<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Justice</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>ศาลฎีกาสั่งให้ใบแดงยงยุทธและศาลรัฐธรรมนูญวินิฉัยแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา(ปรับปรุง 1)</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080709/528</link>
 <description>8 กรกฎาคม 2551 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สั่งให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช และให้ใบเหลือง น.ส.ละออง ติยะไพรัช น้องสาว พรรคพลังประชาชน ฐานกระทำผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และส.ว.พ.ศ.2550 ว่าด้วยการทุจริตการเลือกตั้งตามคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ศาลระบุว่า มติให้ใบแดงและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ถูกร้องที่ 1 (นายยงยุทธ)และให้ใบเหลืองผู้ถูกร้องที่ 2(น.ส.ละออง) แม้มติกกต.ออกมาเป็นเสียง 3
ต่อ 1 ก็ถือว่านายสมชัย จึงประเสริฐ ได้ใช้สิทธิในการออกเสียงแล้ว
จึงถือว่ามติกกต.ชอบด้วยกฎหมาย
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ส่วนประเด็นการให้สินบนกันจริงหรือไม่
ศาลเห็นว่า แม้ผู้คัดค้านที่ 1(นายยงยุทธ)อ้างว่ากกต.ผู้ร้องมีการปั้นแต่งพยานมากลั่นแกล้งผู้คัดค้าน
ซึ่งเป็นกลุ่มอำนาจเก่า
เพื่อไม่ให้ได้รับการเลือกตั้งนั้น ผู้ร้อง(กกต.)มีพยานหลักฐานชัดเจนทั้งภาพถ่ายและวีดีโอ บันทึกภาพที่กำนันทั้ง 10 คน จากอ.แม่จัน
จังหวัดเชียงราย เดินทางมาพบนายยงยุทธผู้คัดค้านที่ 1
ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
รวมทั้งคำเบิกความของนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ
กำนันตำบลจะว้า อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ที่ระบุชัดเจนว่า นายยงยุทธ
ผู้คัดค้านได้ให้เงิน 2 หมื่นบาท เพื่อจูงใจให้กำนัน 10 คนให้การช่วยเหลือนายยงยุทธ ผู้คัดค้านที่ 1 ในฐานะผู้สมัคร ส.ส. สัดส่วนพลังประชาชน และ
น.ส.ละออง ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จังหวัดเชียงราย
เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้ง
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ศาลจึงเห็นตามคำร้องของกกต.ผู้ร้อง
ที่ให้ใบแดงและใบเหลืองคือ&lt;b&gt; ให้เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง นายยงยุทธผู้คัดค้านที่ 1 เป็นเวลา 5 ปีนับแต่วันพิพากษาและให้จัดการเลือกตั้งใหม่ ในเขต 3 จังหวัดเชียงรายแทน นส.ละอองผู้คัดค้านที่ 2
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
รายงานข่าวแจ้งว่าหลังจากศาลสั่งให้ใบแดงนายยงยุทธ  กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง
จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่ง
เพื่อสอบสวนและพิจารณาว่า &lt;b&gt;มูลเหตุแห่งการให้ใบแดงนายยงยุทธ เป็นมูลเหตุให้ยุบพรรคการเมืองหรือไม่ &lt;/b&gt;(ข่าว 1)
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
8 กรกฎาคม 2551 นายไพฑูรย์ วราหะไพฑูรย์ เลขาธิการสำนักงานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แถลงว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า
แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่สนับสนุนให้กัมพูชาเสนอจดทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้
รมว.ต่างประเทศไปลงนามนั้น &lt;b&gt;เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190
วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
&lt;/b&gt;  
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;quot;ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ&lt;b&gt; 8 ต่อ 1&lt;/b&gt;
วินิจฉัยว่า คำแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับลงวันที่18 มิถุนายน
เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 วรรคสอง
ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา&amp;quot;(ข่าว 2 )
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; - กรุงเทพธุรกิจออนไลน์&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/08/news_274232.php&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt; ข่าว 1&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/08/news_273978.php&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;ข่าว 2&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม &lt;/b&gt;1.&lt;a href=&quot;http://www.concourt.or.th/download/Center_desic/51/center6-7_51.pdf&quot;&gt; คำวินิจฉัยกลางศาลรัฐธรรมนูญที่ ๖-๗/๒๕๕๑ เรื่อง คำแถลงการณ์ร่วมไทย -
กัมพูชาฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ เป็นหนังสือสัญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา
190 หรือไม่&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
2. &lt;a href=&quot;http://www.supremecourt.or.th/webportal/supremecourt/admin/news/files/July_9_2008_9_24_2bd090695e6b54ed0a00b480068afd86.pdf&quot;&gt;คำสั่งศาลฎีกาที่ 5019/2551 เรื่องกกต.ขอให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายยงยุทธ ติยะไพรัชฯ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
คดีใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช มีความสำคัญมากตรงที่นายยงยุทธ เป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน ทำให้คดีของนายยงยุทธ มีแนวโน้มสูงที่อาจทำไปสู่คดียุบพรรคตามรัฐธรรมนูญ 2550 ม.237 วรรค 2 ที่ว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;quot;...ถ้าการกระทําของบุคคลตามวรรคหนึ่ง
ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า หัวหน้าพรรคการเมือง
หรือกรรมการบริหารของพรรคการเมืองผู้ใด มีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยหรือทราบถึงการกระทํานั้นแล้ว
มิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทําการเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ตามมาตรา 68..&amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
สส.ของพรรคพลังประชาชนและสว.จำนวนหนึ่ง เคยเสนอญัตติขอแก้ไขมาตรานี้ แต่ต่อมาเมื่อพันธมิตรฯได้เคลื่อนไหวต่อต้านอย่างหนัก ทำให้สว.และสส.หลายคนขอถอนชื่อออก มีผลทำให้ญัตติตกไป คงเหลือแต่ญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอโดยการลงชื่อของประชาชนจำนวนแสนกว่าคนที่นำโดยนายเหวง โตจิราการและคณะ ซึ่งต้องรอตรวจสอบรายชื่อและรอกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเข้าชื่อของประชาชน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภา
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ปัญหาที่ว่า คดีใบแดงนายยงยุทธ จะนำไปสู่คดียุบพรรคหรือไม่นั้น ตามขั้นตอน กกต.ต้องตั้งอนุกรรมการพิจารณาก่อนว่า กรณีมีมูลที่จะดำเนินคดียุบพรรคพลังประชาชนหรือไม่ แต่เรื่องนี้ กกต.คนหนึ่งคือนายสุเมธ ได้เคยแถลงข่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 237 &lt;b&gt;กกต.ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดียุบพรรคเท่านั้น
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องว่า จะส่งหรือไม่ แต่เป็นปัญหาว่าจะส่งเมื่อไหร่ ? ซึ่งกระแสกดดันจากการชุมนุมยืดเยื้อของกลุมพันธมิตรฯ คาดว่า กกต.คงใช้เวลาไม่ช้าในการยื่นคำร้องต่อศาลรํฐธรรมนูญ คงมีปัญหาว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร ซึ่งใน &lt;a href=&quot;/forum/arayachon/414&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กระทู้เดิมเรื่องแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 237   ?&lt;/a&gt; ได้เคยมีการถกเถียงเหตุผลกันมาก่อนบ้างแล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยสั่งให้ยุบพรรคพลังประชาชน แม้ว่าสส.ที่ไม่เป็นกรรมการบริหาร อาจย้ายไปสังกัดพรรคอื่นได้ภายในกำหนดเวลา แต่&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2008/07/08/attachfile/274280_pp.pdf&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;กรรมการบริหารพรรค 33 คน&lt;/a&gt;ซึ่งเป็นสส.หลายคน ต้องพ้นสภาพสส.และถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี อาจทำให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ &lt;b&gt;ทำให้เป็นไปได้มากว่า รัฐบาลอาจยุบสภาก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยในคดียุบพรรค&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ว่า แถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชาที่สนับสนุนให้กัมพูชาเสนอจดทะเบียนปราสาทพระวิหาร
เป็นมรดกโลก ที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นชอบให้
รมว.ต่างประเทศไปลงนามนั้น &lt;b&gt;เป็นหนังสือสัญญาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190
วรรคสอง ซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา &lt;/b&gt;นั้น
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
คำวินิจฉัยนี้ มีความสำคัญมากตรงที่ว่า ถ้าคณะรัฐมนตรี ไม่รู้ว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือเข้าใจผิด ก็แสดงว่า&lt;b&gt; คณะรัฐมนตรีคณะนี้ ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอในการบริหารราชการแผ่นดิน ครั้นถ้าบอกว่ารู้ แต่ยังจงใจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ก็จะต้องด้วยเหตุตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270 ที่อาจถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งทั้งคณะได้&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
คำสั่งและคำวินิจฉัยทั้งสองคดีนี้ จึงนับเป็น&lt;b&gt;&lt;a href=&quot;/editorial/20080622/497&quot; target=&quot;_blank&quot;&gt;การเพลี่ยงพล้ำและถอยร่นทางการเมืองครั้งใหญ่&lt;/a&gt;&lt;/b&gt;ของรัฐบาลสมัครอีกครั้งหนึ่ง นอกจากจะสั่นคลอนเสถียรภาพอย่างรุนแรงแล้ว ยังทำให้สังคมไทยเล็งเห็นว่า &lt;b&gt;อายุของรัฐบาลสมัคร อาจเข้าสู่ระยะนับถอยหลังแล้ว&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080709/528#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7">Justice</category>
 <pubDate>Wed, 09 Jul 2008 03:53:53 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">528 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ศาลฎีกาสั่งจำคุกทนายความของพตท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน 3 คนๆละ 6 เดือน (ปรับปรุง 3)</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080625/502</link>
 <description>&lt;p&gt;
วันที่ 25 มิถุนายน 2551 &lt;b&gt;ศาลฎีกา&lt;/b&gt;ได้มีคำสั่งให้จำคุก นาย&lt;b&gt;พิชิฏ ชื่นบาน&lt;/b&gt; ทนายความ นางสาว&lt;b&gt;ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ &lt;/b&gt;เสมียนทนายความและนาย&lt;b&gt;ธนา ตันศิริ&lt;/b&gt; ผู้ประสานงานในคดีทุจริตที่ดินรัชดาฯของ&lt;b&gt;พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร&lt;/b&gt; คนละ 6
เดือน&lt;b&gt; ฐานละเมิดอำนาจศาลโดยไม่รอลงอาญา  คดีถึงที่สุด อุทธรณ์อีกไม่ได้&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;http://pics.manager.co.th/Images/551000008141901.JPEG&quot; alt=&quot;พิชิฏ ชื่นบาน&quot; width=&quot;150&quot; align=&quot;left&quot; height=&quot;180&quot; /&gt;&lt;img src=&quot;http://pics.manager.co.th/Images/551000008141902.JPEG&quot; width=&quot;150&quot; align=&quot;absmiddle&quot; height=&quot;180&quot; /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(พิชิฎ ชื่นบาน)                               (ศุภศรี ศรีสวัสดิ์)
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
(ภาพจากผู้จัดการออนไลน์ )
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ห้องพิจารณาคดี ศาลฎีกา สนามหลวง วันที่ 25 มิ.ย.51 เวลา 15.00 น. นาย&lt;b&gt;มงคล ทับเที่ยง&lt;/b&gt; รองประธานศาลฎีกา นาย&lt;b&gt;วีรพล ตั้งสุวรรณ&lt;/b&gt; และน&lt;b&gt;ายอิศเรศ ชัยรัตน์&lt;/b&gt;
ผู้พิพากษาศาลฎีกา องค์คณะผู้พิพากษาไต่สวนข้อเท็จจริง
กรณีที่มีทนายความอดีตนักการเมือง นำถุงขนมใส่เงิน 2
ล้านบาทมามอบให้เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.51 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
องค์คณะได้ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำสั่ง คดีดำ ลอ.1/2551
หมายเลขแดงที่ 4599/2551 ความแพ่ง ระหว่างนายอนันต์ วงศ์ประภารัตน์
เลขานุการศาลฎีกา ผู้กล่าวหา และนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร น.ส.ศุภศรี ศรีสวัสดิ์ เสมียนทนายความ
และนายธนา ตันศิริ ผู้ประสานงานคดี พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน
เป็นผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 เรื่อง&lt;b&gt;ละเมิดอำนาจศาล&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คดีนี้สืบเนื่องจากนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา ทำหนังสือบันทึกลงวันที่
10 มิ.ย.51 ถึงนายวิรัช ลิ้มวิชัย ประธานศาลฎีกาว่า เมื่อวันที่ 10
มิ.ย.51 เวลา 9.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ได้มารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ซึ่งวันดังกล่าวนายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา
ไปตรวจดูความเรียบร้อยที่ศาลฎีกาฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลังจากนั้น หม่อมหลวงฐิติพงศ์ ชมพูนุช
นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา
เข้ามาสอบถามเรื่องที่ทนาย พ.ต.ท.ทักษิณ
นำสิ่งของซึ่งเป็นถุงกระดาษสีขาวปิดสก็อตเทปใสมิดชิด
มาให้เจ้าหน้าที่ว่าจะรับไว้ได้หรือไม่ โดยเมื่อเปิดถุงแล้วพบธนบัตร 1,000
บาท จำนวน 2 ตั้งๆละ 10 มัด รวมประมาณ &lt;b&gt;2 ล้านบาท&lt;/b&gt; นายอนันต์จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งคืน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึงศาลเพื่อรายงานตัว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากการไต่สวนหม่อมหลวงฐิติพงศ์ ชมพูนุช
นิติกรประจำแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ความว่า ก่อนที่
พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางมาถึง นายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3
สั่งให้นางสาวศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แจ้งต่อม.ล.ฐิติพงศ์
ว่าให้ไปพบเพื่อจะปรึกษาคดี 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงไปพบที่ห้องพักทนายความ
ซึ่งภายในห้องมีเพียง 2 คน โดยม.ล.ฐิติพงศ์ นั่งโต๊ะตรงข้ามกับนายธนา
ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ซึ่งได้หยิบถุงกระดาษส่งให้ พร้อมบอกว่า
“&lt;b&gt;ระยะนี้ต้องมาติดต่อบ่อย เห็นใจเจ้าหน้าที่ เลยเอาของมาฝาก ให้ไปแบ่งกัน&lt;/b&gt;”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
จากนั้น ม.ล.ฐิติพงศ์ จึงได้เดินไปหานายรักเกียรติ วัฒนพงษ์
เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ แต่ไม่อยู่
เนื่องจากเดินทางไปประชุมที่รัฐสภา จึงไปพบนายอนันต์ ที่ตรวจงานอยู่
นายอนันต์จึงสั่งให้เปิดถุง เมื่อพบว่าเป็นเงิน จึงสั่งให้คืนเจ้าของไป
เพราะการรับถุงไว้น่าจะเป็นการไม่ชอบ อาจละเมิดอำนาจศาล
และเป็นความผิดต่อเจ้าพนักงาน โดยได้มีการถ่ายรูปธนบัตร
และถุงไว้เป็นหลักฐาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ศาลฎีกาประชุมตรวจสำนวนแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นที่ยุติว่า
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.51 เวลา 9.30 น. นายพิชิฏ นางสาวศุภศรี และนายธนา
ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 ขึ้นไปยังชั้น 4
เพื่อยื่นคำร้องการรายงานตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
จำเลยในคดีทุจริตซื้อขายที่รัชดาภิเษก หลังจากเดินทางกลับจากต่างประเทศ
ซึ่งมีม.ล.ฐิติพงศ์ เป็นผู้ดูแลสำนวน โดยนางสาวศุภศรี
เสมียนทนายของนายพิชิฏ ซึ่งเป็นทนายเจ้าของคดี
ได้นำคำร้องยื่นต่อศาลก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ
จะเดินทางมาถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯเพื่อรายงานตัว
โดยนางสาวศุภศรีได้มาแจ้งกับ ม.ล.ฐิติพงศ์ ว่า นายธนา ให้ไปพบ
เพื่อปรึกษาคดีที่ห้องพักทนายความ ทั้งที่นายธนายืนห่างเพียง 1 วา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
และเมื่อเข้าไปพบ นายธนา กลับยื่นถุงกระดาษซึ่งปิดผนึกมิดชิด
ภายในบรรจุเงิน 2 ล้านบาท โดยไม่บอกว่าภายในบรรจุอะไร
เพียงแต่ให้เอาแบ่งกัน ซึ่งจากการไต่สวนนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 อ้างว่า
เมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย. เวลา 21.00 น. นายบุญชาญ อักษรสุวรรณ
ได้นำเงินจำนวน 2 ล้านบาท ที่ได้ซื้อบ้านผู้ถูกกล่าวหาในราคา 5.3 ล้านบาท
มาให้ และได้เตรียมนำเงินดังกล่าวไปฝากธนาคารในวันรุ่งขึ้น
โดยให้ภรรยาซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณหญิงพจมาน
นำเงินบรรจุใส่ถุงกระดาษปิดผนึกมิดชิด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ให้ภรรยา
ไปซื้อช็อคโกแลตและห่อในลักษณะเดียวกัน
เพื่อเตรียมมอบให้เจ้าหน้าที่ศาลในวันที่ 10 มิ.ย.51
ซึ่งเป็นวันยื่นคำร้องรายงานตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
เพื่อเป็นการตอบแทนที่เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกในการดำเนินการต่างๆในคดี
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ขณะที่วันเกิดเหตุ ได้นำถุงขนมวางไว้ที่นั่งด้านหลังเบาะรถ
ส่วนห่อเงินได้ใส่ไว้ที่กระโปรงหลังท้ายรถ แต่ตนได้หยิบถุงผิดไป
เมื่อทราบจึงแจ้งให้นายพิชิฏทราบเพื่อทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่
โดยนายพิชิฏ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้โทรศัพท์หา ม.ล.ฐิติพงศ์
พร้อมกล่าวคำขอโทษ แต่ม.ล.ฐิติพงศ์
แจ้งว่าได้ทำบันทึกถึงผู้บังคับบัญชาแล้ว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า&lt;b&gt; นายธนา รู้หรือควรรู้ว่าในถุงมีเงินอยู่หรือไม่&lt;/b&gt; ในการไต่สวน ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้การว่านายธนา
เป็นผู้หยิบถุงเงินที่ปิดมิดชิดมอบให้โดยไม่แจ้งว่าเป็นสิ่งใด
ก่อนจะเปิดพบเป็นเงิน ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งให้ส่งคืนไป
โดยมีเจ้าหน้าที่ศาลนำถุงส่งคืนกับมือนายธนา พร้อมถามว่า
รู้หรือไม่ว่าข้างในมีอะไร นายธนา ได้ตอบว่า รู้ และเดินกลับไป
โดย&lt;b&gt;ไม่มีท่าทีอิดเอื้อนตอบกลับ ซึ่งเป็นพิรุธ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เห็นว่า
หากเป็นไปตามที่นายธนากล่าวอ้าง ว่าหยิบถุงผิดไป
โดยคนขับรถเป็นผู้นำถุงผิดมาให้ตน โดยไม่มีการตรวจสอบก่อน
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าของ 2 สิ่งลักษณะห่อเหมือนกัน
ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่าปกติว่าจะมีการหยิบผิด และเมื่อเจ้าหน้าที่ทักท้วงก็ต้องเปิดดูและตรวจสอบสิ่งของ
แต่กลับไม่ดำเนินการ อีกทั้งหากนายธนา จะนำช็อคโกแลตมามอบให้จริง
ก็ควรจะนำไปมอบให้ที่เคาน์เตอร์อย่างเปิดเผย เพื่อความบริสุทธ์ใจ&lt;b&gt; จึงเชื่อว่านายธนาได้รู้อยู่แล้วว่าในถุงกระดาดังกล่าวมีเงิน 2 ล้าน&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อว่า &lt;b&gt;นายพิชิฏ และน.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกลาวหาที่ 1และ2 มีส่วนรู้เห็นหรือให้ความร่วมมือในการกระทำของนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 หรือไม่&lt;/b&gt;
จากการไต่สวน ม.ล.ฐิตพงศ์ ได้ความว่านายพิชิต เป็นทนายความของ
พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ส่วน น.ส.ศุภศรี
เป็นเสมียนทนายและเลขานุการส่วนตัวของนายพิชิฎ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1
ส่วนนายธนา เป็นผู้ติดตาม พ.ต.ท.ทักษิณ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
วันเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาทั้ง
3 คน ได้มายื่นคำร้อง ขณะที่ น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาแจ้ง
ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบนายธนา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ปรากฏว่า ทั้งนายพิชิต และ
น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-2 อยู่ในเหตุการณ์ด้วย อีกทั้งเมื่อ
ม.ล.ฐิติพงศ์ เดินเข้าไปพบนายธนา
ที่ห้องพักทนายความแล้วเดินออกมาพร้อมถุงกระดาษ นายพิชิต และน.ส.ศุภศรี
ก็ได้เห็นเหตุการณ์ วิสัยของคนทำงานร่วมกัน นายพิชิต
จะต้องสอบถามและซักไซ้หรือบอกกล่าว
ให้รู้กันว่าจะนำชอคโกแลตมาให้เจ้าหน้าที่ศาลโดยไม่ต้องปิดบัง
ซึ่งนายพิชิฎ เป็นหัวหน้าคณะทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การกระทำของนายธนา นอกจากจะเป็นเรื่องร้ายแรงแล้ว
ยังก่อให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดีและกระทบต่อวิชาชีพของนายพิชิฎ
แทนที่จะซักไซ้ไล่เรียง ให้เกิดความชัดเจนหรือนำถุงสิ่งของที่ถูกต้องมา
เปลี่ยนมอบให้หรือต่อว่านายธนา แต่ นายพิชิต กลับทำตามคำร้องขอของนายธนา
โทรศัพท์มากล่าวขอโทษกับ ม.ล.ฐิติพงศ์
พร้อมทั้งสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พฤติการณ์ของนายพิชิตชัดแจ้งว่า&lt;b&gt; มีส่วนร่วมถือเป็นตัวการร่วม&lt;/b&gt;
ส่วน น.ส.ศุภศรี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 แม้เป็นเสมียนทนายความ
แต่ก็ร่วมรู้ในเหตุการณ์ โดยเป็นผู้เรียก ม.ล.ฐิติพงศ์ ให้ไปพบกับนายธนา
พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่า น.ส.ศุภศรี มีส่วนร่วมรู้เห็นกับนายธนา
และแบ่งหน้าที่กันทำจึงฟังได้ว่าทั้ง&lt;b&gt; นายพิชิต และ น.ส.ศุภศรี เป็นตัวการร่วมกับนายธนา&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายว่า &lt;b&gt;ทั้งสามกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่&lt;/b&gt;
เห็นว่าการนำถุงกระดาษใส่เงิน 2 ล้านบาทให้ ม.ล.ฐิติพงศ์
ถือว่าเป็นเหตุจูงใจให้เจ้าหน้าที่ของศาลฎีกาฯ
กระทำการอันมิชอบต่อตำแหน่งหน้าที่
อาจเชื่อมโยงเป็นประโยชน์ในคดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาภิเษก
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามซึ่งกระทำการร่วมกัน จึงเป็น&lt;b&gt;การประพฤติตนไม่เรียบร้อยในศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและพานิชย์ ม.31
(1) 33 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญา ม.83
และน่าจะมีมูลความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ ตามประมลกฎหมายอาญา มาตรา
144 หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงาน &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม
เป็นการกระทำที่อุกอาจท้าทายละเกิดขึ้นที่ศาลฎีกา
ซึ่งเป็นศาลยุติธรรมสูงสุดของประเทศ อีกทั้งผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม
ประกอบอาชีพทนายความและที่ปรึกษากฎหมาย ย่อมตระหนักดีกว่า
การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม
จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันศาลยุติธรรมและจะส่งผลกระทบกระทบต่อความเชื่อถือศรัทธาในการปฎิบัติหน้าที่ของบุคคลากรในอำนาจตุลาการ
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;จึงเห็นสมควรลงโทษสถานหนัก เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างอีกต่อไป
ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนละ 6 เดือน
ส่วนความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 144
หรือความผิดอื่นต่อเจ้าพนักงานนั้น ให้นายอนันต์ เลขานุการศาลฎีกา
ผู้กล่าวหาคดีนี้
ไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;นายพิชิฏ ชื่นบานและนางสาวศุภศรี ศรีสวัสดิ์&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;ซึ่งมาศาล ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอประกันตัว
&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;แต่ศาลฎีกาไม่อนุญาต &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;โดยระบุว่า&lt;b&gt;เหตุเกิดที่ศาลฎีกา คำสั่งศาลฎีกาถึงที่สุด
&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;ในขณะนี้นายพิชิฏ ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วน น.ส.ศุภศรี
ถูกส่งตัวเข้าทัณฑสถานหญิงกลางบางเขนแล้ว&lt;/span&gt; สำหรับนายธนา ตันศิริไม่ได้เดินทางมาศาล โดยยื่นคำร้องต่อศาลอ้างเหตุปวดศรีษะ
ศาลไม่อนุญาตและถือว่าศาลได้อ่านคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาลให้นายธนารับทราบแล้วและให้ออกหมายจับนายธนา ตันศิริเพื่อบังคับคดีต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้จัดการออนไลน์ได้&lt;a href=&quot;http://manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000075352&quot;&gt;รายงานข่าว&lt;/a&gt;ว่า นายธนา ตันศิริ
ได้เดินทางเข้าไปรับการรักษาตัวที่&lt;b&gt;โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์&lt;/b&gt; ตั้งแต่เวลาประมาณ
12.00 น.ของวันที่ 25 มิ.ย.อันเป็นวันพิพากษา
โดยระบุว่าเกิดอาการเครียดจัด
และนายธนาได้ใช้ใบรับรองแพทย์ส่งไปแจ้งยังศาลฎีกาว่า
ขอเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 7 วัน
ซึ่งขณะนี้&lt;b&gt;เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ได้สั่งอายัดตัวนายธนา&lt;/b&gt;ไว้แล้ว
โดยใช้กำลังฝ่ายสืบสวนเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องผลัดละ 2 คน จำนวน 3 ผลัดตลอด 24
ชม. 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;ด้านนายสิทธิโชค ศรีเจริญ ประธานกรรมการมรรยาททนายความ
สภาทนายความฯ กล่าวว่า &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;หากทนายความคนใด ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
ทางศาลจะส่งชื่อมาให้สภาฯ
จากนั้นคณะกรรมการมารยาททนายความ &lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;จะมีการประชุม&lt;/span&gt;&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;เพื่อมีมติเพิกถอนใบอนุญาตของทนายความทั้ง 3 คนต่อไป &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;ทั้งนี้ เป็นไปตามมาตรา 69 ของ
พ.ร.บ.ทนายความฯ&lt;b&gt;ถือเป็นโทษสถานเดีย&lt;/b&gt;ว
และทำให้ทนายความที่ถูกลบชื่อ ว่าความไม่ได้อีกและไม่มีสิทธิอุทธรณ์
แต่เมื่อพ้นกำหนด 5 ปีไปแล้ว
ทนายความคนดังกล่าว สามารถยื่นขอจดทะเบียนเป็นทนายความได้อีก
แต่ในทางปฏิบัติ &lt;b&gt;ทางสภาทนายความยังไม่เคยอนุญาต&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;-นสพ.&lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9510000074787&quot;&gt;ผู้จัดการ&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=168214&amp;amp;NewsType=1&amp;amp;Template=1&quot;&gt;เดลินิวส์&lt;/a&gt;  &lt;a href=&quot;http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=246115&quot;&gt;โพสต์ทูเดย์&lt;/a&gt; และ ไอเอ็นเอ็น &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/crime.php?nid=118208&quot;&gt;ข่าว1&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.innnews.co.th/crime.php?nid=118273&quot;&gt;ข่าว2&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ข้อมูลเพิ่มเติม &lt;/b&gt;1.ข่าวศาลฎีกา-&lt;a href=&quot;http://www.supremecourt.or.th/webportal/supremecourt/admin/news/files/June_25_2008_4_03_33faceb3e3d799a7d0893247956636df.pdf&quot;&gt;องค์คณะไต่สวนสั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลฯ&lt;/a&gt; 2.คำสั่งศาลฎีกาฉบับเต็ม คดี&lt;a href=&quot;http://www.supremecourt.or.th/webportal/supremecourt/admin/news/files/June_25_2008_5_47_44db7e7b4b4f148cb60e35bc8f0defa6.pdf&quot;&gt;หมายเลขแดงที่ 4599/2551 ฐานละเมิดอำนาจศาล &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในที่สุด รายชื่อของผู้เกี่ยวข้องกับการนำถุงขนมใส่เงินสด 2 ล้าน ไปให้เจ้าหน้าที่ธุรการของศาลฎีกา ก็ได้เปิดเผยตัวออกมาแล้วว่า เป็นทนายความ เสมียนทนายความและผู้ประสานงาน ในคดีที่&lt;b&gt;พตท.ทักษิณ ชินวัตรและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร&lt;/b&gt;เป็นจำเลยคือ&lt;b&gt; คดีทุจริตที่ดินรัชดาฯ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
อนึ่ง มี&lt;a href=&quot;http://www.kanmuang.org/forum/data/18/0018-1.html&quot;&gt;ข่าวเก่า&lt;/a&gt;ว่า ในวันที่ 10 มิย.ศกนี้ ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีที่ดินรัชดาฯด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;เพื่อพิทักษ์รักษาความบริสุทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม และเพื่อกำราบความโอหังบังอาจ ในการใช้เงินติดสินบน เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม โดยไม่ยำเกรงกฎหมายบ้านเมือง&lt;/b&gt; การที่ศาลฎีกามีคำสั่งลงโทษทนายความและเสมียนทนายความ ฐานละเมิดอำนาจศาล&lt;b&gt;ในอัตราโทษสูงสุดคือ จำคุกคนละ 6 เดือนโดยไม่รอลงอาญา&lt;/b&gt;นั้น จึงเป็นคำสั่งที่ถูกต้องเหมาะสมและสมควรได้รับการยกย่องจากสังคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่เรื่องยังไม่จบเพียงแค่นี้ ศาลฎีกายังมีคำสั่งให้เลขานุการศาลฎีกา ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน(ตำรวจ)ให้ดำเนินคดีอาญาข้อหาติดสินบนแก่เจ้าพนักงาน ตามตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 144 กับผู้ต้องหาทั้งสามและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น เจ้าของเงิน ตัวการ ผู้ใช้จ้างวาน หรือผู้สนับสนุนให้กระทำความผิดด้วย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประมวลกฏหมายอาญา &lt;span style=&quot;font-size: x-small&quot;&gt;&lt;span class=&quot;H2&quot;&gt;มาตรา&lt;/span&gt; 144 บัญญัติว่า &amp;quot; ผู้ใดให้
ขอให้หรือรับว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่เจ้าพนักงาน
สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภา จังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล
เพื่อจูงใจให้กระทำการไม่กระทำการหรือประวิงการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ต้องระวาง&lt;b&gt;โทษจำคุกไม่เกินห้าปี&lt;/b&gt;
หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;quot;&lt;/span&gt; ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นคดีอาญาแผ่นดินที่ร้ายแรงและมีอัตราโทษสูง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คดีนี้ น่าเชื่อว่า 3 คนที่ถูกศาลลงโทษ ไม่น่าจะทำการได้ตามลำพัง โดยเฉพาะคือ โดยฐานะและสภาพความเป็นอยู่ ไม่น่าจะสามารถออกเงินสดจำนวน 2 ล้านบาทที่อยู่ในกล่องขนมได้ โดยพฤติการณ์และรูปคดี จึงน่าจะมี&lt;b&gt;ตัวการ ผู้จ้างวานใช้และผู้สนับสนุน&lt;/b&gt; &lt;b&gt;ที่โอหังบังอาจกระทำความผิด ที่เย้ยฟ้าท้าดินกลางเมืองเช่นนี้ได้&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม จึงต้องกระชากตัว&lt;b&gt;ไอ้โม่งเจ้าของเงินและตัวการ&lt;/b&gt; &lt;b&gt;ผู้จ้างวานใช้และผู้สนับสนุน &lt;/b&gt;ออกมารับโทษในคดีติดสินบนให้จงได้ เพื่อมิให้เป็นตัวอย่างที่ชั่วร้ายในสังคมไทยอีกต่อไป
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;สังคมไทย ควรต้องจับตาและติดตามคดีนี้&lt;/b&gt;&lt;b&gt;อย่างใกล้ชิด&lt;/b&gt;&lt;b&gt; เพื่อป้องกันการล่าช้า การล้มคดีและการบิดเบี้ยวต่างๆของผู้เกี่ยวข้องต่อไป
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080625/502#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7">Justice</category>
 <pubDate>Wed, 25 Jun 2008 18:22:34 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">502 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับสุนัย มโนมัยอุดม</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080613/488</link>
 <description>&lt;p&gt;
11 มิถุนายน 2551 &lt;b&gt;ศาลอุทธรณ์ภาค 1&lt;/b&gt; มีคำสั่งให้เพิกถอนหมายจับนายสุนัย มโนมัยอุดม เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)และอดีตอธิบดีดีเอสไอ
ใน&lt;b&gt;ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา&lt;/b&gt; ต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำวินิจฉัยว่า
คดีนี้เป็นการกล่าวหาว่า นายสุนัยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
328 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
อันมิใช่ความผิดร้ายแรง อีกทั้งผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
เป็นข้าราชการระดับสูงและยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่กระทรวงยุติธรรม
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้มีหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาและชี้แจงการไม่ปฏิบัติตาม
หมายเรียกรวม 3 ครั้ง โดยยืนยันมาตลอดว่า ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่พร้อมทั้งระบุที่ตั้งของสำนักงานไว้อย่างชัดเจน
จึงเป็นข้อแก้ตัวอันควร ถึงเหตุที่ผู้ต้องหาไม่ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก
พฤติการณ์ยังไม่มีเหตุอันควรเชื่อหรือสันนิษฐานได้ว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ประกอบกับการสอบสวนผู้ต้องหานั้น
พนักงานสอบสวนสามารถไปทำการสอบสวนผู้ต้องหาได้ด้วยตนเอง
&lt;b&gt;โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
กรณีที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจให้ออกหมายจับนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1
ไม่เห็นพ้องด้วย จึงให้เพิกถอนหมายจับตามคำอุทธรณ์ของผู้ต้องหา  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ความเป็นมาของคดีนี้คือ เมื่อวันที่ 7-8 มี.ค. ศกนี้ พ.ต.ท.&lt;b&gt;ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ
&lt;/b&gt;รองผกก.สส.สภ.วังน้อย ในฐานะพนักงานสอบสวน
ได้โทรศัพท์มาประสานงานให้นายสุนัยเข้ามอบตัวที่สภ.วังน้อย
จ.พระนครศรีอยุธยา 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายสุนัย
จึงได้มอบหมายให้ ทนายความไปพบพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.
เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย
พร้อมทั้งมอบตัวอย่างคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ได้พิพากษายกฟ้องคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ยื่นฟ้องนายนาม ยิ้มแย้มในข้อหาฐานหมิ่นประมาท เพื่อยืนยันว่าคำกล่าวหานายสุนัยไม่เป็นความผิด จากการตรวจสอบสำนวน ไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยานใด ยืนยันถึงคำกล่าวของนายสุนัย แต่พนักงานสอบสวน ยังคงยืนยันที่จะเรียกตัวนายสุนัยมาแจ้งข้อกล่าวหา
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มี.ค. นายสุนัยทำหนังสือชี้แจงไปยังพนักงานสอบสวนว่า
ข้อความที่กล่าวหานายสุนัย เป็นการคัดลอกมาจากหนังสือพิมพ์
ไม่ตรงกับการให้สัมภาษณ์ แต่พนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ยังคงออกหมายเรียก นายสุนัยได้ทำหนังสือชี้แจงการไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก
โดยยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมายอาญาและเป็นเจ้าพนักงานแสดงความเห็นไปโดยสุจริต
พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวน เนื่องจากเป็นความผิดต่อส่วนตัว
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ต่อมาพนักงานสอบสวน ได้ร้องขอให้ศาลออกหมายจับนายสุนัยถึง 3 ครั้ง
แต่ศาลไม่อนุมัติหมาย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.
มีการร้องขอให้ศาลออกหมายจับอีกครั้ง โดยหลังจากศาลออกหมายจับ
พนักงานสอบสวนได้แถลงข่าวเรื่องนี้และแจ้งไปยังผู้สื่อข่าวว่า จะมีการจับตัวนายสุนัยหลังกลับจากต่างประเทศที่
สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 4 มิ.ย. 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แต่พล.อ.ปฐมพงศ์ เกษรศุภ
ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายสุนัย ได้รับทราบว่าจะมีตำรวจมาจับกุมตัวนายสุนัยที่สนามบิน
จึงได้ประสานให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลอารักขาและนำตัวนายสุนับออกจากสนามบิน
โดยผ่านพิธีการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง
เนื่องจากขณะนั้น ตำรวจสภ.วังน้อยยังไม่ได้ส่งสำเนาหมายจัยไปให้ต.ม.อย่างเป็นทางการ จึงไม่มีการจับตัวนายสุนัยไว้
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายณฐพร โตประยูร ทนายความของนายสุนัย ได้กล่าวว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
“คดีนี้ ทีมทนายต่อสู้ว่าตำรวจกระทำการโดยมิชอบหลายประเด็น
การรวบรวมหลักฐานเพื่อขอหมายจับนายสุนัย ก็เป็นการรวบรวมหลักฐานเพียงบางส่วน
ผมยังทราบมาด้วยว่า มีตำรวจระดับนายพลสั่งการให้ร้อยเวรไปขอหมาย
ถ้าไม่ทำก็ออกไป
ทั้งที่คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ตำรวจสามารถสอบสวนและส่งสำนวนให้อัยการได้
แต่ยังยืนยันว่าจะจับตัวนายสุนัยให้ได้
ทั้งที่การจับตัวไม่ได้เกิดประโยชน์ จะเป็นการนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือ
เพื่อดิสเครดิตเท่านั้น 
&lt;/p&gt;
ทั้งนี้หากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่กระทำการโดยมิชอบ
ทีมทนายความจะฟ้องกลับเรียกค่าเสียหาย 2,000 ล้านบาท
และจะนำเงินไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ” &lt;br /&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
12 มิย.2551 นายสุนัย มโนมัยอุดม ได้แถลงข่าวที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ว่า ตามที่ตนไม่ได้ไปรายงานตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน
เพราะเห็นโดยสุจริตว่า &lt;b&gt;หมายเรียกดังกล่าวออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
และไม่มีเหตุที่จะขอออกหมายจับได้&lt;/b&gt; ตนเป็นนักกฎหมายซึ่งยึดมั่นในหลักกฎหมาย
และปฏิบัติตามกฎหมายมาโดยตลอด
จึงได้ต่อสู้กับกระบวนการการใช้อำนาจรัฐที่มิชอบ
เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า&lt;b&gt; การใช้อำนาจรัฐจะต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้
และผู้ใช้อำนาจรัฐจะใช้อำนาจกลั่นแกล้งบุคคลในทางใดทางหนึ่งมิได้
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
อีกทั้งศาลในฐานะองค์กรที่เป็นกลางและเป็นอิสระ
ย่อมอยู่ในฐานะที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ&lt;b&gt;เพื่อเป็นหลักประกันในสิทธิและเสรีภาพของประชาชน&lt;/b&gt; ดังนั้น การดำเนินการของตนในวันนี้
จึงเป็นการชี้ให้สาธารณะชนรับทราบถึงหลักกฎหมายดังกล่าว
และเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ข้าราชการทั้งหลายซึ่งปฏิบัติตามกฎหมาย
ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมั่นใจ
ตลอดจนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ที่ใช้อำนาจรัฐทั้งหลาย
ได้ตระหนักและถือปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานต่อไปว่า
&lt;b&gt;บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน
จะต้องได้รับการปฏิบัติโดยเคร่งครัดจากผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt;-&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/12/news_266267.php&quot;&gt;กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 12 มิย.2551 &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
กรณีตำรวจและศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับนายสุนัย มโนมัยอุดมนี้ เป็นหลักฐานที่พิสูจน์ให้เห็นการใช้อำนาจที่&lt;b&gt;ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่เป็นธรรม&lt;/b&gt;ของตำรวจไทย ซึ่งเป็นการใช้อำนาจรัฐที่น่าสะพรึงกลัวและน่าสะเทือนขวัญประชาชนไทยทั่วทั้งประเทศ 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ที่ว่า การออกหมายจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากการออกหมายจับครั้งนี้ ออกโดยไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย กล่าวคือ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๖ บัญญัติว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;quot;เหตุที่จะออกหมายจับได้ มีดังต่อไปนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
(๑) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสามปี หรือ&lt;br /&gt;
(๒) เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่า บุคคลใดน่าจะได้กระทำความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น&lt;br /&gt;
ถ้าบุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดย&lt;br /&gt;
ไม่มีข้อแก้ตัวอันควร ให้สันนิษฐานว่าบุคคลนั้นจะหลบหนี &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
328 มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท กรณีจึงไม่ต้องด้วยเหตุตาม (๑)
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
นายสุนัย ผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
เป็นข้าราชการระดับสูงและยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่กระทรวงยุติธรรม พฤติการณ์ยังไม่มีเหตุอันควรเชื่อหรือสันนิษฐานได้ว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนีประกอบกับการสอบสวนผู้ต้องหานั้น
พนักงานสอบสวนสามารถไปทำการสอบสวนผู้ต้องหาได้ด้วยตนเอง
&lt;b&gt;โดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียก &lt;/b&gt;กรณีจึงไม่ต้องด้วยเหตุตาม (๒)
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ที่ว่า &lt;b&gt;ไม่เป็นธรรม&lt;/b&gt; ก็เพราะ ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แม้ว่า เป็นความผิดที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ ทำให้ผู้กล่าวหาใช้ช่องว่างของกฎหมาย แจ้งความที่ไหนก็ได้ แต่ผู้กล่าวหาและผู้ต้องหาล้วนมีภูมิลำเนาอยู่ที่กทม. ถ้าผู้กล่าวหา(พตท.ทักษิณ ชินวัตร)ใช้สิทธิโดยสุจริต ก็ควรต้องแจ้งความที่กทม. 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
การไปแจ้งความที่สภอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเป็นการกลั่นแกล้งให้ผู้ต้องหา(นายสุนัย)ได้รับความยากลำบากโดยไม่มีเหตุอันสมควร เช่นเดียวกับคดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาที่ไปแจ้งความนายสนธิ ลิ้มทองกุลที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งอาจทำให้สังคมมองได้ว่า มีความสนิทสนมหรือสามารถวิ่งเต้นตำรวจที่สภอ.ดังกล่าว ได้หรืออย่างไร 
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
ยิ่งเมื่อคำนึงว่านายสุนัย เป็นตุลาการชั้นผู้ใหญ่มาช้านาน ทั้งขณะที่เกิดการกล่าวหา ก็ยังเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับอธิบดีของกระทรวงยุติธรรม หลักฐานในคดีมีแค่ข่าวที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์รายวัน ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นการแถลงข่าวของนายสุนัย ทั้งพฤติการณ์แห่งคดี เห็นได้ชัดว่าเป็นการที่ผู้ต้องหา(พตท.ทักษิณ ชินวัตร)ในคดีที่นายสุนัยกำลังดำเนินคดีอยู่ &lt;b&gt;แจ้งความกลับเพียงเพื่อแก้เกี้ยว&lt;/b&gt; กรณีนี้เป็นเรื่องที่&lt;b&gt;ไม่มีมูลคดีอาญาเลย&lt;/b&gt;ด้วยซ้ำ
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
การแสดงความกระเหี้ยนกระหือรือของตำรวจที่จะจัดการกับนายสุนัย จึงเป็น&lt;b&gt;การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและละเมิดสิทธิเสรีภาพของนายสุนัยโดยไม่เป็นธรรม เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม กลั่นแกล้งผู้อื่นตามอำเภอใจ ซึ่งเป็นความชั่วช้าเลวทรามที่อยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาช้านานแล้ว &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&lt;b&gt;สมควรที่สังคมไทย จะต้องรื้อสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างขนานใหญ่ เพื่อขจัดตำรวจชั่วให้หมดไปจากสังคมไทยเสียที&lt;/b&gt; &lt;b&gt;!!!&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p class=&quot;setMagin_bottom15&quot;&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080613/488#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7">Justice</category>
 <pubDate>Fri, 13 Jun 2008 01:26:04 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">488 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>กระแสฟื้นคดีเพชรซาอุ : เป้าหมายคือใคร? </title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080405/426</link>
 <description>&lt;p&gt;
&lt;b&gt;5 มีนาคม 2551&lt;/b&gt; นาย นพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังการหารือกับนายนาบีล ฮุสเซน อัชเร อุปฑูตประเทศซาอุดิอาระเบีย ว่า 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ประเทศไทยต้องการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ทางทูตให้อยู่ในระดับปกติ หลังจากความสัมพันธ์ทั้ง 2 ประเทศ ชะงักไปกว่า 19 ปี ทำให้แรงงานไทยไม่ได้รับวีซ่าตั้งแต่ปี 2532 ทำให้สูญเสียรายได้ปีละประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากนับถึงปัจจุบันเสียหายไปแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ฝ่ายซาอุดิอาระเบียให้เหตุผลว่าทางการไทยต้องให้ความชัดเจนหรือคลี่คลาย ใน 3 คดี คือ คดีสังหารนักการทูตนักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย และคดีโจรกรรมเพชรซาอุฯ ซึ่งกระทรวงต่างประเทศก็รับปากที่จะติดตามหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อหาทางคลี่คลายคดีปรับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศโดยเร็ว (&lt;b&gt;ที่มา 1&lt;/b&gt;)
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;7 มีนาคม 2551&lt;/b&gt;      นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เกี่ยวกับการเร่งฟื้นฟูการดำเนินการสืบสวนสอบสวน 3 คดี ได้แก่ การสังหารทูต นักธุรกิจซาอุดิอาระเบีย และการโจรกรรมเพชรซาอุดิอาระเบีย ว่าการดำเนินการดังกล่าว ถือเป็น&lt;b&gt;นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล&lt;/b&gt; ในการฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย และความร่วมมือทางด้านการเศรษฐกิจ การค้า พลังงาน และการจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศซาอุฯ
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายนพดล กล่าวว่า ในวันนี้ได้พูดคุยกันเรื่องคดีที่ทางซาอุดีอาระเบียให้ความสำคัญทั้ง 3 คดี โดยฝากให้กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอไปเร่งรัดและทำการสอบสวนคดีนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูว่าจะสามารถรื้อฟื้นคดีขึ้นมาอีกครั้งได้หรือไม่ การดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นครั้งสุดท้ายและจะหาข้อเท็จจริงไปบอกทางการซาอุฯ อย่างตรงไปตรงมาในฐานะเพื่อน (&lt;b&gt;ที่มา 2&lt;/b&gt;)
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;3 เม.ย.2551&lt;/b&gt; นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม พร้อมผู้บริหารกรมราชทัณฑ์
และหัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีการหายตัวของนายอัลลู ไวรี
นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เข้าพบ พล.ต.ท.ชลอ
เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ
อดีตหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการหายตัวของนักธุรกิจชาวซาอุฯ &lt;span class=&quot;style4&quot;&gt;ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรมราชทัณฑ์ ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว  เขตจตุจักร&lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายสมพงษ์ กล่าวว่า &lt;span class=&quot;style4&quot;&gt;&amp;quot;ตนได้มาพบ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ
เพื่อขอความร่วมมือในการให้ข้อมูลคดีเพชรซาอุฯ
ซึ่งคำให้การต่างๆเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก
จะส่งผลในการฟื้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศซาอุฯได้เป็นอย่างดี &lt;/span&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;span class=&quot;style4&quot;&gt;หลังจากได้ข้อมูล
ขั้นตอนต่อไปจะส่งข้อมูลการสอบสวนทั้งหมดให้กับประเทศซาอุฯทราบ
เพื่อหวังจะเป็นการฟื้นการค้าการลงทุนที่ดีต่อกันระหว่างสองประเทศ  &lt;/span&gt;รายละเอียดที่เป็น&lt;b&gt;หลักฐานใหม่&lt;/b&gt;
ซึ่งได้รับจากพล.ต.ท.ชลอ&lt;b&gt; ยังเปิดเผยไม่ได้
เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องอาจเข้าไปทำลายหลักฐาน&lt;/b&gt;
ซึ่งจะทำให้ยากต่อการดำเนินคดี&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
พล. ต.ท.ชลอ กล่าวว่า &amp;quot;ได้ส่งข้อมูลให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)หมดแล้วและไม่อยากพูดอะไรมากกลัวเสียรูปคดี โดย&lt;b&gt;ผมพร้อมเป็นพยาน&lt;/b&gt;ในคดีนี้ให้ ที่ผ่านมาตนไม่แน่ใจในความจริงใจของรัฐบาล จึงไม่กล้าให้ข้อมูล
แต่รัฐบาลนี้และนายสมพงษ์มีความจริงใจและกระตือรือร้นมาก นับเป็นครั้งแรกที่รมว.ยุติธรรมมาเยี่ยมตนถึงในคุก 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
การให้ข้อมูลครั้งนี้
ทำไป&lt;b&gt;ไม่ได้หวังผลตอบแทนและสิ่งแลกเปลี่ยน คิดว่าทำเพื่อประเทศชาติ
&lt;/b&gt;รู้สึกว่ารัฐบาลนี้มีความจริงใจกับผมแตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านๆมา
ถ้าผมไม่มั่นใจผมก็ไม่ออกมาให้ข้อมูล
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ส่วนเรื่องความปลอดภัยในเรือนจำนั้น คงไม่มีอะไรต้องห่วง ตอนนี้ตนก็เหมือนคนตายแล้ว
ไม่มีอะไรต้องกลัว อีกทั้งกรมราชทัณฑ์ก็ให้การดูแลเป็นอย่างดี &amp;quot;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
สำหรับคดีฆ่านักการทูตซาอุ 4 ราย
และคดีการหายตัวของนักธุรกิจซาอุฯ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2531-2533
โดยดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษสมัยที่นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา
เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
จากนั้นมีความพยายามจะรื้อฟื้นคดีอีกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โดยคดีฆ่านักการทูต ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง
ส่วนคดีการหายตัวของนักธุรกิจซาอุฯซึ่งเกี่ยวพันกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทย  อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี
ทำให้การรื้อฟื้นคดีจะทำได้ต่อเมื่อมี&lt;b&gt;หลักฐานใหม่&lt;/b&gt;(&lt;b&gt;ที่มา 3 และ 4&lt;/b&gt;)
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา &lt;/b&gt;-1.&lt;a href=&quot;http://thainews.prd.go.th/view.php?m_newsid=255103050249&amp;amp;tb=N255103&amp;amp;return=ok&quot;&gt;สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ 5 มีนาคม 2551&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
       
2.&lt;a href=&quot;http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=309686&quot;&gt;เนชั่นแชนแนล 7 มีนาคม 2551
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
        3. &lt;a href=&quot;http://www.naewna.com/news.asp?ID=102827&quot;&gt;หนังสือพิมพ์แนวหน้า4 เมษายน 2551&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
      
4.กระทู้ที่เว็บบอร์ดประชาไทเรื่อง&lt;a href=&quot;http://www.prachatai.com/webboard2/viewtopic.php?f=2&amp;amp;t=8395&quot;&gt;เริ่มเช็คบิลคดีเพชรซาอุ ชลอเปิดเผยข้อมูลใครอมเพชร
&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
คดีเพชรซาอุฯที่โด่งดังอื้อฉาวใหญ่โต
ได้หวนกลับสู่พื้นที่หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายวันและรายการข่าวภาคค่ำทีวีอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่เงียบหายไปนานกว่า 18 ปี
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่อ้างว่า ต้องเร่งรื้อฟื้นคดี เพราะ 1.คดีกำลังจะหมดอายุความ
2.ต้องการฟื้นความสัมพันธ์กับประเทศซาอุฯเพื่อ ฯลฯ และ
3.ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร
แต่ต้องการสร้างความกระจ่างและความจริงของคดีให้ปรากฏนั้น  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพียงถามคำถามกลับไปว่า 1ถ้าไม่หมดอายุความ ก็จะไม่ทำหรือ? 2.ที่แล้วมา
ไม่ต้องการฟื้นความสัมพันธ์กับซาอุฯหรือ? และ
3.ที่แล้วมาไม่ต้องการให้ความจริงปรากฎหรือ? ก็จะพบว่าเหตุผลที่อ้างมา
มันฟังดู&lt;b&gt;ทะแม่งๆ พิกลๆ 
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรื่องนี้ เริ่มจากนายนพดล ปัทมะ รมต.กระทรวงต่างประเทศตั้งเรื่อง ส่งลูกให้นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมต.ยุติธรรมและพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษคนใหม่ เรื่องก็โยกกันไป โยนกันมา ไม่ถึง 1เดือน ก็มีข่าวว่า&lt;b&gt; มีหลักฐานใหม่ที่ทำให้สามารถรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
น่าทึ่งจริงๆ 
ช่างเก่งกล้าสามารถอะไร ปานนั้น !!!
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เกือบ 20 ปี ที่ผ่านมา ตำรวจชุดแล้ว ชุดเล่า รัฐบาลชุดแล้ว ชุดเล่า ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป คดีนี้ก็ยังไม่ขยับไปไหน ทำไม ???
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
แรกๆที่มีข่าวเรื่องนี้ออกมา คนทั่วไปก็ยังไม่เอะใจ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของรัฐบาลใหม่ ที่จะต้องแถลงว่าจะทำเรื่องนั้น เรื่องนี้ ที่ไหนได้ ไปๆมาๆ กระแสของเรื่องนี้ ก็พุ่งไปที่ &lt;b&gt;ความลับดำมืดสำคัญที่ว่า ใครอมเพชรซาอุฯไป ? &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นักข่าวที่ได้คุยกับพล.ต.ท.ชลอ
เกิดเทศ ที่เรือนจำฯ ตั้งข้อสังเกตว่า เขามีหน้าตาสดชื่่นและดีใจมากอย่างเห็นได้ชัด 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เพื่อนบางคนสงสัยว่า เขาอาจเพิ่งได้รับ&amp;quot;&lt;b&gt;ของดี&lt;/b&gt;&amp;quot;จาก&lt;b&gt;ผู้ยิ่งใหญ่ที่คุณก็รู้ว่าใคร &lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูจากการให้ความสำคัญและลีลาท่าร่างแล้ว ก็เห็นได้ไม่ยากว่า &lt;b&gt;นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ &lt;/b&gt;นี่อาจเป็นเรื่องที่&lt;b&gt;ใหญ่และสำคัญ&lt;/b&gt;มากกว่าที่สังคมไทยคาดคิด  ทั้งอาจส่งผลต่อการศึกใหญ่ที่กำลังจะระเบิดขึ้นในเร็ววันนี้  
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
หรือนี่อาจเป็นกลยุทย์ที่นักเลงหมากรุกฝรั่ง เรียกว่า &amp;quot;&lt;b&gt;กลเรือกดควีน บังคับคิงไม่ให้ขยับตัว&lt;/b&gt;&amp;quot; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080405/426#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7">Justice</category>
 <pubDate>Sat, 05 Apr 2008 00:10:55 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">426 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>เอแบคโพลล์ระบุตำรวจถูกการเมืองครอบงำกว่าร้อยละ 87.1 </title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20070826/240</link>
 <description>&lt;p&gt;เอแบคโพลล์ เผยผลสำรวจความคิดเห็นปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ พบประชาชน ระบุตำรวจตกใต้การครอบงำของนักการเมืองกว่าร้อยละ 87.1&lt;br /&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;br /&gt;
   ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเอแบค นวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เผยผลวิจัยเรื่อง &quot;ความคิด เห็นของประชาชนต่อการปฏิรูปโครงสร้าง ตำรวจ” จากตัวอย่างที่ศึกษา ทั้งสิ้น 8,613 ตัวอย่าง ระยะเวลาการดำเนินโครงการระหว่าง มกราคม - กรกฎาคม 2550&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ผลการสำรวจทรรศนะคติในเชิงลบของประชาชนต่อการทำงานของ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบ ว่าร้อยละ 87.1 ระบุ ตำรวจมักจะตกอยู่ภายใต้ การครอบงำของบรรดานักการเมืองที่มีอำนาจ ในขณะที่ร้อยละ 77.3 ระบุตำรวจเลือกปฏิบัติกับประชาชน , ร้อยละ 72.1 ระบุตำรวจรีดไถ เรียกรับผลประโยชน์ และร้อยละ 67.5 ระบุตำรวจมีการวิ่งเต้นซื้อขาย ตำแหน่งกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สำหรับทัศนคติในเชิงลบจากประชาชนผู้มีประสบการณ์ตรงกับงาน&lt;br /&gt;
ตำรวจระดับสถานี ใน 24 จังหวัดของประเทศ ผลสำรวจพบว่า ตัวอย่าง&lt;br /&gt;
ร้อยละ 33.0 ระบุไม่ค่อยยิ้มแย้มแจ่มใส , ร้อยละ 23.8 ระบุจำนวน เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ไม่เพียงพอ , ร้อยละ23.7 ระบุตำรวจ ขาดวัสดุ อุปกรณ์ที่ทันสมัย , ร้อยละ 16.2 ระบุเจ้าหน้าที่พูดจาคุกคาม ข่มขู่ , ร้อยละ 15.8 ระบุประพฤติตัว ไม่เหมาะสม เช่น ดื่มสุรา เล่นการ พนัน , ร้อยละ 10.8 ระบุมีการเรียกรับผลประโยชน์จากประชาชนผู้มา ติดต่อและร้อยละ 8.2 ระบุมีการซ้อมผู้ต้องหา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวกับปัญหาในการ ปฏิบัติงานร่วมกับผู้บังคับบัญชา พบว่าร้อยละ 57.5 ระบุมีการวิ่งเต้นมอบผลประโยชน์ให้ผู้บังคับ บัญชาเพื่อแลกเปลี่ยนกับ ตำแหน่งหน้าที่และความอยู่รอด รองลงมาคือร้อยละ 57.3 ระบุ มีผู้ บังคับบัญชามากเกินไป , ร้อยละ 55.1 ระบุผู้บังคับบัญชาเลือกปฏิบัติ , ร้อยละ 47.9 ระบุถูกมอบ หมายงานที่มากเกินไป และร้อยละ 43.2 ระบุต้องเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ให้กับผู้บังคับบัญชา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สำหรับปัญหาด้านการบริหารจัดการในหน่วยงานของตำรวจนั้น ผลการ สำรวจพบว่า ร้อย ละ 98.4 ระบุขาดเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยและ มีประสิทธิภาพ รองลงมาคือร้อยละ 95.8 ระบุงบ ประมาณไม่เพียงพอ , ร้อยละ 94.6 ระบุการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลและหน่วยงานอื่น ของรัฐ ให้กับตำรวจไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในการทำงาน , ร้อยละ 92.6 ระบุปัญหาเรื่องเงิน เดือนไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริง และ ร้อยละ 87.9 ระบุจำนวนคนไม่เพียงพอกับปริมาณงาน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   นอกจากนี้ เมื่อสอบถามถึงปัญหาในการอำนวยความยุติธรรมให้กับ ประชาชนนั้น  ผล การสำรวจพบว่า ร้อยละ 77.6 ระบุประชาชนมอง ภาพลักษณ์ของตำรวจในด้านลบเกินความเป็นจริง รองลงมาคือร้อยละ 77.5 ระบุ ประชาชนคาดหวังสูงจากการทำงานของตำรวจเกินขีด ความสามารถ ที่แท้จริงของตำรวจ ร้อยละ 75.0 ระบุไม่ได้รับความ ร่วมมือจากพยาน ร้อยละ 71.2 ระบุมีข้อจำกัด ด้านระเบียบราชการ และร้อยละ 69.5 ระบุขั้นตอนกฎหมายยุ่งยากเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ตามลำดับ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณาคือความคิดเห็นของตำรวจที่มีต่อประเด็น สำคัญที่ต้องการ ให้มีการปฏิรูปโดยเร่งด่วน ที่พบว่าร้อยละ 95.5  ระบุการ ปรับเพิ่มค่าตอบแทนตำรวจชั้นประทวนอย่างต่อเนื่อง รองลงมาคือร้อยละ 82.2 ระบุการปรับเพิ่มค่าตอบแทนพนักงานสอบสวน ให้เทียบเท่าหรือ ใกล้เคียงพนักงานอัยการ ศาล ร้อยละ 79.7 ระบุการปรับ องค์กรภายใน ตร. เพื่อให้สอด คล้องกับภารกิจ/ สถานการณ์ปัจจุบัน มากขึ้น เช่น หน่วยงานดูแลอาชญากรรมข้ามชาติ หน่วยงานดูแล อาชญากรรมแนวดิ่ง (ตึกสูง) ร้อยละ 77.4 ระบุการปรับระบบคุณธรรม และจริยธรรม เช่นการ เพิ่มโทษทางวินัย การเร่งรัดกำกับดูแลตำรวจ ด้านคุณธรรมจริยธรรม และร้อยละ 75.3 ระบุการปรับ ระบบการคัดเลือก บุคคลเข้ามาเป็นตำรวจ ชั้นประทวน (ประเด็นปรับ รร.นพต.) เช่นปรับให้ เรียนพล ตำรวจ 2 ปี ให้อนุปริญญา&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ประจำวันกรุงเทพธุรกิจออนไลน์  : 25 สิงหาคม พ.ศ. 2550&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2007/08/25/WW10_WW10_news.php?newsid=91319&quot; title=&quot;http://www.bangkokbiznews.com/2007/08/25/WW10_WW10_news.php?newsid=91319&quot;&gt;http://www.bangkokbiznews.com/2007/08/25/WW10_WW10_news.php?newsid=91319&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
-------------------------------------------------------------------------------------&lt;br /&gt;
&lt;u&gt;&lt;strong&gt;ความเห็น&lt;/strong&gt;&lt;/u&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   สถาบันตำรวจ เป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เปรียบดั่งเป็นต้น กระแสน้ำ ถ้าต้นน้ำเต็มไปด้วยขยะที่สกปรก เน่าและมีกลิ่นเหม็น สายน้ำ&lt;br /&gt;
ส่วนที่ถัดๆมา ไม่ว่าจะเป็นอัยการ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา&lt;br /&gt;
จะสะอาดเพียงใด ก็ย่อมจะได้รับขยะที่สกปรก เน่าและมีกลิ่นเหม็นมาด้วย&lt;br /&gt;
กระบวนการยุติธรรม ทั้งสายย่อมจะเศร้าหมองและเต็มไปด้วยมลทิน ไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชนส่วนใหญ่ได้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ตำรวจเป็นหน่วยงานที่ใหญ่โต มีกำลังพลรวมกันประมาณ ๓ แสนคน&lt;br /&gt;
กระจายคุมพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ เป็นกลไกของรัฐที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน มากที่สุดหน่วยงานหนึ่ง เป็นกองกำลังติดอาวุธที่แสดงภาพความเป็นรัฐ&lt;br /&gt;
ที่ประชาชนสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน จะได้รับการปกป้องคุ้มครองเพียงใด อยู่ที่การปฏิบัติตัวของตำรวจ ต่อประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;      สังคมไทยมีการพูดถึงปัญหาของตำรวจและเรียกร้องให้ปฏิรูปใหญ่ ตำรวจมาช้านานแล้ว  ปัญหาที่เอแบคโพลล์สำรวจมาไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่&lt;br /&gt;
แต่เป็นเรื่องที่สังคมไทย รู้ พูดคุยและโต้เถียงกันมามากแล้ว ผลสำรวจ&lt;br /&gt;
เพียงยืนยันความจริงข้อหนึ่ง คือ &lt;b&gt;สถาบันตำรวจยังคงมีปัญหาอยู่ ทั้งปัญหาที่มีนั้น หนักหนาสาหัสจนเกินระดับวิกฤติไปแล้ว&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   ช่วงเวลา ๕ ปีของรัฐบาลทักษิณและไทยรักไทย ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ เข้มแข็ง มีเสถียรภาพที่สุด เป็นรัฐบาลที่อ้างกันว่าก้าวหน้าและทันสมัย&lt;br /&gt;
และมีนายกฯเป็นอดีตตำรวจ อ้างกันว่าเข้าใจปัญหาตำรวจดีที่สุด แต่กลับไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้างและแก้ปัญหาสำคัญๆของตำรวจเลย ล่วงมาจนมาถึงรัฐบาลสุรยุทย์ แม้ว่าจะมีความริเริ่มใหม่ๆ ที่จะปฏิรูป ตำรวจ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับแรงต้าน ก็กลับถอยกรูด ไปไม่ถึงไหนเช่นกัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;   &lt;b&gt;ฤา ต้องให้ประชาชนล้างบางอำนาจเผด็จการของพวกอภิสิทธิ์ชน เสียก่อน จึงจะสามารถปฏิรูปตำรวจให้เล็ก สะอาด ทันสมัย เป็นมืออาชีพ เป็นสถาบันที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีของประชาชนและ รู้จักเคารพรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  ไท&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20070826/240#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7">Justice</category>
 <pubDate>Sun, 26 Aug 2007 04:45:43 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">240 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>จดหมายเปิดผนึกของบรรดาผู้พิพากษา ชี้ให้เห็นอะไร?</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20070817/207</link>
 <description>&lt;p&gt;  นายสราวุธ เบญจกุล รองเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และโฆษก สำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้พิพากษาจำนวนมาก ได้แสดง ความรู้สึกเห็นใจประธานศาลฎีกา และทำจดหมายเปิดผนึก 1 ฉบับ&lt;br /&gt;
ใจความว่า มีบุคคลให้ข่าวโจมตีประธานศาลฎีกา จนเกิดความเสื่อมเสียแก่ สถาบันศาล ทั้งที่เป็นข่าวไม่เป็นจริง ดังนั้น เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันศาล จึงเห็นควรให้ ดำเนินคดีกับผู้ทำลายสถาบันศาล ซึ่งท้ายจดหมายดังกล่าว มีผู้พิพากษา ทั่วประเทศจำนวนมากลงนามท้ายหนังสือดังกล่าวด้วย โดย สำนักงาน ศาลยุติธรรมได้รับหนังสือดังกล่าว และจะพิจารณาดำเนินการต่อไป&lt;br /&gt;
&lt;!--break--&gt;&lt;br /&gt;
ข่าวจากหนังสือพิมพ์โพสทูเดย์ อ่านเพิ่มเติมได้ตามลิ้งนี้&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=185455&quot; title=&quot;http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=185455&quot;&gt;http://www.posttoday.com/breakingnews.php?id=185455&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;
---------------------------------------------&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น :&lt;/b&gt; เรื่องนี้ สืบเนื่องจากการที่นายจรัล ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวง ยุติธรรม ได้ี่ออกมาเปิดเผยว่ามีการวิ่งเต้นจ่ายสินบนให้แก่ ตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ ในคดียุบพรรคไทยรักไทยคนละ ๓๐ ล้านบาท &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในเวลานั้น นายสราวุธ เบญจกุล ได้ออกมาร้องท้าทายด้วยความไม่พอใจ อย่างรุนแรง ว่าเป็นการใส่ร้ายโดยไม่มีมูลความจริง พร้อมกันนั้น ศาลยุติธรรม ซึ่งมีฐานะเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สังกัดและขึ้นต่อกระทรวง ยุติธรรม ได้เรียกตัว เจ้าหน้าที่ของศาลหลายคน ที่ส่งไปช่วยงานที่กระทรวง ยุติธรรม จำนวนหนึ่งกลับทันที &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เรื่องนี้ ทำให้สังคมไทย ได้เห็นได้ว่า &lt;b&gt;มีความขัดแย้งและความไม่พอใจ อย่างรุนแรง ระหว่างผู้ใหญ่ของศาลยุติธรมและผู้ใหญ่ของกระทรวงยุติธรรม&lt;/b&gt; เพราะถ้าความไม่พอใจ ไม่มากถึงขนาด ปกติจะไม่ทำกัน ถึงขนาดนี้ &lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่ที่สังคมไทยไม่รู้ คือ&lt;b&gt; ทำไมจึงไม่พอใจมากถึงขนาดหักหน้ากันได้ ถึงขนาดนั้น?&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ต่อมา คณะกรรมการสอบสวนที่ประธานศาลฎีกาแต่งตั้ง ได้สรุปผลและแถลง ข่าวว่า มีการวิ่งเต้นจ่ายสินบนแก่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรค จริง&lt;br /&gt;
และตุลาการฯที่ได้รับการติดต่อวิ่งเต้นได้รายงานเรื่องนี้ ตั้งแต่เดือน&lt;br /&gt;
พฤษจิกายน ที่ผ่านมาแล้ว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; สังคมไทย จึงตั้งคำถามว่า เมื่อมีการรายงาน ทำไมจึงไม่มีการดำเนินการใดๆ เช่น ตั้งคณะกรรมการสอบสอน หรือตั้งเรื่องดำเนินคดีกับผู้วิ่งเต้น เนื่องจาก การวิ่งเต้นติดสินบนผู้พิพากษานี้ แม้ไม่มีการรับและจ่ายสินบนกัน ก็เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;คำถามนี้ ถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีคำตอบออกมาจากผู้รับผิดชอบ&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; เมื่อการให้และรับสินบน เป็นการที่ทั้งคนให้และ คนรับ รู้ดีว่าเป็นการทำ ผิดกฎหมาย เป็นอาญาแผ่นดิน ดังนั้น จึงต้องทำอย่างเป็นความลับ ในที่ซึ่งไม่มีคนรู้เห็น ซึ่งกรณีที่ว่า ควรต้องรอให้คณะกรรมการสอบสวน หรือเจ้าหน้าที่สืบสวน จึงจะรู้แน่ว่า เรื่องจริงเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  การที่ นายสราวุธ(คนเดิม) ได้ออกมาแถลงข่าวข้างต้น ทำให้เกิดคำถามว่า บรรดาผู้พิพากษาที่เป็นคนยกร่างและลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ดังกล่าว รู้ได้อย่างไรว่า เรื่องที่มีการกล่าวหาอยู่นั้น ไม่เป็นความจริง ในเมื่อบรรดา ผู้พิพากษาทุกคนก็เป็นคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เช่นเดียวกับ ประชาชนคนอื่นๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  เมื่อบรรดาผู้พิพากษาที่ลงชื่อ ไม่รู้ว่า &quot;ความจริง&quot;ของเรื่องนี้ ว่าเป็นอย่างไร&lt;br /&gt;
ดังนี้ ท่านกล้าไปรับรองความจริงที่ท่านไม่รู้ ได้อย่างไร?&lt;br /&gt;
ท่านกล้าไปกล่าวหาผู้อื่นว่า เป็นการให้ข่าวที่ไม่เป็นจริง ได้อย่างไร?&lt;br /&gt;
ท่านกล้าไปเสนอให้ดำเนินคดีกับผู้อื่น ว่าเป็นผู้ทำลายศาลได้อย่างไร?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt; &lt;b&gt; นี่ เป็นการใช้ความเชื่อและอคติ แทนการใช้พยานหลักฐานที่แท้จริง ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  นี่เป็นการเคลื่อนไหว แบบกินปูนร้อนท้องของผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำ ความผิด ใช่หรือไม่? &lt;/b&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นการปลุกสังคมไทย ให้ตื่นขึ้น เห็นความจริง&lt;br /&gt;
ว่า &lt;b&gt; ผู้พิพากษา ก็เป็นประชาชนธรรมดา เป็นมนุษย์ปุถุชนคนหนึ่ง&lt;br /&gt;
ไม่ใช่เทวดาที่ไหน&lt;/b&gt; แน่นอนว่า กรอบของผู้พิพากษา ย่อมแตกต่างจาก ประชาชน กลุ่มอื่นๆ เพื่อประโยชน์ในการทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่&lt;br /&gt;
ประชาชนที่พิพาทกันเป็นคดีความ แต่กรอบที่ว่า ทำให้ผู้พิพากษา เป็นคนดี&lt;br /&gt;
มีศีลธรรม มีจริยธรรม มีคุณธรรมสูงกว่าประชาชนกลุ่มอื่นๆ จริงหรือ?&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;  การโฆษณาความเชื่อที่ว่า คนที่เป็นผู้พิพากษา มีจริยธรรม มีศีลธรรม หรือมีคุณธรรม สูงส่งกว่าประชนกลุ่มอื่น จึงควรต้องมีอภิสิทธิ์ ในการมีอำนาจ หน้าที่ มากกว่าประชาชนกลุ่มอื่นๆ จึงเป็นแค่&lt;b&gt;เรื่องลวงโลก&lt;/b&gt; อีกเรื่องหนึ่ง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ดูเรื่อง ตุลาการวิบัติ ที่เกี่ยวกับเรื่องบทบาทของตุลาการ เพิ่มเติม ได้ที่นี่&lt;br /&gt;
&lt;a href=&quot;http://palawat.com/article/20070629/40&quot; title=&quot;http://palawat.com/article/20070629/40&quot;&gt;http://palawat.com/article/20070629/40&lt;/a&gt;  &lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20070817/207#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/7">Justice</category>
 <enclosure url="http://www.arayachon.org/files/สราวุธ1.jpg" length="48751" type="image/jpeg" />
 <pubDate>Fri, 17 Aug 2007 17:01:00 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">207 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>
