<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<rss version="2.0" xml:base="http://www.arayachon.org" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
<channel>
 <title>Technology</title>
 <link>http://www.arayachon.org/taxonomy/term/9</link>
 <description>The taxonomy view with a depth of 0.</description>
 <language>th</language>
<item>
 <title>เอไอเอสเปิดตัวอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายใช้ HSPA    6 พฤษภาคม 2551</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080409/429</link>
 <description>&lt;p&gt;
เอไอเอส ประกาศเปิดตัว อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย ใช้ HSPA เป็นรายแรกของไทย ภายใต้ แบรนด์ 3GSM advance พร้อมให้บริการได้ &lt;b&gt;6 พฤษภาคม ศกนี้ ที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรก และ 15 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯ
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายวิกรม ศรีประทักษ์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า  “วันนี้เราจึงยินดีที่จะประกาศว่า เอไอเอสพร้อมเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายและมือถือเห็นหน้าได้ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซ เป็นรายแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ &lt;b&gt;3GSM advance&lt;/b&gt;”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“จากความต้องการใช้งานข้อมูลของประชาชนที่ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอไอเอส จึงเดินหน้าสรรหาเทคโนโลยีที่จะมาตอบสนองความต้องการดังกล่าว อาทิ 3G บนความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิร์ตซ์ หรือ HSPA (High Speed Packet Access) บนคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ตซ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้นในระหว่างรอความชัดเจนจากภาครัฐเกี่ยวกับแนวทางให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิร์ตซ์ เราจึงนำเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ปัจจุบันมาให้บริการ และเชื่อว่าจะตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี โดยถือเป็นการทำงานบนสัญญาที่รับสิทธิอยู่ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง TOT และ เอไอเอส ที่ได้ทำ MOU ร่วมกันในการพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ซึ่งเอไอเอสได้รับสิทธิจาก TOT ในการปรับปรุงโครงข่ายจากที่ได้ให้บริการอยู่ปัจจุบัน เพื่อที่จะใช้เทคโนโลยีใหม่บนความถี่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ TOT เองก็ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้ทำการปรับปรุง โครงข่ายโดยใช้เทคโนโลยี HSPA บนคลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดเอไอเอส กล่าวว่า “3GSM advance เป็นระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน Generation ที่ 3 บนมาตรฐาน WCDMA (Wide Band CDMA) ที่คลื่นความถี่ 900 เม็กกะเฮิร์ตซ หรือที่เรียกกันว่า 3G ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานรับ-ส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูง (HSPA) ขนาด &lt;b&gt;7200 กิโลบิทต่อวินาที&lt;/b&gt; ซึ่งแตกต่างจาก GPRS หรือEDGE ปัจจุบันที่ให้ความเร็วเพียง 160 กิโลบิทต่อวินาทีหรือ&lt;b&gt;ต่างกันถึง 45 เท่า&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดังนั้น จึงทำให้สามารถให้บริการต่างๆได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก อาทิ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ (High Speed Internet), โทรศัพท์แบบเห็นหน้า (Video Call) หรือ บริการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ในลักษณะของ Video Clip, Video Streaming, Full Song, Music Video, ฯลฯ ซึ่ง 3GSM advance พร้อมที่จะเปิดให้บริการดังกล่าวทั้งหมด”
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
“เนื่องจากกลุ่มเป้าหมาย ของบริการนี้คือ กลุ่มที่มีการใช้งาน Data สูง ในเบื้องต้นเราจึงเปิดให้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้าโพสต์เพดหรือ GSM advance ก่อน โดยลูกค้าปัจจุบันสามารถเปลี่ยนมาใช้ 3GSM advance ได้โดยใช้เบอร์เดิม เพียงซื้อเครื่องโทรศัพท์และเปลี่ยนเป็นซิม 3GSM advance ทั้งนี้โปรโมชั่น Voice Call จะเป็นโปรโมชั่นเดิมที่ใช้งานอยู่ ส่วนโปรโมชั่นการใช้งาน Data จะคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้งานจริง ดังนี้ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;img src=&quot;http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T6501210/T6501210-1.gif&quot; height=&quot;168&quot; width=&quot;500&quot; /&gt;สำหรับลูกค้าที่จดทะเบียน 3GSM advance ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2551 รับฟรี  500 MB/เดือน ภายใน 6 เดือนแรก &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
โทรศัพท์รุ่นที่รองรับการใช้งานปัจจุบัน ประกอบด้วย Nokia 6121, PhoneOne 3GM602, PhoneOne 3GE500 (USB Modem)&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวิกรม กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราเตรียมงบประมาณในการเปิดให้บริการ 3GSM
advance ไว้ราว 600 ล้านบาท
ซึ่งเป็นงบที่อยู่ในส่วนของการพัฒนาเครือข่ายปี 2551 ที่เตรียมไว้ราว
16,000 ล้านบาท” &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลล์เซ็นเตอร์ 1175 หรือ ที่ &lt;a href=&quot;http://www.gsmadvance.ais.co.th&quot; title=&quot;www.gsmadvance.ais.co.th&quot;&gt;www.gsmadvance.ais.co.th&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา&lt;/b&gt; -&lt;a href=&quot;http://www.pantip.com/cafe/mbk/topic/T6501210/T6501210.html&quot;&gt;บอร์ดพันทิพ &lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย
(hi-speed wireless broadband) โดยการใช้เทคโนโลยี
HSDPA บนคลื่นความถี่เดิม ที่ข่าวเก่าระบุว่า จะ&lt;b&gt;สำเร็จใน 6-12 เดือนนี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหญ่มาก&lt;/b&gt; และจะส่งผลกระทบมากทั้งต่อแวดวงไอทีและต่อสังคมไทยโดยรวม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เรายังเสนอด้วยว่า รัฐควรต้องให้ความสำคัญกับ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;1.ความรวดเร็วในการขยายโครงข่ายให้บริการไปครอบคลุมทั่วประเทศ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;2.ราคาค่่าบริการแบบสาธารณูปโภคที่ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้บริการได้ เช่นเดียวกับ น้ำ ไฟ ฯ และ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;3.การป้องกันการผูกขาด โดยการส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการหลายราย
ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม
ในการใช้โครงข่ายของระบบโทรศัพท์มือถือเดิม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของทศท.และ
กสท.&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งนี้เพื่อลดความแตกต่างของโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศ(Digital Divide) ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่โตมากๆของสังคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย นั้น
นอกจากสามารถแก้ปัญหาเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายของ The last mile
ในการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมและโทรศัพท์ของประชาชนที่อยู่ห่างไกลในชนบท
แล้ว
ยังสามารถแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนส่วนใหญ่อีกด้วย(digital divide ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ต้องจับตาต่อไป คือ &lt;b&gt;พื้นที่การให้บริการจะครอบคลุมทั่วประเทศเร็วแค่ไหน และอัตราค่าใช้บริการ นั้น ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้ได้หรือไม่ เพียงใด&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูข่าวเก่าและความเห็น เรื่อง &lt;a href=&quot;/news/20080319/412&quot;&gt;‘มั่น’ดันบรอดแบนด์ไร้สาย HSDPA (ปรับปรุง 2)&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
มาบัดนี้ เอไอเอส ได้ประกาศให้บริการเป็นรายแรกตั้งแต่&lt;b&gt;วันที่ 6 พฤษภาคม ศกนี้ ที่เชียงใหม่เป็นแห่งแรก และ 15 มิถุนายน ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเร็วมากกว่าที่หลายคนคาดคิด นั่นคือ อีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้ คนไทยก็จะได้ใช้ 3 G กันแล้ว
&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ คือ ดีแทค ทรูมูฟ ฮัทช์ ก็คงจะรอช้าไม่ได้แล้ว เพราะเท่ากับตลาด 3 จีเปิดแล้ว ถ้าขืนช้า เอไอเอสก็จะกวาดลูกค้าชั้นดีไปหมด
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูราคาโปรโมชั่นเปิดตัวของเอไอเอสแล้ว เป็นการคิดตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ในราคาประมาณ&lt;b&gt; 5M ต่อ 1 บาท&lt;/b&gt; ซึ่งแม้ว่ายังไม่ถูกแบบเหมาจ่ายรายเดือน แต่ก็ไม่นับว่าสูงจนใช้ไม่ไหว เมื่อเทียบกับค่าบริการของระบบ GPRS หรือ EDGE ในปัจจุบัน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ในระยะแรก เอไอเอส คงพุ่งเป้าไปที่ลุกค้าชั้นดีก่อน ดังนั้นผลกระทบจึงอาจยังไม่มาก แต่เมื่อมีคู่แข่งรายอื่นเปิดให้บริการ การแข่งขันจะขยายตัวไปสู่ตลาดข้างเคียง กลุ่มที่จะถูกคุกคามและได้รับผลกระทบมาก 2 กลุ่มใหญ่ คือผู้ให้บริการโทรศัพทบ้าน (fixed-line) และ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทั่วไป (Internet Service Provider :ISP)โดยเฉพาะผู้ให้บริการที่ปรับตัวช้า เช่น ทศท. กสท.และ ISP ที่ไม่มีผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายถือหุ้นและสนับสนุน
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ว่าแต่ โครงการเครือข่ายไร้สายภาคประชาชน (&lt;a href=&quot;http://www.palawat.com/p/?L=blogs.blog&amp;amp;article=46&quot;&gt;Palawat Wireless Network&lt;/a&gt;)เมื่อไหร่จะทดสอบเสร็จสักที มีคนรอใช้กันอยู่หลายคน เผื่อว่า จะประหยัดค่าใช้ 3G ได้บ้างก็ยังดี
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;a href=&quot;/news/20080319/412&quot;&gt;&lt;/a&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080409/429#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/9">Technology</category>
 <pubDate>Wed, 09 Apr 2008 22:31:29 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">429 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>‘มั่น’ดันบรอดแบนด์ไร้สาย HSDPA (ปรับปรุง 2)</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20080319/412</link>
 <description>&lt;p&gt;
17 มี.ค. 2551 / นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า  จะสั่งการให้ผู้บริหารของบริษัท ทีโอทีกับบริษัท กสท เร่งประชุมและหารือร่วมกับบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือภายใต้สัมปทานทั้งดีแทค เอไอเอส และทรูมูฟในการลงทุนพัฒนาบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (hi-speed wireless broadband) ด้วยคลื่นความถี่เดิมที่มีอยู่ในเทคโนโลยี High-Speed Downlink Packet Access : HSDPA ที่อยู่บนฐานของเทคโนโลยีระบบ GSM เดิม&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;‘การลงทุนไวร์เลส บรอดแบนด์ จะช่วยแก้ปัญหาให้ ทั้งทีโอที กสท บริษัทมือถือทั้งหมดในระหว่างที่เกิดสุญญากาศเรื่อง ไลเซนส์มือถือ 3G’&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ในด้านทีโอทีกับ กสท จะได้ประโยชน์ในแง่ที่ดึงเอกชนที่มีศักยภาพด้านการให้บริการไม่ว่าจะเป็นดีแทค เอไอเอส ทรูมูฟ เข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์หรือ Strategic Partner เพื่อไม่ให้ขัดต่อพ.ร.บ.ร่วมการงานรัฐและเอกชน พ.ศ.2535 เพราะไม่ได้เป็นการแก้สัญญาร่วมการงานหลัก โดยผู้บริหารและฝ่ายกฎหมายจะพิจารณาโครงสร้างและรูปแบบการให้บริการร่วมกันอย่างรอบคอบ โดยเชื่อว่าเอกชนก็พร้อมลงทุนเต็มที่ เพราะการลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ระบบ HSDPA สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และใช้เงินลงทุนแค่ 2 ล้านบาทต่อสถานี  โดยใช้สถานีและระบบอุปกรณ์ของระบบ GSM base station เดิม ซึ่งเป็นเทคโนโลยี่ที่บริษัทเอกชนทั้ง3 รายคือ ดีแทค เอไอเอส และทรูมูฟ ได้ใช้เป็นหลักอยู่แล้ว โดยผู้ประกอบการเอกชนทั้ง 3 ราย มีสถานีทั่วประเทศรวมกันประมาณ 27,000 สถานี&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;‘ถ้าปล่อยให้สัญญาสัมปทานหมดอายุไป ทีโอทีกับกสท ก็จะไม่เหลืออะไร เพราะลูกค้าก็จะถูกโอนไปเป็นของเอกชนหมด ทางรอดของทั้ง 2 หน่วยงานคือต้องดึงเอกชนเป็นพันธมิตรเอาไว้’&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายมั่นกล่าวว่า ได้หารือและศึกษางานจากนักวิชาการที่ปรึกษาและอดีตข้าราชการในวงการโทรคมนาคม และคนในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ต่างมีความเห็นร่วมกันว่า วันนี้เกิดสุญญากาศในการพิจารณาคลื่นความถี่มานานแล้ว แต่ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจการลงทุนต้องเดินหน้าทุกวัน จึงไม่สมควรปล่อยให้สัมปทานบริษัทมือถือหมดลง โดยไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะรายได้หลักของทีโอทีและ กสท ลดต่ำลงต่อเนื่องและการพัฒนาบริการใหม่ก็ช้าจึงมีแนวโน้มที่ศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจและสังคมของไทยจะแย่ลงไปด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ &lt;b&gt;นโยบายเรื่องพัฒนาบริการไฮสปีด ไวร์เลส บรอดแบนด์ถือเป็นหนึ่งในสาม ภารกิจเร่งด่วนที่รมว.มั่นต้องการสร้างให้เกิดโดยเร็ว&lt;/b&gt; โดยไวร์เลสบรอดแบนด์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานเป็นอินฟราสตรักเจอร์หรือเป็นทางด่วนสายหลัก ที่จำเป็นต้องมีรถหรือคอนเทนต์หรือซอฟต์แวร์มาวิ่ง 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;       ภารกิจที่สองคือการปั้นอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้เติบโต&lt;/b&gt; จนมีมูลค่าถึง 2 แสนล้านบาทจากปัจจุบันธุรกิจด้านนี้ของไทยมีมูลค่าปีละ 5 หมื่นล้านบาท แต่เป็นส่วนที่ผลิตในประเทศไทยน้อยมาก เพราะขาดอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ทั้งๆ ที่บุคลากรมีศักยภาพสูงซึ่งกระทรวงไอซีทีจะเข้าไปสนับสนุนเครื่องมือให้คนไทย และประสานงานร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาในเรื่องการจดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรต่างๆ ด้วย&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วน&lt;b&gt;ภารกิจที่สามคือการเร่งรัดในเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลในการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์&lt;/b&gt; หรือพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์และวิธีทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรีมากว่าปีแล้ว โดยกระทรวงไอซีทีกับเนคเทคได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ยังไม่เรียบร้อยดี เช่น เรื่อง E-signature law, E-contract law รวมไปถึงบทกำหนดโทษ เพื่อให้เอื้อต่อการลงทุนและธุรกิจในยุค paperless&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;‘ผมจะเข้าไปประสานงานทั้งในส่วนเนคเทคและกทช.หรือคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในเรื่องที่คั่งค้างอยู่ เพื่อให้เดินหน้าต่อได้แม้ในเรื่องที่ยังไม่ชัดเจน ก็ต้องหาทางออกที่ดีที่สุด’&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
สำหรับเทคโนโลยี HSDPA(Hi Speed Downlink Packet Access) เป็นหนึ่งในพัฒนาการบนพื้นฐานระบบ GSM (GSM, EDGE, WCDMA, HSDPA, HSUPA) นอกจากนี้กว่า 86% ของ Mobile Market Share ของโลกอยู่ใน GSM Family และปัจจุบัน  316 GSM-Family Networks ได้ถูกนำไปใช้ใน 147 ประเทศ ด้วยจำนวน 190 เน็ตเวิร์กโดยใน 83 ประเทศเป็นเทคโนโลยี  WCDMA ส่วน 154 เน็ตเวิร์ก ใน 71 ประเทศเป็น HSDPA 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ที่มา &lt;/b&gt;-&lt;a href=&quot;http://manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000033178&quot;&gt;ผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2551&lt;/a&gt; และ &lt;a href=&quot;http://www.bangkokpost.com/Business/19Mar2008_biz36.php&quot;&gt;นสพ.บางกอกโพสต์ 19 มีนาคม 2551&lt;/a&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
24 มีนาคม 2551 / นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที กล่าวว่าต้องการผลักดันให้ประเทศไทย&lt;b&gt;พัฒนาระบบโทรศัพท์มือถือของประเทศไทยเข้าสู่ระบบ 3G ภายใน 6-12 เดือนหลังจากนี้&lt;/b&gt; เนื่องจากเล็งเห็นว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและความเป็นอยู่ของประเทศให้ดีขึ้น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“หลังจากเข้ารับตำแหน่งผมได้เข้าหารือร่วมกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.เป็นจำนวน 2 ครั้ง โดยเป็นการหารือหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีประเทศไทยให้ทันสมัย เพราะปัจจุบันนับได้ว่าประเทศไทยล้าหลังต่างชาติมากแล้วแม้กระทั่งเขมร และขณะนี้ประเทศเวียดนามเองก็ประกาศลงทุน 3G ก่อนประเทศไทยซึ่งผมจะไม่ยอมให้เวียดนามเดินไปได้ก่อน”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
อย่างไรก็ดี จากการประชุมร่วมกันระหว่างภาครัฐคือ บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคมกับภาคเอกชนคือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และบริษัท ทรูมูฟเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมาได้ข้อสรุปว่าทีโอทีและกสทจะให้คู่สัญญาอัปเกรดคลื่นความที่เป็นระบบ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSDPA( High-Speed Data Packet Access) ภายใต้สัญญาสัมปทานเดิมซึ่งเอกชนจะต้องเป็นผู้ลงทุนปรับปรุงระบบและโอนโครงข่ายทั้งหมดให้ทีโอทีและกสท เมื่อหมดอายุสัญญาสัมปทาน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาระบบ 3G เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้กระทรวงไอซีทีก็จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเพื่อไม่ให้ขัดกับกม.&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายพิศาล จอโภชาอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า การร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการนำคลื่นความถี่เดิมที่มีอยู่แล้วมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ ด้วยการอัปเกรดความถี่เป็นระบบ 3G โดยกสท ก็จะร่วมมือด้วยการนำความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์มาพัฒนาเพื่อให้สามารถให้บริการระบบ 3G ได้  ส่วนทรูมูฟนั้น กสทจะแบ่งความถี่  850 เมกะเฮิรตซ์ ครึ่งหนึ่งจาก บริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดียให้ทรูมูฟเอามาพัฒนา ด้านทีโอทีก็จะร่วมมือกับเอไอเอสเพื่อพัฒนาความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เดิมเป็นระบบ 3G โดยที่เลือก 2 ความถี่ดังกล่าวเนื่องจากมีอุปกรณ์รองรับการให้บริการมากกว่าย่านความถี่อื่น&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“เราได้ตกลงกับทรูมูฟภายหลังจากหารือร่วมกับรมว.ไอซีที และได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์อัปเกรด 3G ให้กับทรูมูฟ เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมกัน โดยหลังจากนี้ทรูมูฟจะกลับไปทำหนังสือขอแบ่งใช้ความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์จากฮัทช์มาใช้พัฒนา”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;AIS ขึ้นแท่นให้บริการ 3G รายแรก&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสจะสามารถให้บริการ 3Gได้ในอีก 6 เดือนหลังจากนี้ โดยขณะนี้บริษัทได้ใบอนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ อัปเกรดระบบ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA เรียบร้อยแล้วโดยเบื้องต้นเอไอเอสจะอัปเกรดสถานีฐานเดิมเป็นระบบ 3G จำนวน 30 สถานีฐาน ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าว หัวเว่ยให้ใช้อุปกรณ์ฟรีไปก่อนแต่หากคำนวณเงินลงทุนอัปเกรดทั่วประเทศจะต้องใช้&lt;b&gt;เงินลงทุนประมาณ 36,000  ล้านบาท&lt;/b&gt; โดยคำนวณจากเงินลงทุนจำนวน 50 เหรียญสหรัฐ/ลูกค้า 1 คน โดยปัจจุบันเอไอเอสมีจำนวนลูกค้าทั้งหมด &lt;b&gt;24 ล้านราย&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;       &lt;br /&gt;
สาเหตุที่เอไอเอสสามารถเริ่มดำเนินการได้รวดเร็วกว่าผู้รับสัมปทานฝั่ง กสท เนื่องจาก เอไอเอสทำบันทึกข้อตกลง หรือ MOU ร่วมกันในการส่งเสริมและพัฒนากิจการโทรคมนาคมไทยในสมัยบอร์ดชุดที่มีพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นประธานและมีพ.อ.นที ศุกลรัตน์เป็นหนึ่งในกรรมการโดยการดำเนินการอัปเกรดความถี่เดิมเป็น 3G ไม่ผิดสัมปทานเพราะสัมปทานระบุว่าผู้รับสัมปทานมีสิทธิพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัยอยู่เสมอ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“การอัปเกรดความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เป็นไปอย่างจำกัดเพราะคาปาซิตี้บนคลื่นความถี่มีการใช้งานจำนวนมาก อีกทั้งยังไม่มีเครื่องลูกข่ายออกมารองรับการใช้งาน 3G บนความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์มากนัก เนื่องจากปัจจุบันมีเพียงประเทศออสเตรเลียเท่านั้นที่พัฒนาความถี่ดังกล่าวเป็นระบบ 3G แต่เอไอเอสก็มีการเตรียมพร้อมด้วยการสั่งผลิตมือถือโฟนวัน ระบบ 3G ในย่านความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อรองรับการใช้งาน”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ดีแทคคุยได้เปรียบเอไอเอส&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายซิคเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้เปรียบเอไอเอส 3 ข้อคือ 1.ดีแทคได้ทำการทดสอบระบบ 3G ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคามกับกสท 2.เครื่องลูกข่ายที่ผลิตขึ้นมารองรับระบบ 3G บนความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์มีจำนวนมาก เนื่องจากใน 27 ประเทศทั่วโลกมีการอัปเกรดความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ เป็น 3G และ 3.ความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ในประเทศไทยยังไม่มีการนำมาใช้งานจึงมีคาปาซิตี้มากพอสำหรับการให้บริการ 3G&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ในขณะที่ ความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ มีการใช้งานจนคาปาซิตี้เกือบเต็มแล้ว โดยในเบื้องต้นดีแทคเตรียมเงินลงทุนราว 5,000 ล้านบาท&lt;/b&gt;  &lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;ทรูมูฟพร้อมลงทุนทันที&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ถ้าหากทรูมูฟได้รับการจัดสรรความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์จากกสทก็พร้อมที่จะพัฒนาโครงข่ายให้เข้าสู่ระบบ 3Gทันที โดยทรูมูฟเตรียมเงินลงทุนเบื้องต้น 10,000-15,000 ล้านบาท&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ที่มา - &lt;a href=&quot;http://manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000035098&quot;&gt;ผู้จัดการออนไลน์ 24 มีนาคม 2551&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
27 มีนาคม 2551 / นายวิเชียร เมฆตระการ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์
เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า
ไวแมกซ์สามารถช่วยเสริมการให้บริการได้หลายรูปแบบ เช่น &lt;b&gt;เป็นทางเลือกสำหรับระบบสื่อสัญญาณของเครือข่ายเซลลูลาร์
เสริมการให้บริการร่วมกับ 3G คือเมื่อเคลื่อนที่ใช้ 3G
อยู่กับที่ใช้ไวแมกซ์ ให้บริการทดแทนฟิกซ์ไลน์
ใช้เป็นแพลตฟอร์มในการส่งมอบคอนเทนต์
โดยเฉพาะวิดีโอและบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
หรือบรอดแบนด์ในบริเวณพื้นที่ซึ่งสายโทรศัพท์เข้าไม่ถึง&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“ไว
แมกซ์จะช่วยในเรื่องของเทคโนโลยี
แต่การคิดค่าบริการเชิงพาณิชย์คงมีรายได้ไม่มาก
แต่ต้องอาศัยการผนวกบริการหลายลักษณะและต้องอาศัยเครือข่ายเซลลูลาร์
เพราะไวแมกซ์จะอยู่เดี่ยวๆ ไม่ได้ ผมเชื่ออย่างนั้น”&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
สำหรับเรื่องการขอใบอนุญาตหรือไลเซนส์ไวแมกซ์ จากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.)    ในกลุ่มเอไอเอสได้ขอในนามเอไอเอส
และซูเปอร์บรอดแบนด์ เน็ตเวิร์ก (เอสบีเอ็น)
ซึ่งวิเชียรยืนยันว่า
&lt;b&gt;บริการไวแมกซ์จะสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้เร็วและมาก&lt;/b&gt;
คงหนีไม่พ้นผู้ที่มีโครงข่ายมือถือ
เพราะไวแมกซ์สามารถติดตั้งอยู่ในที่เดียวกับสถานีฐานของมือถือได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ส่วนเรื่องของใบอนุญาตที่แตกต่างกันไม่เป็นปัญหา
เพราะการให้บริการไวแมกซ์ของกลุ่มเอไอเอสก็ทำแบบเช่าโครงข่ายที่เอไอเอสมีอยู่ และก็แบ่งรายได้ให้ทีโอที
ซึ่งเป็นผู้ให้สัมปทานโทรศัพท์มือถือเท่านั้น
ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่ายอาจจะต้องไปขอเช่าโครงข่ายผู้ที่มีอยู่แล้วหากต้องการให้บริการ&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“การให้บริการไวแมกซ์คงหนีไม่พ้นผู้ให้บริการมือถือ เพราะมีเครือข่ายเอื้อให้อยู่แล้ว”&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
พร้อมกันนี้
เอไอเอสได้นำคณะสื่อมวลชน ทดสอบไวแมกซ์ในลักษณะของคอมเมอร์เชียลเทสต์ในสภาวะการใช้งานจริงในนามเอไอเอส แยกตามลักษณะพื้นที่ ประกอบด้วย
ใจกลางเมือง (สีลม) เมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว (ชลบุรี) และเขตชานเมือง
(ลำลูกกา) ส่วนเขตชนบท (มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง)
มีแผนจะทดสอบหลังเทศกาลสงกรานต์ ส่วนอุปกรณ์ใช้ของ 4 ซัปพลายเออร์คือ
โมโตโรล่า หัวเว่ย โนเกีย-ซีเมนส์ และเอ็นอีซี เพื่อคัดเลือกรายที่ดีกว่า
ราคาถูกกว่า&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
การทดสอบดังกล่าวได้ผลที่แตกต่างกัน
คือในพื้นที่ที่มีตึกมาก รัศมีการให้บริการจะน้อยกว่าพื้นที่โล่ง
จากปกติรัศมีการให้บริการของไวแมกซ์จะอยู่ระหว่าง &lt;b&gt;3-10 กิโลเมตร&lt;/b&gt;
แต่เป้าหมายหลักในการให้บริการไวแมกซ์ของเอไอเอสคือเขตชานเมือง
และเมืองใหญ่หรือเมืองท่องเที่ยวเป็นหลัก&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“ไว
แมกซ์ไม่เหมาะกับใจกลางเมือง
เพราะมีตึกมากการทะลุทะลวงของคลื่นไปได้ไม่ไกล
แต่ในกรุงเทพฯเอไอเอสก็ทำเหมือนกัน
เพื่อโชว์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีใช้งานได้จริง และให้คู่แข่งปวดหัวเล่น”&lt;/b&gt; นายสรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาดเอไอเอส กล่าว&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
ทั้งนี้ หาก กทช.ให้เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์
เอไอเอสพร้อมจะลงทุน&lt;b&gt;กว่า 1,500 ล้านบาท ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน
350-450 สถานีฐาน&lt;/b&gt; และสามารถให้บริการได้&lt;u&gt;&lt;b&gt;ภายใน 3 เดือน&lt;/b&gt;&lt;/u&gt;&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;b&gt;“ไวแมกซ์เราจะแข่งกับเทคโนโลยีเอดีเอสแอลที่ให้บริการไฮสปีดอินเทอร์เน็ตผ่านสายทองแดง แต่ไม่ได้แข่งกับมือถือ”&lt;br /&gt;
&lt;/b&gt;&lt;br /&gt;
ส่วนค่าบริการจะแตกต่างกันไปตามรูปแบบการใช้งาน
หากโทร.ผ่านพีซีจะไม่เสียค่าบริการ ถ้าเป็นการยกหูโทร.ครั้งละบาท
แต่ถ้าเข้ามือถือ จะเป็นอีกราคาหนึ่ง
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่มา-&lt;a href=&quot;http://www.manager.co.th/Telecom/ViewNews.aspx?NewsID=9510000036578&quot;&gt;&lt;b&gt;ผู้จัดการออนไลน์ 
&lt;/b&gt;&lt;/a&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
---------------------------------------------------------------- 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ความเห็น  &lt;/b&gt;เรื่องการเร่งผลักดันโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (hi-speed wireless broadband) ด้วยคลื่นความถี่เดิมที่มีอยู่ในเทคโนโลยี HSDPA ที่อยู่บนฐานของเทคโนโลยีระบบGSM เดิม &lt;b&gt;โดยตั้งเป้าหมายให้สำเร็จใน 6-12 เดือนนี้ เป็นเรื่องใหญ่มาก&lt;/b&gt; และจะส่งผลกระทบมากทั้งต่อแวดวงไอทีและต่อสังคมไทยโดยรวม 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ดูบทความเก่า เรื่อง &lt;a href=&quot;/article/20080129/354&quot;&gt;โครงการสร้างเครือข่ายสารสนเทศ ภาคประชาชน&lt;/a&gt; ในปี ๒๕๕๑ โดย: ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ตามบทความที่ว่า ได้เสนอเรื่องโครงการสีแดง ซึ่งเป็นเรื่องโครงข่าย แต่ ณ เวลานั้นก็การทักท้วงว่า ที่จะสามารถเป็นโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายระดับทั่วประเทศ(WAN) ที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่า คือ HSDPA และ/หรือWimax และอุปกรณ์ลูกข่ายที่ประชาชนทั่วไปใช้ น่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เมื่อคำนึงว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ประมาณ 54 ล้านคน คิดเป็นประมาณ ร้อยละ 80 ของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ มีผู้ใช้อุปกรณ์มือถือประเภท smart phone ที่รองรับ HSDPA ของ 3 G ได้ถึง 2-3 ล้านราย มากกว่าผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ที่มีประมาณ 8 ล้านคน และเป็นพวกใช้ความเร็วสูง (hi-speed) เพียง 1.5 ล้านคน (ข้อมูลจากประชาชาติธุรกิจ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
เดิม คนนอกวงการก็สงสัยกันว่า ไวแมกซ์ (wimax) ที่พัฒนามาจากไวไฟ(wifi)ที่เป็นโครงข่ายไร้สายในบ้านและสำนักงานนั้น จะมีฐานะและบทบามอย่างไรในโครงข่ายไร้สายความเร็วสูง คือจะเป็นคู่แข่งกับ HSDPA หรือจะหนุนเสิมกันอย่างไร เมื่อฟังแนวทางและการกำหนดฐานะบทบาทของไวแมกซ์และHSDPA ในการนำมาให้บริการของเอไอเอส ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นถึงการประสานใช้ข้อดีเด่นของแต่ละเทคโนโลยี่บนโคร่งข่ายสถานีฐานของจีเอสเอ็มที่มีอยู่แล้ว 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
รัฐควรต้องให้ความสำคัญกับ 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;1.ความรวดเร็วในการขยายโครงข่ายให้บริการไปครอบคลุมทั่วประเทศ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;2.ราคาค่่าบริการแบบสาธารณูปโภคที่ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้บริการได้ เช่นเดียวกับ น้ำ ไฟ ฯ และ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;3.การป้องกันการผูกขาด โดยการส่งเสริมให้มีผู้ประกอบการหลายราย ส่งเสริมการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ในการใช้โครงข่ายของระบบโทรศัพทืมือถือเดิม ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของทศท.และ กสท.&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ทั้งนี้เพื่อลดความแตกต่างของโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศของปวงชนชาวไทย(Digital Divide) ซึ่งเป็นปัญหาที่ใหญ่โตมากๆของสังคมไทย
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย นั้น นอกจากสามารถแก้ปัญหาเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายของ The last mile ในการเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคมและโทรศัพท์ของประชาชนที่อยู่ห่างไกลในชนบทแล้ว ยังสามารถแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคในการเข้าถึงสารสนเทศของประชาชนส่วนใหญ่อีกด้วย(digital divide ) 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
ที่ต้องจับตาต่อไป คือ &lt;b&gt;พื้นที่การให้บริการจะครอบคลุมทั่วประเทศเร็วแค่ไหน และอัตราค่าใช้บริการ นั้น ประชาชนส่วนใหญ่สามารถใช้ได้หรือไม่ เพียงใด&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ใครเล่าจะรู้ว่า เรื่องนี้ อาจเป็นเหตุปัจจัยหนึ่ง ที่อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่(paradigm shift) ของสังคมไทยต่อไปในอนาคต &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ใครเล่า จะคาดว่า การอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบไร้สาย (hi-speed wireless broadband) คนไทยจะสามารถใช้ได้ในเวลา เพียง 6-12 เดือนข้างหน้านี้&lt;/b&gt; 
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;ใครเล่า จะสามารถคาดผลกระทบต่อผู้คน 60 กว่าล้านคนที่ไม่เคยเข้าถึง hi-speed broadband Internet ,ต่อกิจการน้อยใหญ่ในแวดวงโทรคมนาคม,ต่อธุรกิจ Internet access provider : ISP, ธุรกิจพัฒนาโปรแกรมและเนื้อหาบนเว็บ ฯลฯ &lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&lt;b&gt;&lt;/b&gt;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20080319/412#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/9">Technology</category>
 <pubDate>Wed, 19 Mar 2008 18:24:40 +0700</pubDate>
 <dc:creator>ไท</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">412 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>โซนี่ พัฒนาถ่ายไฟฉายพลังงาน &#039;น้ำตาล&#039;</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20070825/238</link>
 <description>&lt;p&gt;PC World 24 ส.ค. 2550 &amp;mdash; โซนี่ หนึ่งในผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า สามารถสร้างแบตเตอรี่ที่สร้างกระแสไฟฟ้าได้จากการ &#039;ย่อย&#039; น้ำตาล. ไบโอเซลล์ดังกล่าว มีขนาด 39 ลูกบากศ์มิลลิเมตร สร้างกำลังไฟฟ้าได้ 50 มิลลิวัตต์ (mW) ซึ่งนับเป็นสถิติโลกของเซลล์ประเภทนี้&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;วิดีโอจากโซนี่แสดงภาพเซลล์ดังกล่าวสี่ตัวต่ออนุกรมกัน สร้างพลังงานเพียงพอที่จะเล่นเครื่องเล่นเพลงวอล์กแมนได้ แบตเตอรี่ดังกล่าวใช้สารละลายกลูโคสเป็นเชื้อเพลิง. วิดีโออันที่สองแสดงภาพพัดลมตัวเล็ก ๆ ที่ได้พลังงานจากเซลล์ที่ใช้เครื่องดื่มให้พลังงาน (ซึ่งมีกลูโคสเป็นส่วนผสม) เป็นเชื้อเพลิง&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;!--break--&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เช่นเดียวกับเซลล์ประเภทอื่น ๆ พลังงานไฟฟ้าถูกสร้างจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนระหว่างขั้วแคโทดและแอโนด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ในไบโอเซลล์ดังกล่าว เอนไซม์ย่อยน้ำตาลในขั้วแอโนดจะสกัดอิเล็กตรอนและไฮโดรเจนไอออนจากกลูโคส ไฮโดรเจนไอออนจะเคลื่อนผ่านชั้นแยกบาง ๆ ไปสู่แคโทด ที่ซึ่งมันจะรับเอาออกซิเจนจากอากาศ และได้น้ำเป็นผลพลอยได้ ส่วนอิเล็กตรอนจะไหลไปยังวงจรด้านนอกอุปกรณ์ เพื่อให้พลังงานไฟฟ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;รายละเอียดเกี่ยวกับชีวแบตเตอรี่นี้ ได้รับการตอบรับแล้วในรูปเอกสารวิชาการ ในงานประชุมและงานแสดงผลงานประจำปีของสมาคมเคมีแห่งชาติสหรัฐอเมริกา &lt;a href=&quot;http://www.chemistry.org/&quot;&gt;American Chemical Society National Meeting and Exposition&lt;/a&gt; &lt;a href=&quot;http://www.chemistry.org/portal/a/c/s/1/acsdisplay.html?DOC=meetings%5cboston2007%5chome.html&quot;&gt;ครั้งที่ 234&lt;/a&gt; ซึ่งจัดขึ้นในสัปดาห์นี้ที่บอสตัน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เนื่องจากน้ำตาลนั้นมีปรากฎขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ดังนั้นเทคโนโลยีดังกล่าวอาจสามารถเป็นรากฐานของแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม. บริษัทในลักษณะเดียวกับโซนี่ทั้งหลาย ต่างก็กำลังวิจัยเทคโนโลยีจำนวนมาก ที่จะสามารถแทนที่เซลล์ลิเธียมไอออนที่ใช้เป็นหลักอยู่ในปัจจุบัน เพื่อหาแหล่งพลังงานสะอาดสำหรับอุปกรณ์พกพาอิเล็กทรอนิกส์&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือ เทคโนโลยีฟูเอลเซลล์ (fuel cell - เซลล์เชื้อเพลิง) ในขณะที่เซลล์ที่ใช้ไฮโดรเจนถูกนำไปใช้งานจริงแล้วตามบ้านเรือนและยานยนต์ เซลล์แบบที่ใช้เมธานอลสำหรับใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นยังคงต้องรอไปก่อนจะได้วางขายจริง. โตชิบา และ เอ็นอีซี เป็นสองในบริษัททั้งหลายสัญญาจะเปิดตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คที่ใช้ฟูเอลเซลล์เมธานอลเมื่อปีที่แล้ว แต่กำหนดการก็ถูกเลื่อนออกไปทั้งสองเจ้า&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;....&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อีกหน่อยแบตมือถือหมด ก็เติมด้วยสปอนเซอร์ (หรือจะคาราบาวแดงก็แล้วแต่รสนิยม)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;อ่านเพิ่มเติม: &lt;a href=&quot;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%87&quot;&gt;เซลล์เชื้อเพลิง&lt;/a&gt; (วิกิพีเดียไทย), &lt;a href=&quot;http://en.wikipedia.org/wiki/Fuel_cell&quot;&gt;fuel cell&lt;/a&gt; (วิกิพีเดียอังกฤษ)&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;[ ลิงก์ &lt;a href=&quot;http://www.pcworld.idg.com.au/index.php/id;2134686198&quot; title=&quot;http://www.pcworld.idg.com.au/index.php/id;2134686198&quot;&gt;PC World&lt;/a&gt; | ผ่าน &lt;a href=&quot;http://slashdot.org/articles/07/08/24/168208.shtml&quot; title=&quot; Sony Runs Walkman Off Sugar-Based Bio Battery&quot;&gt;Slashdot&lt;/a&gt; ]&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;(ภาพประกอบโดย &lt;a href=&quot;http://flickr.com/photos/danielleblue/939100405/&quot;&gt;danielle_blue&lt;/a&gt;  &amp;mdash; ดัดแปลงใช้งานตามสัญญาอนุญาต Creative Commons)&lt;/p&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20070825/238#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/9">Technology</category>
 <pubDate>Sat, 25 Aug 2007 05:29:09 +0700</pubDate>
 <dc:creator>bact</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">238 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
<item>
 <title>แฮ็กเกอร์เจ๋ง แคร็กไอโฟนให้ใช้ได้อิสระ</title>
 <link>http://www.arayachon.org/news/20070710/48</link>
 <description>&lt;p&gt;โดย ลี หยวน :&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;หนึ่งสัปดาห์หลังจากการเปิดตัวไอโฟนของแอ้ปเปิ้ล แฮ็คเกอร์ชาวมะกันก็เริ่มหาทางเอาชนะข้อจำกัดที่ถูกกำหนดจากข้อตกลงของบริษัทแอ้ปเปิ้ล และเอทีแอนด์ที (เครือข่ายซิงกูลาร์) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายแบบผูกขาดของไอโฟน&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;center&gt;&lt;img src=&quot;http://upload.wikimedia.org/wikipedia/en/thumb/5/52/Apple-iPhone.jpg/250px-Apple-iPhone.jpg&quot;&gt;&lt;br /&gt;
รูปไอโฟนจากวิกิพีเดีย&lt;/center&gt;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่แม้ว่าจะเริ่มพบเห็นขั้นตอนการแฮ็กไอโฟนมากขึ้นในเว็บ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะใช้ไอโฟนได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่ากับขาโจ๋ไฮเท็คคาดหวัง ลูกค้าบางรายจึงมองว่าการแฮ็คดังกล่าวไม่ซับซ้อนไปก็ไม่คุ้มกับที่จะลอง ที่สำคัญแอ้ปเปิ้ลเองก็เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญกับการทำสงครามกับแฮ็คเกอร์ ทั้งยังกำลังพยายามหาลู่ทางที่จะเอาชนะการแฮ็คดังกล่าวเสียด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;การแฮ็คที่ได้รับความนิยมที่สุดตอนนี้ มุ่งเป้าไปที่ขั้นตอนการให้ผู้ใช้ไอโฟนจำต้องลงทะเบียนทำสัญญากับบริการไร้สายกับเอทีแอนด์ที เพราะหากลูกค้าไม่ยอมลงทะเบียน ก็จะไม่สามารถใช้คุณสมบัติใดๆได้เลยบนไอโฟน ซึ่งนี่รวมทั้งเว็บบราวเซอร์ และตัวเล่นเพลงไอพ็อด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีแฮ้คเกอร์หลายรายได้โพสต์ขั้นตอนในการเปิดใช้บราวเซอร์และไอพ็อด โดยไม่ต้องลงทะเบียนกับเอทีแอนด์ทีบนเว็บ หนึ่งในนั้นก็คือหนุ่มน้อยชื่อ จอน เล็ค โจฮันเซ่น อัฉริยะซอฟต์แวร์ชาวนอร์เวย์ ผู้มีผลงานทำให้เครือข่ายฮอลลีวู้ดต้องปวดสมองมาแล้ว ด้วยการสร้างโปรแกรมที่ทำให้ผู้ใช้สามารถทำสำเนาแผ่น DVD ลิขสิทธิ์ บนเครื่องตัวเองได้ เขายังกำลังหาทางเข้าไปแก้ซอฟต์แวร์ไอจูน เพื่อที่จะสามารถดาวน์โหลดเพลงลงอุปกรณ์อื่นได้นอกจากไอพอด&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;ผู้ใช้หลายคนยืนยันว่ากรรมวิธีการแฮ็คไอโฟนนั้นใช้ได้ผล นายฌอง เซบาสเตียน ผู้อำนวยการทีวีในปารีส จ่าย 850 เหรียญ เพื่อประมูลซื้อไอโฟนมาจากอีเบย์  ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายใดสามารถให้ไอโฟนใช้งานได้ แต่นายเซบาสเตียนบอกว่าหลังจากทำตามขั้นตอนของนายโจฮานเซ่นแล้ว เขาก็สามารถทำให้เว็บบราวเซอร์และไอพ็อดใช้งานได้ทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่กระนั้นก็เถอะ, ยังเป็นที่น่าสงสัยกันอยู่ว่า จะมีผู้บริโภคสักกี่รายที่จะทำตามนายเซบาสเตียน เพราะการทำแบบนั้นหมายความว่าจะต้องจ่ายเงินราว 499 - 599 เหรียญ เพื่อใช้ไอโฟนแค่บราวเซอร์ กับไอพ็อดเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นการแฮ็คเว็บบราวเซอร์ที่ถูกออกแบบให้ใช้ในพื้นที่ที่ครอบคลุมโดยเครือข่ายไร้สายของเอทีแอนด์ที นั้นจะทำให้ใช้ได้กับแค่ จุดที่มีบริการไวไฟ - ฮอตสปอทเท่านั้น&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แต่เมื่อดูจากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบล็อกแล้ว ดูเหมือนว่าจะมีแฮ้คเกอร์อีกหลายคนกำลังหาทางแกะฟีเจอร์อื่นๆ อยู่ เช่นว่าพวกเขากำลังหาทางทำให้ไอโฟนสามารถใช้งานกับโครงข่ายโทรศัพท์มือถือของเจ้าอื่นๆได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติแบบนี้จะทำให้ไอโฟนฉบับแคร็กเป็นที่ต้องการสูงมากในตลาดนอกประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่มีไอโฟนวางขายเลย &quot;ผมว่ามันจะทำได้ในอีกสักสองอาทิตย์นะ&quot; นายเซบาสเตียนลองเดาๆดู&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;มีแฮ้คเกอร์บางรายได้ลองทดสอบดาวน์โหลดแอพลิเคชั่นที่ไม่ได้รับการรับรองจากแอ้ปเปิ้ลจากเว็บมาใช้บนไอโฟน ให้กลายเป็น &quot;ไวไฟโฟน&quot; แต่งานนี้ยังไม่สำเร็จ นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นบางชิ้นแนะให้เจ้าของสามารถเปิดฟีเจอร์ของอุปกรณ์โดยใช้แผนการใช้งานราคาถูกจากเอทีแอนด์ที แทนที่จะใช้สัญญาแบบสองปี แต่ความเห็นอื่นก็ว่าการแฮ้คแบบนี้ยังไม่สามารถใช้งานได้เท่าใดนัก&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;โฆษกของบริษัทเอทีแอนด์ที มาร์ก ซีเกล กล่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าบริษัท &quot;กำลังตรวจสอบสถานการณ์ และจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อหยุดยั้งสถานการณ์ดังกล่าว หากจำเป็นต้องทำ&quot; ในขณะที่โฆษกหญิงของแอ้ปเปิ้ลปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆ&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;เจ้าของไอโฟนบางรายบอกว่า พวกเขามีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้กับไอโฟน เพราะพวกเขาจ่ายเงินราคาแพง ดังนั้นพวกเขาจึงควรสามารถใช้มันได้อย่างอิสระบนโครงข่ายใดๆ หรือจะดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นอะไรมาใช้ก็ได้ด้วย&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;นายนายซีเกล บอกว่าไอโฟนนั้น &quot;บอกอย่างชัดเจนว่าลูกค้าจำต้องลงทะเบียนเพื่อใช้บริการเสียงแบบไร้สาย และแผนการใช้งานแบบข้อมูลจากเอทีแอนด์ที&quot; ความพยายามใดๆที่จะไม่ทำตามข้อกำหนดนี้ &quot;ถือเป็นการใช้งานที่ผิดจากสัญญา&quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;กลุ่มพิทักษ์ผลประโยชน์ผู้บริโภคได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อกำหนดของไอโฟนแล้ว โดยนาย ทิม วู อาจารย์กฎหมายจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ค ได้กล่าวว่า ในหลายประเทศผู้บริโภคสามารถเลือกใช้อุปกรณ์มือถือกับโครงข่ายใดก็ได้ &quot;ผมไม่คิดว่าผู้บริโภคจะต้องยอมรับเงื่อนไขแบบนี้&quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;แอ้บเปิ้ลมีประสบการณ์เล่นเกมส์แมวจับหนูกับแฮ้กเกอร์มาอย่างยาวนาน ตัวอย่างเช่นการแฮ้คไอจูน ก็มักจะทำได้ในช่วงเวลาอันสั้นเพราะแอ้ปเปิ้ลก็จะรีบปล่อยซอฟต์แวร์รุ่นอัพเดตออกมาทันที&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;-- นิค วิงฟีลด์ อุทิศข้อมูลบางส่วนในบทความนี้&lt;/p&gt;
&lt;ul&gt;
&lt;li&gt;&lt;a href=&quot;http://nanocrew.net/&quot;&gt;บล็อกของ จอน เล็ค จอนเซ่น&lt;/a&gt;
&lt;/ul&gt;
</description>
 <comments>http://www.arayachon.org/news/20070710/48#comments</comments>
 <category domain="http://www.arayachon.org/taxonomy/term/9">Technology</category>
 <pubDate>Tue, 10 Jul 2007 00:40:58 +0700</pubDate>
 <dc:creator>sikkha</dc:creator>
 <guid isPermaLink="false">48 at http://www.arayachon.org</guid>
</item>
</channel>
</rss>
