางยุทธศาสตร์ ต่อกองกำลังของทักษิณ และทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับ พล.อ.ชวลิต อดีตผบ.ทบ. ผู้ได้ชื่อว่า “ขงเบ้งเมืองไทย” พัลลภผู้ชำนาญการรบนอกแบบทำนอง “ปฏิบัติการณ์ใต้ดิน”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : ประยุทธ์เข้าคุมความมั่นคงแห่งชาติของไทย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : ประยุทธ์เป็นผู้ที่เปรมและอนุพงษ์จะตั้งให้เป็น ผบ.ทบ. คนต่อไป เป็นผู้ซึ่งคุมรัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่ให้มีการแตกแถว ประยุทธ์ผู้นี้ เป็นผู้ต่อต้านเสื้อแดงอย่างไม่ให้ผุดให้เกิด และเหตุผลที่เป็นตัวเลือกของเปรมและอนุพงษ์ เพราะลำพังตัวประยุทธ์เอง ไม่มีน้ำยาที่จะทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการได้ด้วยตัวเอง เพราะเป็นผู้มีอารมณ์แปรปรวน 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้นแผนการของเปรมและอนุพงษ์คือ การชักรอกประยุทธ์ โดยการมอบตำแหน่งอันมีหน้ามีตาทางการเมืองให้ ขณะนี้อนุพงษ์และนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ จึงปล่อยมือจากงานด้านการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ และยกความรับผิดชอบทั้งหมดให้กับประยุทธ์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : ทูตสหรัฐฯเตือนอย่างแข็งกร้าว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : ทูตสหรัฐฯกล่าวว่า การทำรัฐประหารในขณะนี้เป็นเพียงแค่ข่าวลือ และถ้าเกิดขึ้น ปฏิกิริยาจากอเมริกาครั้งนี้ จะหนักมากกว่าการทำรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ซึ่งเห็นเพียงการปฏิเสธเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการตัดความช่วยเหลือทางทหาร – แต่ในขณะที่รายงาน กองกำลังอเมริกาในภาคพื้นแปซิฟิก กำลังสอนนายทหารระดับนายพลไทย ให้เข้าใจถึงแนวคิดด้านการประชาสัมพันธ์ ซึ่งกองทัพอเมริกานำมาใช้อยู่&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : รอยเตอร์ยืนยันรายงานการวิเคราะห์จากข่าวกรองของไทย&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : รอยเตอร์ลงคำพูดจากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผย ซึ่งกล่าวว่า มีความแตกแยกทางอุดมการณ์ภายในกองทัพไทย อุดมการณ์ที่แตกแยกในกองทัพไทยนี้เกิดขึ้นระหว่าง ทหารประชาธิปไตยและทหารฝ่ายอำมาตย์ หรือทหารชั้นสูงของไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ความแตกต่างระหว่าง&lt;b&gt;ชวลิต&lt;/b&gt; ซึ่งเห็นว่า ประชาธิปไตย และเสรีภาพเป็นเพียงคำตอบของประเทศไทยที่กำลังจะพัง &lt;b&gt;และอำมาตย์&lt;/b&gt; ซึ่งสนใจแต่เพียง จะยึดเกาะกับสถานภาพที่เป็นอยู่ ในฐานะชนชั้นสูงส่งของประเทศไทย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : ทักษิณพร้อมที่จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : ทักษิณมีทั้งแหล่งเงินทุน และเส้นสายที่จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นได้ ถ้ามีการทำรัฐประหารอีกครั้งในประเทศไทย – ดูเหมือนน่าจะเป็นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งหวิดจะเกิดสงครามระหว่าง ไทยและกัมพูชา หลายต่อหลายครั้งมาแล้ว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : บัญชีดำเป็นหางว่าว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : รัฐบาลของอภิสิทธิ์ได้ระบุลงไปอย่างแน่ชัด ถึงโครงสร้างภายในของเสื้อแดง ซึ่งมีส่วนถูกถึงจุดหนึ่ง และเป็นการชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลทราบถึงบุคคลที่เป็นกุญแจสำคัญของฝ่ายเสื้อแดง ซึ่งสอดคล้องกับกองทัพไทย ซึ่งมีข่าวเรื่อง “บัญชีดำ” ในกรณีที่มีการทำรัฐประหาร เป็นรายชื่อทั้งคนไทย และชาวต่างชาติที่จะต้องเตรียม “รับมือ” &lt;b&gt;ประมาณ ๑,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ คน&lt;/b&gt; – 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งนายกรัฐมนตรีฮุน เซนแห่งกัมพูชากล่าวว่า กัมพูชาพร้อมที่จะให้เป็นที่พำนัก สำหรับรัฐบาลพลัดถิ่น ความจริงแล้วเสื้อแดงระดับอาวุโสหลายคน ได้รับข้อเสนอให้จัดตั้งที่พำนักขึ้นที่กัมพูชา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ข่าวกรอง : การถกเถียงเรื่องผู้นำที่จะทำรัฐประหาร และนายกรัฐมนตรีจากรัฐประหารได้เริ่มขึ้นแล้ว&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
วิเคราะห์ว่า : ข่าวล่าสุดรายงานว่า มีการถกเถียงเกี่ยวกับแผนการการทำรัฐประหารว่า ใครจะเป็นผู้นำกองทัพในการทำรัฐประหารครั้งนี้ และผู้นำหลังการทำรัฐประหาร และใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้รับการยืนยันที่แน่นอนว่า ใครจะเป็นผู้นำในการทำรัฐประหาร&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
แต่ดูเหมือนจะเป็นประยุทธ์ ซึ่งถูกชักใยจากอนุพงษ์และเปรมอีกต่อหนึ่ง สำหรับนายกรัฐมนตรีในอนาคต มีการถกเถียงว่า อาจจะเป็น&lt;b&gt;อภิสิทธิ์&lt;/b&gt; หรือไม่ก็ &lt;b&gt;อานันท์ ปันยารชุน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต้นฉบับ &lt;a href=&quot;http://thaiintelligentnews.wordpress.com/2010/01/28/coup-issue-analysis-panlop-america-prayuth-reuters/&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;Coup Issue Analysis: Panlop, America, Prayuth &amp;amp; Reuters&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
by Stingray, this blog national security journalist,Thai Intelligence News.&lt;br /&gt;
แปลและเรียบเรียง – แชพเตอร์ ๑๑ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา  &lt;a href=&quot;http://liberalthai.wordpress.com/2010/01/30/coup-issue-analysis-panlop-america-prayuth-reuters/&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;เว็บ Liberal&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/rethink/20100131/1658#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <pubDate>Sun, 31 Jan 2010 02:54:53 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1658 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เอแบคโพลเผย ชาวกทม.ชี้ คอรรัปชั่นในสังคมไทยรุนแรงสุด ส่วนใหญ่ถึง 94.6% ต้านการรัฐประหาร</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20100124/1595</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันที่  24 ม.ค. 2553 นาย&lt;b&gt;นพดล กรรณิกา&lt;/b&gt; ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยผลสำรวจเรื่อง “การรับรู้ของสาธารณชนต่อสถานการณ์การทุจริตคอร์รัปชั่น ในสังคมไทยในยุคนายกรัฐมนตรี และผู้ว่าฯ กทม. มาจากพรรคเดียวกัน” 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนพื้นที่กรุงเทพฯ จำนวน 1,686 ตัวอย่าง  ในวันที่ 22-23 มกราคม 2553 พบว่า ส่วนใหญ่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
- &lt;b&gt;ร้อยละ 57.0&lt;/b&gt; ระบุสถานการณ์ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยอยู่ในระดับรุนแรงถึงรุนแรงที่สุด   &lt;br /&gt;
- &lt;b&gt;ร้อยละ 32.1&lt;/b&gt; ระบุค่อนข้างรุนแรง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ประชาชน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
- &lt;b&gt;ร้อยละ 67.0&lt;/b&gt; รับรู้ว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเรียกรับผลประโยชน์&lt;br /&gt;
- โดยจำนวนมากหรือร้อยละ 38.4 เคยเจอด้วยตัวเอง และในกลุ่มที่เจอด้วยตัวเองนี้ ส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 70.0 เคยต้องจ่าย&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ยิ่งไปกว่านั้น ส่วนใหญ่หรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 63.1 รับรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐนำทรัพย์สินของราชการไปใช้ส่วนตัว&lt;/b&gt; โดยในกลุ่มนี้เกินกว่า 1 ใน 3 หรือ ร้อยละ 35.2 ที่เจอด้วยตนเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ผลสำรวจยังพบด้วยว่า ส่วนใหญ่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
- &lt;b&gt;ร้อยละ 59.3&lt;/b&gt; รับรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเบียดบังยักยอกทรัพย์สินของราชการไปเป็นของตนเอง&lt;br /&gt;
- โดย 1 ใน 5 หรือร้อยละ 20.2 เคยเจอด้วยตนเอง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เกินกว่าครึ่งหรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 54.2&lt;/b&gt; รับรู้ว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐมีการฮั้วประมูลงานราชการ โดยร้อยละ 13.3 เคยเจอด้วยตนเอง และในกลุ่มที่เจอด้วยตนเองร้อยละ 44.4 ที่เคยต้องจ่ายด้วยตนเอง&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่น่าเป็นห่วงอีกประการหนึ่งคือ เกินครึ่งหรือ&lt;b&gt;ร้อยละ 53.7&lt;/b&gt; รับรู้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการบริการช่วยเหลือประชาชน เช่น ไม่รับแจ้งความ ไม่จดทำทะเบียนให้ เป็นต้น 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยเกินกว่า 1 ใน 3 หรือร้อยละ 34.0 ที่เจอปัญหานี้ด้วยตนเอง และร้อยละ 54.8 ในกลุ่มนี้เคยต้องจ่ายเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบริการช่วยเหลือประชาชน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นอกจากนี้ ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
- ร้อยละ 80.0 ระบุรับรู้น้อยถึงไม่มีส่วนรับรู้เลย เกี่ยวกับข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่พักอาศัยอยู่
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
- ร้อยละ 75.7 ระบุเคยได้เห็นหรือได้ยินน้อยถึงไม่เคยเลย เกี่ยวกับการรณรงค์ต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นในกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติราชการในพื้นที่ที่พักอาศัยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ยิ่งไปกว่านั้น ร้อยละ 80.6 รับรู้น้อยถึงไม่ทราบเลยเกี่ยวกับช่องทางการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ที่พักอาศัย และร้อยละ 58.7 ระบุระดับความโปร่งใสมีน้อยถึงไม่มีเลย ในการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการต่างๆ &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
เมื่อสอบถามถึงประเด็นในการปฏิวัติ พบว่า &lt;b&gt;ร้อยละ 94.6 ระบุไม่เห็นด้วยที่จะมีการปฏิวัติเกิดขึ้น&lt;/b&gt; ร้อยละ 5.4 ระบุเห็นด้วยที่จะมีการปฏิวัติ&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา &lt;a href=&quot;http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264314580&amp;amp;grpid=03&amp;amp;catid=&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;มติชน &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20100124/1595#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/5">Citizen</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/454">corruption</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <pubDate>Sun, 24 Jan 2010 22:03:25 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1595 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>3 ปี รัฐประหาร : ใครได้ใครเสีย</title>
 <link>http://www.arayachon.org/article/20090917/1505</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;วันที่ 19 กันยายนปีนี้ เป็นวันครบรอบ 3 ปีของการทำรัฐประหาร &lt;b&gt;“ครั้งล่าสุด”&lt;/b&gt; ในประเทศไทยครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
สภาพบ้านเมืองในวันนี้ คงไม่มีใครบอกได้ว่าเราไม่มีปัญหาอะไรอีกแล้ว เพราะ &lt;b&gt;“วิกฤต”&lt;/b&gt; ต่าง ๆ ยังคงมีอยู่ แถมยังแตกแขนงออกไปอีกหลายสาขา ดังนั้น ในวันนี้ หลังจากที่ 3 ปีผ่านไป จึงน่าจะถือโอกาสประเมิน &lt;b&gt;“ผลสำเร็จ”&lt;/b&gt;
ของการกระทำรัฐประหารว่ามีมากน้อยเพียงใด &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;เพราะระยะเวลา3 ปีที่ผ่านมา
ก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะทำการประเมินได้เนื่องจากพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ทุก
ๆ ด้านที่เป็นผลพวงอันเกิดมาจากการรัฐประหารย่อมสะท้อนให้เห็นถึง &lt;b&gt;“ผลสำเร็จ”&lt;/b&gt; ของการทำรัฐประหารได้ไม่ยากนัก&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ย้อนกลับไปดูเหตุการณ์ก่อนวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ในวันนั้น แม้เราจะพบว่ามี&lt;b&gt;ความขัดแย้งในสังคม&lt;/b&gt; แต่ความขัดแย้งดังกล่าว ก็มิได้มีความ &lt;b&gt;“รุนแรง”&lt;/b&gt;
เท่ากับความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยวันนี้
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น
คณะรัฐประหารและรัฐบาลของคณะรัฐประหารก็ได้แสดงให้เราเห็นภาพของ &lt;b&gt;“ความปรารถนาดี”&lt;/b&gt; ที่มีต่อบ้านเมืองและในทางกลับกันก็ได้ &lt;b&gt;“ฉายภาพ”&lt;/b&gt; ของความเลวร้ายที่เกิดจากรัฐบาลที่ผ่านมา สิ่งที่ตามมาก็คือการล้มเลิกโครงการหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นโดยรัฐบาลที่ผ่านมา&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;รัฐบาลของคณะรัฐประหารพยายามทำอะไรหลาย ๆ อย่างที่ &lt;b&gt;“ดูดี”&lt;/b&gt; และ &lt;b&gt;“บริสุทธิ์ผุดผ่อง”&lt;/b&gt; แต่อย่างไรก็ตาม การบริหารประเทศไม่ใช่ &lt;b&gt;“ของง่าย ๆ”&lt;/b&gt; ที่ใครจะลุกขึ้นมาทำก็ได้ ด้วยเหตุนี้เองที่เรามองเห็น &lt;b&gt;“ความล้มเหลว”&lt;/b&gt; ในการบริหารประเทศเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในหลาย ๆ ด้าน &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;รวมทั้งในด้านการออกกฎหมายโดย &lt;b&gt;“สนช.”&lt;/b&gt; ที่ตั้งโดยคณะรัฐประหารด้วย !!! จากความรู้สึกของผมน่าจะมีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่ล้มเหลวก็คือ &lt;b&gt;กระบวนการตรวจสอบรัฐบาลที่ผ่านมา&lt;/b&gt;ที่ทำงานกันอย่าง&lt;b&gt;ขมักเขม้นและประสานเสียงกันอย่างน่าชื่นชม&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt; มีการฉายให้เห็น &lt;b&gt;“ภาพร้าย”&lt;/b&gt; ของรัฐบาลที่ผ่านมาทุกวันจนทำให้บางครั้งอดนึกไม่ได้ว่า ทำไมรัฐบาลที่ผ่านมาถึงได้ &lt;b&gt;“ร้าย”&lt;/b&gt;
ขนาดนี้ !!! ข่าวต่าง ๆ มีมากมายรายวันจนแทบไม่น่าเชื่อ ยังจำกันได้ไหมว่า
2 – 3
วันหลังการรัฐประหาร ก็มีข่าวการทุจริตเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งกำลัง
จะเปิดให้บริการว่า เกิดการทุจริตกันมากทุกรูปแบบ
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;รันเวย์ร้าวและทรุดจนไม่น่าจะใช้การได้
แถมมีบางคนออกมาให้ข่าวว่าคงเปิดใช้สนามบินไม่ได้อีกแล้วและสมควรเก็บไว้
เป็น &lt;b&gt;“สุสาน”&lt;/b&gt; ของอดีตนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลที่ผ่านมาด้วย!!! ส่วนกระบวนการตรวจสอบอื่น ๆ ก็ดู &lt;b&gt;“น่ากลัว”&lt;/b&gt;
ทั้งนั้น &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ยุบพรรค ตัดสิทธิทางการเมือง ถูกสังคมประณามว่าทุจริตทั้ง ๆ
ที่ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนการพิสูจน์ สิ่งต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่สร้างภาพลักษณ์ไม่ดีให้กับนักการเมืองในรัฐบาลที่
ผ่านมาจนแทบจะเรียกได้ว่า ไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียวครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คณะรัฐประหารก็สามารถ&lt;b&gt; “เอาใครก็ไม่รู้”&lt;/b&gt; มาร่างรัฐธรรมนูญได้ ดู ๆ แล้ว&lt;b&gt;ไม่น่าเชื่อว่าจะทำอย่างนี้ได้กับกฎหมายสูงสุดของประเทศ&lt;/b&gt; ตัวอย่างดี ๆ มีให้เห็นทั่วโลกก็ไม่เอามาใช้กลับ&lt;b&gt;สร้างแบบของตัวเองขึ้น&lt;/b&gt;มาเพื่อ&lt;b&gt;เป็นรัฐธรรมนูญที่มีมาตรา 309 พ่วงท้าย&lt;/b&gt;มาด้วย &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;คงไม่มีที่ใดในโลกนี้อีกแล้วที่ทำอย่างนี้ได้ครับ! ด้วยเหตุนี้เอง &lt;b&gt;“ใครก็ไม่รู้”&lt;/b&gt; ที่มาร่างรัฐธรรมนูญที่บางคนก็เข้ามาเพราะ &lt;b&gt;“มีตำแหน่ง”&lt;/b&gt; บางคนก็เข้ามาเพราะ &lt;b&gt;“มีพรรคพวก”&lt;/b&gt; จึงช่วยกันผลิตรัฐธรรมนูญที่ไม่ว่าจะเป็นนักกฎหมาย &lt;b&gt;“ใหญ่”&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;รัฐบาลหรือแม้กระทั่งผู้เข้าไปร่างรัฐธรรมนูญด้วยบางคนต้องออกมาบอกกับประชาชนก่อนที่จะมีการออกเสียงประชามติว่า &lt;b&gt;“รับไปก่อนแล้วค่อยไปแก้ทีหลัง”&lt;/b&gt; น่าอายไหมครับกับผลงานที่มีตำหนิ !!&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;เมื่อรัฐธรรมนูญที่มีตำหนิออกมาใช้บังคับ เกิดการเลือกตั้งขึ้น
เกิดปัญหาจากบทบัญญัติที่หลาย ๆ มาตราในรัฐธรรมนูญนำมาซึ่งความวิกฤตต่าง ๆ
ของบ้านเมืองที่ในวันนี้
อาจสรุปได้ว่าเป็นวิกฤตครั้งร้ายแรงที่สุดเท่าที่ประเทศเราเคยมีมาก็ว่าได้
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ผมจะขอพูดถึงวิกฤตต่าง ๆ เพียง 3
วิกฤตที่ผมคิดว่ามีความสำคัญและเป็นผลต่อเนื่องมาจากการรัฐประหารอย่างคร่าว
ๆ ก็แล้วกันนะครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;&lt;b&gt;วิกฤตแรก&lt;/b&gt;สำหรับผม ก็คงเป็นเรื่อง&lt;b&gt;การบังคับใช้กฎหมาย&lt;/b&gt; เราจะพบได้ในชีวิตประจำวันว่า เรามีปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกันมาก รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายที่มี &lt;b&gt;“หลายมาตรฐาน”&lt;/b&gt;
ด้วยครับ !! &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ลองสังเกตดูในช่วงชีวิตประจำวันก็ได้
ทางเท้าสำหรับคนเดินกลายเป็นที่จอดรถมอเตอร์ไซด์และเป็นที่ขายของ บนถนน
รถเมล์และรถมอเตอร์ไซด์ ซึ่งตามกฎหมายจะต้องวิ่งชิดขอบทางด้านซ้าย
ก็ออกมาวิ่งเผ่นผ่านเต็มพื้นที่ถนนไปหมด
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;สองตัวอย่างนี้แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่า ทั้ง&lt;b&gt;ผู้อยู่ใต้กฎหมายและผู้รักษากฎหมาย ต่างก็ละเลยการบังคับใช้กฎหมายกันไปหมด &lt;/b&gt;ด้วยเหตุนี้เองที่เมื่อมีการจับพ่อค้าขายของปลอมแถวพัฒน์พงษ์ เราจึงเห็นภาพการขัดขืนการจับกุมและการ&lt;b&gt;บุกชิงของกลางที่อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ของรัฐ&lt;/b&gt;ได้อย่าง&lt;b&gt;ไม่สะทกสะท้าน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;ครับ !
ส่วนเรื่องเก่า ๆ
ที่หลายต่อหลายคนพูดถึง ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องพูดถึงกันต่อไป
การบุกยึดทำเนียบรัฐบาลและการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นความผิดทีjร้ายแรงจนถึงวันนี้ เราก็ยังหาตัวคนทำผิดมาลงโทษไม่ได้
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;แต่พอมีข่าวการตัดต่อเทปเสียงนายกรัฐมนตรี
เพียงไม่กี่ชั่วโมง เราก็ทราบข้อมูลชัดเจนแล้วว่ามีการตัดต่อกี่จุด
เอาเสียงเหล่านั้นมาจากไหน
แถมยังรู้ไปไกลกว่านั้นอีกว่า ทำและเผยแพร่มาจากที่ใดด้วยครับ
นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คำว่า &lt;b&gt;“สองมาตรฐาน”&lt;/b&gt; เกิดขึ้นกับการบังคับใช้กฎหมายครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;รวมความแล้ว
สำหรับวิกฤตของการบังคับใช้กฎหมายก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดายว่าอยู่คู่กับ
ประเทศไทยมาจะครบ 3 ปีแล้ว และก็ยังมองไม่เห็นว่า ณ จุดใด
เราจะมีการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกต้อง เป็นธรรมและยุติธรรม
ดังเช่นที่นายกรัฐมนตรีได้เคยกล่าวถึงอยู่เสมอ ๆ ถึงการปกครองในระบบ &lt;b&gt;“นิติรัฐ”&lt;/b&gt; ครับ !!&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;&lt;b&gt;วิกฤตต่อมา&lt;/b&gt; ก็คงหนีไม่พ้นปัญหา &lt;b&gt;“อมตะ”&lt;/b&gt; ที่เกิดขึ้นมาในประเทศไทยกว่า 50 ปีแล้ว และเรียกได้ว่าเป็น &lt;b&gt;“เหตุใหญ่”&lt;/b&gt; ที่ใช้อ้างกันสำหรับการรัฐประหารแทบทุกครั้ง นั่นคือเรื่อง &lt;b&gt;“การทุจริตคอรัปชั่น”&lt;/b&gt;
ครับ !!!
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;การดำเนินการตรวจสอบของกระบวนการตรวจสอบทั้งหมดที่ถูกตั้งขึ้น โดยคณะรัฐ
ประหารและโดยรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. 2550 ชี้ให้เห็นถึง&lt;b&gt; การทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลที่ผ่านมา&lt;/b&gt; แต่ก็&lt;b&gt;ไม่ได้วางมาตรการต่อเนื่องที่เพียงพอในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นที่จะเกิดขึ้นใหม่&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ด้วยเหตุนี้เองที่เมื่อรัฐบาลนี้เข้ามารับตำแหน่งใหม่ ๆ เราก็ได้ยินเรื่อง &lt;b&gt;“ปลากระป๋องเน่า”&lt;/b&gt;
ที่ไม่รู้ว่าวันนี้ตรวจสอบไปถึงไหน ตกลงแล้วมีใครทุจริตหรือไม่
ตามมาด้วยการเช่ารถเมล์ 4,000
คัน ที่แพงยิ่งกว่าการซื้อหลายเท่าที่ไม่รู้เช่นกันว่า วันนี้ผลการพิจารณาไป
ถึงไหน &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ปิดท้ายด้วยโครงการอภิมหาทุจริต&lt;b&gt;ชุมชนพอเพียง&lt;/b&gt;ที่มีข่าวว่าเกิดการทุจริตจำนวนมากมายหลายโครงการย่อย ที่ทำให้รัฐต้องสูญเสียงบประมาณไปเป็นจำนวนมากและประชาชนก็ได้ &lt;b&gt;“ของไม่ดี”&lt;/b&gt; ไปใช้ ที่ในวันนี้ก็เช่นเดียวกันที่เรื่องเงียบหายไปแล้ว &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ผมก็ไม่รู้ว่า 3 ตัวอย่างที่ผมเล่าให้ฟังนี้เขาเรียกว่า &lt;b&gt;“การทุจริต”&lt;/b&gt; หรือไม่ครับ เพราะถ้าใช่ ก็คือ การเอาเงินของประเทศชาติไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว ที่น่าจะต้อง &lt;b&gt;“ลากคอ”&lt;/b&gt; คนทำผิดมาลงโทษ เช่นเดียวกับการที่เรา &lt;b&gt;“สะใจ”&lt;/b&gt; กับการลงโทษอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ผ่านมาในข้อกล่าวหาเดียวกันนะครับ &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;นอกเหนือจาก&lt;b&gt;การทุจริตที่เป็นตัวเงินและทรัพย์สิน&lt;/b&gt;ที่
กล่าวไปแล้ว
วันนี้เราก็ยังคงพบการทุจริตรูปแบบดั้งเดิม ที่ไม่ว่าจะรัฐประหารกันกี่ครั้ง
ก็ไม่เห็นหมดสิ้นไปเสียที นั่นก็คือการใช้อำนาจเข้าไป &lt;b&gt;“แทรกแซง”&lt;/b&gt; ระบบราชการประจำ ที่บางคนพยายามเรียกว่า &lt;b&gt;“การทุจริตเชิงอำนาจ” &lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ลองดูเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายก็แล้วกันครับดูมีปัญหาไปหมดตั้งแต่การแต่งตั้ง
ที่กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และในกระทรวงอีกบางกระทรวง
รวมไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยที่เหมือนในหน่วยงานจะ &lt;b&gt;“ไม่พอใจ”&lt;/b&gt; แต่ก็ไม่กล้า &lt;b&gt;“ขัดขืน”&lt;/b&gt; ด้วยเกรงว่า หาก&lt;b&gt;รัฐบาลอยู่ยาว&lt;/b&gt;ตนเองจะ&lt;b&gt;ลำบาก&lt;/b&gt;ครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
หากการทุจริตคอรัปชั่นและการใช้อำนาจเข้าไปแทรกแซงระบบราชการประจำเป็น &lt;b&gt;“เงื่อนไขหลัก”&lt;/b&gt; ที่ทำให้เกิดการรัฐประหารขึ้น ก็ขอให้ลองพิจารณาดูเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในวันนี้ก็แล้วกันนะครับว่า เข้า&lt;b&gt;เงื่อนไขที่จะทำการรัฐประหารแล้วหรือยัง ?&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;b&gt;วิกฤตสุดท้าย&lt;/b&gt;
ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้เป็นวิกฤตใหญ่ที่ควรจะกล่าวถึงไปแล้วตั้งแต่ต้นแต่ก็
นำมากล่าวถึงเป็นวิกฤตสุดท้ายด้วยเหตุที่ว่า น่าจะเกิดปัญหาขึ้นเร็ว ๆ นี้
และปัญหาน่าจะรุนแรงเพราะเป็น &lt;b&gt;“วิกฤตสะสม”&lt;/b&gt; ที่ต่อเนื่องมาจากการรัฐประหารโดยตรงครับ นั่นก็คือวิกฤตรัฐธรรมนูญครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
คงจำกันได้ว่า &lt;b&gt;“รับไปก่อนแล้วค่อยไปแก้ทีหลัง”&lt;/b&gt; เป็นคำพูดที่แม้จะมีคนนำมาอ้างถึงมากแต่ในทางปฏิบัติก็เป็นไปไม่ได้สักครั้ง เพราะว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตา&lt;b&gt; “คัดค้าน”&lt;/b&gt; การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “&lt;b&gt;สาระที่จะขอแก้ไข” &lt;/b&gt;เลย &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;คนเหล่านั้นพยายามทำให้ภาพของรัฐธรรมนูญดูเป็นของ &lt;b&gt;“ศักดิ์สิทธิ์”&lt;/b&gt; เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ. 2475 ที่ทุกคนต้องให้ความ&lt;b&gt;เคารพต่อรัฐธรรมนูญ&lt;/b&gt;ในฐานะที่เป็น &lt;b&gt;“สัญลักษณ์”&lt;/b&gt; ของความเป็นประชาธิปไตย คนเหล่านั้นจึง &lt;b&gt;“คัดค้าน”&lt;/b&gt; การแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้งที่มีการเสนอขอแก้ไขโดยไม่ฟังเสียงใด ๆ ทั้งสิ้นครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
จริง ๆ แล้ว ผมเองก็เห็นด้วยกับการ &lt;b&gt;“ไม่แก้”&lt;/b&gt; รัฐธรรมนูญในช่วงนี้ เพราะเมื่อพิจารณาจาก&lt;b&gt; “ข้อเสนอ”&lt;/b&gt; ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมการสมานฉันท์แล้ว ก็&lt;b&gt;ไม่เห็นว่าประชาชนหรือประเทศชาติ จะได้ประโยชน์อะไรมากมายนัก&lt;/b&gt;
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;คงมีเพียงนักเลือกตั้งและนักการเมืองเท่านั้นที่ได้ประโยชน์
แต่ถ้าหากจะแก้กันจริง ๆ แล้ว
น่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรที่จะศึกษาวิเคราะห์บทบัญญัติต่าง ๆ
ที่เป็นปัญหาและ&lt;b&gt;หาทางสร้างกลไกในการควบคุมการใช้อำนาจของนักการเมืองให้ดีกว่านี้&lt;/b&gt; ประเทศชาติก็จะได้ประโยชน์มากกว่าครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
ดู ๆ ไปแล้ว หากเดาไม่ผิด เราคงต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปอีกนานทีเดียวครับ ก็ &lt;b&gt;&amp;quot;พลังหลัก&amp;quot; &lt;/b&gt;ในการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังเป็น &lt;b&gt;“พลังหลัก”&lt;/b&gt; ที่ค้ำยันรัฐบาลอยู่ ยังไงเสียก็คงต้องฟังกันบ้าง ใช่ไหมครับ !!! &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;มีอะไรอีกมากมายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 3
ปีที่ผ่านมาหลังการรัฐประหารแต่ผมคงจะขอไม่กล่าวถึงแล้วครับ
ในวันนี้ หากจะประเมินผลการรัฐประหาร คงไม่ยากที่จะให้คะแนน
การรัฐประหารที่ผ่านมาถือว่า&lt;b&gt; “ล้มเหลว”&lt;/b&gt; โดยสิ้นเชิง เพราะ&lt;b&gt;แก้ปัญหาสำคัญของประเทศไม่ได้เลย&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;และใน&lt;b&gt;ทางกลับกัน กลับสร้างปัญหาสำคัญขึ้นมาให้กับประเทศ&lt;/b&gt;อีก นั่นก็คือ&lt;b&gt;ความแตกแยกในสังคมอย่างรุนแรง&lt;/b&gt; ที่ดู ๆ แล้ว น่าจะ&lt;b&gt;ยากที่จะเยียวยาได้ในระยะเวลาอันสั้น&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ความล้มเหลวของการรัฐประหารยังแสดงออกมาโดยผ่านทาง&lt;b&gt;นักการเมืองหน้าเก่า&lt;/b&gt;ที่แม้จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง แต่ก็สามารถส่ง &lt;b&gt;“ตัวแทน”&lt;/b&gt; เข้ามาร่วมอยู่ในรัฐบาล ในองค์กรของรัฐต่าง ๆ แถมบางคน ก็ยังมีบทบาทสูงในการ &lt;b&gt;“ชี้นำ”&lt;/b&gt;
การเมืองของประเทศในวันนี้อย่างชัดเจนอีกด้วยครับ
&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ส่วนการจัดการกับการทุจริตคอรัปชั่นทั้งที่เป็นทรัพย์สินเงินทองหรือเป็นการ
ใช้อำนาจหน้าที่ก็เห็นได้ชัดว่า &lt;b&gt;“ล้มเหลว”&lt;/b&gt; เพราะวันนี้ก็ยังมีอยู่และดูท่าทางจะ &lt;b&gt;“แยบยล”&lt;/b&gt; กว่าเดิมอีกด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่า การรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 เป็นการกระทำที่ &lt;b&gt;“สูญเปล่า”&lt;/b&gt; ครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
บทสรุปสำหรับ &lt;b&gt;“3 ปีรัฐประหาร : ใครได้ใครเสีย”&lt;/b&gt;
ก็คือ ในวันนี้ระบบเศรษฐกิจของเราพังพินาศไปมาก สังคมมีความแตกแยกสูง
การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมถอยลง การเมืองอ่อนแอ คงไม่ต้องบอกนะครับว่า &lt;b&gt;ประเทศชาติได้รับความเสียหายจากการรัฐประหารไปมากน้อยเพียงใด&lt;/b&gt; &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;ส่วน&lt;b&gt;ใครได้&lt;/b&gt;นั้น
ก็คงต้องไปดูกันเอาเองจากตำแหน่งหน้าที่ ฐานะการงาน บทบาทต่าง ๆ
ที่บางคนได้มาจากการสนับสนุนการรัฐประหาร จากการเป็น สนช.
จากการเป็นเนติบริกร จากการเข้าไปช่วยร่างรัฐธรรมนูญ
ลองพิจารณากันเอาเองแล้วกันครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
ในวันนั้น
หากไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้นและปล่อยให้กลไกของระบอบประชาธิปไตยแก้ปัญหาการ
เมืองกันเอง ในวันนี้เราจะเป็นอย่างไร คงเป็นสิ่งที่ผมอยากให้เรา &lt;b&gt;“ลอง”&lt;/b&gt; มองดูบ้างครับ&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;body&quot;&gt;
ความผิดพลาด &lt;b&gt;“ครั้งใหญ่”&lt;/b&gt; ของคณะรัฐประหารก็คือ เมื่อขึ้นมาแล้วไม่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่าง &lt;b&gt;“เด็ดขาด”&lt;/b&gt; ปัญหาต่าง ๆ จึงยังคงอยู่ครบทั้งหมด !!!&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา  &lt;a href=&quot;http://www.pub-law.net/publaw/view.asp?PublawIDs=1386&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;public law net&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/article/20090917/1505#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/453">coup</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/287">crisis</category>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/284">politics</category>
 <pubDate>Thu, 17 Sep 2009 02:48:55 +0700</pubDate>
 <dc:creator>admin</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">1505 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>

